Masukห้าปีผ่านไป…
(แกเป็นดารารึไงห๊า! ถึงได้ไม่ยอมเปิดหน้าเปิดตัวให้พวกฉันเห็นเนี่ย ต้องเก็บตัวก่อนเดบิวต์อะไรแบบนั้นปะ!?)
เสียงแหลมติดประชดประชันของจีน่าถูกส่งผ่านมาตามสัญญาณอินเทอร์เน็ตจนมาถึงอีกฝั่งหนึ่งของมุมโลก หรือผู้คนมักเรียกว่าดินแดนผู้ดีอย่างประเทศอังกฤษ ใบหน้าสวยมีรอยยิ้มปรากฏขึ้นเมื่อความลึกลับของเธอสามารถทำให้เพื่อนสาวสุดมั่นโวยวายออกมาได้ แต่ฮารุก็พยายามกลั้นเสียงหัวเราะคิกคักของตัวเองไว้อย่างถึงที่สุด
(ทำไมฉันรู้สึกเหมือนว่ายัยฮารุกำลังขำพวกเราเลยล่ะ? มีเรื่องอะไรให้ตลกกัน)
ฮารุฉีกยิ้มกว้างกว่าเดิมเมื่อได้ยินเสียงเซีย เธอหยีตาเข้าหากันอย่างคนกำลังสนุุกที่ได้เห็นเพื่อนทั้งสองคนสงสัยในพฤติกรรมตนเอง
“ขำอะไรล่ะ คิดไปเองทั้งนั้น…ที่ฉันไม่ยอมเปิดกล้องคุยกับพวกแกตลอดห้าปีก็เพราะมีเรื่องจะเซอร์ไพร์สน่ะสิ คิกคิก”
ปากตอบไปแบบนั้นแต่เธอกลับหัวเราะคิกคักออกมาตรงท้ายประโยคเสียได้ ทำเอาจีน่าสาวความอดทนต่ำถึงกับจิ๊ปากด้วยความหงุดหงิดใจ
(…ไปเรียนแล้วมีผัวสองลูกหนึ่งรึไง! ถึงได้ไม่ยอมให้พวกฉันเห็นแกเนี่ย)
“โหหหเพื่อนนน~ เห็นฉันเป็นคนยังไงก่อน…เอาเป็นว่าอีกสามวันว่างปะ ไปเจอกันที่บาหลีหน่อยดิจะกลับไทยแล้วแต่อยากแวะไปดื่มไปดริ๊งก์ก่อนอะ”
(…ดูจะแพรวพราวขึ้นเยอะเลยนะฮารุ)
เซียพูดแทรกเมื่อรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของฮารุ
“ไม่มั้ง ปกตินะ คนเราโตขึ้นก็ต้องมีจริตจะก้านบ้างไง”
(ฉันก็ว่าแปลก ๆ ว่ะ แต่ดีลนะอีกสามวันเจอกันเลยเคลียร์คิวหนุ่ม ๆ เรียบร้อย)
“จ้าาา ขอบพระคุณอย่างสูงที่เลื่อนนัดผู้ชายให้น้า…ไว้เจอกัน คิดถึงพวกแกนะ บัยยยยย”
ฮารุลากเสียงยาวด้วยความทะเล้นก่อนจะกดวางสาย เธอพลิกตัวทิ้งแผ่นหลังนาบลงกับที่นอนพลางตาก็จ้องไปบนเพดานห้องแล้วฉีกยิ้มกว้างออกมาอย่างคนอารมณ์ดี
พรึบ!
