Masuk
“เอ๊ย...เร็วๆ หน่อยสิวะเดี๋ยวมืดค่ำ วันนี้ก็ไม่เสร็จกันพอดี” เสียงห้าวทรงพลังของชายหนุ่มวัยคะนองตะโกนบอกลูกน้องที่ทำงานแข่งกับเวลาให้เร่งมือเนื่องจากตะวันเริ่มคล้อยลาลับเข้าไปทุกที
“โธ่! นาย ต่อพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอครับ ผมคิดถึงเมียจะแย่อยู่แล้ว วันนี้ขอกลับบ้านก่อนไม่ได้เหรอ” เสียงไอ้สนลูกน้องบ้าจี้ออดอ้อนผู้เป็นนาย พวกเขารู้ดี ถึงแม้นายน้อยจะโหดขนาดไหนแต่ก็เป็นคนใจดีสุดๆ เหมือนกัน การเย้าแหย่ให้คลายเครียดเวลาทำงานย่อมช่วยให้พวกเขาผ่อนคลาย
“อ้อ...มึงคิดถึงเมียแต่กูไม่มีนี่ คิดถึงมันนักกูจะเตะให้เมียมึงคอยหยอดน้ำข้าวต้มสักเดือนสองเดือนดีไหม ไอ้สน!!” เท่านั้น เสียงหัวเราะชอบใจจากเหล่าคนงานก็ดังก้องทุ่ง ไอ้สนรีบจ้ำอ้าวออกห่างจากบาทาผู้เป็นนายพร้อมบ่นอุบอิบก่อนจะทำงานต่อไปจนเสร็จ
ณกร สุริยะนิมิตร คือชื่อที่คนงานในสวนแห่งนี้เรียกกันว่านาย ความจริงแล้วเขาเป็นแค่ลูกติดของอดีตหัวหน้าคนงาน ธนาบิดาของเขาได้ย้ายถิ่นฐานตามเจ้านายมาจากบ้านเกิด ตอนนั้นธนาได้แอบตกหลุมรักลูกสาวเจ้านายซึ่งก็คือเจ้าของสวนแห่งนี้ที่ตกพุ่มม่ายเหมือนกัน เนื่องจากมารดาของชายหนุ่มได้ลาโลกไปตั้งแต่เขาแบเบาะ ส่วนอีกฝ่ายก็เป็นม่ายเพราะหย่าขาดกับสามี บิดาของเขาเที่ยวตามเทียวไล้เทียวขื่ออยู่พักใหญ่ในที่สุดทั้งคู่ก็ได้แต่งงานกัน ซึ่งต่างฝ่ายต่างก็มีลูกติดด้วยกันทั้งคู่ โดยเขาเป็นลูกที่ติดมากับบิดา และภูมิศิลาเป็นลูกติดมาทางมารดาบุญธรรม ภูมิศิลามีอายุมากกว่าเขาสองปี จึงนับถือเป็นพี่ กระนั้นทั้งคู่ต่างก็รักใคร่สนิทสนมกลมเกลียวเหมือนพี่น้องคลานตามกันมา ไม่เคยคิดแบ่งแยกว่าเกิดมาคนละสายเลือด
หลังจากเจ้าของไร่ตัวจริงซึ่งก็คือคุณตาคมศร บิดาของมารดาบุญธรรม ท่านเกษียณตัวเองเพราะความแก่ชรา พ่อของณกรก็สืบเจตนารมณ์ทำงานต่อจากท่านโดยมีสองพี่น้องเป็นตัวเสริมช่วยและเรียนรู้งานไปในตัว กระทั่งทั้งคู่เรียนจบต่างก็กลับมารับผิดชอบงานทั้งหมดอย่างเต็มรูปแบบโดยแบ่งหน้าที่กันรับผิดชอบตามความถนัด
“กลับมาแล้วเหรอณกร แม่ทำกับข้าวมาให้แน่ะเห็นพี่เขาไม่อยู่แม่กลัวแกจะเหงา วันนี้งานเยอะเหรอกลับซะค่ำเชียว” ดวงหทัยออกปากคุยกับลูกชายบุญธรรมที่เธอรักเสมือนลูกทันทีที่ก้าวเข้ามาในตัวบ้าน
