Beranda / แฟนตาซี / Undisclosure / ไร้ปาฏิหาริย์

Share

ไร้ปาฏิหาริย์

last update Terakhir Diperbarui: 2025-02-12 15:21:33

อากาศวันนี้สดใส ปกติแล้วท้องฟ้าในหน้าร้อนมักเป็นแบบนี้เสมอ ปลอดโปร่งปราศจากเมฆสีดำ มีเพียงปุยเมฆสีขาวช่วยแต่งแต้มลวดลายบนพื้นนภาสีฟ้า เธอรู้สึกราวกับว่าไม่ได้เห็นท้องฟ้าแบบนี้มาเป็นแรมปี เหมือนวันเวลาที่ผ่านมา เธอเอาแต่นั่งจ้องเพดานโล่ง ๆ อยู่ในห้องขัง ไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวัน แสงอาทิตย์ด้านนอกเจิดจ้า โชคดีที่มีลมเย็นสบายพัดผ่าน แสงสีทองจึงทำได้เพียงส่งไออุ่นมากกว่าทำให้บรรยากาศร้อนอบอ้าว เพราะลมได้บรรเทาความร้อนไปแล้ว

“Head homeward, little bird,

Fly up high, Thou art free,

Misery is no more,

Time means not to thee”

“ทำไมฉันถึงได้ยินเสียงคนร้องเพลง มีคณะประสานเสียงของโรงเรียนมาด้วยเหรอ”

“เปล่า ครอบครัวโรมูลเลอร์ขอให้คณะประสานเสียงจากในโบสถ์มาร้องเพลงที่นี่ ร้องให้กับเด็กที่ตาย พวกเขาคิดว่า วิธีนี้จะช่วยนำพาจิตวิญญาณของเธอไปยังที่ที่ควรไป”

“ไม่เคยได้ยินอะไรแบบนี้เลยแฮะ”

ไบรซ์ยักไหล่ขึ้น “จะให้พวกเขาทำอะไรเพื่อคนตายล่ะ พวกเราไม่รู้วิธีสื่อสารกับวิญญาณสักหน่อย ถ้ามีจริงอะนะ อย่างน้อยก็คงช่วยให้พ่อแม่ของเด็กที่ตายสบายใจขึ้น”

“ซอนย่า”

“หือ”

“ชื่อของเด็กคนนั้น” อเล็กซิสบอก

“อ้อ”

เพราะอย่างนี้นี่เอง ทุกคนถึงสวมชุดดำกันหมด เธอมองออกไปข้างนอก เห็นคนคุ้นเคยมากมายรออยู่ ทั้งครอบครัวของเธอและครอบครัวของเพื่อนร่วมชะตากรรม พวกเขากำลังรออยู่ รอส่งคนที่ตัวเองรักเดินทางไปยังสถานที่ที่ไม่มีใครรู้ว่าคือที่ไหน อย่างน้อยยังมีเพลงส่ง เพราะการเดินทางครั้งนี้คงไม่ต่างไปจากการเดินทางของซอนย่าเท่าไรนัก

“งานศพมีเมื่อไหร่”

“พรุ่งนี้...เธอยิ้มอะไรของเธอ”

อเล็กซิสสั่นหัวไหว ๆ “เปล่าซะหน่อย”

ไบรซ์โยนข้าวของของน้องสาวลงบนโต๊ะ ไม่สนว่าของข้างในจะพังหรือไม่ พออารมณ์ขึ้นก็มักมีปฏิกิริยารุนแรง “คิดว่าพวกเขาร้องเพลงให้เธอเหรอไง นี่มันเพลงสำหรับคนตายแล้วต่างหาก เธอไม่ได้จะไปตายสักหน่อย น้องสาวของพี่ไม่ใช่คนอ่อนแอคิดอะไรแบบนั้น”

พี่จะรู้ไหมว่าแค่ขยับก็ปวดจะแย่แล้ว ฉันไม่ได้แข็งแกร่งสักหน่อย อ่อนแอจะตาย “ต่างกันตรงไหนล่ะ”

“อย่าพูดแบบนี้นะ”

พอเห็นน้ำใส ๆ คลอเบ้าตาพี่สาว อเล็กซิสเลยรู้สึกผิด

“ขอโทษ” อเล็กซิสผละจากขอบหน้าต่าง “ขอโทษ พี่หายโกรธได้ไหม”

