LOGINเสียงล้อรถเข็นบดกระแทกพื้นทางเดินดังก้องสะท้อนไปทั่วโถงชั้นใต้ดินของโรงพยาบาลธาราเมดิแคร์ โซนลับที่ถูกสร้างไว้รองรับคนในเงาโดยเฉพาะ แสงไฟสว่างจ้าสาดลงมากระทบร่างโชกเลือดของจันทร์เจ้าที่นอนแน่นิ่ง
"เร็วเข้าสิวะ! มัวชักช้าอะไรอยู่!" คามินตะคอกลั่นทางเดิน มือข้างหนึ่งกำมือเล็กที่เริ่มเย็นเฉียบของจันทร์เจ้าไว้แน่นไม่ยอมปล่อย "จันทร์เจ้า... ได้ยินฉันไหม! อย่าหลับนะโว้ย! ลืมตาขึ้นมามองหน้าฉันเดี๋ยวนี้!" ประตูห้องผ่าตัดหมายเลข 1 เลื่อนเปิดออกอัตโนมัติ เผยให้เห็นทีมแพทย์ที่เตรียมพร้อมรออยู่แล้ว ตรงกลางห้องคือร่างสูงโปร่งในชุดสครับสีเขียวเข้ม สวมหมวกและหน้ากากมิดชิด เห็นเพียงดวงตาคมดุภายใต้แว่นสายตา...หมอคิมหันต์ "คิม! มึงช่วยเมียกูด้วย!" คามินถลาเข้าไปหาเพื่อนทันทีที่ถึงหน้าประตู "เธอโดนยิงที่เอว เลือดไหลไม่หยุดเลยไอ้เหี้ย!" คิมหันต์ยกมือขึ้นปรามเพื่อนด้วยท่าทีสงบนิ่ง ดวงตาคมกริบกวาดมองประเมินบาดแผลเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะหันไปสั่งทีมงานด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาด "O-Neg สองยูนิต ด่วน... เซ็ตมอนิเตอร์... ดมยาพร้อมนะ" "พร้อมค่ะหมอคิม" พยาบาลขานรับเสียงเข้ม รีบเข็นเตียงจันทร์เจ้าผ่านหน้าพวกเขาเข้าไป คามินทำท่าจะก้าวตามเข้าไปอย่างคนเสียสติ แต่คิมหันต์ขยับตัวมาขวางไว้ ใช้ท่อนแขนกันหน้าอกเพื่อนให้ออกห่างจากประตูปลอดเชื้อ "ถอยไป" เสียงทุ้มต่ำของหมอหนุ่มราบเรียบ "มึงเข้าไปไม่ได้ ตัวมึงมีแต่เชื้อโรค" "แต่นั่นเมียกู! จันทร์เจ้ากำลังจะตายนะเว้ย!" คามินตวาดกลับ ตาแดงก่ำเหมือนคนบ้า "มึงจะให้กูยืนดูเฉยๆ ได้ไง!" "กูไม่ได้ให้มึงยืนดู กูให้มึงรอ" คิมหันต์พูดตัดบท สบตาเพื่อนที่กำลังสติแตกด้วยความเข้าใจ "กูจัดการเอง... ถ้ามึงเข้าไปตอนนี้ เธอจะตายเพราะติดเชื้อจากมึง ไม่ใช่เพราะกระสุน" คำพูดแทงใจดำทำเอาคามินชะงัก เขากัดกรามแน่นจนเป็นสันนูน หายใจหอบแรงเหมือนสัตว์บาดเจ็บ "มึงสัญญานะคิม..." เสียงเขาเริ่มสั่นเครือ "สัญญาว่าเธอจะไม่เป็นอะไร" คิมหันต์ไม่ตอบรับด้วยคำพูด เพียงแค่ตบไหล่เพื่อนหนักๆ หนึ่งที ก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าไปในห้องผ่าตัด ประตูบานเลื่อนปิดลง ตัดขาดโลกภายนอก เหลือไว้เพียงไฟสถานะสีแดงที่สว่างวาบขึ้นเหนือศีรษะ 