“คิดถึงแม่จังเลยครับ...งานเยอะครับแม่ ช่วงนี้ลูกค้าสั่งของเพิ่มมากเลย ก็สินค้าเราได้คุณภาพนี่ฮะ” คนขี้อ้อนตรงปรี่เข้าไปกอดและหอมแก้มมารดาบุญธรรมอย่างเอาใจ เขาไม่เคยคิดว่าเธอเป็นเพียงแม่เลี้ยง เมื่อสิ่งที่เขาได้รับจากดวงหทัยตั้งแต่เจอกันจนกระทั่งแต่งงานกับพ่อของเขาตลอดมาถึงปัจจุบัน ผู้หญิงคนนี้มีแต่ความรักและความเอื้ออาทรให้เด็กกำพร้าที่เสียแม่ไปตั้งแต่แรกคลอดอย่างเขา เขาจึงรู้สึกอบอุ่นเสมอ
“นี่แน่ะ...ดูสิมอมแมมยังกะไปฟัดกับควายมา ยังจะมากอดแม่อีก...ไปล้างหน้าล้างมือ แล้วมากินข้าวเลยไป”
“ครับผม!...แค่นี้ก็ต้องตีด้วย ผมโตแล้วนะ” ยังคงส่งสายตาออดอ้อนจนคนเป็นแม่อดยิ้มไม่ได้
“ขี้อ้อนอย่างนี้เมื่อไหร่จะอ้อนหาสะใภ้ให้แม่ซะที...หือ” แม้ลูกชายตัวดีจะเดินไปแล้วดวงหทัยก็ยังไม่วายกระเซ้าตามหลังไวๆ สมชายชาตรีนั้นอย่างหมั่นไส้
ณกรเดินเข้าห้องน้ำอย่างสบายอารมณ์ที่วันนี้ไม่ต้องพึ่งอาหารสำเร็จรูปอย่างเคย เขาเตรียมตัวอาบน้ำเสียทีเดียวเลยไม่ได้ล้างหน้าล้างมืออย่างที่มารดาบอกเพราะรู้สึกเหนียวตัวมาทั้งวันกับงานในสวน
เด็กกำพร้าอย่างเขามีบุญหนักหนาที่ได้เข้ามาอาศัยบารมีของครอบครัวนี้ พ่อซึ่งเป็นแค่หัวหน้าคนงานตั้งแต่ที่สวนเก่าของคุณตาบุญธรรมถึงแม้จะจบปริญญาตรีแต่ด้วยความรักในบ้านเกิดทำให้พ่อเลือกจะทำงานต่างจังหวัดต่างจากเพื่อนๆ ที่พาตัวเองเข้าในเมือง
เมื่อแต่งงานกับแม่และมีเขาแม่ก็มาเสียชีวิตตอนที่เขาคลอดเพราะเสียเลือดมาก พ่อทำงานไปด้วยเลี้ยงเขาไปด้วยอย่างยากลำบากก็ได้คุณตาคุณยายนี่แหละที่ช่วยเหลือเลี้ยงดูรักเขาเหมือนหลานแท้ๆ จนวันหนึ่งก็มีพี่ชายที่ชื่อภูมิศิลาและคุณน้าคนใหม่ก็คือแม่หทัยของเขาในตอนนี้ได้เข้ามาทำให้โลกของพ่อสดใสขึ้นอีกครั้ง
พ่อของเขาพิสูจน์ตัวเองอยู่หลายปีกว่าจะชนะใจแม่บุญธรรมแสนสวยคนนี้ได้ แต่พ่อก็ไม่เคยทำให้ใครผิดหวัง ความรัก ความกตัญญูและความเอาใจใส่ ทั้งยังขยันขันแข็งจึงทำให้ทุกคนรักพ่อมากรวมถึงตัวเขาและภูมิศิลาพี่ชายบุญธรรมด้วย
เขากับภูมิศิลาถึงจะไม่มีสายเลือดเดียวกันแต่ก็รักกันมากอาจเพราะเป็นผู้ชายทั้งคู่แถมอายุก็ห่างกันแค่สองปี สองพี่น้องต่างสายเลือดมักใช้เวลาอยู่ด้วยกันตลอดจนเติบโตเป็นหนุ่ม พี่ชายเขาที่เรียนจบปริญญาตรีใหม่ๆ ก็เสียสละไม่เรียนต่อปริญญาโทเพื่อผลัดกันทำงานให้เขาเองมีเวลาเรียนอย่างเต็มที่จนเขาเรียนจบภูมิศิลาถึงได้เข้าเรียนต่อปริญญาโท ทุกวันนี้พวกเขาก็แบ่งหน้าที่การงานกันทำตามความถนัดเขามันพวกถนัดใช้กำลังส่วนพี่ชายถนัดการใช้สมองติดต่อลูกค้าและเจรจาพาที ถ้าให้เขาทำหน้าที่นั้นเหรอ...ก็ลูกค้ากระเจิงหมดไง
