LOGINจิรณัฐเอ่ยถามหญิงสาวด้วยความเคลือบแคลง แต่ไม่ทันที่หญิงสาวจะได้ตอบวารีก็ปรากฏตัวเอ่ยทักชายหนุ่มขึ้นมาเสียก่อน
“วาคิดอยู่แล้วว่าจิณต้องอยู่ที่นี่ อ้าว!ข้าวก็อยู่ด้วยเหรอ” วารีพอเห็นหญิงสาวที่คุ้นเคยอยู่ด้วยก็เอ่ยทักทาย
“ข้าวแค่ผ่านมาค่ะ งั้นข้าวกลับก่อนนะคะป่านนี้ป้าคงถามหาแล้ว” หญิงสาวรีบเอ่ยขอตัวจากคนทั้งสอง พอวารีปรากฏตัวเธอเองก็รู้สึกอึดอัดขึ้นมาเหมือนกัน
จิรณัฐมองตามหลังหญิงสาวที่พึ่งเดินจากไป พอวารีมาท่าทีของเธอที่แสดงออกมานั้นก็ยิ่งมีพิรุธอย่างเห็นได้ชัด ตกลงความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับภูภูมิเป็นแบบไหนกันแน่
“ทำไมจิณเอาแต่มองข้าวล่ะมีอะไรหรือเปล่า” วารีหันมาถามจิรณัฐที่เอาแต่จับจ้องมองไปทางหญิงสาวที่พึ่งเดินจากไป
“วาสนิทกับผู้หญิงคนนั้นมั้ย”
“จิณหมายถึงข้าวเหรอ ก็รู้จักทั่วไปถ้าคนที่สนิทน่าจะเป็นภูมิมากกว่า คือข้าวพึ่งย้ายมาอยู่ที่เวียงผาน่ะ ป้าของข้าวเปิดขายอาหารตามสั่งอยู่ท้ายหมู่บ้านภูมิชอบไปกินบ่อยๆ ก็เลยคงสนิทกัน ก็ร้านที่จิณเคยไปกินกับภูมิไง แต่ช่วงนั้นข้าวยังไม่มาจิณก็เลยไม่เห็น”
“ร้านป้ามาลีเหรอ?”
“ใช่ ร้านป้ามาลี” หญิงสาวพยักหน้ายิ้มรับก่อนจะค่อยๆ คลายยิ้มลงเมื่อมองบรรยากาศรอบๆ ผาแสงตะวัน ไม่นานนักน้ำตาของวารีก็ไหลรินอีกครั้งเมื่อนึกถึงชายคนรักที่พึ่งล่วงลับไป สถานที่แห่งนี้เธอเองก็เคยมากับภูภูมิ จิรณัฐพอเห็นวารีโศกเศร้าเสียใจก็เวทนานัก ขนาดเขาเป็นเพื่อนสนิทยังทำใจไม่ได้แล้วนับประสาอะไรกับวารีที่เป็นคนรัก หญิงสาวต้องเข้มแข็งมากแค่ไหนที่งานแต่งต้องแปรเปลี่ยนมาเป็นงานศพแทน ยิ่งคิดยิ่งหดหู่
“วาไหวมั้ย” ทันทีที่มือจิรณัฐแตะมาทีไหล่วารีก็ร่ำไห้หนักขึ้นกว่าเดิม หญิงสาวรีบเข้าไปซบกอดชายหนุ่มไว้พรั่งพรูความโศกเศร้าทั้งหมดออกมา จิรณัฐเองก็ได้แต่ยืนนิ่งเป็นที่พักพิงให้กับหญิงสาวเท่านั้น สองมือของชายหนุ่มวางนาบกับลำตัวไม่คิดที่จะแตะตัวหญิงสาว ยังไงวารีก็เป็นคนรักของเพื่อนสนิทเลยอยากที่จะให้เกียรติทั้งวารีและภูภูมิด้วย อะไรที่มันเกินขอบเขตไปชายหนุ่มก็จะไม่ทำ
“ขอโทษนะ” วารีคลายอ้อมกอดออก เธอเองก็ไม่อยากทำให้จิรณัฐต้องอึดอัดเช่นกัน
“ไม่เป็นไรจิณเข้าใจ เรากลับบ้านกันเถอะ” จิรณัฐเผยยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเดินออกจากผาแสงตะวันนำไปก่อน วารีเองก็กวาดสายตามองรอบๆ ผาด้วยความอาวรณ์อีกครั้งก่อนจะเดินตามชายหนุ่มออกไป
ช่วงค่ำของวัน
“กลับมาแล้วเหรอข้าว รีบไปอาบน้ำอาบท่ากินข้าวให้เสร็จแล้วรีบเข้านอน พรุ่งนี้ก็ตื่นแต่เช้าจะได้ไปช่วยงานภูมิด้วย” ผู้เป็นป้าบอกต่อหลานสาวที่พึ่งกลับมาถึงบ้าน
“เรื่องของพี่ภูมิป้าเชื่อจริงๆ เหรอว่าเป็นแค่อุบัติเหตุ ข้าวว่า…”
“ข้าว ถ้าครอบครัวภูมิเขาไม่ติดใจเราที่เป็นคนนอกก็อย่าไปยุ่ง”
“แต่ป้าก็เห็นนี่ว่าพี่ภูมิเคยกินเหล้าที่ไหน ยิ่งกินจนเมาขาดสติยิ่งเป็นไปไม่ได้”
“คนเราเวลาอยู่ต่อหน้ากับลับหลังอาจจะแสดงออกต่างกันก็ได้นี่ พอเถอะข้าว ป้ารู้ว่าข้าวเสียใจกับการจากไปของภูมิแต่ข้าวก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว เดี๋ยวป้าจะออกไปหาป้าสนหน่อยข้าวก็รีบไปอาบน้ำเถอะ” มาลีย้ำเตือนกับหลานสาวก่อนจะเดินออกจากบ้านไป เรื่องที่ไม่ใช่เรื่องของตัวเองเธอก็ไม่อยากให้หลานสาวเข้าไปเกี่ยวข้อง
ข้าวหรือขวัญข้าว หญิงสาววัย22ปีเป็นลูกสาวคนเดียวของมาลัยกับภิภพ เดิมทีอาศัยอยู่กับผู้เป็นแม่และพ่อเลี้ยงที่กรุงเทพ ส่วนผู้เป็นพ่อแท้ๆ นั้นได้แยกทางกับแม่ของเธอตั้งแต่เธอยังเป็นเด็กเล็ก หลังจากขวัญข้าวเรียนจบชั้นม.6ก็ไม่ได้เรียนต่อมหาวิทยาลัยเพราะฐานะทางบ้านไม่สู้ดีนัก เธอเองก็ไม่อยากเป็นภาระของผู้เป็นแม่เลยเลือกที่จะไม่เรียนต่อหันมารับจ้างเพื่อแบ่งเบาภาระอีกทาง ทุกอย่างก็ผ่านพ้นไปด้วยดีจนมาช่วง3เดือนก่อนหน้านี้ที่เป็นจุดพลิกผันของชีวิตเธอ จนทำให้เธอต้องย้ายมาอยู่กับผู้เป็นป้าที่เชียงรายจนถึงทุกวันนี้
ขวัญข้าวมีความเคารพต่อภูภูมิในฐานะพี่ชายคนหนึ่งเท่านั้น ภูภูมิเป็นเพื่อนคนแรกที่เข้าหาเธอหลังจากที่ย้ายมา ความเอาใจใส่มีน้ำใจของภูภูมิทำหญิงสาวผ่อนคลายความกังวลในชีวิตเป็นอย่างมาก ภูภูมิมักจะให้คำปรึกษาที่ดีกับเธอเสมอและเอ็นดูเธอเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง พอชายหนุ่มจากไปเลยทำให้เธอเหมือนขาดที่พึ่งพิงหนึ่งเดียวที่มีอยู่ ทุกครั้งที่เธอกับภูภูมิใช้เวลาอยู่ด้วยกันนั้นมีแต่ความสนุกสนาน ความสบายใจ ไม่เคยเลยสักครั้งที่ชายหนุ่มจะแสดงท่าทีอึดอัดใจหรือเป็นกังวล นี่ก็เลยเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอไม่เชื่อว่าการตายของชายหนุ่มเป็นแค่อุบัติเหตุ