1 ชั่วโมงผ่านไป เวลาแต่ละวินาทีเคลื่อนผ่านไปอย่างทรมานเหมือนโดนถ่วงด้วยหินผา คามินเดินงุ่นง่านไปมาหน้าห้องผ่าตัดจนพื้นแทบสึก เสื้อเชิ้ตสีขาวราคาแพงยังคงเปรอะเปื้อนคราบเลือดแห้งกรัง เขาไม่ขยับไปไหน ไม่ยอมแม้แต่จะไปล้างมือ ติ๊ง! เสียงสัญญาณดังขึ้นพร้อมไฟสีแดงหน้าห้องที่ดับลง ประตูเลื่อนเปิดออก คิมหันต์เดินออกมา ถอดถุงมือยางเปื้อนเลือดทิ้งลงถังขยะติดเชื้ออย่างใจเย็น ใบหน้าภายใต้หน้ากากอนามัยที่ดึงลงมาไว้ใต้คางยังคงเรียบเฉย ไร้รอยยิ้ม คามินพุ่งตัวเข้าไปกระชากคอเสื้อสครับเพื่อนทันที "เป็นไงบ้าง! รอดไหม!" "ปลอดภัยแล้ว" คิมหันต์ตอบสั้นๆ ไม่ปัดมือเพื่อนออก "กระสุนเฉียดกล้ามเนื้อหน้าท้องด้านขวา ไม่โดนอวัยวะสำคัญ แต่เสียเลือดเยอะ เย็บไปสิบห้าเข็ม" "เฮ้อ..." คามินทรุดตัวลงพิงกำแพงเหมือนคนหมดแรง ขาที่เคยแข็งแกร่งพับอ่อนยวบยาบ "ขอบใจมาก... ขอบใจจริงๆ เพื่อน" "อืม" คิมหันต์รับคำในลำคอ หันไปพยักหน้าให้พยาบาลเข็นเตียงคนไข้ออกมาทางประตูด้านข้าง "ย้ายขึ้นไปชั้น 17 ลิฟต์ส่วนตัว... กูไม่อยากให้ใครเห็นสภาพนี้" "เออ... กูไปเอง" คิมหันต์เดินนำไปที่ลิฟต์ลับสุดทางเดินที่เชื่อมตรงสู่ชั้น VVIP โดยไม่ต้องผ่านสายตาคนภายนอก ภายในลิฟต์กว้างขวางมีเพียงเสียงเครื่องช่วยหายใจแบบพกพาและเสียง ติ๊ด... ติ๊ด... ของมอนิเตอร์วัดชีพจรที่ดังเป็นจังหวะ "แพรวาฝากบอก..." จู่ๆ คิมหันต์ก็ทำลายความเงียบขึ้นมาโดยไม่หันมอง "วันเกิดลูกสาวอาทิตย์หน้า... ถ้าจันทร์เจ้าไหว ให้พาไปเป่าเค้กด้วย ยัยหนูบ่นคิดถึงน้าจันทร์" คามินเลิกคิ้วเล็กน้อย "อืม... ไว้เธอฟื้นกูจะบอกให้" "ดูแลดีๆ ล่ะ" คิมหันต์เหลือบตามองเพื่อนผ่านกระจกเงาในลิฟต์ "แผลกายกูเย็บให้ได้... แต่แผลใจ มึงต้องเป็นคนเย็บเอง" คำพูดเรียบๆ แต่กระแทกใจทำเอาคามินชะงัก เขาก้มมองร่างบางที่นอนหลับสนิทบนเตียง... แผลใจของเธอ ล้วนเกิดจากน้ำมือเขาแทบทั้งนั้น ติ๊ง! ชั้น 17 ประตูลิฟต์เปิดออกสู่ชั้น VVIP ที่เงียบสงบ ปูพรมหนานุ่ม พยาบาลรีบเข็นเตียงพาจันทร์เจ้าเข้าไปยังห้องพักฟื้นที่เตรียมไว้ คิมหันต์เดินตามไปเช็คความเรียบร้อยของอุปกรณ์ช่วยชีวิตอย่างละเอียดตามนิสัยเพอร์เฟกต์ชันนิสต์ ก่อนจะหันมาหาคามิน "กูให้ยาแก้ปวดกับยานอนหลับไป คงตื่นอีกทีพรุ่งนี้เช้า" คิมหันต์บอกพลางล้วงมือเข้ากระเป๋ากางเกง "มีอะไรฉุกเฉินโทรเข้าเบอร์แดง... กูจะกลับไปดูลูก" "ขอบใจมากคิม กลับไปพักเถอะ" เมื่อเพื่อนเดินจากไปและพยาบาลขอตัวออกไปรอสแตนด์บายหน้าห้อง คามินก็เดินไปลงกลอนประตู ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้างเตียงทันที บรรยากาศในห้องเงียบสนิท มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาๆ เขาเอื้อมมือไปกุมมือเล็กที่เริ่มอุ่นขึ้นมาแนบแก้มสากของตัวเอง สัมผัสถึงชีพจรที่เต้นตุบๆ ใต้ผิวหนัง "เด็กโง่..." เขาพึมพำเสียงแหบพร่า สายตาจับจ้องใบหน้าซีดเซียวที่ไร้เครื่องสำอาง "ใครใช้ให้เธอเอาตัวมารับลูกปืนแทนฉัน... ใครสั่งสอนให้เธอรักคนอื่นมากกว่าตัวเองแบบนี้... ฮึ?" คามินลูบไล้หลังมือเธอแผ่วเบา ความรู้สึกผิดที่อัดแน่นอยู่ในอกตีตื้นขึ้นมาจนขอบตาร้อนผ่าว "ตื่นขึ้นมาเถอะนะ... ตื่นมาฟังคำขอโทษจากฉัน... จะตื่นมาด่า หรือตบหน้าฉันก็ได้... ขอแค่เธอลืมตา" เขาก้มลงจูบที่หน้าผากมนของเธอเนิ่นนาน สูดกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่คุ้นเคย... กลิ่นแป้งเด็กที่ทำให้เขารู้สึกสงบยิ่งกว่ายาคลายเครียดขนานไหน "วิทย์..." คามินกดหูฟังบลูทูธที่เหน็บหู กรอกเสียงเย็นเยียบสั่งงานโดยที่สายตายังไม่ละไปจากใบหน้าของจันทร์เจ้า "ไอ้ตัวที่ยิงจันทร์เจ้า... มึงไปสืบมาให้ได้ว่าเป็นหมาตัวไหน... แล้วลากคอมันมา... กูจะสับนิ้วมันทิ้งทีละข้อ" "รับทราบครับบอส... แล้วเรื่องที่พักคืนนี้..." "กูไม่กลับ" คามินตอบทันควัน มือกระชับมือจันทร์เจ้าแน่นขึ้นเหมือนกลัวเธอจะหายไป "กูจะนอนเฝ้าเมียกูที่นี่... ใครหน้าไหนก็ห้ามเสนอหน้าเข้ามารบกวน... เข้าใจไหม" "เอ่อ... เข้าใจครับ" วิทย์ตอบรับเสียงงงๆ ก่อนจะวางสายไปพร้อมคำถามในใจ ไปเป็นผัวเมียกันตอนไหนวะปัง!บานประตูไม้สักถูกถีบจนเปิดอ้ากระแทกผนังดังสนั่น คามินก้าวเข้ามาปืนในมือพร้อมเหนี่ยวไก โดยมีวิทย์และลูกน้องประกบหลังเตรียมสาดกระสุนแต่แล้วฝีเท้าของทุกคนก็หยุดกึก... เหมือนถูกแช่แข็งด้วยภาพตรงหน้ากลิ่นคาวเลือดลอยคลุ้งเตะจมูกเสี่ยชัยยศ... ผู้ทรงอิทธิพลแห่งชายแดน ตอนนี้นอนขดตัวสั่นทิ้มอยู่บนพรมราคาแพง ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ปากสั่นระริกพึมพำเหมือนคนเสียสติส่วนจันทร์เจ้า... ยืนค้ำหัวมันอยู่เธอใช้ปลายมีดสั้นเขี่ยไรผมที่ตกลงมาปรกหน้าทัดหูช้าๆเธอค่อยๆ หันมามองผู้มาใหม่... รอยยิ้มหวานหยดย้อยประดับบนใบหน้า แต่ดวงตากลับเบิกกว้างและว่างเปล่าจนน่าขนลุก"มาช้านะคะบอส..." จันทร์เจ้าเอียงคอเล็กน้อย แววตาที่มองคามินดูเลื่อนลอยชอบกล "จันทร์เกือบจะเริ่มแล่เนื้อชิ้นแรกแล้วเชียว... กำลังเล็งอยู่เลยว่าจะเริ่มจากนิ้วไหนดี""ไอ้คามิน!..." เสี่ยชัยยศตะโกนเสียงหลงเมื่อเห็นคามิน น้ำมูกน้ำตาไหลพราก "เอาอีนังนี่ออกไป! มันบ้า! มันเป็นโรคจิต! กูยอมแล้ว... กูยกให้มึงหมดเลย คาสิโน... ธุรกิจ... เอาไปให้หมด! แค่เอามันออกไปจากกู!"ผัวะ!เท้าเรียวสวยในรองเท้าส้นเข็มตวัดเตะเข้าที่ชายโครงเสี่ยชัยยศเต็มแรงโดยไม
แกร็ก... ติ๊ดเสียงระบบล็อกประตูอัตโนมัติทำงานแผ่วเบา แต่มันกลับก้องสะท้อนในหูของเสี่ยชัยยศราวกับเสียงตอกฝาโลงทันทีที่โลกภายนอกถูกตัดขาด รอยยิ้มหวานเชื่อมบนใบหน้าของจันทร์เจ้าก็หายวับไป... เหมือนปิดสวิตช์ไฟ เหลือเพียงความว่างเปล่าที่ดำมืด และแววตาของมัจจุราชที่ยืนรอรับวิญญาณ"มามะคนดี... มัวยืนนิ่งอยู่ทำไม มาให้เสี่ย 'ชิม' หน่อยซิ..." เสี่ยชัยยศที่ยังหน้ามืดตามัวเพราะฤทธิ์เหล้าตัณหา เดินโซซัดโซเซอ้าแขนเข้ามาหาอย่างย่ามใจผัวะ!ฝ่ามือบางสับเข้ากลางลำคอหอยอย่างแม่นยำและไร้ปรานี"อั่ก!"เสียงกระดูกอ่อนหลอดลมกระทบกันดัง กร๊อบ เสี่ยชัยยศตาเหลือกถลน ลมหายใจขาดห้วง ร่างท้วมล้มหน้าคะมำกระแทกพื้นพรมดัง ตึง!ยังไม่ทันจะตั้งตัว จันทร์เจ้าก็พุ่งเข้าตะครุบเหยื่อ ใช้เข่ากดทับกลางสันหลังมันไว้จนกระดูกลั่น มือเรียวกระชากเนคไทรไหมราคาแพงออกมารัดข้อมือที่ถูกบิดไพล่หลังจนไหล่แทบหลุด"อื้อ! อ่อยกู! (ปล่อยกู!)"เสี่ยชัยยศดิ้นพราดๆ เหมือนหมูบนเขียง แต่ยิ่งดิ้น ปมเงื่อนตายแบบหน่วยรบพิเศษยิ่งรัดแน่นจนบาดลึกเข้าเนื้อ จันทร์เจ้าไม่รอช้า คว้าสายไฟโคมไฟหัวเตียงมากระชาก แควก! มัดรวบข้อเท้าอ้วนป้อมของมันจนแน่นหนา
ห้องประชุมลับชั้นใต้ดินอบอวลไปด้วยควันซิการ์และกลิ่นกาแฟดำเข้มข้น สามบุรุษผู้ทรงอิทธิพลนั่งล้อมวงจ้องหน้าจอมอนิเตอร์ที่ฉายผังงานเลี้ยงของเสี่ยชัยยศ"ระบบแน่นกว่าคุก ทางเข้าออกทุกจุดมีสแกนใบหน้า การ์ดเป็นอดีตหน่วยซีลทั้งหมด" หมอคิมในชุดกาวน์ที่เพิ่งผ่าตัดเสร็จ ชี้จุดแดงบนจอ "จะบุกเข้าไปโต้งๆ หรือมุดท่อเข้าไปเหมือนในหนัง... เป็นไปไม่ได้ 0%""งั้นก็เหลือแค่ทางเดียว..." ฟรานเชสโก