Mag-log in“อ้าวยัยตากลับมาแล้วเหรอจ๊ะ” คุณหญิงชญาดาเอ่ยถามคุณหญิงชลิตาด้วยรอยยิ้มอย่างอารมณ์ดี
“ค่ะ วันนี้...ดูคุณพี่จะอารมณ์ดีเป็นพิเศษนะคะ ดูไม่เหมือน...คนที่ผ่านการจะฆ่าตัวตายมาเลย เห็นสุกบอกว่าคุณพี่จะฆ่าตัวตาย” คุณหญิงชลิตาเอ่ยพูดด้วยความรู้สึกงงๆกับท่าทีของพี่สาว ‘หรือว่าคุณพี่จะแอคติ้ง ทำการแสดงเพื่อให้ตาฟินยอมตามแล้วก็หายเศร้า’ คุณหญิงชลิตาคิดในใจพลางหรี่ตามองหน้าพี่สาวของเธออย่างจับผิด
“ใครเขาจะฆ่าตัวตาย นี่ ยัยตา พี่ก็แค่แกล้งแสดงขู่ตาฟินไปอย่างงั้นแหละ แล้วมันก็ได้ผล ตาฟินเลิกเศร้าเสียใจแล้วก็ยอมเชื่อฟังพี่ จะไปเรียนต่อเมืองนอกแถมยังลงมาทานข้าวแล้วด้วย รู้อย่างงี้พี่ทำแบบนี้ตั้งนานแล้ว”
“ว่าแล้วว่าแอคติ้งการแสดง เฮ้อ...” ‘เธอรู้จักพี่สาวของเธอดีเพราะคนอย่างพี่สาวเธอไม่มีทางฆ่าตัวตายจริงๆหรอก แต่ถ้าหลานชายของเธอเลิกเศร้าเสียใจได้ก็ดีแล้ว’ คุณหญิงชลิตาคิดในใจ
“หึ คุณพี่นี่ร้ายกาจดีจริงๆเลยนะคะ ทำได้ทุกอย่างจริงๆ”
“พี่ถือว่าเป็นคำชม เออ แล้วนี่ทานอะไรมาหรือยัง” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดด้วยรอยยิ้ม
“ทานมาแล้วค่ะ งั้นตาขอตัวไปพักก่อนนะคะ เหนื่อยมากประชุมมาทั้งวัน”
“จ้า”
“แล้วคุณพี่ก็แอ๊บไว้ดีๆนะคะ เดี๋ยวจะโป๊ะจนตาฟินจับได้ ถ้าตาฟินจับได้ขึ้นมาคุณพี่จะแย่เอา” ‘เธอรู้จักหลานชายของเธอดี ถ้ารู้ว่าแม่ของตัวเองทำแบบนี้คงจะโกรธมากแล้วก็คงจะย้ายหนีออกจากบ้านแน่ๆ’ คุณหญิงชลิตาคิดในใจ
“จ้า ตาฟินไม่มีทางรู้หรอก ถ้าเธอไม่บอก ไปๆพี่ไม่อยากคุยกับเธอแล้วกำลังอารมณ์ดีเดี๋ยวพี่จะอารมณ์เสียเปล่าๆ”
“ค่ะ ตาไม่บอกหรอก ไม่อยากให้บ้านแตก”
“ดีจ๊ะ”
คุณหญิงชลิตามองหน้าพี่สาวอย่างเอือมระอา ‘แต่...ถึงเธอจะแอบหมั่นไส้พี่สาวของเธอยังไง แต่เธอก็รักและเคารพพี่สาวของเธอมากเพราะคุณพี่ก็เป็นพี่สาวที่ดีคอยดูแลและช่วยเหลือเธอทุกอย่างตั้งแต่เด็ก เราเป็นพี่น้องที่รักกันมาก ถึงเธอจะไม่เห็นด้วยกับหลายๆอย่างที่พี่สาวของเธอทำแต่เธอก็คงไม่บอกหลานชายของเธอหรอกเพราะไม่อยากให้ทะเลาะกันจนบ้านแตกแล้วก็เห็นว่าเป็นเรื่องของแม่กับลูก’ คุณหญิงชลิตาคิดในใจก่อนที่จะเดินต่อไปยังห้องพักของตัวเอง
