Mag-log inช่วงเวลาประมาณเกือบ 20:00 น รถสปอร์ตสุดหรูขับออกไปที่คอนโด ไม่นานก็มาจอดที่หน้าคอนโดราคาประหยัดที่ใครหลายคนชอบกัน มินนี่เธอพักอาศัยอยู่ที่นี่
เสียงเครื่องยนต์ของรถสปอร์ตสีดำเงาวับดังขึ้นเบา ๆ ท่ามกลางแสงไฟหน้าตึก เอสในชุดสูทเรียบเนี้ยบลงจากรถอย่างสง่างาม ขณะสายตากำลังจ้องไปยังหญิงสาวที่กำลังเดินออกมาจากตัวตึก แล้วเธอก็ปรากฏตัว... แสงไฟจากทางเข้าสะท้อนลงบนผิวขาวเนียนละเอียดของหญิงสาวในชุดเดรสสีงาช้าง เธอเดินมาอย่างมั่นใจด้วยส้นสูงเรียวบาง ใบหน้าสวยคมทรงเสน่ห์ ดวงตากลมโตเปล่งประกายเหมือนมีดวงดาวซุกซ่อนอยู่ในนั้น ริมฝีปากระเรื่อคลี่ยิ้มบาง ๆ อย่างไม่ได้ตั้งใจ ทว่าเพียงเท่านั้นก็เพียงพอจะทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว “มองนานขนาดนี้ จะไม่เปิดประตูใหฉันหน่อยเหรอคะ?” เธอเอียงคอถามด้วยน้ำเสียงเจือหยอก กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ของเธอลอยมากระทบจมูกเขาเมื่อเข้าใกล้ เขายิ้ม ราวกับลืมวิธีหายใจไปชั่วขณะ ก่อนจะเดินอ้อมไปเปิดประตูรถให้เธอด้วยความสุภาพ “สวยจนพี่เผลอมองเพลินไปหน่อย” เธอหัวเราะเบา ๆ แล้วก้าวขึ้นรถ ทิ้งกลิ่นหอมและรอยยิ้มละมุนไว้ให้เขาได้เก็บไปฝันต่อขณะบรรจงปิดประตู ในคืนนั้น ดวงจันทร์ยังไม่สว่างเท่าสายตาเขาที่มองเธอเลยแม้แต่นิดเดียว เมื่อเขาเข้ามานั่งฟังคนขับก็หันไปมองเธอที่หน้าแดงและเรือเพราะอากาศร้อนหรือเปล่านะ “ขอบคุณที่ชมค่ะ” เธอไม่พูดเปล่าโน้มตัวไปจุ๊บแก้มเขาเบาๆ ทำเอาหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ แต่คนที่ทำให้มันเป็นแบบนั้นเอาแต่ยิ้มกลบเกลื่อน เอสขับรถออกไปที่ร้านอาหารชื่อดังแห่งหนึ่ง ที่นี่จองยากมากเขาก็ใช้เวลานานพอสมควร ถ้าเศรษฐีระดับเขาคงไม่ยากอะไร แต่ใครจะเชื่อว่าเขาเป็นเศรษฐีล่ะ มาถึงร้านอาหาร สุภาพบุรุษอย่างเขาก็เปิดประตูรถให้เธอทั้งสองเดินเข้าไปในร้านพร้อมกัน มินนี่ควงแขนของเขาเดินเข้าร้าน ทำเอาสายตาจับจ้องมาที่เธอ โดยเฉพาะหนุ่มๆ สายตาทุกคนหยุดอยู่ที่เธอ ทุกการเคลื่อนไหวกลายเป็นจุดสนใจ เอสใช้มือประคองเอวบางของเธอเพื่อประกาศความเป็นเจ้าของเขาไม่อยากให้คนอื่นมองเธออย่างมีความหวัง มินนี่ได้แต่ยิ้มเขินอายไม่มีท่าทีอะไร