LOGINติ๊ง!
ประตูลิฟต์ส่วนตัวเปิดออกสู่ชั้นบนสุดของ 'ดิ เอ็มเพอเรอร์' พื้นที่ส่วนตัวที่ห้ามคนนอกมาย่างกราย คามินประคองร่างจันทร์เจ้าที่ยังเดินตัวงอออกมา มือหนาโอบเอวคอดกิ่วไว้แน่น ทะนุถนอมราวกับกลัวว่าถ้าจับแรงไปเครื่องลายครามชิ้นนี้จะร้าวคามือ "เดินไหวไหม ถ้าเจ็บก็บอก อย่ามากัดปากอวดเก่ง" คามินถามเสียงเข้ม สายตาจับจ้องใบหน้าซีดเซียวไม่วางตา "ไหวค่ะบอส... แค่นี้เอง" จันทร์เจ้าตอบเสียงเบา ฝืนยิ้มทั้งที่เหงื่อซึมไรผม "ฉันเดินเองได้ค่ะ บอสไม่ต้องประคองก็ได้... เดี๋ยวเสื้อบอสยับ" "เสื้อยับกูซื้อใหม่ได้ แต่ถ้าแผลมึงปริ กูซื้อใหม่ไม่ได้" คามินสวนทันควัน กระชับอ้อมแขนแน่นจนตัวเธอแนบชิด "หุบปากแล้วเดินตามมาเงียบๆ" จันทร์เจ้าลอบถอนหายใจ ยอมเดินตามแรงลากของเขา แต่พอเห็นทางที่เขาพาไป คิ้วเรียวก็เริ่มขมวดมุ่น "บอสคะ... ทางไปห้องพักแขกต้องเลี้ยวซ้ายนะคะ" เธอทักท้วงเมื่อเขาพาเดินตรงดิ่งไปยังประตูไม้สักบานใหญ่สลักลายพยัคฆ์... ห้องนอนของเขาเอง "ใครบอกว่ากูจะให้มึงไปนอนห้องรูหนูพวกนั้น" คามินตอบโดยไม่หันมอง ผลักประตูเปิดผัวะเผยให้เห็นห้องนอนโทนดำทองสุดหรูหรา "นอนห้องนี้" จันทร์เจ้ายืนขาตายอยู่หน้าประตู ขาเหมือนถูกตอกหมุดตรึงไว้กับพื้น "บอสคะ..." เธอเรียกเสียงเครียด เงยหน้าสบตาเขา "มันไม่เหมาะสมค่ะ... นี่มันห้องส่วนตัวบอส เป็นเขตหวงห้าม... การ์ดอย่างฉันไม่ควรเข้าไปยุ่มย่าม" "แล้วใครบอกว่าให้เข้ามาในฐานะการ์ด" คามินเลิกคิ้วสูง หันมาประจันหน้า "จะฐานะอะไรก็ช่างเถอะค่ะ แต่ฉันนอนไม่ได้" จันทร์เจ้าส่ายหน้ายืนกราน ความน้อยใจที่สะสมมาเริ่มตีตื้น "เผื่อ... เผื่อผู้หญิงของบอสมา... คุณนีน่า หรือคนอื่นๆ... ถ้าพวกเธอมาเห็นฉันนอนห้องนี้ เดี๋ยวจะมีปัญหาเอานะคะ" คามินยืนนิ่งฟัง สีหน้าเริ่มตึงเปรี๊ยะ "แล้วไง มีปัญหาแล้วไง" "ฉันไม่อยากมีเรื่องหยุมหยิมไร้สาระเพราะผู้หญิงของบอสไงคะ" จันทร์เจ้าก้มหน้ามองปลายเท้า หลบสายตาดุๆ "ฉันเหนื่อยจะรบราฆ่าฟันกับความหึงหวงของพวกเธอ... ฉันมีหน้าที่ถือปืนปกป้องบอส ไม่ได้มีหน้าที่มานั่งตบตีแย่งผัวชาวบ้าน... มันน่ารำคาญ" เสียงเธอสั่นเครือในประโยคท้าย "ให้ฉันกลับไปนอนห้องพักแขก หรือกลับไปนอนห้องพักพนักงานเถอะค่ะ... สบายใจกว่า... เจียมตัวกว่าด้วย" ความเงียบเข้าปกคลุมโถงทางเดินชั่วอึดใจ ก่อนที่คามินจะแค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้าหาเธอช้าๆ เหมือนเสือต้อนลูกกวาง "เจียมตัว" เขาถามเสียงต่ำ "ฉันส่งเรียนโรงเรียนที่ดีที่สุด... ให้เสื้อผ้าที่ดีที่สุด... สอนให้เชิดหน้าสู้คนทั้งโลก... เพื่อให้มาบอกว่าต้องเจียมตัวกับอีตัวเกรดบีพวกนั้นน่ะเหรอจันทร์เจ้า" "พวกเธอไม่ใช่เกรดบี... พวกเธอเป็นดารา เป็นนางแบบ..." "พวกนั้นมันก็แค่ทางผ่าน!" คามินตะคอกลั่นจนจันทร์เจ้าสะดุ้งโหยง "แต่เธอ... เธอคือคนที่ฉันเลือกให้มาอยู่ที่นี่ เดี๋ยวนี้!" ไม่รอให้เถียงต่อ คามินรวบเอวบางพาเดินแกมบังคับเข้าห้องนอนทันที ใช้เท้าถีบประตูปิดไล่หลังเสียงดัง ปัง! แต่ลืมล็อคกลอน "บอส! ปล่อยนะคะ!" จันทร์เจ้าขืนตัว แต่สู้แรงควายของคนตัวโตไม่ได้ แถมแผลที่เอวยังประท้วงแปล๊บๆ คามินกดไหล่เธอให้นั่งลงที่ปลายเตียง ฟูกหนานุ่มยุบยวบตามน้ำหนัก กลิ่นหอมเฉพาะตัวของเขา... กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมน้ำหอมราคาแพง ลอยมาแตะจมูกจนจันทร์เจ้ามึนงง "ฉันบอกให้นอนนี่... ก็ต้องนอนนี่" คามินยืนค้ำหัว วางมือคร่อมร่างเธอไว้ กักขังให้อยู่ในกรงแขน "เดี๋ยวนี้ไม่เชื่อฟังกันแล้วเหรอ หรือต้องให้ใช้ไม้แข็งถึงจะยอมหยุดดื้อฮะ?" "ฉันไม่ได้ดื้อ..." จันทร์เจ้าเถียงเสียงอู้อี้ ไม่กล้าเงยหน้าสบตา "ฉันแค่... ไม่อยากให้บอสลำบากใจทีหลัง" "คนที่จะทำให้ฉันลำบากใจ คือเธอคนเดียวจันทร์เจ้า... จำใส่สมองไว้ซะ" คามินถอนหายใจพรืด ทิ้งตัวลงนั่งคุกเข่าตรงหว่างขาของเธอที่นั่งห้อยขาอยู่ การกระทำที่ลดตัวลงมาแบบนี้ทำเอาจันทร์เจ้าทำตัวไม่ถูก "บอส... อย่าทำแบบนี้ ลุกขึ้นเถอะค่ะ" "เงียบ... แล้วฟัง" คามินสั่งเสียงเข้มแต่นุ่มนวล มือหนาคว้ามือเล็กทั้งสองข้างมากุมไว้ "ต่อไปนี้ที่นี่คือห้องของเธอ... เตียงนี้เป็นของเธอ... ผู้หญิงคนอื่น หน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์เหยียบเข้ามาในห้องนี้แม้แต่ก้าวเดียว... เข้าใจไหม?" "แต่..." "ไม่มีแต่" เขาบีบมือเธอแน่น "ฉันล้างบางพวกนั้นไปหมดแล้ว... ตั้งแต่ที่เธอโดนยิง... ฉันไม่เคยเรียกใครมาที่นี่อีก และจะไม่เรียกอีก" จันทร์เจ้าใจเต้นระรัวราวกับกลองรบ คำพูดหนักแน่นของเขาทำให้กำแพงในใจเริ่มสั่นคลอน "ก็ได้ค่ะ... ตามใจบอส" เธอตอบเสียงแผ่ว พยายามดึงมือกลับ แต่เขาไม่ยอมปล่อย "จันทร์เจ้า..." คามินเรียกชื่อเธอเสียงพร่า ลุกขึ้นยืนแทรกตัวเข้าไประหว่างขาเธอ มือข้างหนึ่งเชยคางมน บังคับให้ใบหน้าสวยหวานเงยขึ้นสบตา ดวงตาคมกริบสีนิลจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่กำลังไหวระริก ค้นหาความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ "มองกู..." เขาออกคำสั่ง "เลิกทำเหมือนกูเป็นเจ้านายสักที... เลิกมองกูด้วยสายตาเทิดทูนแบบนั้น... ตอนนี้กูเป็นแค่ผู้ชายคนหนึ่ง... ผู้ชายที่อยากดูแลผู้หญิงของตัวเอง... ผู้ชายที่กำลังคลั่งมึงจนจะบ้าตายห่าอยู่แล้ว" "บอสคะ... บอสจะทำอะไร..." จันทร์เจ้าถามเสียงสั่น ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาเป่ารดริมฝีปากจนขนลุกซู่ "จะทำในสิ่งที่กูอยากทำมาตั้งนานแล้ว..." สายตาคามินเลื่อนลงมาจดจ้องที่ริมฝีปากอิ่มสีพีชที่เผยอขึ้นอย่างยั่วยวนโดยไม่รู้ตัว "บอสคะ... อื้อ... ชู่ววว..." นิ้วหัวแม่มือหนาเกลี่ยเบาๆ ที่กลีบปากล่าง ตัดบททุกคำพูด ทุกข้ออ้าง ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาอย่างเชื่องช้าแต่คุกคาม จันทร์เจ้าหลับตาปี๋ เกร็งตัวรอรับชะตากรรม หัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะเมื่อริมฝีปากร้อนจัดกดลงมา สัมผัสแรกหนักหน่วงและหิวกระหาย คามินบดขยี้ริมฝีปากลงมาราวกับคนขาดน้ำมาแรมปี เขาขบเม้มปากล่างเธอเบาๆ เชิงบังคับให้เปิดทาง "อื้อ..." จันทร์เจ้าเผลอเผยอปากรับ และนั่นคือการเปิดประตูต้อนรับพยัคฆ์ร้ายให้เข้ามาตะปบเหยื่อ ลิ้นร้อนจัดสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากนุ่มทันที ควานหาความหวานล้ำอย่างเอาแต่ใจ เกี่ยวกระหวัดรัดรึงลิ้นเล็กที่พยายามถอยหนีแต่ไร้ทางสู้ "อื้มมม..." จ๊วบ... จ๊วบ... จุ๊บ... เสียงดูดดึงหยาบโลนดังก้องในความเงียบ คามินเอียงใบหน้าปรับองศาให้แนบชิดยิ่งขึ้น ดูดดึงลิ้นเธอแรงๆ จนเกิดเสียงน่าอาย มือหนาเลื่อนไปโอบเอวบาง รั้งร่างเธอให้เข้ามาแนบชิดกับหน้าท้องแกร่ง อีกมือสอดเข้าไปใต้ผมนุ่มที่ท้ายทอย ตรึงศีรษะไว้ไม่ให้หนี บังคับให้รับจูบที่ดูดดื่มและดิบเถื่อนนี้จนหยดสุดท้าย จันทร์เจ้ารู้สึกเหมือนโลกหมุนคว้าง สมองพร่าเบลอ เรี่ยวแรงหดหายจนต้องใช้มือกำเสื้อเชิ้ตเขาไว้แน่นเพื่อยึดเหนี่ยวไม่ให้ไหลลงไปกองกับพื้น กลิ่นกายหอมกรุ่น รสจูบซาบซ่าน และสัมผัสที่รุกเร้า ทำให้สติของเธอล่องลอย... ลืมความเจ็บ ลืมว่าเป็นเจ้านาย... วินาทีนี้มีเพียง ผู้ชายชื่อคามิน กับความปรารถนาที่ลุกโชน คามินถอนจูบออกมาช้าๆ อย่างอ้อยอิ่ง น้ำใสยืดติดริมฝีปากทั้งคู่ก่อนจะขาดออกจากกัน เขาหอบหายใจแรง หน้าผากแนบชิดหน้าผากมน จ้องมองใบหน้าแดงก่ำและตาฉ่ำน้ำของจันทร์เจ้าด้วยความพึงพอใจ "หวานชิบหาย..." เขาพึมพำเสียงแหบพร่า "กูไม่น่ารอให้มึงโตเลยว่ะ... ถ้ารู้ว่าจะติดงอมแงมขนาดนี้ กูจับมึงกลืนลงท้องไปตั้งแต่สิบปีก่อนแล้ว" จันทร์เจ้านั่งนิ่งงัน หอบหายใจถี่ พยายามกอบกู้สติที่กระเจิดกระเจิงกลับมา แต่ดูเหมือนมันจะยากเหลือเกินเมื่อยังถูกจ้องมองด้วยสายตาที่พร้อมจะกินเธอซ้ำแบบนี้ปัง!