ส่วนคุณหญิงชญาดาเมื่อหยิบกระเป๋าเสร็จแล้วก็เดินขึ้นไปพักที่ห้องพักของตัวเองเช่นกัน ‘เธอบอกแล้วว่าวันนี้...เรื่องลูกชายของเธอจะต้องจบลง ลูกชายของเธอต้องกลับมาเป็นผู้เป็นคนเหมือนเดิม แล้วเธอก็ทำสำเร็จ ถ้ารู้ว่าทำแบบนี้แล้วลูกชายของเธอจะกลับมาอยู่ในร่องในรอยที่ควรจะเป็นตั้งแต่แรกเธอคงทำแบบนี้ไปนานแล้ว หึ’ คุณหญิงชญาดาคิดในใจพลางยกยิ้มมุมปากอย่างอารมณ์ดีระหว่างที่เดินกลับไปยังห้องพักของตัวเอง
วันต่อมา
คุณหญิงชญาดามาทำงานตามปกติที่โรงพยาบาลแล้วบังเอิญเจอเข้ากับดอกแก้วที่มาเยี่ยมแม่ของเธอแต่เช้าตามปกติก่อนที่เธอจะไปทำงานประจำ ทั้งสองคนบังเอิญเจอกันที่ลานจอดรถของโรงพยาบาลในขณะที่คุณหญิงชลิตาที่มาพร้อมกันกับคุณหญิงชญาดาก็ขอแยกตัวไปทำงานก่อน
“สวัสดีค่ะ” ดอกแก้วเอ่ยพูดพลางยกมือไหว้ทั้งสองคนในขณะที่คุณหญิงชลิตารับไหว้ดอกแก้วด้วยรอยยิ้มก่อนที่จะขอแยกตัวแล้วเดินออกไปเพื่อไปทำงานก่อนเพราะเธอมีนัดพูดคุยกับผู้จัดการฝ่าย ในขณะที่คุณหญิงชญาดาก็ยืนมองดอกแก้วด้วยรอยยิ้มเหยียดก่อนที่จะพูดทักทายกลับไปอย่างอารมณ์ดี
“หวัดดี มาเยี่ยมแม่เธอเหรอ ฉันได้ข่าวว่าแม่ของเธออาการดีขึ้นแล้วนี่”
“ค่ะ”
“ไม่คิดจะขอบคุณฉันหน่อยเหรอ ฉันอุตส่าห์ช่วยแม่ของเธอนะ”
“ค่ะ ขอบคุณค่ะ” ดอกแก้วเอ่ยตอบกลับไป ‘จริงๆเธอก็ไม่ได้อยากขอบคุณคุณหญิงชญาดาหรอกเพราะก็รู้ว่าคุณหญิงชญาดาไม่ได้ช่วยแม่ของเธอฟรีๆแต่เธอไม่อยากมีปัญหาไม่อยากต่อปากต่อคำเพราะกลัวว่าจะกระทบกับการรักษาแม่ของเธอ ตอนนี้แม่ของเธอก็อาการดีขึ้นมากแล้ว แม่ตื่นลืมตาขึ้นแต่ก็ยังไม่สามารถลุกขึ้นมาได้เพราะยังไม่ฟื้นตัวดี ส่วนเรื่องฟินถึงเธอจะคิดถึงเขาอยู่บ้างแต่ตอนนี้เธอก็ทำใจได้มากขึ้นมากแล้ว ตอนนี้เธอก็ได้งานประจำทำมาสักระยะหนึ่งแล้วบวกกับการที่ต้องดูแลแม่ ต้องหาเงินมาไว้เป็นค่าใช้จ่ายภายในบ้านมันจึงทำให้เธอไม่มีเวลามานั่งร้องไห้เสียใจเรื่องฟินทั้งๆที่เธอก็รู้สึกเจ็บปวดมากที่ต้องมาเลิกรากับเขาแบบนี้ ไม่รู้ว่าป่านนี้ฟินจะเป็นยังไงบ้าง ครั้งสุดท้ายที่เธอเจอเขาตอนที่เธอบอกเลิกเขาแล้วก็ตอนที่เธอเห็นเขามาหาเธอที่บ้าน เขาดูเสียใจมากเหมือนกัน แล้วตอนนี้เขาจะเป็นยังไงนะ เธออยากรู้จัง’ดอกแก้วคิดในใจ
“พูดง่ายดีนี่ งั้นฉันขอตัว” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดแล้วกำลังจะเดินออกไป
“เดี๋ยวค่ะ คือ..ฟิน ฟินเขาเป็นยังไงบ้างคะ”
“ทำไม! ถามทำไม อยากจะรีเทิร์นกับลูกชายฉันหรือไง อย่าแม้แต่จะคิดเลยนะ หรือเธออยากจะลองดี”
“ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่ หนูไม่มีทางผิดสัญญาแน่นอนค่ะ แต่หนูแค่อยากรู้ว่าเขาเป็นยังไงบ้าง”