กลับรู้สึกดี อย่างน้อยก็รู้ว่ารุ่นพี่คนนี้ห่วงเธอมากแค่ไหน ถ้าห่วงในสถานะคนรักก็คงดีสิ “ตามสบายเลยนะวันนี้พี่เลี้ยงเอง” เอสหยิบเมนูอาหารให้เธอเป็นคนสั่งตามใจ “ขอบคุณค่ะ...” มินนี่ยิ้มบางๆให้ก่อนจะหยิบเมนูมาเลือกดู เธอคิดเอาไว้แล้วว่าราคาอาหารคงแพงน่าดูแต่ละรายการหลักหมื่นทั้งนั้น เธอรู้สึกเกรงใจไม่น้อยก็รู้อยู่ว่าเขารวย แต่ก็ยังรู้สึกแบบนั้น “ทำไมล่ะ...ไม่ชอบหรอ” สีหน้าของเธอดูไม่ดีเอาซะเลย เธอไม่ชอบหรือเปล่า เอสไม่แน่ใจ วันนี้เขาอยากเลี้ยงเธอจริง ๆ เมื่อก่อนพาไปแต่ร้านข้างทาง เพราะต้องประหยัดเงินพาผู้หญิงแพศยาคนนั้นไปกินของแพง ๆ คิดแล้วก็รู้สึกว่าตัวเองโง่จริง ๆ “ชอบค่ะแต่มันแพง...” เธอตอบเขาเสียงเบา คิ้วขมวดเข้าหากันเป็นปม เธอไม่กล้าสั่งด้วยซ้ำ เอสยิ้มกว้างเมื่อเห็นสีหน้าของเธอ เธอยังคงเป็นคนเดิมที่คิดถึงเขาตลอด เขาตอนนี้จ่ายได้สบาย เพราะมีระบบ ตอนนี้ยังอัพเดทไม่เสร็จด้วยสิ “พี่จ่ายไหว...เลี้ยงมินนี่ทั้งชีวิตก็ยังได้” มินนี่หน้าแดงแจ๋รีบหันไปหยิบน้ำเปล่ามามาจิบแก้เขินไปพลาง ๆ “หนูกินเยอะนะพี่เลี้ยงไหวหรอ” “ไหวสิ...จะขุนให้อ้วนเลย” ชายหนุ่มตรงหน้าของเธอพูดด้วยรอยยิ้ม ยิ่งทำให้เขาดูดีขึ้น คำหวานพวกนี้ทำให้เธอเขินแทบไม่ไหว พูดแบบนี้จะจีบหรือไงเนี่ย “ขอบคุณค่ะ...อย่าลืมเลี้ยงนะ” เธอเอาเมนูมาบังหน้าไม่กล้าสบตาเขาในตอนนี้ เธอไม่คิดว่าคนที่เธอชอบเมื่อตอนนั้น ทั้งที่เขาไม่สนใจเธอเลยแต่วันนี้กลับมาจีบเธอ ไม่รู้สึกดีก็บ้าแล้ว แต่ว่า...เขาจะมีแค่เธอคนเดียวหรือเปล่า เขาเป็นคนรวยมีตัวเลือกมากมาย จะสนใจผู้หญิงจน ๆ อย่างเธอได้ไง สำหรับเธอแล้วขอแค่ได้อยู่ข้าง ๆ ก็พอ อาหารวันนี้อร่อยมากเป็นครั้งแรกของเขาเหมือนกันที่ได้กินของดีๆ สมราคาจริงๆ มินนี่เองก็ดูมีความสุขเธอยิ้มจนใจละลายหมดแล้ว ริมฝีปากอมชมพูชุ่มฉ่ำยิ่งทำให้เขาแทบจะอดใจไม่ไหว บรรยากาศแสงไฟสลัวกระทบกับแก้มนวลของเธอราวกับว่านี่เป็นโอกาสแสดงความโรแมนติก ‘ฉันคงบ้าไปแล้วแน่ๆ คิดอะไรลามกจริงๆ” เมื่อเห็นเธออิ่มแล้วเขาจึงถามตามมารยาท “อิ่มแล้วใช่ไหม...กลับเลยหรือเปล่า” “จะกลับเลยเหรอคะ?” หมายความว่าไง หรือว่าไม่ควรกลับตอนนี้แบบนี้ก็คิดหนักสิเรา ไม่ค่อยไม่ออกมาทำอะไรแบบนี้ก็เลยไม่รู้ว่าจะไปต่อไหนดี “มีที่อยากไปหรือเปล่าเดี๋ยวพี่พาไป” คำถามนี้ทำเอามินนี่ใจเต้นตึกตัก เธอคิดอะไรไม่ออกนอกเสียจากที่เดียวที่อยากไปกับเขา ‘โรงแรม’ ถ้าเธอตอบแบบนั้นเขาคงคิดว่าตัวเองเป็นคนง่าย ไม่ได้ ๆ “ไปดื่มสักหน่อยไหมคะ มีที่บรรยากาศดี ๆ ดื่มเบา ๆอยู่นะพี่อยากไปหรือเปล่า” “ได้สิ...พี่ตามใจเราอยู่แล้ว” ทำไมหัวใจกำลังพองโตในค่ำคืนนี้กันนะ เธอไม่ใช่แฟนเขาซะหน่อยจะไปรู้สึกดีทำไม คิดอะไรเกินเลยไปแล้วนะเรา มินนี่ตบหน้าตัวเองในใจ เมื่อจ่ายเงินเสร็จทั้งสองก็ออกมาพร้อมกัน รถสปอร์ตสุดหรูวิ่งตรงไปผับแห่งหนึ่งที่นี่บรรยากาศไม่ครึกครื้นเกินไปมีส่วนนั่งเงียบๆจิบไวน์เบาๆ ทั้งสองเข้ามานั่งที่หน้าเคาน์เตอร์บาร์ มินนี่เป็นคนสั่งไวน์ราคาย่อมเยาที่สุดของที่นี่มา พอเอสได้ยินก็ยิ้มออก เธอยังคงประหยัดให้เขาอยู่ “เอาไวน์ที่ดีที่สุดของที่นี่มาเลยครับ” เขาพูดพลางหยิบการ์ดสีดำด้านให้บริกรหนุ่ม พอเห็นบัตรธนาคารของเขา บริการหนุ่มก็รีบนำไวน์ชั้นเลิศมาให้ทั้งสองคน “มาทั้งทีก็ต้องดื่มไวน์ชั้นเยี่ยมสิ...วันนี้ไม่ต้องเกรงใจหรอกนะ...บอกแล้วว่าเลี้ยงได้” “ตามใจพี่เลยค่ะ...” ท่ามกลางแสงไฟสลัวเธอยังคงโดดเด่นในสายตาของหนุ่มๆ ไหนจะแผ่นหลังขาวเนียนที่โชว์ต่อสายตาของทุกคนทำให้เอสรู้สึกหวงเอามากๆ เขาลุกขึ้นถอดชุดสูทตัวนอกออกมาคลุมไหล่ให้เธอ “ขอบคุณค่ะ...พี่เอสโรแมนติกจังเลย” “ไม่เป็นไรพี่ไม่อยากให้คนอื่นมอง” มินนี่หน้าแดงจนจะกลายเป็นพริกสุกไปแล้ว แบบนี้ไม่ให้เธอคิดได้ยังไงว่าเขามีใจ งั้นคืนนี้ก็ต้องมาพิสูจน์กันว่าเขาจะเป็นพี่ของเธอที่จะเป็นสามีในอนาคตกันแน่ บริกรค่อย ๆ รินไวน์ลงในขวดแก้วทรงสูงอย่างพิถีพิถัน ให้ทั้งสองคนได้ชิมเพื่อยืนยันรสชาติของไวน์ขวดนี้ เอสซิมไวน์ตามขั้นตอน รสชาติดีมาก ก่อนจะหันไปถามมินนี่ว่าเธอรู้สึกอย่างไร “รสชาติดีมากค่ะ” บริกรจึงรินให้อีกแก้วเพื่อยืนยันว่ารสชาติไวน์แก้วนี้ไม่ผิดเพี้ยน เมื่อทั้งสองการันตีรสชาติจากแก้วที่สอง บริกรหนุ่มจึงรินให้เยอะกว่าเดิม มินนี่ยกแก้วมาชนพร้อมกับสีหน้าแดงระเรื่อเพราะดื่มไปเยอะ ก่อนจะเอนตัวลงมาพิงไหล่กว้างของเอสที่นั่งข้าง ๆ “เมาแล้วเหรอ...