บานประตูไม้สักถูกถีบจนเปิดอ้ากระแทกผนังดังสนั่น คามินก้าวเข้ามาปืนในมือพร้อมเหนี่ยวไก โดยมีวิทย์และลูกน้องประกบหลังเตรียมสาดกระสุนแต่แล้วฝีเท้าของทุกคนก็หยุดกึก... เหมือนถูกแช่แข็งด้วยภาพตรงหน้ากลิ่นคาวเลือดลอยคลุ้งเตะจมูกเสี่ยชัยยศ... ผู้ทรงอิทธิพลแห่งชายแดน ตอนนี้นอนขดตัวสั่นทิ้มอยู่บนพรมราคาแพง ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ปากสั่นระริกพึมพำเหมือนคนเสียสติส่วนจันทร์เจ้า... ยืนค้ำหัวมันอยู่เธอใช้ปลายมีดสั้นเขี่ยไรผมที่ตกลงมาปรกหน้าทัดหูช้าๆเธอค่อยๆ หันมามองผู้มาใหม่... รอยยิ้มหวานหยดย้อยประดับบนใบหน้า แต่ดวงตากลับเบิกกว้างและว่างเปล่าจนน่าขนลุก"มาช้านะคะบอส..." จันทร์เจ้าเอียงคอเล็กน้อย แววตาที่มองคามินดูเลื่อนลอยชอบกล "จันทร์เกือบจะเริ่มแล่เนื้อชิ้นแรกแล้วเชียว... กำลังเล็งอยู่เลยว่าจะเริ่มจากนิ้วไหนดี""ไอ้คามิน!..." เสี่ยชัยยศตะโกนเสียงหลงเมื่อเห็นคามิน น้ำมูกน้ำตาไหลพราก "เอาอีนังนี่ออกไป! มันบ้า! มันเป็นโรคจิต! กูยอมแล้ว... กูยกให้มึงหมดเลย คาสิโน... ธุรกิจ... เอาไปให้หมด! แค่เอามันออกไปจากกู!"ผัวะ!เท้าเรียวสวยในรองเท้าส้นเข็มตวัดเตะเข้าที่ชายโครงเสี่ยชัยยศเต็มแรงโดยไม
แกร็ก... ติ๊ดเสียงระบบล็อกประตูอัตโนมัติทำงานแผ่วเบา แต่มันกลับก้องสะท้อนในหูของเสี่ยชัยยศราวกับเสียงตอกฝาโลงทันทีที่โลกภายนอกถูกตัดขาด รอยยิ้มหวานเชื่อมบนใบหน้าของจันทร์เจ้าก็หายวับไป... เหมือนปิดสวิตช์ไฟ เหลือเพียงความว่างเปล่าที่ดำมืด และแววตาของมัจจุราชที่ยืนรอรับวิญญาณ"มามะคนดี... มัวยืนนิ่งอยู่ทำไม มาให้เสี่ย 'ชิม' หน่อยซิ..." เสี่ยชัยยศที่ยังหน้ามืดตามัวเพราะฤทธิ์เหล้าตัณหา เดินโซซัดโซเซอ้าแขนเข้ามาหาอย่างย่ามใจผัวะ!ฝ่ามือบางสับเข้ากลางลำคอหอยอย่างแม่นยำและไร้ปรานี"อั่ก!"เสียงกระดูกอ่อนหลอดลมกระทบกันดัง กร๊อบ เสี่ยชัยยศตาเหลือกถลน ลมหายใจขาดห้วง ร่างท้วมล้มหน้าคะมำกระแทกพื้นพรมดัง ตึง!ยังไม่ทันจะตั้งตัว จันทร์เจ้าก็พุ่งเข้าตะครุบเหยื่อ ใช้เข่ากดทับกลางสันหลังมันไว้จนกระดูกลั่น มือเรียวกระชากเนคไทรไหมราคาแพงออกมารัดข้อมือที่ถูกบิดไพล่หลังจนไหล่แทบหลุด"อื้อ! อ่อยกู! (ปล่อยกู!)"เสี่ยชัยยศดิ้นพราดๆ เหมือนหมูบนเขียง แต่ยิ่งดิ้น ปมเงื่อนตายแบบหน่วยรบพิเศษยิ่งรัดแน่นจนบาดลึกเข้าเนื้อ จันทร์เจ้าไม่รอช้า คว้าสายไฟโคมไฟหัวเตียงมากระชาก แควก! มัดรวบข้อเท้าอ้วนป้อมของมันจนแน่นหนา