มาเฟียอิตาลีเจ้าเสน่ห์นั่งไขว่ห้างหมุนการ์ดเชิญสีทองในมือเล่น "เดินเข้าทางประตูหน้า ในฐานะแขก VVIP""ใครวะ" คามินถามห้วนๆ หน้าเครียดจัด "ใครแม่งจะบ้าเชิญศัตรูเข้าบ้าน""ก็กูนี่ไง..." ฟรานเชสโกชูบัตรเชิญพร้อมยิ้มกวน "ในสายตามัน กูกับมึงคือคู่แข่ง และมันก็อยากดึงกูไปเป็นพวกใจจะขาด บัตรเชิญใบนี้... โต๊ะหน้าสุด ติดเวที ใกล้ตัวมันที่สุด"คามินตาเป็นประกาย "เยี่ยม งั้นมึงก็เข้าไปจัดการมันเลยฟราน จบเรื่อง""เฮ้ยๆ ใจเย็นเพื่อน" ฟรานเชสโกรีบปฏิเสธ "กูเป็นมาเฟียนะเว้ย ไม่ใช่เจมส์บอนด์ จะให้ถือปืนไปยิงกลางงานเลี้ยงได้ไง อีกอย่าง... เมียกูสั่งห้ามเด็ดขาดเรื่องเอาตัวไปเสี่ยง พริกหวานขู่ไว้ว่าถ้ากูมีแผลกลับไปแม้นิดเดียว... คืน
บรรยากาศในห้องทำงานชั้นผู้บริหารตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติด ควันบุหรี่ลอยคลุ้งเหนือโต๊ะทำงานคามินจ้องมองรูปถ่ายในแท็บเล็ตด้วยสายตาที่อ่านยาก... ทั้งโกรธแค้น ทั้งกังวล"ไอ้เสี่ยชัยยศ..." เขาเอ่ยชื่อศัตรูเสียงลอดไรฟัน "มันกลับมาแล้วจริงๆ แถมยังเปิดกาสิโนแข่งกับเราที่ชายแดน... ที่สำคัญ มันคือไอ้สวะที่สั่งเก็บพ่อแม่จันทร์เจ้าเมื่อสิบปีก่อน"วิทย์ขยับแว่นสายตาเล็กน้อย สีหน้าเคร่งเครียด "สายข่าวคอนเฟิร์มแล้วครับบอส คืนนี้มันจัดงานเปิดตัวเป็นการภายใน ระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนามาก... ถ้าจะลงมือ ต้องคืนนี้เท่านั้น ก่อนที่มันจะสร้างฐานอำนาจเสร็จแล้วกลับมากัดเรา""กูรู้..." คามินทุบโต๊ะปัง "แต่ปัญหามันอยู่ที่คนลงมือ... กูไม่ให้จันทร์เจ้าทำงานนี้"วิทย์เลิกคิ้วสูง "ทำไมล่ะครับ? นี่มันงานถนัดของเธอเลยนะครับ ลอบสังหารในพื้นที่ปิด แทรกซึมเงียบๆ แล้วจบงาน... ในองค์กรเราไม่มีใครทำได้ดีกว่าเธอแล้ว""กูบอกว่าไม่ ก็คือไม่!" คามินสวนเสียงแข็ง ลุกขึ้นเดินไปยืนกอดอกมองวิวนอกหน้าต่าง "คราวก่อนเธอก็เกือบตาย... แผลเพิ่งจะหายดี กูไม่อยากให้เธอเอาชีวิตไปเสี่ยงอีก โดยเฉพาะกับไอ้ระยำนั่น... มันเจ้าเล่ห์จะตายชัก""แต
