LOGIN6
“อาจารย์เคยรักยัยมนุษย์ป้าแบบนั้นจริงดิ? ขอโทษที่ต้องพูดแบบนี้นะคะ… แต่! หื้มมม อยากจะเห็นหน้าเลยอะ หมั่นหน้าหมั่นโหนกมาจากไหนอะ ไม่ถามหนูสักสักคำว่าหนูเป็นอะไรกับอาจารย์ หรือเผื่อใจไว้หน่อยก็ได้ว่าหนูอาจจะไม่ใช่ผู้หญิงที่อาจารย์พามานอนด้วยอะ…” “….” “มาถึงก็แวดๆใส่ ชาติที่แล้วกินนกหวีดแทนข้าวหรือไง==*” “..หึ๊~ เธอเองก็เหมือนกัน” “หื้ม? หนูไม่ได้แวดๆเลยนะ” “ฉันหมายความว่า เธออะ บทจะปรี๊ดแตกก็ไม่สนผมหงอกผมดำเหมือนกัน” “สนทำไมละคะ? หนูไม่มัวมาเสียเวลาให้คนพรรคนั้นมาบ่นหนูทั้งที่ไม่รู้ความจริงหรอก.. จะหัวหงอกหัวดำไม่สนหรอก ถ้าไม่เคารพสิทธิ์กันอะ พูดดีไปก็เปลืองน้ำลาย” “:)” “อาจารย์ก็ด้วย.. ไม่ต้องเป็นต้องเงียบขรึม วางมาดเพราะตัวเองเป็นอาจารย์หรอกนะ ยังหนุ่มยังแน่น จะกระโตกกระตากก็ไม่มีใครว่าหรอกค่ะ” “ให้เป็นเหมือนเธองี้? ฉันรับตัวเองไม่ได้” “เป็นแบบหนูแล้วมันแย่ตรงไหน? …เพี้ยนหน่อยก็แค่เวลาเมาเท่านั้นแหละ” “…” “ผมอะ ไม่ต้องเรียบแป้ก็เป็นครูได้ค่ะ” “เธอดูคาใจกับผมฉันนะ” “ก็เวลาอาจารย์แต่งตัวสบายๆ มันดูดีกว่าตั้งเยอะ ดูน่าเรียนด้วยกว่าตอนที่ผ่านมาอีก” “หึ๊ จะบอกว่าฉันหล่อก็บอกมาเถอะ” “…อื้ม อันนี้พูดจริง” … ภาพที่ทุกคนเห็นมันคงดูดีมากใช้ป้ะ ได้นั่งอยู่ในรถของอาจารย์ที่อายุห่างจากตัวเองไม่เท่าไหร่ แถมยังหล่อน่าเป็นแฟนคลับสุดๆแบบนี้ หารู้ไม่.. สภาพของอีพิมมี่นี่ไม่ต่างจากตอนที่รู้สึกตัวตื่นเลยจ๊ะ เยินมาก ในขณะที่คนข้างๆ แต่งตัวสะอาดสะอ้านกว่าฉันเป็นสิบขุม.. “..อาจารย์น่าจะให้หนูอาบน้ำก่อนออกมาหน่อยนะ==*” “กลับสภาพนี้แหละ ห้องฉันไม่มีเครื่องใช้ของผู้หญิง” “แค่น้ำล้างหน้า มันไม่เลือกเพศหรอกคะ” ดูก็รู้ว่าอยากจะแกล้งฉัน อมยิ้มแบบนี้คือ?.. ฉันพูดมากไปเหรอ? ไม่หรอก ก็เหตุการณ์มันพาไปนิ รถเก๋งสีเรียบจอดเทียบหน้าอพารต์เมนต์ขนาดกลาง สายตาของนักรบมองสภาพของตึกตรงหน้า ทัศนียภาพไม่ได้แย่ ถือว่าดีในระดับที่น่าจะสะดวกสบายกับการใช้ชีวิตได้ในระดับนึง “เดี๋ยวเสื้ออาจารย์หนูขอซักก่อนละกัน ไม่อยากคืนในสภาพแบบนี้” “เอาที่เธอสบายใจเถอะ แต่จะเอาไปเลยก็ได้ ฉันไม่ค่อยได้ใส่อยู่แล้ว” “…ค่อยว่ากันคะ งั้น ..