ไบรซ์ถอนหายใจ โทสะเมื่อครู่ดับลงแทบจะในทันที เธอคงไม่ได้อยากจะมีอารมณ์ทะเลาะกับน้องหรอก จึงเปลี่ยนเรื่องพูดด้วยการหยิบอัลบั้มรูปให้ดู “นี่ พี่ทำมาให้ เลือกแต่รูปที่เธอดูดีทั้งนั้นเลยนะ”

“ถ้าอย่างนั้น...ต้องมีมากกว่าอัลบั้มเดียวแล้วล่ะ”

พี่สาวจึงยิ้มออกมาได้ “แล้วพี่ก็ใส่เสื้อแจ็กเกตตัวโปรดของเธอทุกตัวมาให้หมดแล้ว ทั้งหมดอยู่ในนี้”

อเล็กซิสสำรวจข้าวของของตัวเอง ไบรซ์แพ็กกระเป๋ามาให้ครบหมดทุกอย่าง มีทั้งเครื่องเล่นซีดี แผ่นซีดีวงโปรด และหนังสือบางเล่ม “พี่รอบคอบเสมอเลยน้า” เด็กสาวชม เธอหยิบเจ้าเครื่องเล่นซีดีให้ดู ไบรซ์ยิ้มภูมิใจแต่ขอบตากลับแดงก่ำ เธอจ้องมาที่น้องสาวอยู่ตลอด

“ตอนนี้พวกเธออยู่ไหนคะ”

“ใครล่ะ สาวน้อย พูดเร็ว ๆ สิ” เฮลก้าเร่งราวกับกลัวคนจับได้ว่าคุยกับผู้ต้องหา

“ครูโดบี้ส์กับน้องสาวของเธอค่ะ”

“สองคนนั้นถูกตัดสินประหารชีวิต ตอนนี้ถูกนำตัวไปเมืองหลวงเพื่อเตรียมขั้นตอนต่อไป”

อเล็กซิสสลัดบทสนทนาเก่าออกไป เธอยื่นม้วนกระดาษให้ไบรซ์ ก่อนหน้านี้ได้ขอปากกาและดินสอมาจากเฮลก้า หลังจากเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงในสถานีตำรวจ ตำรวจสาวจึงปฏิบัติกับเธอด้วยท่าทีที่เป็นมิตรมากขึ้น อเล็กซิสจึงถือโอกาสวาดรูปมากมายฆ่าเวลาเพื่อมอบให้กับ

เจ้าชาร์ลี และแม้มันจะต้องแลกมากับอาการเจ็บแขนเวลาขยับก็ตาม

“รูปวาดช้างและก็ตัวอื่น ๆ เจ้าลิงบ่นว่าอยากวาดเป็น ให้เขาเวลาถามหาก็แล้วกัน จะได้นึกถึงฉัน”

อเล็กซิสยังหยิบกระเป๋าเครื่องสำอางของตัวเองออกไปจากกระเป๋าเดินทางด้วย เธอยื่นของสะสมที่เคยมองว่าล้ำค่าให้กับพี่สาว “ฉันไม่ต้องใช้ของพวกนี้แล้วนะ”

“นี่มันสมบัติสุดหวงของเธอเลยนะ”

อเล็กซิสยิ้มบาง ๆ “ไม่แล้ว พี่เอาไปใช้เถอะ ดูแลตัวเองให้ดีด้วยล่ะ พี่รู้ตัวไหมว่าสวยจะตาย แต่งตัวซะบ้าง”

“ก็ในเมื่อพี่สวยแล้ว เธอจะให้พี่แต่งหน้าอีกทำไมล่ะ” ไบรซ์เลิกคิ้ว

“ใช่ แต่พี่ก็ยังต้องการตัวช่วยอีกนิด จะได้แจ้งเกิดกับเขาบ้าง”