ดอกบัวตูมคู่งามตระหง่านอยู่ต่อหน้า ณกรถึงกับกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ ภายใต้บราสีขาวที่โอบอุ้มความเป็นสาวสะพรั่งเอาไว้ทำให้เขาแทบคุมสติไม่อยู่แม้สาวเจ้าจะออกอาการปกป้องตัวเองโดยการใช้มือปัดสะเปะสะปะก็ตามที จมูกโด่งคมสันถูกกดฝังระหว่างสองเต้าอย่างหนักหน่วงก่อนจะใช้ลิ้นไล้เลียทีละข้าง บราเจ้าปัญหาเริ่มน่ารำคาญในสายตาทันทีมันจึงถูกดึงทิ้งไปอย่างไม่แยแสเจ้าของ ยิ่งเผยให้เห็นปทุมสองช่อที่ผลิบานโดยมีเม็ดยอดสีหวานแข็งเป็นไตประดับอยู่ มธุรสรีบเอามือปิดทันที“คุณณกร...อย่าค่ะ ฮือๆๆ ได้โปรดเถอะค่ะ อย่าทำน้ำหวานเลย”“อย่าปิดน้ำหวาน...ฉันกำลังจะโปรดเธอ ไม่มีอะไรน่ากลัว ไม่ต้องร้อง เอามือออกคนดี ฉันสัญญาจะไม่ทำอะไรไปมากกว่าจูบ” เสียงแหบพร่าออกคำสั่งแต่ไม่ได้รอให้เจ้าตัวปฏิบัติ มือหนาแกะมือเรียวขาวผ่องนั้นออกเสียเอง“สวยเหลือเกิน สาวน้อย...” สิ้นเสียง มธุรสก็รับรู้ถึงความเปียกชื้นที่ชายหนุ่มส่งมอบจากปลายลิ้นสู่ยอดถันซึ่งชูช่อเหมือนรอคอยการเด็ดดมจากเขา มือสองข้างเคล้าคลึงบีบเคล้นไปตามอารมณ์ข้างหนึ่งในขณะที่อีกข้างถูกครอบครองโดยปาก เขาดื่มกินเหมือนมันอร่อยเสียเหลือเกินสลับจากซ้ายไปขวา จากขวาไปซ้ายซ้ำๆ กั
เช้าวันนี้ที่บ้านหลังใหม่ของมธุรสดูสดชื่นที่สุดนับตั้งแต่มารดาเสียชีวิต เธอช่วยป้าศรีทำงานบ้านทุกอย่างไม่เคยเกี่ยงงอน จนเป็นที่เอ็นดูของคนในบ้าน สามวันแล้วกับการดำเนินชีวิตในบ้านหลังนี้และนับจากวันที่เหยียบย่างเข้ามาเธอเองก็ไม่เห็นใครอื่นนอกจากผู้เฒ่าสองคนแม้แต่คนที่มีบุญคุณกับเธอ ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงรถก็มักตั้งความหวังว่าจะเป็นเขา แต่ก็ต้องผิดหวังทุกครั้งไป เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงได้อยากเจอเขาหนักหนา รู้เพียงแต่คิดถึงเขา...คิดถึงตอนที่อยู่กับเขาเธอ ก็ร้อนวูบวาบไปทั้งใบหน้า“นี่เจ้าณกรมันยังไม่โผล่มาอีกเหรอหลายวันแล้วนะ หทัยไม่อยู่สักคนมันจะกินอยู่อย่างไรล่ะเนี่ย” เสียงของชายชราเอ่ยขึ้นขณะรับประทานอาหารเช้าซึ่งนางศรีเป็นคนดูแลความสะดวกให้ ด้วยตอนนี้ไม่มีใครอยู่บ้านกันเลยทำให้สองตายายเงียบเหงาไปไม่น้อย ยังดีที่ได้มธุรสมาคอยอ่านหนังสือให้ฟัง และคอยบีบนวดชวนพูดคุยบ้างพอได้คลายเหงา แต่ก็ยังไม่วายเอ่ยถึงหลานชายบุญธรรมที่หายหน้าหายตาไปเกือบๆ อาทิตย์แล้วเห็นจะได้ วันที่มาส่งมธุรสก็ไม่ได้เข้ามา ปกติแล้วนางศรีและดวงหทัยจะคอยดูแลเรื่องกับข้าวกับปลาให้บ้าง แต่ด้วยไม่มีใครอยู่บ้านนางศ
