เข้าสู่ระบบวันต่อมา
เฌอรินลืมตาขึ้นมาในช่วงสายของวัน เธอยังคงรู้สึกงัวเงียและหนักหัวอยู่เล็กน้อยจากที่ดื่มหนักมา หญิงสาวพยายามนึกถึงเรื่องเมื่อคืนว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ระหว่างนั้นผู้เป็นแม่ก็เปิดประตูห้องเข้ามา “ตื่นแล้วเหรอแม่สาวขี้เมา” “เมื่อคืนเฌอกลับบ้านยังไงคะ” “นี่เมาจนไม่รู้เรื่องเลย จะกลับยังไงก็จิณแบกมาส่งที่บ้านนะสิ” “จิณมาส่งเหรอคะ แล้วเมื่อคืนเฌอทำอะไรแปลกๆ ไปบ้างมั้ย” หญิงสาวเริ่มกังวลกลัวว่าจะเผลอพูดหรือทำอะไรออกไปโดยไม่รู้ตัว “ไม่รู้สิพอแม่กลับมาถึงบ้านจิณก็กำลังกลับพอดี ถ้าอยากรู้ว่าเมาแล้วทำอะไรไปบ้างก็ไปถามจิณดู เดี๋ยวแม่ต้องออกไปข้างนอกมัฟฟินไข่อยู่ในครัวหิวก็ไปกินนะ” นิสาบอกต่อผู้เป็นลูกสาวก่อนจะเดินออกจากห้องไป เฌอรินหลังทำกิจธุระส่วนตัวเสร็จก็มาหาจิรณัฐที่บ้านของชายหนุ่ม หญิงสาวอยากรู้ว่าเมื่อคืนตอนที่ชายหนุ่มไปส่งเธอที่บ้านนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง จิรณัฐเองพอเห็นเฌอรินเดินเข้ามาหาก็เผยยิ้มต้อนรับทักทาย เห็นหญิงสาวเอาแต่ยืนเก้ๆ กังๆ ก็เอ่ยปากชวนให้นั่ง “จิณอ่านอะไรอยู่” “ก็อ่านพวกปรัชญาทั่วไปนั่นแหละ มีอะไรหรือเปล่าดูแปลกๆ นะ” “เมื่อคืน… ขอบใจนะที่ส่งเฌอกลับบ้าน เฌอไม่ได้ทำอะไรหรือพูดอะไรแปลกๆ ใช่มั้ย” หญิงสาวกำมือแน่นด้วยความกังวล หวังแค่ตัวเธอไม่เผลอปากพูดความในใจกับชายหนุ่มไปก็พอ จิรณัฐจ้องไปที่หญิงสาวอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเผยยิ้มที่มุมปาก “ไม่มีนะ พอส่งถึงบ้านเฌอก็หลับเลยน้าสาก็กลับมาพอดี” คำตอบของจิรณัฐทำให้หญิงสาวโล่งใจในทันที เธอเองก็กลัวจะหลุดปากเผยความรู้สึกที่มีต่อชายหนุ่มออกไปเสียแล้ว “เฌอรับปากได้มั้ยว่าครั้งหน้าอย่าดื่มหนักแบบนี้อีก” “ได้สิ ต่อไปเฌอจะไม่ดื่มหนักแล้ว” หญิงสาวยิ้มตาหยีพยักหน้าตอบรับ จิรณัฐเผยยิ้มเล็กน้อยมองไปที่เฌอรินอย่างครุ่นคิดอยู่สักครู่ ก่อนจะละสายตาถอนหายใจมองไปยังบทความปรัชญาในหนังสือต่อ บางทีการกระทำและคำพูดของหญิงสาวเมื่อคืนนั้นอาจเป็นเพราะดื่มหนักเกินไปจนไม่ได้สติเลยทำตัวแปลกๆ ก็เป็นได้ หลายวันต่อมา จังหวัดเชียงราย “ไอ้เลวเอ๊ย!” ขวัญข้าวสบถให้ชายที่อยู่ในสายก่อนจะกดวาง จังหวะหันกลับหลังก็สะดุ้งตกใจเมื่อเห็นจิรณัฐยืนจ้องเธออยู่ “อุ๊ย! กลับมาแล้วเหรอคะ” “เมื่อกี๊ไม่ได้ด่าพี่ใช่มั้ย” “ไม่ด่าพี่จิณค่ะข้าวด่าคนในโทรศัพท์ แล้วนี่พี่จิณมาหาข้าวเหรอคะ” “อืม มาหาข้าว…กินน่ะ ก็ที่นี่ร้านข้าวไม่ใช่เหรอพี่ก็ต้องมากินข้าวอยู่แล้วสิ” “อ๋อ มาหาข้าวที่เป็นของกินไม่ได้มาหาข้าวที่เป็นคน แล้ววันนี้จะกินอะไรคะ” “เอาข้าวหมูทอดแล้วกัน” “ได้ค่ะ รอสักครู่นะ” หญิงสาวยิ้มกว้างรีบรับออร์เดอร์ในทันที รอไม่นานข้าวหมูทอดของจิรณัฐก็มาเสิร์ฟ ขวัญข้าววางจานข้าวพร้อมแก้วน้ำไว้บนโต๊ะด้วยความระมัดระวัง เมื่อเห็นว่ามีผักชีโรยไว้บนหมูทอดก็รีบหยิบตะเกียบมาคีบออกทันที “เมื่อกี๊ข้าวก็ลืมบอกป้าไปว่าไม่ต้องโรยผักชีมา อ๊ะเสร็จแล้วกินได้เลยค่ะ” หญิงสาวเผยยิ้มมองไปที่จิรณัฐ พอเห็นสีหน้าสับสนงุนงงของชายหนุ่มก็คลายยิ้มลงทันทีเพราะคิดว่าชายหนุ่มโกรธที่เธอทำเกินหน้าที่ไป “ขอโทษค่ะ ข้าวแค่เห็นพี่จิณไม่ชอบกลิ่นผักชีเลยเอาออกให้ งั้นเดี๋ยวข้าวไปทำมาให้ใหม่นะคะ” หญิงสาวตั้งใจจะยกจานออกไปแต่ก็ถูกจิรณัฐห้ามไว้ได้ก่อน “ไม่ต้องทำใหม่หรอกพี่กินจานนี้แหละ รู้ด้วยเหรอว่าพี่ไม่ชอบกลิ่นผักชี” ชายหนุ่มถามไปพลางกินข้าวไปด้วย เมื่อสักครู่ที่จ้องหญิงสาวก็แค่สงสัยเท่านั้น “ก็ทุกครั้งที่พี่จิณมากินที่ร้านจานไหนที่มีผักชีพี่ก็จะเขี่ยออกหมดยกจานขึ้นมาดมแล้วก็ทำจมูกฟึดฟัด ข้าวก็เลยคิดว่าพี่จิณคงไม่ชอบกลิ่นผักชีแน่” “ช่างสังเกตจริงๆ นะเรา เห็นภัคบอกว่าข้าวมีเรื่องจะคุยกับพี่เหรอ” “ค่ะ แต่ไม่ทันได้คุยพี่ก็ไปอเมริกาซะก่อน” “มีเบอร์พี่แล้วนี่ทำไมไม่โทรหาล่ะ” “โทรทางไกลมันยังไงไม่รู้ ไว้คุยตอนที่พี่กลับมาดีกว่า” “งั้นก็คุยตอนนี้เลย” “ไว้ค่อยคุยได้มั้ยคะลูกค้าเข้าร้านแล้ว ข้าวขอทำงานก่อนไว้ว่างๆ เดี๋ยวข้าวไปหาพี่จิณที่บ้านแล้วค่อยคุยก็ได้” “อืม งั้นก็ตามใจ” ชายหนุ่มยิ้มรับส่ายหัวเล็กน้อยด้วยความไม่เข้าใจ ก่อนหน้านี้ภูภัคบอกว่าท่าทีของหญิงสาวดูกระตือรือร้นอยากจะคุยมากแต่พอเขามาแล้วทำไมกลับดูไม่สนใจเลย 1 สัปดาห์ต่อมา ช่วงบ่ายของวัน จิรณัฐกับภูภัคกลับออกมาจากไร้ส้มเข้ามาที่บ้านสวนก็เห็นวารีกำลังวุ่นอยู่กับการเตรียมอาหาร วันนี้หญิงสาวตั้งใจมาทำมื้อเที่ยงให้คนทั้งคู่ได้ทาน แต่เหตุผลที่แท้จริงของเธอคืออยากจะมาหาจิรณัฐมากกว่า “นี่พี่วาทำเองเลยเหรอ ไหนพี่ภูมิบอกว่าพี่วาทำกับข้าวไม่เป็นไง” ภูภัคเอ่ยถามวารีด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นกับข้าวหลายเมนูวางอยู่บนโต๊ะ เพราะผู้เป็นพี่ชายเคยเล่าให้ฟังว่าหญิงสาวไม่ค่อยชอบเข้าครัวเท่าไหร่ ตั้งแต่คบกันมาถ้าไม่ออกไปทานข้าวนอกบ้านก็จะเป็นภูภูมิที่แสดงฝีมือทำอาหารให้หญิงสาวได้ทาน “พี่เรียนจากในเนตเอาน่ะลองชิมดูสิว่าอร่อยมั้ย ถ้าอร่อยพี่จะได้มาทำให้กินทุกวันไง” หญิงสาวรีบเปลี่ยนเรื่อง เพราะที่เธอตั้งใจทำอาหารมากมายขนาดนี้ก็อยากจะเอาใจจิรณัฐแค่นั้น จิรณัฐเองเมื่อเห็นกับข้าวมากมายวางอยู่บนโต๊ะก็ไม่ได้รู้สึกพอใจสักนิด ชายหนุ่มเองก็ยังมองว่าหญิงสาวเองไม่มีความจำเป็นต้องทำเช่นนี้ด้วย “ครั้งหน้าไม่ต้องหรอกนะลำบากวาเปล่าๆ จะกินหมดยังไงเนี่ยจิณกับภัคก็สั่งอาหารที่ร้านป้ามาลีให้มาส่งเหมือนกัน เดี๋ยวข้าวก็คงมาส่ง” “ไม่ต้องรอแล้ว วาบอกข้าวไปแล้วว่าไม่ต้องมาส่ง รีบมากินกันเถอะเดี๋ยวกับข้าวจะเย็นซะก่อน” พอได้ยินคำตอบของวารีจิรณัฐก็ถอนหายใจออกมา กับข้าวมากมายที่วางอยู่บนโต๊ะไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกอยากอาหารเลยสักนิด นับวันวารียิ่งเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันเขามากขึ้น แบบนี้ก็ยิ่งแต่จะทำให้ชายหนุ่มรู้สึกอึดอัด “งั้นวาก็กินข้าวกับภัคไปนะจิณจะไปกินที่ร้านป้ามาลีน่ะ” “ทำไมล่ะ” วารีหน้าเจื่อนในทันทีเมื่อถูกจิรณัฐปฏิเสธกับข้าวที่เธอตั้งใจทำให้ “นั่นสิพี่จิณอยู่กินด้วยกันสิ” ภูภัคเอ่ยเสริม “วันนี้พี่อยากกินไก่กระเทียมฝีมือป้ามาลีน่ะ กับข้าวเยอะแบบนี้พี่ว่าภัคไปชวนคนงานมากินด้วยดีกว่า พี่ไปนะ” จิรณัฐบอกต่อภูภัคก่อนจะเดินลงบันไดบ้านไปโดยไม่ได้สนใจวารีที่ยืนหน้าเสียอยู่เลยสักนิด ขวัญข้าวที่นั่งเด็ดผักเตรียมเอาไว้ทำอาหารเห็นจิรณัฐเดินเข้าร้านมาก็ได้แต่มองด้วยความสงสัย ก่อนนี้วารีได้บอกยกเลิกการส่งปิ่นโตแล้วเพราะเธอจะทำมื้อเที่ยงให้ชายหนุ่มเอง แล้วทำไมถึงมาอยู่ที่ร้านอาหารของป้าเธอได้ เวลานี้ตามจริงน่าจะยังทานข้าวอยู่ที่บ้านไร่ส้มมากกว่า “ยืนนิ่งทำไมไปรับลูกค้าสิไม่เห็นเหรอลูกค้าเข้าร้านแล้ว” มาลีบอกต่อหลานสาวที่เอาแต่ยืนนิ่ง ขวัญข้าวเองพอถูกเอ่ยทักก็รีบล้างมือเพื่อไปรับออร์เดอร์จากจิรณัฐ “ยังไม่อิ่มเหรอคะ” หญิงสาวถามชายหนุ่มอย่างข้องใจ “ยังไม่ทันได้กินเลยจะให้พี่อิ่มซะแล้ว” “อ้าว! พี่จิณไม่ได้กินกับข้าวฝีมือพี่วาหรอกเหรอ ก็เมื่อตอนเที่ยงพี่วาโทรมายกเลิกปิ่นโตที่จะส่งให้พี่แล้วนี่ อย่าบอกนะคะว่าหนีพี่วามาอีกแล้ว” “รู้มากนะเรา ไม่ถามเยอะแล้วตอนนี้พี่หิวมาก งั้นพี่ขอ…” “ข้าวหมูทอดเหมือนเดิมใช่มั้ยคะ” หญิงสาวเอ่ยสวนโดยที่ชายหนุ่มยังพูดไม่ทันจบ ตามจริงจิรณัฐตั้งใจจะมาทานข้าวไก่กระเทียมอย่างที่บอกภูภัคไว้ แต่พอเห็นความกระตือรือร้นของขวัญข้าวก็เลยปล่อยเลยตามเลยไป ยังไงสำหรับชายหนุ่มข้าวหมูทอดก็อร่อยเหมือนกัน ผ่านไปสักพักมาลีก็เข้ามาเก็บจานเก็บเงินที่จิรณัฐได้ทานข้าวเสร็จไปเรียบร้อย ส่วนหลานสาวของเธอนั้นกำลังวุ่นอยู่กับการล้างถ้วยชามอยู่ในครัวเธอถึงต้องมาทำหน้าที่นี้แทน มาลีพอเดินมาถึงก็เอาแต่จ้องมองจิรณัฐอย่างพิจารณา “หลานสาวป้ายังโสดนะคุณจิณสนใจมั้ย” คำถามไร้ที่มาที่ไปของมาลีทำจิรณัฐที่กำลังกินน้ำอยู่สำลักทันที ชายหนุ่มรีบวางแก้วน้ำลงเช็ดปากพร้อมกับเผยยิ้มออกมาเล็กน้อย “ป้าหมายถึงข้าวเหรอครับ” “ก็หมายถึงข้าวนะสิป้ามีหลานสาวแค่คนเดียวเนาะ บางทีถ้าข้าวมีแฟนอาจจะไม่ถูกบังคับแต่งงานก็ได้ไง” จิรณัฐจากที่มีรอยยิ้มนั้นก็ค่อยๆ คลายยิ้มลง ชายหนุ่มหันไปมองมาลีด้วยความสงสัย แต่ไม่ทันได้ถามข้อมูลเพิ่มเติมขวัญข้าวก็เดินเข้ามาเสียก่อน “เดี๋ยวตรงนี้ข้าวจัดการเองค่ะ” หญิงสาวบอกผู้เป็นป้า หลังจากมาลีเดินออกไปแล้วอีกทางหญิงสาวก็สังเกตเห็นว่าจิรณัฐกำลังมองมาที่เธออยู่ “พี่จิณมองข้าวทำไมคะ” “นั่งลงสิพี่ขอคุยอะไรด้วยหน่อย” ชายหนุ่มเผยยิ้มบอกหญิงสาวให้นั่งลงที่เก้าอี้อีกตัว ท่าทีสุขุมของจิรณัฐทำขวัญข้าวเริ่มหวั่นใจ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังนั่งลงตามที่ชายหนุ่มบอกจิรณัฐหลงใหลกับความหอมหวานที่ได้สัมผัสลูบไล้เรือนร่างของแฟนสาว ชายหนุ่มไม่เคยมีความปรารถนาเรื่องเช่นนี้จนได้ตกหลุมรักขวัญข้าว นับตั้งแต่นั้นก็โหยหาอยากจะครอบครองตัวหญิงสาวมาตลอดแต่ต้องหักใจไว้ ณ ช่วงเวลานั้นยังมีเรื่องราวมากมายที่ไม่สามารถทำตามใจตัวเองได้เลยทำได้แค่อดทน แต่ ณ ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้นแล้ว“พอก่อนค่ะ” ขวัญข้าวผลักชายหนุ่มออกห่างเล็กน้อย“ทำไมกลัวพี่จะทำมากกว่าจูบเหรอ”“ไม่ได้กลัวค่ะแต่มีเรื่องจะถาม พี่จิณรู้ตัวตอนไหนคะว่าชอบข้าว"“ไม่แน่ใจคงจะเป็นความรู้สึกซึมลึกมั้ง