ไบรซ์ไม่ตอบ อเล็กซิสยืนนับขวดน้ำหอมที่พี่สาวยังอุตส่าห์ใส่มาให้ด้วย เธอเลือกแต่กลิ่นที่ชอบและขาดไม่ได้ ส่วนที่เหลือส่งคืนกลับ เด็กสาวเพิ่งรู้ว่าตัวเองใช้เงินฟุ่มเฟือยพอสมควรเลยทีเดียว เธอยังคงรักข้าวของพวกนี้มาก และยังอยากเห็นตัวเองมีโอกาสเดินบนแค็ตวอล์กดัง ๆ สักแห่ง ฝันเฟื่องเป็นบ้า แค่จะได้กลับไปใส่ชุดสวย ๆ เดินเที่ยวกับเอโลดี้ก็ไม่มีวันนั้นแล้ว

รถตู้ตำรวจจอดรออยู่ด้านนอก รวมทั้งครอบครัวของเธอที่ยืนรออยู่ด้วย เพราะวันนี้เป็นวันที่เธอต้องไปจากที่นี่ ทางการเพิ่งประกาศวันเดินทางเมื่อวานนี่เอง แม่ถึงกับเป็นลมสองรอบ ครั้งแรกตอนที่แม่เห็นอเล็กซิสในสภาพบอบช้ำทั้งตัว ส่วนครั้งที่สอง ก็เมื่อพวกตำรวจประกาศวันเดินทางนั่นแหละ

น้ำตาของไบรซ์ไหลออกมาเป็นสายอาบโหนกแก้ม ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันเร็วเกินไป มันเป็นสัปดาห์ที่น่าสะพรึงกลัวจริง ๆ ยังรวมถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของครอบครัวเดวิส ครอบครัวมิลเลอร์ ครอบครัวเจสเซ่นส์ และครอบครัวคาร์เตอร์ พวกเขากำลังจะสูญเสียสมาชิกไปครอบครัวละหนึ่งคน อเล็กซิสไม่ได้ร้องไห้ เธอคิดว่าเธอร้องมามากพอแล้ว

อเล็กซิสหยิบเสื้อแจ็คเกตมาสวมทับ “รู้น่าว่าฤดูร้อน แต่พี่อย่าแซวก็แล้วกัน ฉันต้องใส่ทับไว้” ไบรซ์ไม่ได้ว่าหรือแซวอะไร เพราะน้องสาวจำเป็นต้องใส่เสื้อแขนยาวปกปิดรอยช้ำบนแขน รอยพวกนี้ยังไม่หายดี เด็กสาวไม่ชอบเห็นรอยน่าเกลียดบนตัว

“พวกผู้หญิงใช้เวลานานเสมอเลยนะ” เสียงของเจสซี่ดังขึ้นมาจากด้านหลัง เขาเพิ่งเข้ามาดูว่าทำไมสองพี่น้องถึงเช็กของนานเหลือเกิน “เพื่อนของเธออยู่กับครอบครัวกันหมดแล้ว แต่พวกเธอกลับมาแอบคุยกับสองคน มันใช่เหรอ ไม่แฟร์สำหรับคนอื่นเลย”

เธอเห็นเขาแอบกำหมัดแน่น พยายามทำตัวเข้มแข็ง ทำตัวเป็นพี่ชายขี้บ่น แต่พวกพี่น้องเดวิสล้วนมีความคล้ายกันอย่างหนึ่ง นั่นคือแสดงละครไม่เก่งเอาเสียเลย สีหน้าของเจสซี่บ่งบอกว่าเจ็บปวด อเล็กซิสอ่านออกได้อย่างชัดเจน เจสซี่สู้อุตส่าห์ร่ำเรียนกฎหมายด้วยจุดประสงค์เพื่อช่วยเหลือคน ความรู้และทักษะที่จะนำมาช่วยเหลือเหยื่อที่ไม่ได้รับความยุติธรรม น่าตลกที่เขากลับช่วยน้องสาวตัวเองไม่ได้ เจสซี่พิจารณารอยช้ำตรงลำคอของน้อง อเล็กซิสยังคงยืนกรานว่าเธอสบายดี

“อย่ามองแต่ภายนอก ฉันสบายดีน่า” 

“อ้อเหรอ สภาพเหมือนตุ๊กตาถูกรถบรรทุกทับ”

“บ้าน่า ก็แค่รอยช้ำนิดหน่อย”

“บาดแผลมันอยู่ในดวงตาเธอต่างหาก ยัยน้องเล็ก” เขาวางมือลงบนศีรษะน้องสาว “จำได้ไหม ที่พวกเราเคยคุยกันเรื่องทุนการศึกษา แล้วพี่พูดถึงการรู้เท่าทันระบบ”