เมื่อก่อนดื่มไม่เก่งใช่ไหม” เธอคงจะเมาถึงทำแบบนี้ เมื่อก่อนเธอก็ดื่มไม่เก่งด้วยสิ แต่ตอนนี้ทำไมสีหน้าแดงระเรื่อ ปากเล็กอมชมพู ดวงตาเป็นประกายแวววับของเธอน่าดึงดูดจริง ๆ “เมาแล้วค่ะ...ไปส่งหน่อย” เสียงอ้อนของเธอทำให้เอาใจเต้นแรง ตอนนี้เขาไม่ปฎิเสธว่าต้องการเธอมาก ยิ่งเห็นหน้าเย้ายวนของเธอยิ่งแทบจะอดใจไม่ไหว “ได้สิ...ไปกันเถอะ” เขาประคองเธอเดินออกไป ทำให้มินนี่เกาะแขนเขาเอาไว้ แขนขวาสัมผัสกับเนื้อนุ่มขนาดเกินมาตรฐานของเธอราวกับว่าเป็นความต้องการของมินนี่เอง พอขึ้นมาบนรถเอสอยากรู้ว่าตอนนี้เธอโสดหรือเปล่า “เธอ...มีแฟนหรือเปล่า” ก่อนอื่นก็ถามให้แน่ใจ “ไม่มีค่ะ...แล้วพี่อยากเป็นแฟนฉันไหม” เธอไม่พูดเปล่าเอาหน้ามาแนบอกเขา นี้คงเป็นสัญญาณใช่ไหม? เอสไม่คิดอีกแล้ว ประคองศีรษะของเธอให้รับริมฝีปากของเขา สัมผัสหวานฉ่ำยากจะถอนออกมา ริมฝีปากของเธอดึงดูดจนเขาไม่สามารถหยุดได้ มินนี่ร้องครางเบา ๆ ในลำคอเพราะรู้สึกดีมาก จูบนี้เธอรอมานาน ทั้งสองผละออกจากกันเมื่อถึงจุดหนึ่ง เมื่อดวงตาประสานก็พอรู้ว่าเธอต้องการอะไร เอสขับรถออกไปที่คอนโดของเธอ พร้อมกับถูกมินนี่ทำให้เสียวจนแทบจะแตกตลอดทาง “รอก่อนเถอะ ถึงห้องเมื่อไหร่พี่จะลงโทษเธอเอง” เอสพูดเสียงแหบพร่า เพราะอารมณ์กำลังได้ที่ “ใครกลัวพี่ อยากทำอะไรก็เอาสิ” “ดูสีหน้ายั่วยวน กับคำพูดท้าทายนั่นสิ ถ้าวันนี้ไม่ให้เธอร้องขอชีวิต อย่าเรียกพี่ว่าลูกผู้ชายเลย”"ตอนนี้บริษัท F&M จบสิ้นแล้ว ไม่สามารถซื้อชิปประมวลผล ก็เหมือนถูกตัดแขนขา""ทำไมต้องไปยั่วโมโหพวกเขาด้วยนะ คิดว่าจะสามารถเอาชนะ FP ได้จริง ๆ เหรอ""วัยรุ่นก็แบบนี้แหละนะ เลือดร้อนไม่มีความอดทน ก็ต้องได้รับบทเรียนราคาแพงหน่อย"กลุ่มของบริษัทชั้นนำทั้งสิบจับกลุ่มคุยกัน พวกเขาทั้งหมดไม่อยากมีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัท F&M แม้แต่นิดเดียว เพราะกลัวจะถูกลูกหลงหลังจากแถลงข่าวออกมา สื่อออนไลน์ต่าง ๆ เล่นข่าวนี้อย่างหนัก เพื่อเน้นย้ำให้ F&M บอบช้ำ และ ทำให้หลายคนที่ใจหายไม่น้อย โดยเฉพาะพนักงาน และ ผู้บริหารระดับสูงพวกเขามีภาระมากกว่าพนักงาน ทั้งผ่อนบ้านผ่อนรถ ส่งลูกไปเรียนเมืองนอก ถ้าหากเกิดเรื่องกับบริษัทพวกเขาจะเป็นด่านแรกของผลกระทบ ก่อนจะลามไปถึงพนักงานตามระดับขั้น"ตอนนี้ยังจะหยิ่งยโสได้ไหม ยังจะกล้าเมินฉันอีกไหม คราวนี้รู้ชะตาตัวเองหรือยัง" ภัทรเดินมาพูดพร้อมสีหน้าระรื่น ข้างกายยังคงมีสาวสวยคอยปรนนิบัติ"ทำไมเหรอ มีอะไรจะพูดอีกหรือเปล่า" เอาทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ว่าเขาจะพูดอะไร"นี่แก...แกล้งทำเป็นไม่เป็นไรสินะ"เอสหยิบแก้วไวน์ขึ้นมาจากโต๊ะ ก่อนจะสูดกลิ่นหอมเบา ๆ ก่อนจะลิ้มรสหวานของไวน์แดงราค
โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมือง ที่ขึ้นชื่อว่าจองยากมากเพราะคิวยาว ทว่าคืนนี้เอสได้รับเชิญจากบริษัท FP เพราะพวกเขาจะแถลงข่าวหลังจากปิดสัญญาซื้อขายครั้งใหญ่ในงานได้เชิญกลุ่มบริษัทชั้นนำ รวมถึงคนในวงการธุรกิจมาเพื่อเป็นสักขีพยานในความสำเร็จ"ขี้เกียจจังเลย ทำไงดี" เอสนั่งลงช้า ๆ"ต้องไปนะคะ หรือจะให้ฉันกับเลขาไปเหรอ"พนิดา พูดพลางถอดชุดคลุมไหล่ออก เผยให้เห็นชุดเดรสกระโปรงยาว แหวกแผ่นหลังเล็กน้อย ทำให้เธอกลายเป็นจุดสนใจแน่นอนเอาลุกขึ้นดึงเอวบางของเธอเข้ามาแนบ ค่อย ๆ ลูบไล้แผ่นหลังบางเรียบเนียน ผิวของเธอนุ่มมาก กลิ่นหอมที่ต้นคอทำให้เอสอดไม่ได้ที่จะสูดดมอย่างถือสิทธิ์"อย่าทำให้ชุดของฉันขาดนะ ห้ามทำรอยด้วย" เธอพูดเสียงอ่อน พร้อมยกยิ้มอย่างพอใจ"ได้...ฉันจะทำเบา ๆ" เอสพูดเสียงแหบพร่า หัวใจของเขาเต้นระรัว เธอทำให้เลือดในกายของเขาเดือดพล่านจนถึงขีดสุด30 นาทีผ่านไป"ทำไมช้าจัง เปลี่ยนชุดด้วยเหรอคะ"แคทนั่งรอข้างล่างได้แต่สงสัย เธอต้องออกไปทำธุระไม่ถึงสิบนาที พอมาถึงยังต้องนั่งรอพวกเขา จนเธอสังเกตเห็นแก้มแดงระเรื่อของพนิดา ถึงเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด"อย่าบอกนะว่าจัดหนัก อิจฉาจัง" เธอเข้ามาพูดใกล
เขาไม่เคยคิดว่าจะสามารถสร้างบุญคุณกับคิมได้ขนาดนี้ หลังจากที่สามีของเธอใช้ยาของเขา และฟื้นขึ้นมาได้ เอสก็กลายเป็นผู้มีพระคุณของพวกเขาแต่ทว่าสิ่งที่ไม่คาดคิดยิ่งกว่าก็มาถึง เสียงหวานคุ้นหูดังมาจากข้างหลัง ในระหว่างที่เข้ามาดูสามีของเธอ เอสค่อยหันไปตามเสียงที่คุ้นเคยนั้น"นะ...นาย""ผิง...?"