“…อีกไม่กี่วันก็จะได้เจอกันแล้ว หึ”
แขนเรียวยันตัวเองลุกขึ้นนั่ง ฮารุมองไปที่กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ด้วยสายตาแน่วแน่ การกลับไทยของเธอครั้งนี้ทุกคนจะได้รู้ว่ายัยฮารุคนเดิม ได้ตายไปแล้ว…
Bali Beach Club
เสียงเพลงดังอื้ออึงออกมาจากบีชคลับที่ใหญ่ที่สุดในเกาะบาหลี แต่ความวุ่นวายโกลาหลของสถานที่แห่งนี้ไม่สามารถปิดกลบความเฉิดฉายของผู้หญิงคนหนึ่งได้ ขาเรียวยาวตัดกับชุดเดรสรัดรูปสีเงินเป็นประกายต้องแสงไฟ โดยมีเฟอร์สีขาวฟูฟ่องคลุมทับช่วงต้นแขนเอาไว้อีกทีเพื่อไม่ให้ลุคที่สวมใส่มาดูเปิดเผยเนื้อหนังมากจนเกินงาม ทำให้สัดส่วนหุ่นนาฬิกาทรายของฮารุดูเย้ายวนชวนมองยิ่งกว่าเดิม
“…เพื่อนจองไว้แล้วค่ะ”
ปากอวบอิ่มเผยอบอกเป็นภาษาถิ่นแล้วใช้มือปัดผมลอนยาวสีบลอนด์สว่างไปด้านหลัง เธอเห็นว่าพนักงานต้อนรับมองมาที่หน้าของตนด้วยแววตาตื่นตะลึง คนตัวเล็กก็ยิ่งรู้สึกพึงพอใจไม่ต่างจากการได้รับคำชม
“เชิญทางนี้ครับ…คุณผู้หญิง”
ฮารุพยักหน้าน้อย ๆ แล้วเดินตามพนักงานของร้านเข้าไป ทุกย่างก้าวของเธอเต็มไปด้วยความมั่นใจ เพราะสาวสวยรู้ตัวดีว่าตอนนี้ตัวเองกำลังตกเป็นจุดสนใจจากแขกภายในร้าน
ตึก ตึก ตึก…
“ว้ายยยยย!! อะไรเนี่ย!? นี่เพื่อนฉันเหรอ? ไม่จริง ว้ายยยย!”
“ชู่ว! แกเบา ๆ ได้ไหม ฉันตัวจริงเสียงจริง สวยจริง ตะลึงจริงเลยล่ะสิ!”
ฮารุรีบโน้มตัวเอามือไปปิดปากจีน่าที่แหกปากร้องวี้ดว้ายออกมา แล้วหยิกต้นแขนของเพื่อนสาวคนสนิทไปอีกที โดยไม่ลืมพูดชมตัวเองเสริมไปด้วย
“คิดว่าแกน่าจะสวยขึ้นแต่คาดไม่ถึงว่าจะเปลี่ยนไปขนาดนี้”
เซียเอ่ยเสียงโทนเดียวแล้วไล่ตามองเพื่อนสาวตัวเล็กตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า หญิงสาวที่ห้าวที่สุดในกลุ่มถึงกับสับสนเพราะไม่รู้ว่าตัวเองต้องตะลึงส่วนไหนของร่างกายฮารุก่อนดี
“ผมฉันสวยปะ? เพิ่งทำไฮท์ไลท์มาเลยนะ”
นิ้วเรียวพันเกี่ยวช่อไฮท์ไลท์สีชมพูขึ้นมาเล่นพลางหย่อนตัวนั่งด้วยท่าทางกรีดกรายจนจีน่าถึงกับส่ายหน้าเบ้ปากออกมากับความดัดจริต
“เหตุผลที่แกไม่ยอมเปิดกล้องตลอดห้าปีเพราะซุ่มเงียบแปลงโฉมนี่เอง…เอานี่ สงสัยแอลกอฮอล์พวกนี้จะเอาแกไม่ลงละ”
จีน่ายื่นแก้วค็อกเทลสีหวานมาตรงหน้า ฮารุรับมันมาถือแล้วแนบริมฝีปากจิบสองสามอึกก่อนจะวางลงบนโต๊ะ
“เปลี่ยนทุกอย่างยกเว้นเรื่องดื่มที่ยังไม่ถนัดเหมือนเดิมค่ะเพื่อน”
“…แม่งสวยจริงว่ะ”
“เขินนะ อย่าชมออกมาดื้อ ๆ แบบนี้ได้ไหมยัยเซีย”
ฮารุเอามือป้องปากทำท่าเขินอาย แต่แววตาของเธอกลับมีแต่ความมั่นใจสวนทางกับพฤติกรรม
“…หาตั้งนาน เข้ามาก่อนไม่รอกันบ้าง”
เสียงทุ้มดังขึ้นข้างตัว ทำให้สามสาวพากันหันหน้าไปมองเป็นตาเดียว ทันทีที่คนตัวเล็กเห็นว่าเป็นเพื่อนตัวเองเธอก็รีบกระเถิบตัวขยับให้เพื่อนสนิทจากอังกฤษลงมานั่งข้างกัน
“นี่เพื่อนฉันที่อังกฤษน่ะ ชื่อมาร์ติน เป็นลูกครึ่งไทยเบลเยี่ยม…ลืมบอกพวกแกก่อน”
“สวัสดีครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับคุณจีน่า คุณเซีย”
ร่างสูงของหนุ่มลูกครึ่งรีบเอ่ยทักทายเพื่อนสนิทฮารุทันที เขายื่นมือไปตรงหน้าแล้วพูดคุยทำความรู้จักกับเซียและจีน่าอีกนิดหน่อย
“…ดีนะที่แกบอกว่าเป็นเพื่อน ตอนแรกฉันคิดว่ามาร์ตินเป็นแฟนแก กำลังจะแซวเลยเกือบหน้าแตกละ”
เซียพยักหน้าเห็นด้วยทำเอาฮารุถึงกับส่ายหัวคลี่ยิ้มออกมาแล้วหันไปมองเพื่อนชายคนสนิทของตัวเองด้วยแววตาเป็นประกาย
“ถ้าผู้ชายหล่อแบบมันชอบผู้หญิงก็ดีสิ ฉันเกือบตามจีบละ…แต่ดันแสดงความสาวออกมาให้เห็นก่อน ฮ่า ๆ”
“ถามจริง!? ขอโทษนะคะ แต่ดูไม่ออกเลย หล่อดูดี เนี๊ยบ สเปก!”