ช่วงดึกของวัน
สุดาเข้ามาหาวารีที่ห้องนอนที่ได้จัดเตรียมไว้สำหรับหญิงสาวโดยเฉพาะ ตั้งแต่กลับมาจากผาแสงตะวันวารีก็เอาแต่หมกตัวอยู่ในห้อง จนถึงตอนนี้เธอก็ยังคงร้องไห้กอดรูปถ่ายภูภูมิเอาไว้แน่น สุดาเห็นเช่นนี้ก็สังเวชเป็นอย่างมาก
“ถือซะว่าภูมิกับวาสิ้นสุดวาสนากันเท่านี้ ถ้าวาเอาแต่โศกเศร้าภูมิก็คงนอนตายตาไม่หลับ”
“วาแค่ไม่อยากเชื่อว่าภูมิไม่อยู่แล้ว วาไม่เข้าใจทำไมภูมิต้องดื่มจนเมาแล้วไปที่ผานั่นด้วย”
“ไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องร้ายขึ้นหรอก ภูมิเองก็คงคาดไม่ถึงว่าจะเอาตัวเองไปจบชีวิตที่นั่น ถึงภูมิจะไม่อยู่แล้วแต่วาก็ยังเป็นลูกสาวแม่เหมือนเดิมนะ ถ้าวาอยากอยู่ที่นี่ต่อแม่ก็ไม่ว่าอะไร” สุดาดึงวารีเข้ามาสวมกอดปลอบใจ นอกจากเยียวยาจิตใจให้ตัวเองแล้วเธอก็ต้องเข้มแข็งเป็นกำลังสำคัญให้วารีอีกด้วย ช่วงที่สภาพจิตใจบอบช้ำนี้ก็คงทำได้แค่เยียวยากันและกันเท่านั้น
วันต่อมา
“คุณ คุณ…เช้าแล้ว” ขวัญข้าวสะกิดแขนปลุกจิรณัฐที่นั่งฟุบหลับอยู่หน้าโลงศพของภูภูมิ สีหน้าของชายหนุ่มในตอนนี้ไม่สู้ดีนัก พอจะลุกขึ้นก็เกือบหงายหลังโชคดีที่หญิงสาวเข้ามาประคองไว้ได้ทัน
“หน้าคุณซีดมากเลย เป็นอะไรมั้ย”
“คงจะเพลียน่ะพึ่งได้หลับเมื่อตอนเช้ามืดนี่เอง เธอมาช่วยงานภูมิเหรอ”
“ค่ะ ฉันว่าคุณรีบไปอาบน้ำเถอะตอนนี้คนก็ทยอยมากันเยอะแล้ว"
“อืม” ชายหนุ่มพยักหน้ารับก่อนจะเดินจากหญิงสาวไป ขวัญข้าวมองตามจิรณัฐจนละสายตาพอกลับมาอีกทีก็เห็นวารียืนอยู่ที่ด้านหลัง
“ข้าวช่วยพี่ยกย้ำให้แขกหน่อยได้มั้ย”
“ได้สิคะ” หญิงสาวรีบตอบรับ เธอเองก็ตั้งใจมาช่วยงานอยู่แล้ว
ระหว่างที่สองสาวช่วยกันจัดน้ำเพื่อเตรียมเสิร์ฟให้แขกที่มาร่วมงาน วารีก็ถามไถ่ถึงความสัมพันธ์ระหว่างขวัญข้าวกับภูภูมิ บางทีหญิงสาวอาจจะรู้เรื่องราวแฟนหนุ่มของเธอก็ได้ เช่นบางเรื่องที่ภูภูมิไม่ต้องการให้เธอรู้แล้วไปพูดบอกเล่าระบายกับบุคคลที่สามแทน เธอเองก็อยากรู้ว่าทำไมแฟนหนุ่มของเธอถึงได้ดื่มหนักในวันที่เกิดเหตุ
“กำไลลูกปัดที่ภูมิเคยใส่ข้าวเป็นคนทำให้ใช่มั้ย แสดงว่าภูมิกับข้าวต้องสนิทกันมากแน่ภูมิถึงได้ใส่ของที่ข้าวทำให้ติดตัวไว้ตลอดเลย เสียดายจังที่ตอนนี้หาไม่เจอ ภูมิน่าจะทำหล่นไว้สักทีไม่งั้นจะได้เอาใส่ไว้ให้ภูมิ”
“งั้นเดี๋ยวข้าวทำอันใหม่ให้พี่ภูมิก็ได้ค่ะ”