“จำได้แม่นเลย”

“เธอต้องรู้เท่าทันคนอื่นเข้าไว้นะ พี่ไม่อยู่กับเธออีกแล้ว ปกป้องเธอไม่ได้ เธอต้องดูแลตัวเองให้มาก รู้จักปกป้องตัวเองให้ดี สัญญากับพี่ก่อนว่าเธอจะไม่เป็นอะไร สัญญากับพี่เธอจะไม่เอาตัวเองไปตกอยู่สถานการณ์แบบนั้นอีกแล้ว เธอห้ามไว้ใจใครง่าย ๆ อย่าคาดหวังว่าจะมีคนมาช่วยเธอ สัญญากับพี่ ยัยตัวเล็ก จนกว่าเราจะได้พบกันอีกครั้ง” เจสซี่เว้นไปพักหนึ่งแล้วสบตากับเธอ “ระหว่างนี้ พี่จะทำทุกอย่างให้เธอกลับมาให้ได้”

อเล็กซิสมองพี่ชายสลับกับพี่สาว จากนั้นพยักหน้า “อื้อ พ่อสอนไม่ให้พวกเราพูดโกหกนี่นา ไม่ให้พวกเราสัญญาพร่ำเพรื่อทั้งที่ทำไม่ได้ แต่ฉันขอสัญญากับพี่ เพราะฉันไม่อยากเจออะไรแบบนั้นอีกแล้ว และก็อยากจะกลับมาเจอทุกคนด้วย”

“เยี่ยม นี่สิ น้องของพี่ต้องแบบนี้”

“ของทุกอย่างครบแล้วล่ะ พวกเราออกไปข้างนอกกันได้แล้ว” ไบรซ์เตือนพลางชำเลืองมองเวลา

เจสซี่กอดเธอแน่น ซ่อนใบหน้าที่กำลังสะอึกสะอื้นไว้ในอ้อมกอด “ไม่เอาน่า ไม่ร้องนะ รู้ไหมว่าฉันต้องกลั้นน้ำตามากขนาดไหน” อเล็กซิสบอก ก้อนน้ำตาจุกอยู่ในคอ เธอคิดว่ามันหมดไปแล้วเสียอีก บางที ถ้าหากเธอร้องไห้อีกรอบ สงสัยครั้งนี้น้ำตาคงออกมาเป็นเลือด

 อ้อมกอดของเจสซี่อบอุ่นและพร้อมที่จะปกป้องน้องของเขาทุกคน เขาก็เหมือนกับไบรซ์ คล้ายกับคุณพ่อคนที่สอง แต่เป็นคุณพ่อที่หัวร้อนและเป็นพี่ชายที่แสนดีมาก “พวกเราต้องการเธอนะ ครอบครัวพวกเราต้องมีเธอ ยัยน้องเล็กของพี่” แล้วเขาก็ปล่อยตัวเธอ “บ้าชิบ ตาเป็นอะไรวะ ถ้าพวกเธอบอกคนอื่นว่าพี่ร้องไห้ พี่จะฆ่าพวกเธอทิ้งทั้งคู่”

อเล็กซิสเช็ดน้ำตาให้พี่ชาย พวกเขาหัวเราะโดยไม่มีสาเหตุ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่ต้องควบคุมไม่ให้เขื่อนน้ำในดวงตาพังทลาย และเธอก็ไม่อยากเห็นใคร โดยเฉพาะแม่ ร้องไห้ออกมาอีก ยัยน้องเล็ก เจสซี่ชอบเรียกเธอแบบนี้ก่อนที่ชาร์ลีจะเข้ามาเป็นน้องเล็กสุดในบ้าน พี่น้องทั้งสามโอบกอดกันเป็นครั้งสุดท้าย เธอไม่เคยเบื่อที่จะกอดพวกเขาเลยสักครั้ง

อเล็กซิสหอมแก้มพี่ทั้งสอง พวกเขาเดินออกมาในที่สุด

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • Undisclosure    ตอนพิเศษ บันทึกของอีฟ จบ