“ฮ่า ๆ ไม่ชอบผู้หญิงครับ แต่แยกออกนะว่าผู้หญิงสวยจะเป็นแบบพวกคุณทั้งสามคน…ดูสิ หนุ่ม ๆ ในร้านอิจฉาผมกันตายแล้วมั้ง”
“โอ้ ถึงว่าทำไมเดี๋ยวนี้พวกผู้หญิงหนีไปเติมเกย์กันหมด เพราะหล่อดูดีแล้วยังปากหวานแบบนี้นี่เอง”
เซียยังอดชมออกมาไม่ได้ ทั้งสี่คนพูดคุยกันไปตามประสาเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันนาน กระทั่งฮารุที่เพิ่งนึกอะไรขึ้นได้เลยรีบดึงแขนมาร์ตินเดินไปสั่งเครื่องดื่มตรงบาร์กลางร้านทันที
“อยากดื่มอะไร? สั่งเลย ฉันเลี้ยงเอง”
“…เออ เค”
มาร์ตินตอบแล้วหันไปมองฮารุที่ตอนนี้เพื่อนสาวกำลังชะเง้อหน้ามองซ้ายทีขวาทีเหมือนคนกำลังหาอะไรบางอย่าง ร่างสูงต้องเดินไปตามแรงลากที่คนตัวเล็กกำลังลากจูงเขาไป
ตึก ตึก…
เสียงปลายส้นแหลมกระทบไปตามพื้น กระทั่งมาหยุดอยู่หน้าบาร์ขนาดใหญ่ของร้าน ฮารุปล่อยมือออกจากแขนมาร์ตินแล้วเท้ามันลงบนเคาน์เตอร์โดยไม่ลืมใช้มือทัดผมที่ข้างหูเพื่อที่เธอจะได้ก้มดูเมนูตรงหน้าได้ถนัด
“…นายอยากดื่มอะไรล่ะ ฉันเคยมาที่นี่กับเพื่อนเมื่อห้าปีก่อน เครื่องดื่มเขาดีทุกตัวเลย”
ฮารุจงใจพูดเสียงดังแล้วหันหน้าเข้าหามาร์ติน แม้เธอจะหันหลังให้ผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงเคาน์เตอร์บาร์กับเพื่อนของเขา แต่ก็พอจะรับรู้ได้ว่าผู้ชายคนนั้นกำลังมองมาที่เธอ
หึ…
นัยน์ตาคมไล่สำรวจสัดส่วนโค้งเว้าใต้เดรสรัดรูปที่ผู้หญิงผมบลอนด์สวมใส่มัน ระหว่างคิ้วของเขาย่นเข้าหากันเล็ก ๆ เมื่อได้ยินเสียงคุ้นหูดังออกมาจากริมฝีปากจิ้มลิ้มของผู้หญิงคนนั้น
“…ไอ้โทบิ มึงฟังกูอยู่ไหมเนี่ย?”