“ทำไม คิดว่าตาฟินจะยังอาลัยอาวรณ์เธออยู่หรือไง อย่าสำคัญตัวผิด ลูกชายฉันสบายดี กินอิ่มนอนหลับแล้วตอนนี้ลูกชายของฉันก็กำลังจะไปเรียนต่อต่างประเทศแล้ว ไม่มีเวลามานั่งเสียใจให้กับผู้หญิงบ้านๆอย่างเธอหรอก” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดออกไปทั้งๆที่รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองพูดมันไม่จริงเลยสักนิด ‘เธอรู้ว่าลูกชายของเธอเสียใจให้แม่ดอกแก้วคนนี้มากมายขนาดไหน แต่เธอไม่อยากจะพูดให้แม่นี่ได้ใจ’ คุณหญิงชญาดาคิดในใจ
“ค่ะ แค่รู้ว่าฟินสบายดีหนูก็ดีใจแล้วค่ะ” ดอกแก้วเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือพลางน้ำตาคลอ
“ดี ฉันย้ำนะว่า อย่าติดต่ออย่ามายุ่งหายสาบสูญไปจากชีวิตลูกชายของฉันซะ อย่าคิดลองดี ไม่งั้นฉันจะจัดการกับเธอขั้นเด็ดขาด ฉันขอตัว” คุณหญิงชญาดาพูดจบเธอก็เดินออกไปทันที
ในขณะที่ดอกแก้ว เธอใช้มือปาดน้ำตาบนใบหน้าที่ไหลออกมาพลางเอ่ยพูดตัดพ้อ
“ฟินสบายดี ก็ดีแล้ว...ดีแล้ว ถึงตอนที่เราบอกเลิกเขา เขาจะดูเสียใจมาก แต่ตอนนี้เวลามันก็ผ่านมานานแล้ว ชีวิตทุกคนก็ต้องเดินหน้าต่อไป มันต้องเป็นแบบนี้แหละ” ดอกแก้วเอ่ยพูดตัดพ้อออกมาแล้วปาดเช็ดน้ำตาบนใบหน้าทิ้งอีกครั้งแล้วนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
‘เธอต้องโทรไปบอกแตงกวาเรื่องที่ฟินจะไปเรียนต่อต่างประเทศ ต้นจะได้ไม่ต้องกังวลใจว่าจะเจอฟินที่มหาวิทยาลัยแล้วจะมีเรื่องกัน’ ดอกแก้วคิดในใจพลางหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วโทรออกไปหาแตงกวาแต่แตงกวาไม่รับสายเธอจึงส่งข้อความไปแทน
‘แตงกวา ไม่ต้องห่วงนะว่าต้นจะเจอฟินที่มหาวิทยาลัยแล้วฟินจะมาหาเรื่องหรือมีปัญหากัน ฉันเจอแม่ฟินแม่เขาบอกว่าฟินจะไปเรียนต่อต่างประเทศแล้ว ฝากบอกต้นด้วยให้สบายใจได้’
ดอกแก้วส่งข้อความไปหาแตงกวา ในขณะที่แตงกวาที่เพิ่งจะตื่นนอนหลังจากได้ยินเสียงข้อความทางไลน์จึงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูแล้วจึงเห็นว่าเป็นข้อความจากดอกแก้ว เธอจึงตอบกลับไป