    นายพลเวสลีย์ได้เป็นประธานองค์กรปกครองโลกในเวลาต่อมา มันดูเป็นทางออกที่ทุกคนโล่งใจ พวกเขามองว่าการตายของนิเชลคือกุญแจที่ทำให้โลกมีเสถียรภาพมากขึ้น แต่สำหรับคนที่รักนิเชล พวกเขาสูญเสียเธอไปตลอดกาลเคียนี่เสียใจมากจนมุ่งมั่นทำแต่งาน เขาไม่เคยกลับไปที่กระท่อมในทรุนน่าห์อีกเลย และนายพลเวสลีย์ไม่ได้ให้ผมอยู่ข้างกายตลอดจนชีวิตของท่านผมอยากเจอนิเชลอีกครั้ง ไม่ใช่เพียงภาพที่บันทึกไว้ ด้วยเหตุนี้ผมจึงเลือกไปหาเด็กซ์ด้วยตัวเอง...ผมเลือกด้วยตัวเองเป็นครั้งแรกเด็กซ์ดีใจตอนเห็นผมเดินทางไปหา แต่เขาคาดไม่ถึงว่ามีแค่ผม นิเชลจากไปแล้วตลอดกาล การตายของเธอทำให้เด็กซ์กลับมาซึมเศร้าอีกครั้ง แม้เขาจะมีเพื่อนฝูงมากขึ้น แต่ในโลกนี้ นิเชลคือครอบครัวคนเดียวที่เขามีอยู่ เด็กซ์มองเธอเป็นเพื่อนรักที่ไม่มีคนไหนแทนได้ ผมอยู่กับเด็กซ์จนผมของเขาเป็นสีขาวและสิ้นใจในอีกยี่สิบห้าปีต่อมา และใช่ เด็กซ์เตอร์ ไวท์ไม่เคยมีโอกาสได้กลับบ้านอย่างแท้จริง เช่นเดียวกับที่ผมไม่สามารถหาทางกลับไปเจอนิเชลได้อีกหากสามารถเดินทางข้ามเวลาได้อย่างที่เด็กซ์เคยทำ บางทีผมควรเตือนให้นิเชลตรวจสอบระบบให้ถี่ถ้วนกว่

  • Undisclosure    ตอนพิเศษ บันทึกของอีฟ 3

    การท่องเที่ยวครั้งแรกบนโลกใบนี้ของเด็กซ์ช่างน่าตื่นเต้นจนเสียวไส้ (เขาบรรยายความรู้สึกแบบนี้กับผมในภายหลัง รวมทั้งมีประโยคที่บอกว่า เกือบฉี่ราด) เพราะนิเชลพาเขาบินข้ามทวีปไปยังเมืองแห่งหนึ่ง ยังไม่เคยมีใครมาจุดนี้ และเพราะเหตุนี้จึงยังมีผู้ติดเชื้อหลงเหลือนั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นเด็กซ์กลัวความตายหลังจากที่เขาพยายามจะพบมันอยู่สามครั้ง“เราต้องรีบขึ้นยานด่วน” นิเชลตะโกนบอกให้ผมพาเด็กซ์ขึ้นไปขณะที่ตัวเธอยิงสกัดกลุ่มผู้ติดเชื้อ แต่ชายหนุ่มลังเลที่จะทิ้งผู้หญิงคนเดียว กระนั้นเท่าที่ผมประเมินสถานการณ์ตรงหน้า เด็กซ์น่าเป็นห่วงเพราะเขาไม่มีอาวุธแต่อยู่ใกล้ประตูที่สุด ขณะที่นิเชลถูกฝึกมาพร้อม อย่างน้อยเธอรอบคอบพอให้ตัวเองและเด็กซ์สวมชุดป้องกันครบเซตแต่แรก แต่กำลังจะถูกล้อม“อีฟ!” เธอตะโกนอีกครั้งทันใดนั้นผมเห็นผู้ติดเชื้อกลุ่มใหญ่วิ่งพุ่งตรงเข้ามาอย่างรวดเร็ว โอกาสที่นิเชลจะวิ่งกลับมาทันมีเพียงยี่สิบเก้าเปอร์เซ็นต์ ด้วยเหตุนี้อาวุธบนมือของผมทำงานทันทีแผ่นเหล็กเปิดลำกล้องปืนยิงสกัดเปิดโอกาสให้นิเชลวิ่งหนีจนค่ารอดชีวิตขึ้นเป็นร้