ตลอดเส้นทางที่ชายหนุ่มบอกว่าจะพาเธอไปหาป้าศรีเพื่อนของแม่เธอ ซึ่งก็คือไปบ้านเขานั่นเอง ณกรไม่ได้พูดจากับเพื่อนร่วมทางแม้แต่คำเดียว ซึ่งก็สร้างความอึดอัดให้มธุรสไม่น้อย เธอไม่รู้ว่าขากำลังคิดอะไรอยู่หลังจากที่ช่วยเหลือเธอไว้ หลังจากที่...เธอกับเขานอนกอดก่ายกันอยู่สองคืน และเขาเห็นเธอในฉบับที่เรียกว่าทุกซอกทุกมุม มันไม่ควรเกิดขึ้นกับผู้หญิงที่เพิ่งจะเสียแม่ไปใช่ไหม ถึงจะเป็นสถานการณ์จำเป็นก็เถอะ แถมเขาก็ไม่พูดถึงเรื่องนั้นเหมือนมันเป็นเรื่องธรรมดาทั่วๆ ไป ต่างกับเธอที่แทบจะมองหน้าเขาไม่ติดเธอกับเขาเพิ่งพบกันแท้ๆ กลับยอมให้เขาสำรวจเรือนกายเสียหมดเปลือกถึงจะป่วยแต่เธอก็ไม่ควรจะปล่อยตัวขนาดนั้น คิดแล้วน้ำตาก็พาลจะไหล หมดกันร่างกายของเธอที่ควรหวงแหนไม่ได้เป็นความลับกับผู้ชายคนนี้อีกแล้ว สายตาที่มีน้ำตาคลอหน่วยมองออกไปนอกกระจกด้านข้างเพื่อปกปิดความอ่อนแอ ซ่อนความอับอายและหลบหน้าผู้ชายข้างตัว ไม่อยากให้เขาคิดว่าเธอเรียกร้องความสนใจ “ฉันขอโทษ” จู่ๆ ณกรก็โพล่งออกมาด้วยน้ำเสียงหนักหน่วง มธุรสมอ
ณกรขับรถตรงไปยังเป้าหมายอย่างรีบร้อน หงุดหงิดและไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมต้องใส่ใจสาวน้อยคนนั้นนักทั้งที่ไม่มีความจำเป็นสักนิดและไม่ใช่วิสัยของเขาด้วยที่จะใส่ใจผู้หญิงคนไหนมากไปกว่างาน หรือเป็นเพราะเรือนร่างบอบบางแต่ซ่อนรูปนั้นและร่างกายเปลือยเปล่าแสนนุ่มนิ่มที่อยู่ในอ้อมกอดเขาเมื่อคืนกันหนอ ที่สะกดเขาให้คิดถึงแต่ความเป็นไปของเธอจนไม่มีกะจิตกะใจทำอะไรมัวแต่คอยพะวงว่าสาวเจ้าจะเป็นอันตรายคงไม่ใช่หรอกมั้ง...แค่ไหนๆ ช่วยแล้วก็อยากจะช่วยให้ถึงที่สุด อย่างน้อยจนกว่าเธอจะพบป้าศรีไม่มานอนเป็นไข้ตายอยู่ที่บ้านเขาก็เท่านั้นเอง ชายหนุ่มยิ้มหยันมุมปากเมื่อคิดได้อย่างนั้น หวังแต่เพียงว่าคืนนี้แม่กระต่ายตัวน้อยจะไม่สร้างความยุ่งยากทางกายและทางใจให้เขาอีกเป็นพอ ไม่อย่างนั้นคงรับประกันไม่ได้ว่าเขาจะควบคุมตัวเองได้ดีเป็นครั้งที่สองรึเปล่าตะวันลับขอบฟ้าไปแล้ว มธุรสยังคงสาละวนกับการทำอาหาร อย่างน้อยเธอก็ควรทำอะไรตอบแทนชายหนุ่มที่ช่วยเหลือเธอไว้ ของสดในตู้เย็นถูกรื้อมาแปรสภาพเป็นอาหารน่ารับประทานสองสามอย่าง ดูท่าแล้วเขาคงไม่ค่อยได้ทำอาหารนักหรือไม่ได้ทำเลย ดูได้จากของสดในตู้เย็นที่มีไม่มากนักและทำท่าจะไม่