หนูขอตัวก่อนนะ” “อืม” ลูกศิษย์คนเยินก้าวเท้าลงจากรถ พิมมี่ใช้กระเป๋าบังหน้าตาของเธอที่เยิ้มเพราะเครื่องสำอางค์ ดูเป็นจุดสนใจของคนแถวนี้ไม่น้อย ในขณะที่นักรบกำลังจะตีรถออกไปจากซอย เขาก็เหลือบไปเห็นกุญแจอะไรสักอย่างที่คล้องอักษรภาษาอังกฤษตัวบี เขาหยิบมันขึ้นมาและรู้ทันทีว่ามันสื่อถึงผู้ชายคนที่พิมมี่ชอบละเมอเพ้อพกถึงบ่อย และดูว่าการกระทำที่ไม่ค่อยรอบคอบของเธอ ดูจะเป็นสิ่งที่แก้ไม่หายตั้งแต่เขารู้จักลูกศิษย์คนนี้มา #นักรบ คนเป็นครูคงต้องทำหน้าที่ครูเพิ่ม… การเดินเอากุญแจห้องที่แขวนเลขห้องโชว์หลาแบบนี้ไม่น่าเสียเวลาเดินตามหานาน “…กุญแจห้องที่แปะเลขห้อง ชีวิตเธอจะเอาฮาไปถึงไหน==*” ก็พูดไปงั้น มันไม่ได้ดูตลกสักนิด ลองคิดว่าคนที่เก็บกุญแจนี่ได้ไม่ใช่คนประเภทผมละก็ คิดได้อยู่ไม่กี่อย่าง ไม่โดนปล้ำก็โดนปล้นทรัพย์ ถึงพิมมี่จะแหกปากเก่ง แต่สกิลการช่วยเหลือตัวเองก็ไม่ได้เทพขนาดนั้น เดินตามเลขห้องได้ไม่นานก็เจอเจ้าตัวยืนค้นกระเป๋าอยู่ยกใหญ่ เลิ่กลั่กคิดไม่ทันสักนิดว่าอาจจะทำมันตกในรถผม… “ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นฉันจะคิดว่าเธอใช้แผนลากฉันขึ้นห้อง” ร่างสูงเดินล้วงกระเป๋ากางเกงเข้าไปหาพิมมี่ที่เงยหน้ามา “ฟู่ว์~ นึกว่าไปทำตกที่ไหนซะอีก” แล้วยื่นกุญแจให้ “คิดอะไรอยู่ แปะเลขห้องไว้กับกุญแจห้อง อพารต์เมนต์เธอไม่ได้มีการรักษาความปลอดภัยดีขนาดนั้น สิ่งที่เธอทำมีแต่จะเรียกโจรเข้าห้อง” “รู้ได้ไงว่าที่นี่การรักษาความปลอดภัยมันไม่ดี อาจารย์ไม่ได้อยู่ที่นี่นิคะ” “เถียงเก่งจังวะ” นักรบดีดหน้าผากพิมมี่ “อาจารย์!” “ถ้าระบบรักษาความปลอดภัยดี ฉันที่เป็นคนนอกจะมายืนอยู่ตรงนี้ได้ยังไง?” “….” “มีแต่ป้อม ยามก็ไม่มี” “….” พิมมี่นิ่งไป ดูจะคิดได้ตามที่ผมบอก “…ขอโทษคะ ก็ที่ผ่านมาที่นี่ยังไม่เคยมีเรื่องโจรขึ้นห้อง ก็เข้าใจว่ามันดี” “…..” นักรบเองไม่ได้พูดอะไรมากและกำลังจะหันหลังกลับ “เดี๋ยวคะ..” “..อะไร?” “…อาจารย์ว่างหรือเปล่า?” “ว่าง” “..