“ไม่ต้องหรอก…ช่างมันเถอะ” หญิงสาวตอบรับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ขวัญข้าวเห็นสายตาที่วารีมองมานั้นดูเคลือบแคลงก็รีบอธิบาย
“ข้าวกับพี่ภูมิไม่ใช่อย่างที่พี่วาคิดนะคะ ก่อนหน้านี้ที่ข้าวอยู่กับแม่ก็ทำของพวกนี้เอาไปขายตามตลาดนัดอยู่แล้ว พี่ภูมิเห็นว่าข้าวใส่แล้วชอบก็เลยขอซื้อ ข้าวเองเห็นว่าพี่ภูมิไปอุดหนุนที่ร้านป้าบ่อยๆ ก็เลยทำให้พี่ภูมิใหม่อันหนึ่ง แต่ไม่ใช่พี่ภูมิที่ได้คนเดียวนะคะ มีเพื่อนพี่ภูมิอีกคนด้วย ก็…คนที่ชื่อจิณนั่นแหละ”
“จิณก็มีด้วยเหรอ”
“ค่ะ พี่ภูมิให้ข้าวทำให้คุณจิณอีกอัน แต่ข้าวกับพี่ภูมิ…”
“ไม่ต้องพูดแล้วพี่เชื่อ พี่ก็ไม่ได้ว่าอะไรข้าวสักหน่อย แต่ที่พี่ถามเพราะพี่อยากรู้ว่าภูมิเคยเล่าเรื่องอะไรให้ข้าวฟังบ้าง บางทีเรื่องที่ภูมิคุยกับข้าวพี่อาจจะไม่เคยรู้” หญิงสาวกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ ยิ่งคิดถึงชายหนุ่มคนรักก็ยิ่งแต่โศกเศร้า ขวัญข้าวพอเห็นวารีเอาแต่ร้องไห้ก็เห็นใจเป็นอย่างมาก
จิรณัฐเข้ามาที่ห้องนอนของภูภูมิด้วยใบหน้าที่เซื่องซึม ชายหนุ่มนั่งลงที่เตียงคิดย้อนวันวานเมื่อครั้งที่มานอนพักอยู่กับเพื่อนชาย ไม่คิดว่าการกลับมาครั้งนี้จะต้องนอนโดดเดี่ยวโดยที่เจ้าของห้องไม่อยู่อีกแล้ว ในขณะที่นั่งหน้าซึมอยู่นั้นก็มีสายจากเฌอรินโทรเข้ามา
. จิรณัฐเล่าเรื่องการเสียชีวิตของภูภูมิให้เฌอรินได้ฟัง น้ำเสียงที่อิดโรยของจิรณัฐทำหญิงสาวเป็นห่วงนัก เธอรู้ดีว่าการจากไปของภูภูมิทำให้จิรณัฐใจแตกสลายแค่ไหน
“จิณไหวมั้ย ให้เฌอไปหาหรือเปล่า” หญิงสาวเองก็ได้แต่เสียใจในวันที่จิรณัฐรู้สึกแย่เธอกลับไม่ได้อยู่ข้างกายเพื่อปลอบประโลม ตอนนี้ขอแค่ชายหนุ่มตอบตกลงเธอก็พร้อมจะบินมาหาชายหนุ่มในทันที
จิรณัฐหลงใหลกับความหอมหวานที่ได้สัมผัสลูบไล้เรือนร่างของแฟนสาว ชายหนุ่มไม่เคยมีความปรารถนาเรื่องเช่นนี้จนได้ตกหลุมรักขวัญข้าว นับตั้งแต่นั้นก็โหยหาอยากจะครอบครองตัวหญิงสาวมาตลอดแต่ต้องหักใจไว้ ณ ช่วงเวลานั้นยังมีเรื่องราวมากมายที่ไม่สามารถทำตามใจตัวเองได้เลยทำได้แค่อดทน แต่ ณ ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้นแล้ว“พอก่อนค่ะ” ขวัญข้าวผลักชายหนุ่มออกห่างเล็กน้อย“ทำไมกลัวพี่จะทำมากกว่าจูบเหรอ”“ไม่ได้กลัวค่ะแต่มีเรื่องจะถาม