  • Undisclosure    ตอนพิเศษ บันทึกของอีฟ 2

    “แค่สองปี สองปีเท่านั้น!” เด็กซ์ นักบินอวกาศที่เพิ่งมาถึงโลกพบกับความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ เมื่อเขาเข้าใจว่าประจำการอยู่บนสถานีอวกาศบนดาวอังคารเพียงสองปี และจะเดินทางกลับบ้าน บัดนี้เขานั่งอยู่ในห้องกระจกเพื่อรอผลตรวจร่างกาย แต่ไม่ได้รออย่างเดียว เขาพูด ร้องไห้ และเดินไปมา นิเชลกับผมยืนกอดอกมองเขาอยู่แบบนั้นความแตกต่างระหว่างผมกับนิเชลคือเธอมีสีหน้าเห็นใจและประหลาดใจ ขณะที่ผมแสดงสีหน้าไม่ได้ อันที่จริงคือผมไม่ได้รู้สึกอะไรนอกจากใคร่รู้นับเป็นความรู้สึกหรือไม่นะ“นี่มันบ้าไปแล้ว” เด็กซ์ยังคงพูดใส่กำแพง หรืออาจจะพูดกับตัวเอง เขาพึมพำแบบนี้ไปมา หากข้อมูลที่เด็กซ์กล่าวเป็นจริง นั่นแปลว่าเขาใช้เวลาทำภารกิจยาวนานถึง 257 ปี ซึ่งนับว่ายาวนานเกินไปสำหรับอายุขัยของมนุษย์ ทว่าการปรากฏตัวของเขาทำให้นักวิทยาศาสตร์ที่นี่ตื่นตัว พวกเขาหยุดค้นคว้าเรื่องกาลเวลาและจักรวาลมาสักพักเพื่อฟื้นฟูสภาพของโลกให้มนุษย์อยู่ได้ และดำรงเผ่าพันธุ์ต่อไป นี่เป็นครั้งแรกที่หัวข้อนี้ได้รับความสนใจอีกครั้งอีกเรื่องหนึ่งคือ ความลับของจักรวาล นอกจากเด็กซ์จะอ้างตัวว

  • Undisclosure    ตอนพิเศษ บันทึกของอีฟ 1

    ครั้งแรกที่ผมได้ลืมตาดูโลกใบนี้คือวันที่ 25 ธันวาคม ปี 2302 สิ่งแรกที่ผมเห็นคือมนุษย์เพศเมียผู้มีดวงตาสีน้ำตาลกลมโต เธอมีใบหน้าประมาณฝ่ามือของผม คิ้วสีน้ำตาลเข้มเหมือนสีผมหยักศก และเมื่อผมยืนขึ้นก็พบว่าความสูงของพวกเราเท่ากัน“ยินดีที่ได้รู้จักครับ” ผมยื่นมือเพราะรู้ว่านี่คือการทักทายตามมารยาทที่ดี และผมก็ทราบด้วยว่าที่เข้าใจในทันทีเป็นเพราะผู้หญิงตรงหน้าได้ป้อนข้อมูลไว้ในหัว “นิเชล”เธอยิ้มกว้างจนนัยน์ตาหยี แต่ไม่ได้จับมือผม เธอเลือกที่จะกอดแทน การกอดของมนุษย์ครั้งนี้ทำให้ผมทราบว่าเธอยินดีมากที่ได้เจอผม ไม่สิ ที่สร้างผมได้สำเร็จ“อีฟ”นั่นคือชื่อของผม อีฟ หากอิงจากข้อมูลในหน่วยความทรงจำที่เธอป้อนไว้ก่อนผมจะเสร็จสมบูรณ์ นิเชลต้องการสร้างผมเพื่อเป็นตัวแทนเพื่อนสนิทในวัยเด็กของเธออีฟ คอร์บิน ผมเห็นใบหน้าของเขาแล้ว รูปถ่ายของเขาบันทึกไว้ในสมองประดิษฐ์นี้ เขามีใบหน้าตอบและสวมแว่นกรอบดำ ผมสีทองยุ่งและค่อนข้างผอม นิเชลขอร้องให้พ่อพาครอบครัวของอีฟเข้ามาในศูนย์หลบภัย เนื่องจากในเวลานั้นอารยธรรมโลกใกล้ล่มสลาย หายนะที่เกิ