เป็นเวลาบ่ายคล้อยแล้วร่างใหญ่ยังนั่งพิงเก้าอี้หวายอยู่ริมระเบียงหลังจากส่งหมอกลับ เมื่อคืนเขาแทบไม่ได้นอนทั้งคืนเพราะมธุรสมีอาการเพ้อตลอด ตัวร้อนจัด เขาต้องเช็ดตัวให้หลายรอบจนเกือบเช้ากว่าอาการจะทุเลาแต่เธอก็ไม่รู้สึกตัวสักทีรอจนเที่ยงชายหนุ่มจึงตัดสินใจโทร. ตามหมอที่ดูแลคนในปกครองของเขาทั้งหมดผลก็คือเธอเป็นไข้หนักเพราะอาการอักเสบจากบาดแผล แถมร่างกายยังอ่อนแอมาก หมอฉีดยาให้เธอและบอกให้เขาดูแลอย่างใกล้ชิดถ้าอาการหนักกว่านี้ก็ต้องส่งโรงพยาบาล“ชิ...หาเรื่องใส่ตัวชัดๆ เลยเรา” เขาไม่ได้ดีใจนักกับการต้องอยู่บ้านเฉยๆ เพราะนั่นหมายถึงงานในสวนเขาจะล่าช้าไปอีกหนึ่งวัน มือหนาเสยผมดกดำอย่างหัวเสีย เขาโทร.ไปหามารดาแต่เช้าเพื่อปรึกษาเรื่องของเด็กสาวและหวังให้ช่วยรับช่วงต่อแต่ปรากฏว่าพ่อกับแม่เขาไปทำธุระต่างจังหวัดแบบกะทันหันแถมยังโดนว่าที่เมื่อคืนไม่ยอมโทร.หาซะงั้น ดวงหทัยก็ตกใจไม่น้อยเมื่อทราบข่าวแต่เมื่ออยู่ระหว่างเดินทางก็ทำอะไรไม่ได้ ป้าศรีแม่บ้านที่รู้จักกับเด็กสาวก็ยังไม่กลับและเขาก็ไม่รู้ว่าเธอจะทราบเรื่องหรือยังจะให้คนอื่นมาดูแลก็มีแต่ผู้ชาย จะทิ้งไปก็กลัวเธอจะเป็นอะไรมากไปกว่านี้ ณกรไม่เ
สาวน้อยที่นอนคว่ำกับที่นอนในชุดล่อแหลมที่เป็นเสื้อเชิ้ตสีฟ้าของเขาตัวสั่นงกไม่รู้เพราะกลัวเขาหรือเจ็บแผล มือทั้งสองข้างงอข้อศอกแนบกับลำตัวแต่กำผ้าปูที่นอนไว้แน่น เมื่อเขาหยิบหลอดยาและค่อยๆ ทาเบาๆ เริ่มจากบริเวณใต้น่อง ปัญหาใหญ่ของณกรตอนนี้ก็คือผิวขาวนวลที่ช่างยั่วใจเขาเหลือเกิน ผิวเรียบลื่นที่เขากำลังสัมผัสมันนุ่มนิ่มผุดผ่อง...ชายเสื้อถูกถกขึ้นไปเรื่อยๆ ตามแผลที่มีหลายแผล เธอคงเจ็บไม่ใช่น้อย น่าสงสารนักแม่กระต่ายตื่นตูมและแล้วณกรก็ต้องมีอาการที่เรียกว่าตกตะลึงกลืนน้ำลายเอื๊อกแล้วเอื๊อกเล่าเมื่อชายเสื้อถูกถลกขึ้นเหนือแผ่นหลังขาวเนียนแม้บาดแผลจากการถูกตีจะน่าตระหนกแต่ที่น่าตื่นเต้นกว่านั้นคือ บั้นท้ายกลมกลึงของสาวแรกรุ่นที่ขาวปานน้ำนมแม้มีรอยฟกช้ำห้อเลือดให้ต้องมัวหมองไปบ้างแต่ความงามนั้นไม่ได้ลดไปเลยเธอเป็นสาวแรกแย้มที่มีเรือนร่างงามไม่มีที่ติ สะโพกผายกลมกลึงเอวคอดกิ่ว แม้เสื้อจะปกปิดเรือนกายด้านหน้าอยู่แต่ให้เดาเขาคิดว่ามันคงงดงามไม่แพ้กัน นั่นเรียกร้องอารมณ์ดิบในกายเขาได้เป็นอย่างดี แต่เขาคิดจะทำมิดีมิร้ายกับสาวน้อยวัยสิบแปด ที่เพิ่งจะสูญเสียมารดาและถูกพ่อเลี้ยงทารุณกรรมมาอย่างนั้น