พี่จิณรู้ตัวตอนไหนคะว่าชอบข้าว"“ไม่แน่ใจคงจะเป็นความรู้สึกซึมลึกมั้ง แต่ถ้าชัดเจนที่สุดแบบว่ายอมรับใจตัวเองก็คงตอนงานโคมลอยนี่แหละ”“เอ๊ะ! ถ้าเป็นตอนนั้นมันก็ก่อนที่พี่เฌอจะสารภาพรักพี่นะสิ แล้วทำไมพี่ถึงไม่ปฏิเสธพี่เฌอล่ะ นี่พี่ชอบข้าวแต่ก็ชอบพี่เฌอไปด้วยเหรอหลายใจจริงๆ"“ก็พี่ปฏิเสธไง เราสองคนก็ตกลงเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม”“นี่พี่วาก็โกหกเหรอ”“วาอาจจะไม่ได้โกหกก็ได้แต่ฟังไม่จบ บางคนก็เป็นแบบนั้น” จิรณัฐแสยะยิ้มนึกถึงภูภัค เพราะตอนนั้นชายหนุ่มก็แอบฟังเหมือนที่วารีทำแต่ฟังไม่จบเช่นกัน“อ๋อ ที่ทำตัวห่างจากพี่เพราะเรื่องนี้ใช่มั้ย จะเล่นบทนางเอกเสียสละว่างั้น”“ไม่ใช่สัก
ขวัญข้าวยิ้มกว้างไม่สามารถเก็บซ่อนความสุขไว้ได้ ไม่ใช่แค่ชายหนุ่มที่ต้องอดทนรอ4ปี หญิงสาวเองก็อดทนรอเช่นกัน และก็ถึงเวลาแล้วที่ความอดทนตลอด4ปีที่ผ่านมาต้องถูกปลดปล่อยเสียที“ข้าวก็เหมือนกันค่ะ 4ปีที่ไม่มีพี่จิณเหมือนชีวิตข้าวขาดอะไรไป แต่ข้าวก็ใช้ชีวิตอย่างดีไม่ทำให้พี่จิณต้องเป็นห่วงแน่นอน ข้าวมีเพื่อน มีสังคม มีครอบครัวที่น่ารักเหมือนที่พี่จิณอยากให้เป็น ข้าวได้ทำทุกอย่างที่อยากจะทำเกือบครบแล้วขาดก็แค่เรื่องเดียว…คือข้าวไม่มีจิณคอยอยู่ข้างๆ”“แล้วตอนนี้ข้าวพร้อมจะให้พี่อยู่ข้างๆ มั้ย แล้วพี่สามารถบอกได้หรือยังว่าพี่รักข้าว” ชายหนุ่มนัยน์ตาสั่นเครือยิ้มหวานมองไปที่หญิงสาว“แล้วนี่ไม่เรียกว่าบอกเหรอคะ”“อ้าว! พี่บอกไปแล้วเหรอ งั้นถ้าบอกไปแล้วข้าวล่ะจะตอบรับมั้ย”“พี่จิณแน่ใจใช่มั้ยคะว่าความรู้สึกที่พี่จิณมีให้ข้าวไม่ได้เปลี่ยนไปแล้ว 4ปีมันนานมากเลยนะ”“พี่แน่ใจ แน่ใจตั้งแต่ให้คำมั่นกับพ่อข้าวตั้งแต่วันนั้นแล้ว ข้าว…เป็นแฟนกับพี่นะ” จิรณัฐหยอดคำหวานส่งสายตาหวานซึ้งไปที่หญิงสาวอย่างคาดหวัง“ค่ะ ข้าวตกลงเป็นแฟนพี่จิณ” หญิงสาวยิ้มเขินตอบรับอย่างไม่ลังเล ทั้งสองต่างสวมกอดกันและกันอีกครั้ง
ขวัญข้าวนัยน์ตาสั่นไหวรู้สึกถึงบรรยากาศที่คุ้นเคย หญิงสาวค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้สวนในขวดแก้วที่ตั้งไว้ริมหน้าต่างและเห็นว่ามีแผ่นกระดาษที่เหมือนจะเขียนอะไรบางอย่างไว้ก็หยิบขึ้นมาอ่าน ไม่นานนักน้ำตาของหญิงสาวก็หลั่งไหลออกมาไม่ขาดสาย“ถ้าเจอกันอีกครั้ง พี่ไม่ยอมปล่อยข้าวไปไหนแล้วนะ” ขวัญข้าวเผยยิ้มกว้างทั้งน้ำตา