แต่ถ้าชัดเจนที่สุดแบบว่ายอมรับใจตัวเองก็คงตอนงานโคมลอยนี่แหละ”“เอ๊ะ! ถ้าเป็นตอนนั้นมันก็ก่อนที่พี่เฌอจะสารภาพรักพี่นะสิ แล้วทำไมพี่ถึงไม่ปฏิเสธพี่เฌอล่ะ นี่พี่ชอบข้าวแต่ก็ชอบพี่เฌอไปด้วยเหรอหลายใจจริงๆ"“ก็พี่ปฏิเสธไง เราสองคนก็ตกลงเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม”“นี่พี่วาก็โกหกเหรอ”“วาอาจจะไม่ได้โกหกก็ได้แต่ฟังไม่จบ บางคนก็เป็นแบบนั้น” จิรณัฐแสยะยิ้มนึกถึงภูภัค เพราะตอนนั้นชายหนุ่มก็แอบฟังเหมือนที่วารีทำแต่ฟังไม่จบเช่นกัน“อ๋อ ที่ทำตัวห่างจากพี่เพราะเรื่องนี้ใช่มั้ย จะเล่นบทนางเอกเสียสละว่างั้น”“ไม่ใช่สัก
ขวัญข้าวยิ้มกว้างไม่สามารถเก็บซ่อนความสุขไว้ได้ ไม่ใช่แค่ชายหนุ่มที่ต้องอดทนรอ4ปี หญิงสาวเองก็อดทนรอเช่นกัน และก็ถึงเวลาแล้วที่ความอดทนตลอด4ปีที่ผ่านมาต้องถูกปลดปล่อยเสียที“ข้าวก็เหมือนกันค่ะ 4ปีที่ไม่มีพี่จิณเหมือนชีวิตข้าวขาดอะไรไป แต่ข้าวก็ใช้ชีวิตอย่างดีไม่ทำให้พี่จิณต้องเป็นห่วงแน่นอน ข้าวมีเพื่อน มีสังคม มีครอบครัวที่น่ารักเหมือนที่พี่จิณอยากให้เป็น ข้าวได้ทำทุกอย่างที่อยากจะทำเกือบครบแล้วขาดก็แค่เรื่องเดียว…คือข้าวไม่มีจิณคอยอยู่ข้างๆ”“แล้วตอนนี้ข้าวพร้อมจะให้พี่อยู่ข้างๆ มั้ย แล้วพี่สามารถบอกได้หรือยังว่าพี่รักข้าว” ชายหนุ่มนัยน์ตาสั่นเครือยิ้มหวานมองไปที่หญิงสาว“แล้วนี่ไม่เรียกว่าบอกเหรอคะ”“อ้าว! พี่บอกไปแล้วเหรอ งั้นถ้าบอกไปแล้วข้าวล่ะจะตอบรับมั้ย”“พี่จิณแน่ใจใช่มั้ยคะว่าความรู้สึกที่พี่จิณมีให้ข้าวไม่ได้เปลี่ยนไปแล้ว 4ปีมันนานมากเลยนะ”“พี่แน่ใจ แน่ใจตั้งแต่ให้คำมั่นกับพ่อข้าวตั้งแต่วันนั้นแล้ว ข้าว…เป็นแฟนกับพี่นะ” จิรณัฐหยอดคำหวานส่งสายตาหวานซึ้งไปที่หญิงสาวอย่างคาดหวัง“ค่ะ ข้าวตกลงเป็นแฟนพี่จิณ” หญิงสาวยิ้มเขินตอบรับอย่างไม่ลังเล ทั้งสองต่างสวมกอดกันและกันอีกครั้ง
ขวัญข้าวนัยน์ตาสั่นไหวรู้สึกถึงบรรยากาศที่คุ้นเคย หญิงสาวค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้สวนในขวดแก้วที่ตั้งไว้ริมหน้าต่างและเห็นว่ามีแผ่นกระดาษที่เหมือนจะเขียนอะไรบางอย่างไว้ก็หยิบขึ้นมาอ่าน ไม่นานนักน้ำตาของหญิงสาวก็หลั่งไหลออกมาไม่ขาดสาย“ถ้าเจอกันอีกครั้ง พี่ไม่ยอมปล่อยข้าวไปไหนแล้วนะ” ขวัญข้าวเผยยิ้มกว้างทั้งน้ำตา