“อืม ผมเข้าใจแล้ว แต่ต่อไปนี้ถ้ามีอะไรแก้วต้องบอกผมก่อนนะ อย่าคิดเองคนเดียวหรือแก้ปัญหาเองคนเดียว แก้วมีผมนะ มีอะไรเราจะช่วยกันแก้ปัญหา...อย่าทิ้งกันไปอีก”“อือค่ะ...แต่ว่า...มันก็ขึ้นอยู่กับแม่ของคุณด้วยถ้าแม่ของคุณไม่ยอมให้ฉันอยู่กับคุณ.....”“ไม่ แก้ว อย่าคิดมากแบบนั้น เอาเป็นว่าพรุ่งนี้ผมจะกลับไปที่บ้านไปคุยกับแม่ของผม”“แล้วแม่ของคุณจะยอมใช่ไหมคะ” ดอกแก้วเอ่ยพูดออกไปด้วยความรู้สึกกังวล ‘สำหรับเธอคุณหญิงชลิตาน้าของฟินไม่เท่าไร คุณหญิงชลิตาดูใจดีดูไม่ได้มีท่าทีที่จะไม่ชอบหรือว่ารังเกียจเธอตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน แต่...คุณหญิงชญาดาแม่ของฟินนี่สิ...เฮ้อ....’ ดอกแก้วคิดในใจ“ยังไงก็ต้องยอม เชื่อผม” ฟินเอ่ยพูดกับดอกแก้วที่อยู่ในอ้อมกอดของเขาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ‘จริงๆเขาก็ไม่แน่ใจหรอกว่าแม่ของเขาจะยอมไหม....แต่ถึงไม่ยอมเขาก็ไม่สน’ ฟินคิดในใจ“เรามาคุยเรื่องของเรากันดีกว่า ผมอยากให้แก้วกลับมาเรียกผมว่าฟินแล้วก็แทนตัวเองว่าแก้วเหมือนที่เคยเรียก เรียกผมว่าคุณมันดูห่างเหินยังไงก็ไม่รู้ ได้ไหม”“ก็..ค่ะ ฟิน”“อืม” ฟินก้มลงไปจูบหน้าผากของดอกแก้ว“แล้วแก้วอยากได้ลูกสาวหรือว่าลูกชายเหรอ”“ลูก
“จริงๆฉันทำเองก็ได้นะคะ งานบ้านน่ะ”“ได้ไงล่ะ แก้วเพิ่งเป็นลมแล้วก็ไม่สบายอยู่ แล้วที่สำคัญแก้วก็กำลังท้องอยู่ด้วย”“ฉันดีขึ้นแล้วค่ะ คนท้องไม่ใช่คนป่วยขนาดนั้นหรอกนะคะ ยังพอทำอะไรได้ก็ควรทำเป็นการออกกำลังไปในตัวด้วย”“จ้า ผมไม่เถียงกับแก้วแล้ว แต่...แก้ว...แก้วไปอยู่กับผมที่บ้านผมเถอะนะ เรามาเริ่มต้นใหม่ด้วยกันนะ ไหนๆแก้วก็ท้องแล้ว นะ” ฟินเอ่ยพูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจังพลางกุมมือของดอกแก้วเอาไว้“คือ...คือเรื่องแม่คุณ...แม่คุณคงไม่ยอมหรอกค่ะ ฉันไม่อยากมีปัญหา แล้วจริงๆ ถ้าแม่คุณไม่ยอม...คุณ...คุณก็รับผิดชอบแค่ลูกก็ได้ค่ะ” ‘เธอกลัวว่าแม่ของเขาซึ่งไม่ชอบเธอจะมาตามรังควานเธอแล้วฟินจะต้องมีปัญหากับแม่และครอบครัวของเขา เธอไม่อยากให้เขามีปัญหากับที่บ้าน ถึงเธอจะรักเขามากแค่ไหนแต่เธอก็ยังกังวลเรื่องแม่ของเขาอยู่ดี เธอ..เธอไม่กล้ากลับไปคบหาหรืออยู่กับเขาหรอก...เธอกลัวว่าจะมีปัญหาจากแม่ของเขาตามมา แล้วเขาบอกว่าจะยกเลิกสัญญากู้เงินหกเดือนนั่นให้เธอ เธอก็คงจะไปเก็บเสื้อผ้าจากบ้านของเขาแล้วกลับมาอยู่ที่บ้านของตัวเอง คิดแล้วก็ใจหาย จริงๆเธอเองก็...ก็อยาก...อยากอยู่กับเขา’ ดอกแก้วคิดในใจพลางน้ำตาคลอแ