“ฮะ? อะ เออ..มึงว่าไรนะ”
ใบหน้าหล่อหันกลับไปหาเฟยที่มันเพิ่งเรียกสติเขากลับคืนมา โทบิพยายามดึงความสนใจออกจากผู้หญิงตัวเล็กคนนั้น แต่ดูเหมือนว่ากลิ่นหอมจากตัวเธอที่มันโชยมาปะทะจมูกเขากำลังสร้างความปั่นป่วนกวนใจชายหนุ่มไม่น้อย
คุ้นฉิบ…
“สนใจผู้หญิงคนนั้นเหรอ มึงแลว่อกแว่ก”
เฟยพูดเสียงเบาเพราะต้องการให้ได้ยินกันแค่สองคน หนุ่มผมสกินเฮดพยักเพยิดหน้าไปด้านหลังของไอ้เพื่อนตัวดี เขาเห็นว่าข้างหลังมันมีผู้หญิงทรวดทรงสวยคนหนึ่งยืนคุยกับผู้ชายหน้าลูกครึ่งอยู่
“ชอบห่าไร ยังไม่เห็นหน้าเลย แค่รู้สึกคุ้นแปลก ๆ”
โทบิส่ายหน้าหยิบแก้วเหล้าเทลงคอ เขาพูดเสียงดังฟังชัดเสียจนสาวสวยด้านหลังยังได้ยินมัน แต่ต้องทำเฉย…
“อย่าหาคุ้นเขามากับผัว เก็บวิญญาณเสือร้ายของมึงเข้าไปซะไอ้โทบิ”
เฟยกัดฟันพูดดักคอเพื่อนสนิทตัวเอง แม้เขาจะไม่เห็นมันทำพฤติกรรมแบบนั้นมาหลายปีแล้วก็ตาม
พลั่ก! “อื้มม…กะ กลับคอนโดก่อนไหม?” “ไม่ ที่นี่ไม่มีใครสักหน่อย ฉันทนไม่ไหวแล้ว” จุมพิตแผ่วเบาเมื่อสักครู่แปรเปลี่ยนเป็นจูบดูดดื่มเมื่อโทบิเริ่มคุมร่างกายตัวเองไว้ไม่อยู่ เขาอุ้มฮารุเดินเข้ามาด้านในก่อนจะปล่อยคนตัวเล็กให้ยืนด้วยขาตัวเองแล้วส่งมือไปช่วยปลดเปลื้องเสื้อผ้าออกจากร่างบางตรงหน้า ชายหนุ่มใช้เวลาไม่ถึงสามนาทีก็ได้เห็นร่างนุ่มนิ่มเย้ายวนล่อนจ้อน เขาสาวเท้าเข้าไปประชิดก่อนจะรวบตัวฮารุขึ้นอุ้มอีกครั้งให้ขาเรียวเกี่ยวคล้องกับสะโพกตนเองไว้ “เธอก็ดูจะพร้อมนะ” “อืมมม ชอบจัง” ฮารุสูดปากทิ้งมือวางบนบ่าแกร่งกลีบดอกไม้งามมีแท่งร้อนเสียบเข้ามาในตัว กึ่งกลางตัวของเธอเปียกเยิ้มตั้งแต่ได้จูบกับโทบิที่หน้าบริษัทแล้ว… ปึก ปึก ปึก “ซี้ดด อาาา…แน่นฉิบ!” “ชอบไหมคะ อ๊ะ กระแทกฮารุแรง ๆ สิ อื้มมม” ฮารุเอ่ยท้าทายเสียงหวานเธอปรือตามองใบหน้าหล่อเหลาที่โทบิกำลังขบสันกรามแน่นแล้วกระหน่ำกดกระแทกตัวตนเข้าใส่ เขาส่งท่อนเอ็นเสยเข้ามาในโพรงสวาทเธอไม่เว้นช่วง มันทั้งเสียวสะท้านและเร่า
“ขอบคุณผู้ช่วยทุกคน ทีมงานทุกฝ่าย และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการสร้างอาคารแห่งนี้เพื่อก่อตั้งเป็นบริษัทดีไซน์เนอร์ครบวงจร…ต้องขอบคุณจริง ๆ ค่ะ ที่ทุกท่านลงแรงกายแรงใจและทุ่มเทไปกับฮารุ” วู้ววว~ เสียงปรบมือผสมเสียงโห่ร้องดังกึกก้องทั่วอาคารเมื่อสาวสวยเจ้าของบริษัทขึ้นไปบนเวทีเพื่อเอ่ยขอบคุณการทำงานอย่างหนักตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ทุกฝ่ายทุ่มกันสุดตัว จนความสำเร็จฉายชัดออกมาเป็นรูปเป็นร่างอย่างที่เห็น “…ผมก็คงไม่มีคำพูดอะไรนอกจากขอบคุณ แผนงานนี้คงสำเร็จไม่ได้เลยถ้าขาดการวางแผนที่ดีของฮารุและความร่วมมือจากทุกคนครับ” แปะ แปะ แปะ โทบิรับไมค์จากฮารุมาถือไว้ในมือแม้เขาจะไม่อยากออกหน้าออกตาแต่คนตัวเล็กก็ไม่ยอม ฮารุเอาแต่ย้ำบอกว่ายังไงเขาก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้แผนงานของเธอราบรื่น “พรุ่งนี้บริษัทของเราจะเปิดทำการวันแรก ฮารุหวังว่าทุกคนจะเตรียมตัวให้พร้อมแล้วมาเริ่มลุยงานไปด้วยกันนะคะ!” ร่างบางยกกำปั้นขึ้นตรงหน้าฮารุฉีกยิ้มกว้างอีกครั้งก่อนจะเดินลงจากเวทีขนาดเล็กที่ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับงานเปิดตัวบริษัทอย่า
“รบกวนเอาเก้าอี้ตัวนี้ออกให้หน่อยครับ” “ไม่ต้องค่ะ ๆ ตัวนั้นก็ไม่ต้องค่ะ” ฮารุรีบหันไปบอกพนักงานเสิร์ฟที่กำลังเดินเข้ามายกเก้าอี้ตัวข้างเธอพลางชี้นิ้วไปที่เก้าอี้ว่างอีกตัวข้างจีน่าด้วยเช่นกัน เพื่อไม่ให้พนักงานของร้านยกมันออกไปตามคำสั่งของมาร์ติน “อะไรของแกฮารุ เราจะได้มีพื้นที่เหลือ ๆ สั่งอาหารไปตั้งเยอะแยะจะมานั่งเบียดกันทำไม” จีน่าถามพลางจ้องใบหน้าสวยของเพื่อนสาวคนสนิทอย่างคนไม่เข้าใจในพฤติกรรมแปลก ๆ ของเพื่อนตัวเอง “…เดี๋ยวมีคนมาเพิ่มอีกสองคนไง จะเอาออกทำไมล่ะ” ฮารุอ้อมแอ้มพูดไม่เต็มเสียงเธอใช้ปลายนิ้วทัดผมที่หูด้วยท่าทางเขินอาย ปฏิกิริยาของคนตัวเล็กทำให้เพื่อนทั้งสามคนต่างหันไปมองหน้ากันเอง “อีกสองคน? แกหมายความว่าไง” เซียได้โอกาสพูดหลังจากเงียบอยู่นาน สาวหน้านิ่งหรี่ตาลงเพื่อสังเกตเพื่อนสาวผมบลอนด์ที่ยังไม่หยุดยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่กับจานข้าว “…ก็ ก็ คือ” “แปลก ๆ ถึงขั้นติดอ่างแล้วเหรอ” ขวับ ชิ้ง! เธอตวัดตามองค้อนมาร์ตินแล้วทำปากมุบมิบแท
“…” ฮารุนอนนิ่งไม่กล้าขยับตัวแม้เธอจะรู้สึกตัวตื่นได้สักพักแล้ว นัยน์ตาสวยมองทอดออกไปนอกหน้าต่าง เธอรู้สึกหนักอึ้งบริเวณเอวเพราะมีแขนแกร่งของใครบางคนกอดกระชับไว้จนเธอไม่สามารถกระดุกกระดิกตัวได้ ในหัวของเธอมีคำถามมากมาย เธอยังไม่เข้าใจในสิ่งที่โทบิทำเท่าไหร่นัก หรือการที่เขาเข้ามาหาเธอเมื่อคืนนี้แล้วมานอนกกกอดจนถึงตอนนี้มันหมายความว่าอย่างไรกันแน่ หรือแค่เพราะเขาต้องการเรื่องอย่างว่าเท่านั้น… “…เกร็งอะไรขนาดนั้น หื้ม” เสียงทุ้มพูดชิดท้ายทอยเขากระเถิบตัวเข้ามาใกล้อีกนิดแล้วกดแนบริมฝีปากลงที่หลังคอของเธอ ทำเอาคนตัวเล็กขนลุกซู่ต้องหดคอหนี ฮารุคลายความกังวลลงเมื่อโทบิค่อย ๆ คลายอ้อมแขนของเขาออกแล้วจับเธอพลิกนอนหันหน้าเข้าหากัน “…นอนกอดทั้งคืนแบบนั้น ใครจะไม่เกร็ง” “ไม่ได้เหรอ” “…” ระหว่างคิ้วของฮารุย่นเข้าหากัน เธอจ้องตาคมกลับไปเมื่อสัมผัสได้ถึงความออดอ้อนของโทบิ สายตากับน้ำเสียงของเขาตอนนี้มันจะไม่เหมือนคู่รักนอนกกกันไปหน่อยเหรอ… “เป็นอะไรของพี่ทำไมอยู่ดี ๆ ถึง…”