ห้องประชุมลับชั้นใต้ดินอบอวลไปด้วยควันซิการ์และกลิ่นกาแฟดำเข้มข้น สามบุรุษผู้ทรงอิทธิพลนั่งล้อมวงจ้องหน้าจอมอนิเตอร์ที่ฉายผังงานเลี้ยงของเสี่ยชัยยศ"ระบบแน่นกว่าคุก ทางเข้าออกทุกจุดมีสแกนใบหน้า การ์ดเป็นอดีตหน่วยซีลทั้งหมด" หมอคิมในชุดกาวน์ที่เพิ่งผ่าตัดเสร็จ ชี้จุดแดงบนจอ "จะบุกเข้าไปโต้งๆ หรือมุดท่อเข้าไปเหมือนในหนัง... เป็นไปไม่ได้ 0%""งั้นก็เหลือแค่ทางเดียว..." ฟรานเชสโก มาเฟียอิตาลีเจ้าเสน่ห์นั่งไขว่ห้างหมุนการ์ดเชิญสีทองในมือเล่น "เดินเข้าทางประตูหน้า ในฐานะแขก VVIP""ใครวะ" คามินถามห้วนๆ หน้าเครียดจัด "ใครแม่งจะบ้าเชิญศัตรูเข้าบ้าน""ก็กูนี่ไง..." ฟรานเชสโกชูบัตรเชิญพร้อมยิ้มกวน "ในสายตามัน กูกับมึงคือคู่แข่ง และมันก็อยากดึงกูไปเป็นพวกใจจะขาด บัตรเชิญใบนี้... โต๊ะหน้าสุด ติดเวที ใกล้ตัวมันที่สุด"คามินตาเป็นประกาย "เยี่ยม งั้นมึงก็เข้าไปจัดการมันเลยฟราน จบเรื่อง""เฮ้ยๆ ใจเย็นเพื่อน" ฟรานเชสโกรีบปฏิเสธ "กูเป็นมาเฟียนะเว้ย ไม่ใช่เจมส์บอนด์ จะให้ถือปืนไปยิงกลางงานเลี้ยงได้ไง อีกอย่าง... เมียกูสั่งห้ามเด็ดขาดเรื่องเอาตัวไปเสี่ยง พริกหวานขู่ไว้ว่าถ้ากูมีแผลกลับไปแม้นิดเดียว... คืน
บรรยากาศในห้องทำงานชั้นผู้บริหารตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติด ควันบุหรี่ลอยคลุ้งเหนือโต๊ะทำงานคามินจ้องมองรูปถ่ายในแท็บเล็ตด้วยสายตาที่อ่านยาก... ทั้งโกรธแค้น ทั้งกังวล"ไอ้เสี่ยชัยยศ..." เขาเอ่ยชื่อศัตรูเสียงลอดไรฟัน "มันกลับมาแล้วจริงๆ แถมยังเปิดกาสิโนแข่งกับเราที่ชายแดน... ที่สำคัญ มันคือไอ้สวะที่สั่งเก็บพ่อแม่จันทร์เจ้าเมื่อสิบปีก่อน"วิทย์ขยับแว่นสายตาเล็กน้อย สีหน้าเคร่งเครียด "สายข่าวคอนเฟิร์มแล้วครับบอส คืนนี้มันจัดงานเปิดตัวเป็นการภายใน ระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนามาก... ถ้าจะลงมือ ต้องคืนนี้เท่านั้น ก่อนที่มันจะสร้างฐานอำนาจเสร็จแล้วกลับมากัดเรา""กูรู้..." คามินทุบโต๊ะปัง "แต่ปัญหามันอยู่ที่คนลงมือ... กูไม่ให้จันทร์เจ้าทำงานนี้"วิทย์เลิกคิ้วสูง "ทำไมล่ะครับ? นี่มันงานถนัดของเธอเลยนะครับ ลอบสังหารในพื้นที่ปิด แทรกซึมเงียบๆ แล้วจบงาน... ในองค์กรเราไม่มีใครทำได้ดีกว่าเธอแล้ว""กูบอกว่าไม่ ก็คือไม่!" คามินสวนเสียงแข็ง ลุกขึ้นเดินไปยืนกอดอกมองวิวนอกหน้าต่าง "คราวก่อนเธอก็เกือบตาย... แผลเพิ่งจะหายดี กูไม่อยากให้เธอเอาชีวิตไปเสี่ยงอีก โดยเฉพาะกับไอ้ระยำนั่น... มันเจ้าเล่ห์จะตายชัก""แต