งั้น เชิญเข้าห้องหน่อยค่ะ^^” “…..” “เข้าห้องคะ หนูมีเรื่องให้อาจารย์ช่วย” นักรบเดินเข้ามาในห้องของร่างเล็ก ห้องที่พื้นที่ไม่กว้างนักถูกจัดเรียงเป็นระเบียบ ผิดคาดกับนิสัยเปิ่นๆของลูกศิษย์ “ห้องเล็กหน่อยนะอาจารย์ ไม่อึดอัดโน๊ะ” “อืม จะให้ทำอะไร” “คือพอดีก๊อกน้ำหนูมันไม่ค่อยดี แล้วนี่ก็ตามช่างมาสามวันแล้วช่างก็ยังไม่มาทำให้ …อาจารย์ทำได้สินะคะ^^” “เก่งจังนะเรื่องพูดจามัดมือชกแบบนี้” “^^” ในบรรดาลูกศิษย์ที่ผมสอนมา พิมมี่นี่คือตัวเปิ่นระดับต้นๆ เธอยืนหนึ่งเรื่องนี้โดยไม่มีคู่แข่ง พูดจาฉะฉาน พูดมาก …พูดเยอะเกินความจำเป็น แต่เรื่องเรียนก็ต้องบอกว่าไม่ได้แย่เลยนะ ความตั้งใจเกินร้อยเหมือนกัน “อาจารย์ทำได้ใช่ไหม?” “…มีเทปพันเกลียวหรือเปล่า” “มีค่ะ” “วาวล์น้ำอยู่ไหน” “นี่ค่ะ” ฉันพาไปชี้ยังจุดที่เป็นวาวล์น้ำ มันคือจุดที่ควบคุมการเปิดปิดน้ำที่จะถูกจ่ายภายในห้องฉัน “ไปเอาเทปพันเกลียวมา เสร็จแล้วไปปิดวาวล์น้ำ แล้วก็ขอผ้าผืนนึง” พิมมี่พยักหน้ารับรู้ เธอทำทุกอย่างตามที่นักรบขอ และรีบแยกตัวออกมาเพื่อเปลี่ยนเสื้อเป็นเสื้อของตัวเองและรีบเข้าไปหาอาจารย์ที่กำลังจะกลายเป็นช่างอีกไม่กี่นาที ร่างเล็กนั่งยองๆข้างร่างสูงที่กำลังก้มเช็คอาการของท่อน้ำ และสลับกับลุกขึ้นมาดูที่ตัวก๊อก พิมมี่ก็ลุกตาม “แค่เปลี่ยนก๊อก ไม่ต้องทำท่อใช่ไหม” “อืม มีก๊อกที่ซื้อไว้หรือเปล่า” “มีค่ะ” “……” ฉันทำอะไรผิดอะ? อาจารย์มองฉันนิ่งๆจนฉันต้องมองหน้าตัวเองในกระจกว่ามันมีอะไรติดอยู่เหรอเขาถึงมองฉันแบบนั้น “..?” “มีของครบยังต้องตามช่างอีกเหรอ” “..ก็หนูเปลี่ยนไม่เป็น ..จะพูดให้ถูกก็ ไม่เคยเปลี่ยน” นักรบเกาหัวตัวเองหน่อย ท่าทางของคนร่างสูงที่แค่ยืนก็ดูดีทำให้พิมมี่ยิ้มแห้งๆ “มาดูนี่ ฉันจะสอนเธอครั้งเดียว แล้วจำ” “ครั้งเดียวเองเหรอ? ถ้าหนูจำไม่ได้อะ” “…ตั้งใจและดู” “…” ฉันพยักหน้า บทจะเข้มก็ทำเป็นเข้ม ฉันก้มมองดูวิธีที่อาจารย์สอนฉันทีละขั้นตอน ทีละขั้นตอน และได้เวลาเอาจริง ทันทีที่อาจารย์ไขก๊อกน้ำออกปุ๊บ! ซ่าาาาาาาา!! “กรี๊ดดดดดดดด!!!!!” น้ำมันก็กระจายเต็มทั่วห้องน้ำ “เธอ! ปิดวาวล์น้ำตามที่ฉันบอกหรือเปล่า!” “หึ้ย! หนูลืม!!” “โธ่เอ้ย! มานี่!” ฉันถูกอาจารย์ดึงแขนไปและบังคับให้ฉันเอามือปิดส่วนท่อที่เชื่อมกับก๊อกที่เพิ่งถูกถอดออกไป “ปิดไว้! ฉันจะไปปิดวาวล์!” “ค่าาาาาา!!!!!!” ละอองน้ำและแรงดันน้ำกระเซ็นกระจายไปทั่วห้องน้ำ ไม่ต้องสืบเลยฉันเปียกไม่ต่างจากอาจารย์ที่รีบเดินออกไปปิดวาวล์น้ำ ซ่าาาาา!!!~ “อาจารย์ อ๊าาาา! เสร็จหรือยัง!” ไม่นาน หลังจากสิ้นเสียงฉัน อาจารย์ก็เดินกลับเข้ามา น้ำหยุดสาดซัด ฉันเลยได้โอกาสเอามือออก ร่างเล็กสบัดมือและมองตัวเองในสภาพที่เปียกปอนก่อนจะหันไปทำหน้าบู้ใส่คนเป็นครู เธอยกมือไหว้และยิ้มแห้งๆ “..แฮร่~ ขอโทษค่ะ^^*” “……” แต่อาจารย์กลับนิ่ง เขาไม่ตอบรับคำขอโทษของฉัน ยืนอยู่กับที่และมองฉันนิ่งๆ พิมมี่สงสัยเลยมองนักรบกลับอีกครั้งและวัดเหตุการณ์จากสายตาของนักรบที่กำลังจ้องมอง มอง… มอง… นม! น้ำที่กระจายเมื่อกี้มันทำให้ฉันเปียกชนิดที่เสื้อที่ฉันไปเปลี่ยนมันแนบไปกับตัว และมันเป็นสีขาวไง! ทันทีที่พิมมี่หันหลังให้นักรบ คนเป็นครูเลยได้สติกลับมา และรีบเข้ามาจัดการสิ่งที่ทำคาไว้ “เธอออกไปข้างนอกก่อนไป” “เอ่อ คะ ค่ะ!” ฉันรีบทำตามที่อาจารย์บอก แล้วฉันคงรีบมากไปหน่อย ขณะที่กำลังก้าวขาเพื่อรีบออกจากห้อง วืด~ “ว๊ายยยย!!” ฉันก้าวพลาดและกำลังลื่น ความรู้สึกเหมือนร่างกายจะลงไปกองกับพื้น หมับ! “อ๊ะ!” เหมือนเจอแรงเหวี่ยง หมุนร่างฉันก่อนจะพลาดในตอนสุดท้าย หลังฉันกระแทกกับพื้นแต่ไม่แรงมากนัก แขนเล็กเกี่ยวรั้งต้นคอหนาที่เข้ามารั้งเธอไว้แต่พลาดในตอนสุดท้าย เกี่ยวร่างหนาล้มทับร่างตัวเอง ใบหน้าที่กระแทกกัน ปลายจมูกและริมฝีปากที่สัมผัสกันอย่างไม่ตั้งใจ ทำให้ทั้งสองชะงักค้างอยู่ท่านั้น และคนที่ได้สติก่อนน่าจะเป็นนักรบ เพราะเขาเป็นคนดันตัวเองขึ้นมานั่งกับพื้นเปียก แล้วเหลือบมองร่างบางที่ดูเหมือนช็อคเพราะถูกประทับฝีปากเข้าไปเต็มๆ “จะตกใจอะไร” “จูบ! จูบเลยนะ!” ฉันรีบดันตัวเองขึ้นมานั่ง ร่างเล็กปิดปากตัวเองด้วยท่าทีเขินอาย “เมื่อคืนใช้ลิ้นยังไม่เห็นเขิน” “ห๊ะ!?” ร่างสูงดันตัวเองลุกขึ้นก่อนจะยื่นมือให้พิมมี่จับ เธอจับมืออาจารย์ก่อนจะกลับมายืนได้อย่างปกติ “…บ้าน่า หนูจะไปจูบอาจารย์ทำไม-////-“ “ไอ้คนที่ชื่อเบอะไรนั่น สำคัญกับเธอขนาดนั้น?” “…!!!!!” “เธอคิดว่าฉันเป็นมัน จนแทบจะยัดเยียดความเป็นเมียให้” “ห๊าาา!!!” “ถามเพื่อนได้นะ ถ้าคิดว่าฉันโกหก” เขาสบัดน้ำจากมือนิดหน่อยและเดินไปใช้ผ้าเช็ดช่วงปากท่อก๊อกและใช้เทปพันเกลียวเริ่มพันมัน ทิ้งให้ฉันเกิดคำถามขึ้นมาในหัว… ฉันทำแบบนั้น จริงๆนะเหรอ?! 📖📚📖 ยังดีที่ต้องน้องเมาน้องไม่จับพี่รบแก้ผ้า5555 เพราะถ้าเป็นแบบนั้น น้องน่าจะได้เป็นเมียพี่รบแทนเมียพี่เบอะ😂Special Partหนึ่งปีต่อมา…เหมือนฉันได้หลุดเข้ามาในดินแดนแห่งความฝันน~ ที่มีเจ้าชายที่แสนดีกับพรรคพวกกำลังจัดเตรียมอาหารให้เจ้าหญิงอย่างฉัน… ภาพตรงหน้ามันช่าง~ ดี เหลือ กะ!“หยุดเพ้อแล้วมาช่วยสักที”เพร้ง!!! ความฝันสลายพร้อมกับหน้าแตกเป็นเสี่ยงปกป้องทำฉันนอยด์หลายครั้งแล้วนะ ทำไมชอบอ่านใจฉันนักก็ไม่รู้พิมมี่ยืนหน้าบูดก่อนจะเดินไปช่วยทุกคนเสียบบาร์บิคิวที่ข้างสวน สายตาซนๆของเธอจ้องอาฆาตปกป้องตลอดเวลา เจ้าตัวอย่างปกป้องรู้ดี แต่การอ่านใจพิมมี่เป็นเรื่องที่สนุกมากกว่า“..นี่ อย่าบอกนะว่าปกเอาอีกแล้ว?” พี่เอเรนเดินเข้ามาถามฉัน“ใช่นะสิคะ หนูนั่งวาดฝันสวยๆไม่ได้เลย:(“ เสียงเอเรนหัวเราะเบาๆพลางกอดพิมมี่เล็กน้อย เธอเดินไปตีแขนปกป้องและคนตัวสูงน่าจะถูกปรามถึงต้องส่งสายตายิงเลเซอร์มาหาฉัน ฉันก็ต้องรีบหลบตาพร้อมกับหยิบจานขึ้นมาบังหัวตัวเอง ให้มันรู้ไปสิ! ว่าอ่านใจฉันผ่านจานกระเบื้องราคาแพงนี้ได้อะ!หมับ! แต่แล้วจานในมือก็ถูกหยิบออก“อ๊ะ!”“ทำท่าพิลึกอะไรตั้งแต่เมื่อกี้ละ==*”“ก็ ก็พี่ปกป้องเขา..”“มันคือสาเหตุท่าพิลึกพิลั่นของเธอ?”“…อ่า ก็ ก็พี่เขาจะมาแกล้งหนูทำไมเล่า อายเป็นนะ-///-“ คนตัวเล
40 หลายวันต่อมา ว่ากันว่า คนที่จะทำตามเป้าหมายในชีวิตได้สำเร็จ หนึ่งในวิธีการนั้นคือการทำตามจุดประสงค์ของตัวเอง จากลำดับความต้องการในชีวิตของเรา “มีผัวเป็นรุ่นพี่ นี่ตรงเป็นข้อแรกเลยนะยะ ลำไย!” นินิวที่กางสมุดไดอารี่ของฉันแล้วไล่ติ๊กแต่ละข้อที่ฉันสามารถทำมันได้ในวันนี้ ก่อนจะปิดมันแล้วยื่นให้ฉัน “ถามจริง อาจารย์เห็นลิสต์บัญญัติชีวิตแกเปล่าวะ?” “ให้เห็นก็บ้าแล้วดิ.. ถ้าเห็นนะมีหวังไอ้พิมโดนสวดยาว ไม่ก็.. โดนเรียกไปปรับทัศนคติอะ ฮ่าๆ~” โบย้ำ ส่วนไอ้แฝดอีกคนก็ตบมือเห็นด้วย ดูไม่มีใครจะยินดีกับฉันจริงๆอะนะ แล้วก็ดูว่าเพื่อนฉันแต่ละคนเนี่ยยยย เข้าข้างฉันขั้นสุด! ไม่ว่าฉันจะทำอะไรก็ตาม นอกจากจะไม่สนับสนุนแล้ว คำด่าของพวกมันมาก่อนคำชื่นชมเห็นดีเห็นงาม.. แต่ก็เอาเถอะ มีเพื่อนห่วงดีกว่าเพื่อนที่เห็นด้วยทุกอย่างแล้วปล่อยให้เราทำอะไรโง่ๆต่อไป “แล้วนี่ เป็นไงบ้างอะ แกกับอาจารย์ ไปด้วยกันได้นะ?” “ดีสุดๆเลยละ” “มีผัวดีก็ดีใจด้วย หัดทำตัวให้สมกับเป็นเมียอาจารย์ด้วยข้อนี้สำคัญมากกกกกกกก” “นั่นแหละสิ่งแรกที่มันทำไม่ได้^^” บิวพูด แล้วก็ดูเหมือนทุกคนจะเห็นด้วยอย่างยิ่ง ฉันเข้าใจในสิ่งที่พวกมันพ
39ใครมันจะไปคิดว่าชีวิตที่มีคนรักมันจะ…..ดี(เพี้ยน)ได้ขนาดนี้ “อย่าเพิ่ง! ลืมตานะ!”“..จะเซอร์ไพส์อะไรอีก รีบๆถอดแล้วไปรอบนเตียงสักที” ถึงปากจะพูดไปแบบนั้น แต่นักรบก็ยังยืนกอดอกหลับตาตามคนตัวเล็กสั่งฉันไม่คิดว่าจะได้ใช้มันนะเอาจริงๆอะ… เบ้าหน้าก็ไม่ค่อยจะเหมือนคนญี่ปุ่นสักเท่าไหร่ แต่… ชุดนี้คงเปลี่ยนฟิลนักรบได้ไม่มากก็น้อยแหละ พิมมี่ยืนเต็มความสูงพร้อมกับเดินไปที่เตียงคิงส์ไซส์ ชุดนักเรียนญี่ปุ่นที่เธอใส่มันเซ็กซี่มากในความคิดของเธอ เสื้อนักเรียนเอวลอย กับกระโปรงลายสก๊อตที่ยาวปิดแก้มก้นพอดิบพอดี ผมแกะที่มัดไว้ทั้งสองข้าง…“ลืมได้ยัง?”“อ่าๆ ลืมก็ลืม” เป็นจังหวะเดียวกันกับที่พิมมี่เอื้อมไปเปิดไฟที่หัวเตียงเพียงสลัวๆ แต่นักรบก็ดันลืมตาขึ้นมาจังหวะที่ร่างเล็กเอี้ยวตัวหันหลังพอดี“……” คนตัวสูงยืนนิ่ง และใช้สายตาสำรวจสภาพและร่างกายของพิมมี่ตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างที่เจ้าตัวไม่ทันได้สังเกต ซึ่งพอพิมมี่หันกลับมาก็พบกับสายตานิ่งเฉียบของนักรบที่ยืนอยู่ปลายเตียง“…ทำอะไรของเธอ”“เอ้า! ก็ให้สมฟิลไง พี่บอกเองนิว่าวันนี้หนูจะกลายเป็นเด็กนักเรียนที่ถูกทำโทษ นี่รื้อออกมาจากกุเลยนะ”“…”“ก็เชิญทำโท
38#นักรบ“พวกนั้นหัวเราะอะไรกันวะ?”“คงเป็นเรื่องดีๆอะดิ” ผมตอบกลับ ไอ้วินมันนั่งสงสัยพวกผู้หญิงมาพักนึงเห็นจะได้“ใช่.. เหรอวะ?”“แล้วมึงจะอยากรู้ไปทำไม?” สงครามเอ่ยถาม“ก็กูเห็นเมียไอ้รบจ้องมันไม่ละสายตา ..กูว่าไม่น่าใช่เรื่องดี น่าจะเรื่องเพี้ยนๆมากกว่า” ดูแล้วพิมมี่น่าจะขึ้นชื่อเรื่องความเพี้ยนซะจนทุกคนจับทางได้ไม่ยาก วงสนทนาของชายหนุ่มกลับดูสุขุมมากกว่ากลุ่มสาวสวยที่กลับโหวกเหวกโวยวายเป็นบางช่วงเวลา“มึงนี่ดีเนอะ สุดท้ายเรื่องที่คิดว่าจะน่าปวดหัวที่สุด กลายเป็นเรื่องที่จบลงง่ายๆซะงั้น” “อืม