“อย่างที่บอก ตอนนี้คนไข้ตั้งครรภ์ได้สี่สัปดาห์แล้ว ขั้นตอนต่อไปก็ฝากครรภ์ เดี๋ยวหมอจะจัดยาสำหรับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ให้นะคะ รับยาแล้วกลับบ้านได้เลย ไม่มีอะไรแล้วหมอขอตัวก่อนนะคะ ยินดีด้วยอีกครั้งนะคะ” หมอพูดจบแล้วก็เดินออกไป“งั้นเราไปรับยาแล้วกลับบ้านกันแก้ว” ฟินเอ่ยพูดกับดอกแก้วด้วยรอยยิ้ม“ฉัน..ฉันกลับเองก็ได้ค่ะ คุณกลับไปเถอะฉันรบกวนคุณมามากแล้ว”“ได้ไงล่ะแก้ว แก้วกำลังท้องอยู่นะ ไปกลับบ้านกัน” ฟินเอ่ยพูดด้วยรอยยิ้มอย่างอารมณ์ดีก่อนที่เขาจะประคองกอดดอกแก้วให้ลุกขึ้นแล้วเดินออกมาฟินพาดอกแก้วไปรับยาตามที่หมอบอกพร้อมกับจ่ายค่ารักษาพยาบาลก่อนที่เขาจะพาเธอมาที่รถแล้วขับรถออกไปมุ่งหน้ากลับไปยังที่บ้านของเธอ....ระหว่างทางที่อยู่บนรถดอกแก้วก็แอบมองฟินอยู่เป็นระยะๆ ‘เธอไม่รู้ว่าเธอจะเริ่มพูดกับเขายังไงแต่เธอสังเกตเห็นว่าเขาดูจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษตั้งแต่อยู่ที่โรงพยาบาลจนถึงตอนนี้ที่เขาขับรถอยู่เขาก็ยังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ออกมาไม่หยุด’ ดอกแก้วคิดในใจก่อนที่เธอจะตัดสินใจเอ่ยพูดกับฟิน“เอ่อ...คุณ เรื่องค่ารักษาพยายาบาลค่ายาเมื่อกี้ที่คุณจ่ายไปเดี๋ยวฉันคืนให้นะคะ”“ไม่ต้อง แก้ว แก้วไม่ต้องให้อะไรผมท
กลับมาที่ฟินฟินขับรถกลับมาที่บ้านของดอกแก้วหลังจากที่เขาออกไปซื้ออาหารที่ตลาดและซุปเปอร์มาเก็ตมา ฟินนั่งรอดอกแก้วอยู่ที่โซฟาด้านล่างก่อนที่เขาจะลุกขึ้นมาจัดโต๊ะอาหารในช่วงเย็น...ตอนนี้ฟินกำลังตั้งโต๊ะอาหารจัดโต๊ะและจัดอาหารใส่จาน เขาเห็นโต๊ะอาหารเล็กๆสำหรับนั่งสองคนที่ตั้งอยู่ข้างๆครัวเล็กๆเขาจึงลากโต๊ะออกมาตั้งไว้กลางบ้านเพื่อจัดโต๊ะและจัดอาหารใส่จานไว้รอรับประทานอาหารกับดอกแก้ว ฟินจัดโต๊ะอาหารเสร็จแล้วเขามองขึ้นไปที่บันไดข้างบน‘เมื่อไรเธอจะตื่นแล้วลงมานะหรือจะขึ้นไปตามเธอดี เธอบอกว่าจะขึ้นไปนอนพักผ่อนข้างบนตั้งแต่ช่วงบ่ายที่เขามาหาเธอจนถึงตอนนี้หกโมงเย็นแล้ว เธอยังไม่ลงมาเลย’ ฟินคิดในใจด้วยความรู้สึกเป็นห่วงก่อนที่เขาจะตัดสินใจขึ้นไปตามดอกแก้ว เขาก้าวขาไปที่บันไดทางขึ้นหนึ่งก้าวแต่ก็ต้องหยุดชะงักลงเพราะดอกแก้วเดินลงมาพอดี ดอกแก้วเดินลงมาด้วยใบหน้าซีดเซียวเพราะตั้งแต่เช้าเธอยังไม่ได้ทานข้าวเลยเธอทานแค่ขนมปังที่เหลืออยู่ในตู้เย็นกับน้ำเปล่าเท่านั้น ตอนนี้เธอเริ่มรู้สึกหิวและคิดว่าจะลงมาทำไข่เจียวทานเพราะตอนนี้ในตู้เย็นของเธอไม่มีอะไรนอกจากไข่เพราะเธอไม่ได้อยู่ที่บ้าน ส่วนฟินเขาเห็น
