เข้าสู่ระบบจิรณัฐหลงใหลกับความหอมหวานที่ได้สัมผัสลูบไล้เรือนร่างของแฟนสาว ชายหนุ่มไม่เคยมีความปรารถนาเรื่องเช่นนี้จนได้ตกหลุมรักขวัญข้าว นับตั้งแต่นั้นก็โหยหาอยากจะครอบครองตัวหญิงสาวมาตลอดแต่ต้องหักใจไว้ ณ ช่วงเวลานั้นยังมีเรื่องราวมากมายที่ไม่สามารถทำตามใจตัวเองได้เลยทำได้แค่อดทน แต่ ณ ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้นแล้ว“พอก่อนค่ะ” ขวัญข้าวผลักชายหนุ่มออกห่างเล็กน้อย“ทำไมกลัวพี่จะทำมากกว่าจูบเหรอ”“ไม่ได้กลัวค่ะแต่มีเรื่องจะถาม พี่จิณรู้ตัวตอนไหนคะว่าชอบข้าว"“ไม่แน่ใจคงจะเป็นความรู้สึกซึมลึกมั้ง แต่ถ้าชัดเจนที่สุดแบบว่ายอมรับใจตัวเองก็คงตอนงานโคมลอยนี่แหละ”“เอ๊ะ! ถ้าเป็นตอนนั้นมันก็ก่อนที่พี่เฌอจะสารภาพรักพี่นะสิ แล้วทำไมพี่ถึงไม่ปฏิเสธพี่เฌอล่ะ นี่พี่ชอบข้าวแต่ก็ชอบพี่เฌอไปด้วยเหรอหลายใจจริงๆ"“ก็พี่ปฏิเสธไง เราสองคนก็ตกลงเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม”“นี่พี่วาก็โกหกเหรอ”“วาอาจจะไม่ได้โกหกก็ได้แต่ฟังไม่จบ บางคนก็เป็นแบบนั้น” จิรณัฐแสยะยิ้มนึกถึงภูภัค เพราะตอนนั้นชายหนุ่มก็แอบฟังเหมือนที่วารีทำแต่ฟังไม่จบเช่นกัน“อ๋อ ที่ทำตัวห่างจากพี่เพราะเรื่องนี้ใช่มั้ย จะเล่นบทนางเอกเสียสละว่างั้น”“ไม่ใช่สัก
ขวัญข้าวยิ้มกว้างไม่สามารถเก็บซ่อนความสุขไว้ได้ ไม่ใช่แค่ชายหนุ่มที่ต้องอดทนรอ4ปี หญิงสาวเองก็อดทนรอเช่นกัน และก็ถึงเวลาแล้วที่ความอดทนตลอด4ปีที่ผ่านมาต้องถูกปลดปล่อยเสียที“ข้าวก็เหมือนกันค่ะ 4ปีที่ไม่มีพี่จิณเหมือนชีวิตข้าวขาดอะไรไป แต่ข้าวก็ใช้ชีวิตอย่างดีไม่ทำให้พี่จิณต้องเป็นห่วงแน่นอน ข้าวมีเพื่อน มีสังคม มีครอบครัวที่น่ารักเหมือนที่พี่จิณอยากให้เป็น ข้าวได้ทำทุกอย่างที่อยากจะทำเกือบครบแล้วขาดก็แค่เรื่องเดียว…คือข้าวไม่มีจิณคอยอยู่ข้างๆ”“แล้วตอนนี้ข้าวพร้อมจะให้พี่อยู่ข้างๆ มั้ย แล้วพี่สามารถบอกได้หรือยังว่าพี่รักข้าว” ชายหนุ่มนัยน์ตาสั่นเครือยิ้มหวานมองไปที่หญิงสาว“แล้วนี่ไม่เรียกว่าบอกเหรอคะ”“อ้าว! พี่บอกไปแล้วเหรอ งั้นถ้าบอกไปแล้วข้าวล่ะจะตอบรับมั้ย”“พี่จิณแน่ใจใช่มั้ยคะว่าความรู้สึกที่พี่จิณมีให้ข้าวไม่ได้เปลี่ยนไปแล้ว 4ปีมันนานมากเลยนะ”“พี่แน่ใจ แน่ใจตั้งแต่ให้คำมั่นกับพ่อข้าวตั้งแต่วันนั้นแล้ว ข้าว…เป็นแฟนกับพี่นะ” จิรณัฐหยอดคำหวานส่งสายตาหวานซึ้งไปที่หญิงสาวอย่างคาดหวัง“ค่ะ ข้าวตกลงเป็นแฟนพี่จิณ” หญิงสาวยิ้มเขินตอบรับอย่างไม่ลังเล ทั้งสองต่างสวมกอดกันและกันอีกครั้ง