หญิงสาวรีบวางโน้ตกลับไว้ที่เดิมวิ่งออกจากห้องนอนมาที่ลานระเบียงก็เห็นจิรณัฐยืนยิ้มให้อยู่จิรณัฐเมื่อเห็นหญิงสาวคนรักก็ยิ้มหวานนัยน์ตาสั่นไหวมองขวัญข้าวด้วยความคิดถึง มือทั้งสองข้างก็กางออกรอรับอ้อมกอดที่อบอุ่นที่จะเข้ามาเติมเต็ม หญิงสาวเองก็ไม่ทำให้ชายหนุ่มผิดหวังรีบเข้าไปสวมกอดไว้แน่น ทั้งสองรับรู้ได้ว่าต่างฝ่ายต่างโหยหาซึ่งกันและกัน เมื่อกลับมาเจอกันอีกครั้งเรื่องทุกอย่างที่ต้องอดกลั้นไว้ก็ได้ปลดปล่อยออกมา“พี่จิณสบายดีนะคะ” หญิงสาวคลายอ้อมกอดออกมองไปที่จิรณัฐด้วยความอาวรณ์ แม้แต่ในตอนนี้เธอก็ยังคงยิ้มด้วยความสุขที่ได้กลับมาเจอชายหนุ่มอีกครั้ง“พี่สบายดี ข้าวสบายดีนะ ดูข้าวโตขึ้นเยอะเลย”“ข้าวสบายดีค่ะ ว่าแต่พี่จิณทำไมมาอยู่นี่คะ”“พี่เป็นคนงานที่ไร่ส้มแสงตะวันน่ะ ก่อนหน้านี้เคย
1 เดือนต่อมา ประเทศเซียร์ราลีโอนเฌอรินใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มนั่งมองดูเด็กๆ อย่างเพลิดเพลินที่กำลังเล่นสนุกกัน ก่อนรอยยิ้มนั้นค่อยๆ คลายลงเมื่อเห็นชายหนุ่มที่คุ้นเคยยืนอยู่อีกฟากกำลังยิ้มและมองมาที่เธอ หญิงสาวไม่คาดฝันว่าจะได้เจอจิรณัฐที่นี่ เมื่อเห็นชายหนุ่มปรากฏตัวก็รีบเดินตรงไปหาอย่างไม่ลังเล“ขอโทษนะที่จิณมาช้าไป”“ไม่เป็นไรเลยแค่จิณมาเฌอก็ดีใจแล้ว ถ้าจิณมาที่นี่แล้วข้าวล่ะ ข้าวมาด้วยเหรอ?”“จิณอกหักน่ะ อย่าพูดถึงอีกเลยไปเล่นกับเด็กๆ ดีกว่า” ชายหนุ่มเผยยิ้มกว้างก่อนจะเดินนำไปยังกลุ่มเด็กๆ ที่เล่นกันอยู่“อกหัก? นี่ข้าวปฏิเสธจิณเหรอ…เป็นไปได้ไง” เฌอรินไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่ได้ยิน ขวัญข้าวชอบจิรณัฐมากขนาดนั้นเป็นไปได้ไงที่จะปฏิเสธ ระหว่างสองคนนี้เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ช่วงดึกของวันเฌอรินเดินออกมาสมทบกับจิรณัฐซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดพักนัก หญิงสาวมาถึงเห็นชายหนุ่มเอาแต่เงยหน้าขึ้นมองไปยังบนท้องฟ้าด้วยใจที่สงบนิ่งก็ทำให้หวนนึกถึงจิรณัฐในอดีตขึ้นมา“ไม่เห็นจิณในมุมนี้มานานแล้วนะ ตอนอยู่ไทยการใช้ชีวิตของจิณดูวุ่นวายแต่ก็มีชีวิตชีวามาก มัวแต่ทำเพื่อคนอื่นจนขาดความเป็นตัวเองไป”“สรุปดีหรือ