ถือว่าโชคดีของกูไป” ผมเองก็ไม่ได้ชอบให้มีเรื่องน่าวุ่นวายอะไรหรอก ตอนแรกก็คิดว่าอาจจะเกิดเรื่องวุ่นวายตามมา เพราะบวกกับที่พิมมี่เป็นแบบนี้แล้ว ไม่ได้อยู่ในหัวสมองผมเลยว่าทุกอย่างมันจะง่ายดายขนาดนี้ แค่มีเหตุผลให้เธอ ก็กลายเป็นว่าพร้อมที่จะเข้าใจทุกอย่าง เป็นพวกคลั่งรักก็ไม่ได้แย่ไปซะทุกเรื่อง แบบนี้ค่อยน่ารักหน่อย“หึ๊~” นักรบแค่นเสียงในลำคอกับตัวเองก่อนจะยกเครื่องดื่มในมือกระดก แล้วจับจ้องไปที่พิมมี่ รอยยิ้มและท่าทางของคนตัวเล็ก มองกี่ครั้ง.. ผมก็ไม่เคยเบื่อเลย“อะไรวะ?” อัศวินถาม“ไม่มีไรอ
37ตั้งแต่พ่นคำพูดออกจากปาก พิมมี่ก็ให้มันเป็นนายตัวเองทันที นอกจากไม่แตะเครื่องดื่มที่มีแอลกฮอล์เลยแม้แต่นิด แต่เธอก็ยังดูสนุกสนานไปพร้อมกับทุกคนได้“นี่เข้าโหมดรักษาศีล รักษาสัจจะแบบไอ้รบหรือไง มาๆสักแก้วสองแก้วพอกรึ่มๆน่ารักๆ” >สงคราม“..อืม ไม่ดีกว่าคะ หนูเมาแล้วไม่น่ารักอยู่บ่อยๆ^^*”“ใครบอก.. ตั้งแต่ฉันเกิดมานะ คนที่เมาได้โดนใจฉันที่สุดก็มีแต่เธอนะพิมมี่”“ทั้งผัวทั้งเมียเลยนะมึง” นักรบที่กระดกดื่มเครื่องดื่มแล้วเหล่สายตามองคนที่พูด ก็เรียกเสียงหัวเราะในวงสนทนาได้ดี ติ๊งดิ่ง~ เสียงกดออดดังขึ้น สายตาของทุกคนหันไปมองที่ต้นตอของเสียง ซึ่งคนที่ลุกเป็นคนแรกคงไม่ใช่ใครนอกจากพิมมี่แกร๊ก~ ร่างบางเดินไปเปิดประตูก่อนจะส่งยิ้มบางๆให้กับคนที่มาเยือน ก่อนจะได้รับรอยยิ้มบางๆกลับคืนเมื่อแจนยิ้มกลับมา“ป้า.. เอ่อ คือพี่”“ถ้ามันติดปากไปแล้วก็เรียกไปเถอะ”“….ได้เหรอ?”“เอาที่เธอสบายใจเลย”“โอเค งั้นป้าเขามานั่งข้างในก่อน”“เมียมึงนี่นะ” ปกป้องส่ายหัวแต่ไม่ได้ติเตียน แค่ส่ายหัวราวกับว่า ยอมในความเป็นพิมมี่พิมมี่ปิดประตูบ้านก่อนจะรีบเดินมาที่โซฟา เธอค่อนข้างเลิ่กลั่กเพราะทุกคนก็รู้อยู่แล้วว่าแจ
36“ปาร์ตี้กันหน่อยไหมวะ ห่างหายไปนาน”“..ปะ ปาร์ตี้เหรอคะ?”“ทำไม? ไอ้รบสั่งห้าม?”“เปล่าซะหน่อย.. หนูก็แค่สงสัยว่างานพวกพี่ก็ยุ่งอยู่แล้ว ยังจะหาเรื่องเมาให้เสียเวลาทำงานทำไม …เห็นบ่นกันทุกวันเลยนิคะ ว่าเวลาไม่พอ”“มันก็ใช่ แต่ยิ่งเหนื่อยก็ต้องยิ่งผ่อนคลายไงพิมมี่ ไม่มีใครถือศีลขมักเขม่นกับชีวิตเหมือนไอ้รบมันหรอก เสียดายชีวิตฉิบหายเลย” นักรบที่เพิ่งเดินเข้ามาในตัวบ้านก็ถอดเสื้อคลุมแล้วโยนใส่อัศวินทันที จริงอย่างที่พิมมี่พูด แค่เวลาจะนอนพวกแม่งยังไม่มี เสือกจะมาชวนปาร์ตี้มีแต่เสียเวลามากกว่าเดิม ก็รู้ๆอยู่ แม่งแดกเหล้าอย่างกับน้ำแบบนั้น นักรบคิด“มีเมียแล้วหัดทิ้งลายหน่อยมึงอะ”“มึงพ่อพระว่างั้น?”