ขวัญข้าวนัยน์ตาสั่นไหวรู้สึกถึงบรรยากาศที่คุ้นเคย หญิงสาวค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้สวนในขวดแก้วที่ตั้งไว้ริมหน้าต่างและเห็นว่ามีแผ่นกระดาษที่เหมือนจะเขียนอะไรบางอย่างไว้ก็หยิบขึ้นมาอ่าน ไม่นานนักน้ำตาของหญิงสาวก็หลั่งไหลออกมาไม่ขาดสาย“ถ้าเจอกันอีกครั้ง พี่ไม่ยอมปล่อยข้าวไปไหนแล้วนะ” ขวัญข้าวเผยยิ้มกว้างทั้งน้ำตา หญิงสาวรีบวางโน้ตกลับไว้ที่เดิมวิ่งออกจากห้องนอนมาที่ลานระเบียงก็เห็นจิรณัฐยืนยิ้มให้อยู่จิรณัฐเมื่อเห็นหญิงสาวคนรักก็ยิ้มหวานนัยน์ตาสั่นไหวมองขวัญข้าวด้วยความคิดถึง มือทั้งสองข้างก็กางออกรอรับอ้อมกอดที่อบอุ่นที่จะเข้ามาเติมเต็ม หญิงสาวเองก็ไม่ทำให้ชายหนุ่มผิดหวังรีบเข้าไปสวมกอดไว้แน่น ทั้งสองรับรู้ได้ว่าต่างฝ่ายต่างโหยหาซึ่งกันและกัน เมื่อกลับมาเจอกันอีกครั้งเรื่องทุกอย่างที่ต้องอดกลั้นไว้ก็ได้ปลดปล่อยออกมา“พี่จิณสบายดีนะคะ” หญิงสาวคลายอ้อมกอดออกมองไปที่จิรณัฐด้วยความอาวรณ์ แม้แต่ในตอนนี้เธอก็ยังคงยิ้มด้วยความสุขที่ได้กลับมาเจอชายหนุ่มอีกครั้ง“พี่สบายดี ข้าวสบายดีนะ ดูข้าวโตขึ้นเยอะเลย”“ข้าวสบายดีค่ะ ว่าแต่พี่จิณทำไมมาอยู่นี่คะ”“พี่เป็นคนงานที่ไร่ส้มแสงตะวันน่ะ ก่อนหน้านี้เคย
1 เดือนต่อมา ประเทศเซียร์ราลีโอนเฌอรินใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มนั่งมองดูเด็กๆ อย่างเพลิดเพลินที่กำลังเล่นสนุกกัน ก่อนรอยยิ้มนั้นค่อยๆ คลายลงเมื่อเห็นชายหนุ่มที่คุ้นเคยยืนอยู่อีกฟากกำลังยิ้มและมองมาที่เธอ หญิงสาวไม่คาดฝันว่าจะได้เจอจิรณัฐที่นี่ เมื่อเห็นชายหนุ่มปรากฏตัวก็รีบเดินตรงไปหาอย่างไม่ลังเล“ขอโทษนะที่จิณมาช้าไป”“ไม่เป็นไรเลยแค่จิณมาเฌอก็ดีใจแล้ว ถ้าจิณมาที่นี่แล้วข้าวล่ะ ข้าวมาด้วยเหรอ?”“จิณอกหักน่ะ อย่าพูดถึงอีกเลยไปเล่นกับเด็กๆ ดีกว่า” ชายหนุ่มเผยยิ้มกว้างก่อนจะเดินนำไปยังกลุ่มเด็กๆ ที่เล่นกันอยู่“อกหัก? นี่ข้าวปฏิเสธจิณเหรอ…เป็นไปได้ไง” เฌอรินไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่ได้ยิน ขวัญข้าวชอบจิรณัฐมากขนาดนั้นเป็นไปได้ไงที่จะปฏิเสธ ระหว่างสองคนนี้เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ช่วงดึกของวันเฌอรินเดินออกมาสมทบกับจิรณัฐซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดพักนัก หญิงสาวมาถึงเห็นชายหนุ่มเอาแต่เงยหน้าขึ้นมองไปยังบนท้องฟ้าด้วยใจที่สงบนิ่งก็ทำให้หวนนึกถึงจิรณัฐในอดีตขึ้นมา“ไม่เห็นจิณในมุมนี้มานานแล้วนะ ตอนอยู่ไทยการใช้ชีวิตของจิณดูวุ่นวายแต่ก็มีชีวิตชีวามาก มัวแต่ทำเพื่อคนอื่นจนขาดความเป็นตัวเองไป”“สรุปดีหรือ