จิรณัฐมาส่งขวัญข้าวที่บ้านมาลี เห็นหญิงสาวเอาแต่เซื่องซึมก็รู้สึกเป็นห่วง ขวัญข้าวเองเห็นสีหน้าที่เป็นกังวลของจิรณัฐก็คิดโทษตัวเอง ดูเหมือนเธอจะทำให้ชายหนุ่มลำบากใจอีกแล้ว“อย่าทำหน้าแบบนี้สิคะข้าวไม่เศร้าแล้วก็ได้”“แน่ใจ?”“แน่ใจค่ะ สงสารก็แต่น้าลือป่านนี้คงเศร้ามากแน่ๆ เพื่อนสนิทมาจากไปแบบนี้ น้าสุบินน่าสงสารนะคะเห็นน้าลือบอกว่าอยู่ตัวคนเดียวมานานแล้ว ยิ่งมาเป็นมะเร็งอีกความอยากมีชีวิตอยู่ต่อเลยไม่มี”“ทางออกสุดท้ายที่เลือกนั้นแปลว่าได้คิดมาอย่างดีแล้ว ทุกคนล้วนมีวิธีจัดการของตัวเองเราฝืนกรรมใครไม่ได้หรอก แต่ถ้ายังรู้ตัวว่าแก้ไขได้ก็ต้องรีบคว้าโอกาสนั้นไว้ ข้าวเองก็เหมือนกัน ไม่ว่าจะทำอะไรต่อจากนี้พี่ก็อยากให้ข้าวทำด้วยความสุข”“เข้าใจแล้วค่ะ” หญิงสาวพยักหน้ายิ้มรับ“พรุ่งนี้พี่ต้องเข้ากรุงเทพ น่าจะอีกสัก3วันถึงจะกลับ”“ไปอีกแล้วเหรอคะ” หญิงสาวหน้างอ แค่ได้ยินว่าชายหนุ่มต้องเดินทางออกห่างจากเธอไปอีกก็เป็นกังวลแล้ว“ดูทำหน้าเข้าสิก็บอกแล้วไงว่าจะกลับมา เข้าบ้านเถอะพรุ่งนี้ต้องไปช่วยงานน้าสุบินใช่มั้ย เห็นน้าลือบอกว่าสวดแล้วเผาเลยนี่”“ค่ะ งั้นไว้เจอกันนะคะ” หญิงสาวโบกมือลาเดินเข้าไป
“แม่ตบวาทำไม?” วารีถามผู้เป็นแม่ด้วยขุ่นเคือง“ฉันตบที่แกไม่รักดี ตบที่การกระทำของแกมันไร้ยางอายนะสิ ภูภัคมาหาฉันบอกความหน้าด้านและพฤติกรรมแย่ๆ ของแกให้ฉันฟังหมดแล้ว และก็ย้ำให้ฉันดูแกให้ดีๆ อย่าได้เข้าไปวุ่นวายกับพวกเขาอีก พวกเขาไม่อยากเกี่ยวข้องอะไรกับแกแล้ว”“นี่ภัคมาหาแม่เหรอ ภัคมาบอกแม่ว่าที่ภูมิตายเป็นเพราะวาใช่มั้ย แม่อย่าเชื่อภัคนะวาไม่ได้ทำให้ภูมิตาย วาไม่เกี่ยวข้องกับการตายของภูมิเลย”“แกยังจะบอกว่าไม่เกี่ยวข้องอีกเหรอ ไม่ใช่เพราะแกเหรอที่ทำให้ภูมิเสียใจจนต้องดื่มจนเมาแล้วเอาชีวิตไปทิ้งน่ะ แกไม่รักเขาแล้วแกจะตอบตกลงแต่งงานกับเขาทำไมวารี!” ผู้เป็นแม่ตะคอกไปที่ลูกสาว เธอเองก็หลั่งน้ำตาด้วยความโกรธไม่คิดว่าวารีลูกสาวของเธอจะมีความคิดและพฤติกรรมแย่ๆ ขนาดนี้ เธอผิดหวังในตัววารีมาก“ฉันก็นึกว่าแกขออยู่ที่เวียงผาต่อเพราะยังคิดถึงภูมิอยู่ ที่ไหนได้แกอยู่เพราะผู้ชายที่เขาไม่เห็นแกอยู่ในสายตาเลยด้วยซ้ำ คิดอะไรอยู่น่ะวา ศักดิ์ศรีของแกมันหายไปไหนหมด ไปเก็บของซะพรุ่งนี้ฉันจะส่งแกไปอยู่กับตายายที่ซานตง”“ไม่นะแม่วาไม่ไป วายอมรับผิดแล้วแม่อย่าส่งวาไปเลยนะ วาอยู่ที่นั่นไม่ได้จริงๆ”“ฉันกับพ