“ดีกว่ามึงเยอะ”“เออ ไม่ต้องนับถือกูกันละ” จริงๆแล้วในบ้านก็มีศักดิ์และอายุที่ใกล้เคียงกัน ตอนแรกๆก็ให้เกียรติแรกแทนอีกฝ่ายว่าพี่แบบนั้นแบบนี้ แต่วันเวลาผ่านไป ความสนิทอาจเป็นกุญแจไขทุกอย่าง “ทำตัวให้น่านับถือหน่อยดิมึงอะ” “ไม่วะ เสียดายเวลาชีวิตกู” ฉันขำกับการต่อร้อต่อเถียงของพวกเขา ดูอบอุ่นมากเลยละบ้านนี้ฉันรับแก้วเครื่องดื่มสีสวยมา นี่ดื่มกันตั้งแต่หัววันกันเลยนะเนี่ย ตกดึกนี่ไม่ตายกั
5งัวเงีย~ปวดตัว ปวดหัวไปหมดเลยอะ~ คอด้วย~ แต่ทำไมร่างกายฉันมันแปลกๆละ ความรู้สึกเหมือนไม่ได้นอนแต่หลับไป แล้วตอนนี้มันก็กระดุกกระดิกไม่ได้อะ.. ผีอำเหรอ! ไม่จริงอะ! ในยุคที่วิทยาศาสตร์สามารถพิสูจน์ได้ทุกอย่าง ผีไม่มีจริงหรอก!!!! มันก็แค่ความเหนื่อยล้าทางร่างกายและเมื่อคืนฉันไปปาร์ตี้มา เพราะฉะนั้น
4#นักรบฟุ่บ! จะเอาไปไว้ที่ไหนได้ละ.. ไม่พ้นห้องผมนี่แหละ “…..” นักรบยืนมองพิมมี่บิดตัวไปมาบนที่นอน ไม่มีทางเลือก ตลอดทางที่ขับรถมาถามอะไรก็ไม่ได้ใจความสักอย่าง เพ้อหาแต่ไอ้เบ ไม่ก็บ่นที่พ่อทิ้งเธอกับแม่ไป… “อืม~ อาจารย์เหรอ~” ร่างเล็กหรี่ตามองร่างสูง “..ไม่จริงอะ~ อาจารย์ใจร้ายคนนั้นทรงผมต้องเร
3#นักรบตะดึ้ง~“…..”ตะดึ้ง~“…..”ตะดึ้ง~“อ่านสักทีเถอะวะ ตะดึ้งข้างหูกูเนี่ย น่ารำคาน”“ที่วางโทรศัพท์กู ถ้ารำคานมึงก็ยกหูไปที่อื่น” อัศวินเหล่มองนักรบที่นั่งดูข่าวในโทรทัศน์ไม่สนหน้าจอที่กระพริบเพราะถูกแจ้งเตือน เลยทำให้ต่อมอยากรู้ของเขาทำงานหมับ! อัศวินคว้ามือถือของนักรบได้ใช้ความเร็วแสกนนิ
2“โดนบ่นละสิ คอถึงตกห้อยไปถึงพื้นขนาดนี้^^”“อืมมม~ ถามจากใจเลยนะ แกคิดว่าฉันจะรอดม๊ะที่ตั้งใจมีเรียนภาษาเพื่อพี่เบขนาดนี้อะ”“ถ้าอยากรอดก็ต้องคิดว่ารอด ถ้าแกยอมแพ้ตั้งแต่เริ่ม แล้วจะมีกำลังจากไหนอะ?”“นั่นสิเนอะ..”“อย่าบอกนะว่าแค่อาจารย์เขาบ่นก็ท้อแล้วอะ? ชอบพี่เขามาหลักปีไม่ใช่หรือไง? จะมายอมแพ