“…อื้ม ลืมของเหรอ” ฮารุส่งตัวเองลุกขึ้นนั่งสาวสวยหอบร่างโอนเอนเดินโซซัดโซเซไปเปิดประตู เธอเข้าใจว่ามาร์ตินลืมอะไรสักอย่างแล้วคงกลับมาเอา ฮารุกดปลดล็อกผ่านระบบอัตโนมัติเธอยืนอยู่แบบนั้นทั้ง ๆ ที่ตายังไม่เปิดดี “พี่มา…อืมม” เสียงหวานขาดช่วงไปเมื่อชายหนุ่มข้างห้องก้าวขาเข้ามาในห้องเธอ เขารั้งเอวบางเข้าหาใช้สายตาสำรวจทั่วร่างฮารุเพียงครู่ก็แนบริมฝีปากประกบลงมาทันที “อะ อือ” คนตัวเล็กปัดป่ายมือพยายามดันอกแกร่งออก ปากของเธอถูกเขาดูดดึงก่อนที่ชายหนุ่มจะสอดลิ้นหนาเข้ามาไล่ต้อนลิ้นเรียวไปดูดกิน เขาเกี่ยวรั้งลิ้นเธอเพื่อแลกสัมผัสเร่าร้อน โทบิก้าวเท้าเดินแล้วกดไหล่ให้ฮารุลงไปคุกเข่ากับพื้น “อะ อะไรของพี่…ยังมึนอยู่ ไม่อยากทำ” ฮารุนั่งทิ้งตัวทับส้นเท้าเธอเงยหน้ามองใบหน้าหล่อคมของคนที่เธอไม่ได้เห็นหน้าเขามาหลายวัน โทบิยกยิ้มมุมปากเขาไม่พูดอะไรแต่กำลังถอดกางเกงนอนขายาวออกจากตัว “มึนสิดี เอากันน่าจะเพลิน” อึก! “อ่าาา” เสียงลำรักถูกดันเข้าไปในโพรงปากเล็กพร้อมกับเสียง
“ไปเที่ยวกันมาสนุกไหมคะ?” ทันทีที่ร่างบางโผล่พ้นเข้ามาในห้องประชุมฮารุก็เอ่ยปากแซวพ่อกับแม่ของตน เธอยักคิ้วลิ่วตามองผู้มีพระคุณด้วยสายตาหยอกล้อก่อนจะเดินไปหย่อนบั้นท้ายลงนั่งเก้าอี้ตัวใกล้ ๆ กัน “…เที่ยวตรงไหนพ่อกับแม่ไปประชุม” “ไม่ต้องมาโกหกหนูเลย เห็นนะว่าแอบไปดินเนอร์กันสองต่อสองหลังเสร็จงาน เกรงใจคนโสดบ้างสิ” สาวผมบลอนด์แกล้งทำปากคว่ำหลังไปไถดูโซเชียลของครอบครัวแล้วเห็นแม่ลงรูปไปทานดินเนอร์มื้อพิเศษพร้อมดอกไม้ช่อโตในมือ สวีทหวานกันออกหน้าออกตาจนลูกสาวแท้ ๆ อย่างเธอยังอดอิจฉาตาร้อนไม่ได้ “โอ๋ ๆ ไม่นอยนะลูกสาวแม่ แต่ถ้าทนดูไม่ไหวก็หาผู้ชายดี ๆ สักคนมาดามใจสิจ๊ะ” พิมดาวส่ายหน้าแล้วหันไปยิ้มกับสามีก่อนจะหันมาพูดทีเล่นทีจริงกับลูกสาวแสนสวยที่ยังนั่งทำหน้างอปากคว่ำไม่เลิก “ชิ! ไม่เอาหรอกกลัวไม่เจอผู้ชายดี ๆ แบบพ่อ” ฮารุส่ายหน้าเป็นพัลวันแม้ปากจะปฏิเสธไปแบบนั้นแต่วันนี้คนตัวเล็กตั้งอกตั้งใจแต่งหน้าแต่งตัวมาสวยพริ้งเพราะรู้ว่าจะได้เจอใครอีกคนที่ต้องมาฟังประชุมรายงานความคืบหน้าพร้อมกัน