ความอดทนเส้นสุดท้ายของคามินขาดผึง สายตาที่เคยสุขุมเยือกเย็น บัดนี้ลุกโชนไปด้วยไฟราคะที่พร้อมจะเผาไหม้ทุกอย่าง มือหนาเลื่อนลงไปลูบไล้เรียวขาเนียนสวย ก่อนจะวกกลับมาที่ใจกลางความสาวที่เปิดรออยู่"อ้ากว้างๆ..."เขาออกคำสั่งเสียงพร่า นิ้วกลางที่หยาบกร้านจากการจับปืนมาครึ่งชีวิต ค่อยๆ กดคลึงลงบนติ่งเนื้อสีหวานที่เริ่มแข็งสู้มือ จันทร์เจ้าสะดุ้งเฮือก แต่ยังพยายามข่มใจให้นิ่ง"อืม... แฉะขนาดนี้ยังจะบอกว่าทนไหวอีกเหรอ" คามินกระซิบชิดใบหู พร้อมกับค่อยๆ สอดปลายนิ้วกลางเข้าไปในช่องทางคับแคบที่ชุ่มฉ่ำ"อึก..." จันทร์เจ้ากัดริมฝีปากล่างจนห่อเลือด กลั้นเสียงครางที่จวนเจียนจะหลุด นิ้วของเขาเหมือนแท่งเหล็กร้อนที่บุกรุกเข้ามาในพื้นที่หวงห้าม"ผ่อนคลาย... อย่าเกร็ง" คามินขยับนิ้วเนิบนาบ จากตื้นไปลึก เพิ่มนิ้วที่สองเข้าไปเพื่อขยายช่องทาง "ถ้าเกร็งเดี๋ยวเธอจะเจ็บเอง"แจ๊ะ... แจ๊ะ...เสียงน้ำหวานกระทบกับนิ้วมือดังชัดเจนในความเงียบ"อื้อ..." จันทร์เจ้าเริ่มบิดเร่า กำแพงความอดทนเริ่มพังทลายลงทีละน้อยคามินกระตุกยิ้มร้ายเมื่อเห็นปฏิกิริยา เขาถอนนิ้วออกแล้วโน้มตัวลงไปแทนที่"บอส... จะทำอะไร... อื้อ! อย่านะคะ..
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปไวเหมือนโกหก ร่างกายของจันทร์เจ้าฟื้นตัวเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อสมกับที่ถูกเคี่ยวกรำมาอย่างหนัก แผลที่เอวแห้งสนิทจนตัดไหมได้แล้ว แต่ดูเหมือนคนที่เป็นเดือดเป็นร้อนจะไม่ใช่คนเจ็บ แต่เป็น 'คุณหมอจำเป็น' ที่คอยตามประกบเช้าเย็นไม่ยอมห่าง"มานี่... ขึ้นมาบนเตียง"คามินตบที่ว่างข้างตัวดังปุๆ สั่งเสียงเข้มทันทีที่จันทร์เจ้าเดินออกมาจากห้องแต่งตัวในสภาพล่อแหลม... เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งของเขาเพียงตัวเดียวที่ยาวคลุมลงมาถึงแค่หน้าขา อวดเรียวขาสวยวับๆ แวมๆ ทุกจังหวะการก้าวเดินจันทร์เจ้าเดินมาทิ้งตัวนั่งลงข้างๆ อย่างว่าง่าย ใบหน้าสวยยังคงนิ่งเรียบตามสไตล์ แต่แก้มใสที่ขึ้นสีระเรื่อฟ้องชัดเจนว่าเธอกำลังประหม่า... เพราะรู้ดีว่า 'การตรวจแผล' ของบอสระยะหลังมานี้ มันไม่เคยจบแค่การดูแผล"เลิกเสื้อขึ้น... สูงๆ"มือหนาไม่รอให้เธอทำเอง เขาจัดการเลิกชายเสื้อเชิ้ตขึ้นรวดเร็ว เผยให้เห็นหน้าท้องแบนราบที่มีลอนกล้ามเนื้อจางๆ และรอยแผลเป็นสีชมพูใหม่เอี่ยมที่เอวขวา"แห้งสนิทแล้ว..." คามินพึมพำ นิ้วหัวแม่มือไล้เบาๆ ไปตามรอยแผล สัมผัสสากระคายทำเอาคนตัวเล็กเกร็งหน้าท้องวูบ "เก่งมาก... ทายาอีกไม่กี่อาท






![นเรศวร [มาเฟียร้ายรัก]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