เขาพูดไม่ออกเมื่อเห็นเธอตอนนี้ ไม่ใช่เรื่องที่เธอสวยขึ้นหรอก แต่เธอเป็นลูกสาวของคิม คนที่มีอำนาจเหนือกว่าเขา และแม้แต่ผู้บัญชาการทหารสูงสุด หรือแม้แต่บริษัท FP และเรื่องของเขากับเธอมันยาวมาก"มาแล้วเหรอลูก" ประธานวัยหกสิบหันไปพูดเสียงเพราะกับลูกสาวผิงคือลูกคนสุดท้อง มีพี่ชายสองคน กับพี่สาวคนหนึ่ง เธอจึงถูกตามใจที่สุด และเอาแต่ใจที่สุดเช่นกัน เรื่องนั้นเอสรู้ดี ตอนเรียนมัธยมเธอเป็นหัวโจกแกล้งเขาทุกวัน"คุณพ่อฟื้นแล้วเหรอ"เธอเดินผ่านเอสไปราวกับคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ผิวมายืนข้าง ๆ คิม สายตาของเธอเต็มไปด้วยความปลาบปลื้ม เมื่อเห็นพ่อผู้บังเกิดเกล้าลืมตาขึ้นมามองเธอ พร้อมกับเอื้อมมาจับมือเธอช้า ๆ"พ่อ...ฟื้นแล้ว" ชายวัยหกสิบกว่าพูดเสียงแหบพวกเขาคุยกันตามประสาพ่อแม่ลูก และไม่นานก็มีสองสามคนเข้ามา
เอสหันไปตามเสียงของคิม เธอกำลังโกรธอยู่ แน่นอนว่าความผิดเป็นของเขาที่ไม่ได้บอกก่อน แต่ยังไม่ต้องทำให้เธอสงบลง ไม่งั้นเขาอาจจะเดือดร้อนก็ได้"ผมรับประกันว่าไม่มีอะไรผิดพลาด ผมผิดเองที่ลืมบอกว่ายานี้ต้องใช้เวลานานในการออกฤทธิ์ หวังว่าคุณคิมจะเข้าใจนะครับ""ได้...ฉันจะลองเชื่อเธอดู แต่ถ้ามีอะไรผิดพลาดเธอต้องรับผิดชอบ" คิมจ้องตาเอสเพื่อสังเกตเขา"แน่นอนว่าผมต้องรับผิดชอบ"เอสตอบกลับด้วยความมั่นใจเต็มร้อย เขาเชื่อใจระบบที่ไม่เคยทำอะไรพลาดท่าทางของเอสทำให้เธอใจเย็นลง และรอต่อไป นั่นทำให้พวกสามคนที่อยากก่อกวนไม่พอใจ พวกเขาจึงหันไปพูดกับคนดูในถ่ายทอดสดแทนความคิดเห็นส่วนมาก บอกว่ายาของเอสหลอกลวง ไม่ใช่ความจริง และ ด่าไปถึงบริษัท พวกเขาไม่กล้าสนับสนุนสินค้าของ F&Mพวกนั้นพอใจมากที่ผลลัพธ์เป็นแบบนี้ ยังไม่พอพวกเขายังเล่นข่าวด้วยการใช้อำนาจสั่งการของประธานใหญ่ FP ให้นักข่าวทำข่าวของเอสให้ใหญ่โตไปอีก"หนูดา...ลุงบอกเธอแล้วแต่ก็ไม่ฟัง ต้องถูกหลอกกี่ครั้งถึงจะพอ เดี๋ยวพอถึงสามสิบนาที เขาก็เลื่อนไปเป็นชั่วโมง แผนตื้น ๆ แบบนี้ยังดูไม่ออกเหรอ" อนันต์พูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน"ไม่ต้องสนใจหรอกนะ เดี๋ยวพอ