ช่วงเย็น 18:00 นาฬิกาที่บ้านอัครโสพลตอนนี้คุณหญิงชลิตากำลังนั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหารเพื่อรอทานอาหารเย็นกับคุณหญิงชญาดาแต่จนถึงตอนนี้คุณหญิงชญาดาก็ยังไม่ลงมาทานอาหารเลยจนคุณหญิงชลิตาคิดว่าจะขึ้นไปตาม“เดี๋ยวฉันมานะสุก ฉันขึ้นไปดูคุณพี่ก่อน” คุณหญิงชลิตาเอ่ยพูดกับป้าสุกที่ยืนรอตักข้าวอยู่กับฟ้าและฝน สาวใช้อีกสองคน“เดี๋ยวสุกให้ฟ้ากับฝนขึ้นไปตามให้ไหมคะ” ป้าสุกเอ่ยพูด“ไม่ต้อง เดี๋ยวฉันไปเอง” คุณหญิงชลิตาเอ่ยพูดพลางลุกขึ้นยืนแล้วเดินขึ้นไปข้างบน ‘เพราะคุณพี่ขอตัวอยู่คนเดียวแล้วก็สั่งว่าห้ามให้ใครรบกวน เธอจึงต้องขึ้นไปตามเองเพราะกลัวว่าคุณพี่จะต่อว่าสาวใช้ หลังจากที่เราสองคนกลับมาจากบ้านของฟินก็ต้องเข้าไปดูงานที่โรงพยาบาลต่อเพราะเป็นงานด่วนที่ทางผู้อำนวยการโรงพยาบาลติดต่อมาว่ามีเอกสารเร่งด่วนที่ต้องเซ็น...เมื่อเสร็จจากงานที่โรงพยาบาลแล้วก็กลับมาที่บ้านในช่วงบ่าย แล้วคุณพี่ก็ขอตัวอยู่คนเดียวบนห้องจนถึงตอนนี้’ คุณหญิงชลิตาคิดในใจพลางเดินขึ้นไปข้างบนมุ่งหน้าไปยังห้องพักของคุณหญิงชญาดาในขณะเดียวกันภายในห้องพักของคุณหญิงชญาดา คุณหญิงชญาดาที่ตอนนี้เธอนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานภายในห้องพักหลังจากที่เธ
“ไป...เข้าบ้านกัน” ฟินเอ่ยพูดกับดอกแก้วพลางถือวิสาสะจับจูงมือของเธอแล้วเดินเข้าไปในบ้าน“นี่คุณ...” ดอกแก้วเอ่ยพูดได้แค่นั้นก่อนที่เธอจะเดินตามฟินที่จับจูงมือของเธอเข้าไปในบ้านฟินจูงมือของดอกแก้วมานั่งลงที่โซฟาตัวยาวในห้องรับแขกแล้วนั่งลงข้างๆเธอพลางเอ่ยถามเธอขึ้น“แก้วเป็นยังไงบ้าง”“ก็...ก็โอเคค่ะ แล้วนี่คุณ...คุณมาทำไมคะ” ดอกแก้วเอ่ยถามออกไปพลางก้มหน้าลงอย่างทำตัวไม่ถูก“แก้ว ผม...ผมขอโทษ”“คะ? นี่...คุณขอโทษฉันเหรอ” ‘นี่เขาขอโทษเธอเหรอ ขอโทษเรื่องอะไรล่ะ’ ดอกแก้วคิดในใจ“ใช่ ผมขอโทษแก้ว ผมขอโทษที่ผมทำไม่ดีพูดจาไม่ดีกับแก้วในช่วงที่ผ่านมา ผม...ผมไม่ได้ตั้งใจ ผมไม่รู้จริงๆว่าเรื่องมันจะเป็นแบบนี้ แก้ว...แก้วไม่ได้นอกใจผม ผมรู้เรื่องทุกอย่างทั้งหมดอย่างละเอียดแล้ว ผมขอโทษนะแก้ว” ฟินเอ่ยพูดออกไปด้วยความรู้สึกผิดพลางเอื้อมมือไปจับมือของดอกแก้วมากอบกุมไว้“เอ่อ...คือ จริงๆคุณไม่ต้องขอโทษฉันก็ได้ค่ะ ฉันรู้ว่าคุณไม่ได้ตั้งใจเพราะว่าคุณไม่รู้....ฉันเองก็มีส่วนผิดที่ทำให้คุณเข้าใจผิดเองด้วย”“ไม่แก้ว ถ้าจะมีใครผิดก็เพราะความใจร้ายของแม่ผม แก้วไม่ได้ผิดอะไร งั้น...เรา...เรามาเริ่มต้นกันใหม่