หญิงสาวรีบวางโน้ตกลับไว้ที่เดิมวิ่งออกจากห้องนอนมาที่ลานระเบียงก็เห็นจิรณัฐยืนยิ้มให้อยู่จิรณัฐเมื่อเห็นหญิงสาวคนรักก็ยิ้มหวานนัยน์ตาสั่นไหวมองขวัญข้าวด้วยความคิดถึง มือทั้งสองข้างก็กางออกรอรับอ้อมกอดที่อบอุ่นที่จะเข้ามาเติมเต็ม หญิงสาวเองก็ไม่ทำให้ชายหนุ่มผิดหวังรีบเข้าไปสวมกอดไว้แน่น ทั้งสองรับรู้ได้ว่าต่างฝ่ายต่างโหยหาซึ่งกันและกัน เมื่อกลับมาเจอกันอีกครั้งเรื่องทุกอย่างที่ต้องอดกลั้นไว้ก็ได้ปลดปล่อยออกมา“พี่จิณสบายดีนะคะ” หญิงสาวคลายอ้อมกอดออกมองไปที่จิรณัฐด้วยความอาวรณ์ แม้แต่ในตอนนี้เธอก็ยังคงยิ้มด้วยความสุขที่ได้กลับมาเจอชายหนุ่มอีกครั้ง“พี่สบายดี ข้าวสบายดีนะ ดูข้าวโตขึ้นเยอะเลย”“ข้าวสบายดีค่ะ ว่าแต่พี่จิณทำไมมาอยู่นี่คะ”“พี่เป็นคนงานที่ไร่ส้มแสงตะวันน่ะ ก่อนหน้านี้เคย
1 เดือนต่อมา ประเทศเซียร์ราลีโอนเฌอรินใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มนั่งมองดูเด็กๆ อย่างเพลิดเพลินที่กำลังเล่นสนุกกัน ก่อนรอยยิ้มนั้นค่อยๆ คลายลงเมื่อเห็นชายหนุ่มที่คุ้นเคยยืนอยู่อีกฟากกำลังยิ้มและมองมาที่เธอ หญิงสาวไม่คาดฝันว่าจะได้เจอจิรณัฐที่นี่ เมื่อเห็นชายหนุ่มปรากฏตัวก็รีบเดินตรงไปหาอย่างไม่ลังเล“ขอโทษนะที่จิณมาช้าไป”“ไม่เป็นไรเลยแค่จิณมาเฌอก็ดีใจแล้ว ถ้าจิณมาที่นี่แล้วข้าวล่ะ ข้าวมาด้วยเหรอ?”“จิณอกหักน่ะ อย่าพูดถึงอีกเลยไปเล่นกับเด็กๆ ดีกว่า” ชายหนุ่มเผยยิ้มกว้างก่อนจะเดินนำไปยังกลุ่มเด็กๆ ที่เล่นกันอยู่“อกหัก? นี่ข้าวปฏิเสธจิณเหรอ…เป็นไปได้ไง” เฌอรินไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่ได้ยิน ขวัญข้าวชอบจิรณัฐมากขนาดนั้นเป็นไปได้ไงที่จะปฏิเสธ ระหว่างสองคนนี้เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ช่วงดึกของวันเฌอรินเดินออกมาสมทบกับจิรณัฐซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดพักนัก หญิงสาวมาถึงเห็นชายหนุ่มเอาแต่เงยหน้าขึ้นมองไปยังบนท้องฟ้าด้วยใจที่สงบนิ่งก็ทำให้หวนนึกถึงจิรณัฐในอดีตขึ้นมา“ไม่เห็นจิณในมุมนี้มานานแล้วนะ ตอนอยู่ไทยการใช้ชีวิตของจิณดูวุ่นวายแต่ก็มีชีวิตชีวามาก มัวแต่ทำเพื่อคนอื่นจนขาดความเป็นตัวเองไป”“สรุปดีหรือ