พวกนั้นตามมาสร้างความวุ่นวายอีกแล้ว ทำไมถึงไม่เอาเวลาไปพัฒนาชีวิตตัวเอง แทนการหาเรื่องคนอื่น เอสถอนหายใจยาวเสียงดังน่ารำคาญพวกนั้นคิมสามารถทำให้หายไปได้ในทันที แต่เธอต้องให้เอสตัดสินใจ"อยากให้ลากพวกเขาออกไปไหม""ไม่ดีกว่าครับ ผมว่านี้จะเป็นโอกาสที่จะตบหน้าพวกเขา แถมยังได้การโปรโมตฟรีอีกด้วย""ไม่เลวเลย แม้แต่ศัตรูก็ยังนำมาใช้ประโยชน์ได้" คิมยิ้มให้ เธอพบคนที่ฉลาดเป็นกรดเข้าให้แล้ว"ชมเกินไปแล้ว ผมไปจัดการก่อนนะ"เอสเดินออกมาที่หน้าประตู พนิดากับแคทกำลังห้ามพวกสามคนเอาไว้อยู่ และกลายเป็นโอกาสที่พวกเขาจะเล่นละครเรียกร้องความเห็นใจ พร้อมกับใส่ร้ายเธอ"ให้พวกเขาเข้ามาเถอะ จะได้เป็นสักขีพยานในความสำเร็จของฉันด้วย"พนิดาหันไปหาเอสด้วยสีหน้าตกใจ เธอไม่คิดว่าเขาจะยอมให้คนพวกนี้เข้าไปได้"เอาจริงเหรอ""อืม เข้ามาเถอะ"ทั้งสองคนเข้ามาข้างในไม่รอให้พวกนั้นเดินตาม พวกเขาจึงเสนอหน้าเข้าไปแบบไม่มีใครเชิญ เมื่อมาถึงก็เริ่มบทละครอีกตามเคย"น้องชาย ฉันไม่คิดว่านายจะถูกลูกในไส้ทำกับนายแบบนี้ แม้แต่พ่อแท้ ๆ ยังคิดจะจัดการให้พ้นทาง ใจดำอำมหิตเกินไปแล้ว" อนันต์คุกเข่าข้างเตียง"ใครบอกว่าเธอจะกำจัดพ่อตัว
เธอไม่อยากตัดสินใจเลย แม้จะเชื่อเอสอย่างสนิทใจ แต่นี่คือชีวิตของพ่อกับแม่ ถ้าเป็นเธอเองก็จะไม่ลังเลที่จะใช้ยาของเขาพนิดาอยากให้พ่อกับแม่ฟื้นขึ้นมามากกว่าใคร เธออยากให้ท่านได้มีชีวิตเหมือนคนอื่น แต่ถ้าหากเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นมา เธอคงถูกคนอื่นตราหน้าว่ากลายเป็นลูกที่อกตัญญูแล้วจะยอมเสียงหรือเปล่า เอาไม่เคยพูดอะไรแล้วทำไมได้ พนิดาหันมามองทั้งสองคนที่นอนบนเตียงผู้ป่วย สีหน้าของเธอหนักแน่น ก่อนจะหันมาพูดกับเอส"ฉันตกลงค่ะ ช่วยท่านทั้งสองด้วย""ได้สิ...วางใจได้เลย"เอสยิ้มกว้างให้เธอ พร้อมกับกุมมือที่สั่นไหวเอาไว้แน่น เขาจะไม่ยอมให้อะไรผิดพลาดแน่นอน"พวกคุณเสียสติไปแล้วเหรอ ผมเป็นหมอ คุณไม่เชื่อผมแต่เชื่อคนที่ไม่รู้เรื่องอะไร ผมผิดหวังมาก"ดร.ปานเทพพูดเสียงดัง เขาไม่คิดว่าจะมีคนเชื่อเรื่องแบบนี้อยู่อีก ยิ่งฟังจากปากของเอสยิ่งไม่น่าเชื่อถือ‘หรือเขาจะเป็นพวกมิจฉาที่สร้างตัวตนขึ้นมาก่อน แล้วค่อยขายยาปลอมกอบโกยทีหลัง’เขาไม่ยอมให้มิจฉาชีพมาหลอกลวงคนในโรงพยาบาลของเขา"ยังไงก็ไม่ได้เด็ดขาด ผมไม่อนุญาตให้คุณเอายาที่ไม่รู้ที่มาให้คนไข้แน่นอน"เอสหันไปหาหมอที่พยายามคัดค้าน ถึงยังไงเขาก็เป็นหมอม