  • Undisclosure    บทส่งท้าย จบ

    ภายในห้องเงียบ แม้แต่สองแฝดยังหันมาปิดปากกันและกัน สายตามองพวกผู้ใหญ่อย่างสงสัย อเล็กซิสเพียงกอดอกนิ่ง“ถือว่าอายุไม่ยืนนักสำหรับคนที่นั่น” เจสซี่ว่า “แต่คนตายแล้ว เราจะไม่อะไรก็แล้วกัน”“เรื่องผ่านมาแล้วด้วย” อเล็กซิสเสริม“ใช่ ๆ”“จะว่าไปเราเตรียมแชมเปญไว้เยอะเลยที่รัก” อเล็กซ์บอก “เอาสักขวดดีไหม”“ดีสิ!” เธอเห็นด้วย และทุกคนต่างปรบมือว่าเป็นความคิดที่ไม่เลวเลยสักพักเสียงพูดคุยก็ดังขึ้นเหมือนเดิม บรรยากาศกลับมาเฮฮาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หรืออาจจะสนุกกว่าเดิมหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ ระหว่างที่สามีของเธอลงไปชั้นใต้ดิน อเล็กซิสเห็นเจสซี่ลุกขึ้นจึงชวนเขาไปช่วยยกขนมในห้องครัวออกมาพี่ชายเริ่มคุยเรื่องงานของเขากับโวลคอฟ แม้ไม่ได้ใช้นามสกุลโวลคอฟ แต่เขาเหมือนเป็นญาติสนิทกับทางนั้นไปแล้ว เมื่อเธอกับอเล็กซ์มาอยู่ที่ลูม งานสิทธิมนุษยชนที่เขาทำอยู่ดึงให้ต้องไปเกี่ยวพันกับโวลคอฟที่สนใจจับกิจกรรมเพื่อสังคมด้านนี้เช่นกัน และเป็นนิโคไล น้องชายของอเล็กซ์ที่ทุ่มให

  • Undisclosure    บทส่งท้าย 4

    “เวนดี้ที่รัก น้องชายหนูหลับอยู่น้า” คาเลบบอกหลานสาวเสียงอบอุ่น“ดอมนี่ขี้เซา!” พูดแล้วเวนดี้ก็ตบก้นน้องดังป๊าบ เจ้าโดมินิกวัยสามขวบลืมตาทันที แต่ไม่ได้ร้องไห้จ้าเพียงแต่งอแงยุกยิกบนตัวปู่“โอ๋ ๆ” คาเลบเขย่าตัวปลอบใหญ่ แต่สุดท้ายโดมินิกก็หัวเราะแล้วยืดแขนขาไปมา พอเห็นหน้าอเล็กซิสก็เรียก “มัมมัม”เธอยิ้มให้ลูกชายแล้วทำสัญญาณมือให้พ่อจัดการก่อน คาเลบพยักหน้ารับ“เวนดี้มานี่!” อเล็กซ์เอ่ยเสียงดุแต่หน้ายิ้ม เด็กหญิงวิ่งไปหาพ่อโดยไม่เกร็งกลัว ส่วนวิวิก้าในอ้อมกอดเอโลดี้ก็ดิ้นจะมาหาอเล็กซิส เพื่อนเธอเลยจับอุ้มแล้วส่งให้เลยด้วยความสุภาพบุรุษในบ้านเธอไม่มีใครรับมือกับหน้าที่โฮสต์ได้ดีเท่า อเล็กซิสจึงส่งวิวิก้าให้อเล็กซ์ที่ยังไล่จับเวนเดอร์ลินไมเคิลตบไหล่เธอแล้วทักทายเจสซี่กับอาคุสะที่นั่งหัวเราะเพราะในบ้านเริ่มป่วน เธอสังเกตว่าทุกครั้งที่น้องชายฝาแฝดเจอพี่ชายบุญธรรม พวกเขาจะสบตากันแวบหนึ่งแล้วปรับสีหน้าปกติ เป็นเช่นนี้มาสามสิบปี แม้เจสซี่กลับไปคบกับแฟนเก่าและรัก ๆ เลิก ๆ มาตลอด แถมยังสร้า

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status