จิรณัฐมาส่งขวัญข้าวที่บ้านมาลี เห็นหญิงสาวเอาแต่เซื่องซึมก็รู้สึกเป็นห่วง ขวัญข้าวเองเห็นสีหน้าที่เป็นกังวลของจิรณัฐก็คิดโทษตัวเอง ดูเหมือนเธอจะทำให้ชายหนุ่มลำบากใจอีกแล้ว“อย่าทำหน้าแบบนี้สิคะข้าวไม่เศร้าแล้วก็ได้”“แน่ใจ?”“แน่ใจค่ะ สงสารก็แต่น้าลือป่านนี้คงเศร้ามากแน่ๆ เพื่อนสนิทมาจากไปแบบนี้ น้าสุบินน่าสงสารนะคะเห็นน้าลือบอกว่าอยู่ตัวคนเดียวมานานแล้ว ยิ่งมาเป็นมะเร็งอีกความอยากมีชีวิตอยู่ต่อเลยไม่มี”“ทางออกสุดท้ายที่เลือกนั้นแปลว่าได้คิดมาอย่างดีแล้ว ทุกคนล้วนมีวิธีจัดการของตัวเองเราฝืนกรรมใครไม่ได้หรอก แต่ถ้ายังรู้ตัวว่าแก้ไขได้ก็ต้องรีบคว้าโอกาสนั้นไว้ ข้าวเองก็เหมือนกัน ไม่ว่าจะทำอะไรต่อจากนี้พี่ก็อยากให้ข้าวทำด้วยความสุข”“เข้าใจแล้วค่ะ” หญิงสาวพยักหน้ายิ้มรับ“พรุ่งนี้พี่ต้องเข้ากรุงเทพ น่าจะอีกสัก3วันถึงจะกลับ”“ไปอีกแล้วเหรอคะ” หญิงสาวหน้างอ แค่ได้ยินว่าชายหนุ่มต้องเดินทางออกห่างจากเธอไปอีกก็เป็นกังวลแล้ว“ดูทำหน้าเข้าสิก็บอกแล้วไงว่าจะกลับมา เข้าบ้านเถอะพรุ่งนี้ต้องไปช่วยงานน้าสุบินใช่มั้ย เห็นน้าลือบอกว่าสวดแล้วเผาเลยนี่”“ค่ะ งั้นไว้เจอกันนะคะ” หญิงสาวโบกมือลาเดินเข้าไป
“แม่ตบวาทำไม?” วารีถามผู้เป็นแม่ด้วยขุ่นเคือง“ฉันตบที่แกไม่รักดี ตบที่การกระทำของแกมันไร้ยางอายนะสิ ภูภัคมาหาฉันบอกความหน้าด้านและพฤติกรรมแย่ๆ ของแกให้ฉันฟังหมดแล้ว และก็ย้ำให้ฉันดูแกให้ดีๆ อย่าได้เข้าไปวุ่นวายกับพวกเขาอีก พวกเขาไม่อยากเกี่ยวข้องอะไรกับแกแล้ว”“นี่ภัคมาหาแม่เหรอ ภัคมาบอกแม่ว่าที่ภูมิตายเป็นเพราะวาใช่มั้ย แม่อย่าเชื่อภัคนะวาไม่ได้ทำให้ภูมิตาย วาไม่เกี่ยวข้องกับการตายของภูมิเลย”“แกยังจะบอกว่าไม่เกี่ยวข้องอีกเหรอ ไม่ใช่เพราะแกเหรอที่ทำให้ภูมิเสียใจจนต้องดื่มจนเมาแล้วเอาชีวิตไปทิ้งน่ะ แกไม่รักเขาแล้วแกจะตอบตกลงแต่งงานกับเขาทำไมวารี!” ผู้เป็นแม่ตะคอกไปที่ลูกสาว เธอเองก็หลั่งน้ำตาด้วยความโกรธไม่คิดว่าวารีลูกสาวของเธอจะมีความคิดและพฤติกรรมแย่ๆ ขนาดนี้ เธอผิดหวังในตัววารีมาก“ฉันก็นึกว่าแกขออยู่ที่เวียงผาต่อเพราะยังคิดถึงภูมิอยู่ ที่ไหนได้แกอยู่เพราะผู้ชายที่เขาไม่เห็นแกอยู่ในสายตาเลยด้วยซ้ำ คิดอะไรอยู่น่ะวา ศักดิ์ศรีของแกมันหายไปไหนหมด ไปเก็บของซะพรุ่งนี้ฉันจะส่งแกไปอยู่กับตายายที่ซานตง”“ไม่นะแม่วาไม่ไป วายอมรับผิดแล้วแม่อย่าส่งวาไปเลยนะ วาอยู่ที่นั่นไม่ได้จริงๆ”“ฉันกับพ







![ตามรักคืนใจ [ลูกแฝด]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)