จิรณัฐมาส่งขวัญข้าวที่บ้านมาลี เห็นหญิงสาวเอาแต่เซื่องซึมก็รู้สึกเป็นห่วง ขวัญข้าวเองเห็นสีหน้าที่เป็นกังวลของจิรณัฐก็คิดโทษตัวเอง ดูเหมือนเธอจะทำให้ชายหนุ่มลำบากใจอีกแล้ว“อย่าทำหน้าแบบนี้สิคะข้าวไม่เศร้าแล้วก็ได้”“แน่ใจ?”“แน่ใจค่ะ สงสารก็แต่น้าลือป่านนี้คงเศร้ามากแน่ๆ เพื่อนสนิทมาจากไปแบบนี้ น้าสุบินน่าสงสารนะคะเห็นน้าลือบอกว่าอยู่ตัวคนเดียวมานานแล้ว ยิ่งมาเป็นมะเร็งอีกความอยากมีชีวิตอยู่ต่อเลยไม่มี”“ทางออกสุดท้ายที่เลือกนั้นแปลว่าได้คิดมาอย่างดีแล้ว ทุกคนล้วนมีวิธีจัดการของตัวเองเราฝืนกรรมใครไม่ได้หรอก แต่ถ้ายังรู้ตัวว่าแก้ไขได้ก็ต้องรีบคว้าโอกาสนั้นไว้ ข้าวเองก็เหมือนกัน ไม่ว่าจะทำอะไรต่อจากนี้พี่ก็อยากให้ข้าวทำด้วยความสุข”“เข้าใจแล้วค่ะ” หญิงสาวพยักหน้ายิ้มรับ“พรุ่งนี้พี่ต้องเข้ากรุงเทพ น่าจะอีกสัก3วันถึงจะกลับ”“ไปอีกแล้วเหรอคะ” หญิงสาวหน้างอ แค่ได้ยินว่าชายหนุ่มต้องเดินทางออกห่างจากเธอไปอีกก็เป็นกังวลแล้ว“ดูทำหน้าเข้าสิก็บอกแล้วไงว่าจะกลับมา เข้าบ้านเถอะพรุ่งนี้ต้องไปช่วยงานน้าสุบินใช่มั้ย เห็นน้าลือบอกว่าสวดแล้วเผาเลยนี่”“ค่ะ งั้นไว้เจอกันนะคะ” หญิงสาวโบกมือลาเดินเข้าไป
“แม่ตบวาทำไม?” วารีถามผู้เป็นแม่ด้วยขุ่นเคือง“ฉันตบที่แกไม่รักดี ตบที่การกระทำของแกมันไร้ยางอายนะสิ ภูภัคมาหาฉันบอกความหน้าด้านและพฤติกรรมแย่ๆ ของแกให้ฉันฟังหมดแล้ว และก็ย้ำให้ฉันดูแกให้ดีๆ อย่าได้เข้าไปวุ่นวายกับพวกเขาอีก พวกเขาไม่อยากเกี่ยวข้องอะไรกับแกแล้ว”“นี่ภัคมาหาแม่เหรอ ภัคมาบอกแม่ว่าที่ภูมิตายเป็นเพราะวาใช่มั้ย แม่อย่าเชื่อภัคนะวาไม่ได้ทำให้ภูมิตาย วาไม่เกี่ยวข้องกับการตายของภูมิเลย”“แกยังจะบอกว่าไม่เกี่ยวข้องอีกเหรอ ไม่ใช่เพราะแกเหรอที่ทำให้ภูมิเสียใจจนต้องดื่มจนเมาแล้วเอาชีวิตไปทิ้งน่ะ แกไม่รักเขาแล้วแกจะตอบตกลงแต่งงานกับเขาทำไมวารี!” ผู้เป็นแม่ตะคอกไปที่ลูกสาว เธอเองก็หลั่งน้ำตาด้วยความโกรธไม่คิดว่าวารีลูกสาวของเธอจะมีความคิดและพฤติกรรมแย่ๆ ขนาดนี้ เธอผิดหวังในตัววารีมาก“ฉันก็นึกว่าแกขออยู่ที่เวียงผาต่อเพราะยังคิดถึงภูมิอยู่ ที่ไหนได้แกอยู่เพราะผู้ชายที่เขาไม่เห็นแกอยู่ในสายตาเลยด้วยซ้ำ คิดอะไรอยู่น่ะวา ศักดิ์ศรีของแกมันหายไปไหนหมด ไปเก็บของซะพรุ่งนี้ฉันจะส่งแกไปอยู่กับตายายที่ซานตง”“ไม่นะแม่วาไม่ไป วายอมรับผิดแล้วแม่อย่าส่งวาไปเลยนะ วาอยู่ที่นั่นไม่ได้จริงๆ”“ฉันกับพ







![พื้นที่นี้มีคนเก่า [อ่านฟรี เป็นของขวัญปีใหม่]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)