ความอดทนเส้นสุดท้ายของคามินขาดผึง สายตาที่เคยสุขุมเยือกเย็น บัดนี้ลุกโชนไปด้วยไฟราคะที่พร้อมจะเผาไหม้ทุกอย่าง มือหนาเลื่อนลงไปลูบไล้เรียวขาเนียนสวย ก่อนจะวกกลับมาที่ใจกลางความสาวที่เปิดรออยู่"อ้ากว้างๆ..."เขาออกคำสั่งเสียงพร่า นิ้วกลางที่หยาบกร้านจากการจับปืนมาครึ่งชีวิต ค่อยๆ กดคลึงลงบนติ่งเนื้อสีหวานที่เริ่มแข็งสู้มือ จันทร์เจ้าสะดุ้งเฮือก แต่ยังพยายามข่มใจให้นิ่ง"อืม... แฉะขนาดนี้ยังจะบอกว่าทนไหวอีกเหรอ" คามินกระซิบชิดใบหู พร้อมกับค่อยๆ สอดปลายนิ้วกลางเข้าไปในช่องทางคับแคบที่ชุ่มฉ่ำ"อึก..." จันทร์เจ้ากัดริมฝีปากล่างจนห่อเลือด กลั้นเสียงครางที่จวนเจียนจะหลุด นิ้วของเขาเหมือนแท่งเหล็กร้อนที่บุกรุกเข้ามาในพื้นที่หวงห้าม"ผ่อนคลาย... อย่าเกร็ง" คามินขยับนิ้วเนิบนาบ จากตื้นไปลึก เพิ่มนิ้วที่สองเข้าไปเพื่อขยายช่องทาง "ถ้าเกร็งเดี๋ยวเธอจะเจ็บเอง"แจ๊ะ... แจ๊ะ...เสียงน้ำหวานกระทบกับนิ้วมือดังชัดเจนในความเงียบ"อื้อ..." จันทร์เจ้าเริ่มบิดเร่า กำแพงความอดทนเริ่มพังทลายลงทีละน้อยคามินกระตุกยิ้มร้ายเมื่อเห็นปฏิกิริยา เขาถอนนิ้วออกแล้วโน้มตัวลงไปแทนที่"บอส... จะทำอะไร... อื้อ! อย่านะคะ..
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปไวเหมือนโกหก ร่างกายของจันทร์เจ้าฟื้นตัวเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อสมกับที่ถูกเคี่ยวกรำมาอย่างหนัก แผลที่เอวแห้งสนิทจนตัดไหมได้แล้ว แต่ดูเหมือนคนที่เป็นเดือดเป็นร้อนจะไม่ใช่คนเจ็บ แต่เป็น 'คุณหมอจำเป็น' ที่คอยตามประกบเช้าเย็นไม่ยอมห่าง"มานี่... ขึ้นมาบนเตียง"คามินตบที่ว่างข้างตัวดังปุๆ สั่งเสียงเข้มทันทีที่จันทร์เจ้าเดินออกมาจากห้องแต่งตัวในสภาพล่อแหลม... เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งของเขาเพียงตัวเดียวที่ยาวคลุมลงมาถึงแค่หน้าขา อวดเรียวขาสวยวับๆ แวมๆ ทุกจังหวะการก้าวเดินจันทร์เจ้าเดินมาทิ้งตัวนั่งลงข้างๆ อย่างว่าง่าย ใบหน้าสวยยังคงนิ่งเรียบตามสไตล์ แต่แก้มใสที่ขึ้นสีระเรื่อฟ้องชัดเจนว่าเธอกำลังประหม่า... เพราะรู้ดีว่า 'การตรวจแผล' ของบอสระยะหลังมานี้ มันไม่เคยจบแค่การดูแผล"เลิกเสื้อขึ้น... สูงๆ"มือหนาไม่รอให้เธอทำเอง เขาจัดการเลิกชายเสื้อเชิ้ตขึ้นรวดเร็ว เผยให้เห็นหน้าท้องแบนราบที่มีลอนกล้ามเนื้อจางๆ และรอยแผลเป็นสีชมพูใหม่เอี่ยมที่เอวขวา"แห้งสนิทแล้ว..." คามินพึมพำ นิ้วหัวแม่มือไล้เบาๆ ไปตามรอยแผล สัมผัสสากระคายทำเอาคนตัวเล็กเกร็งหน้าท้องวูบ "เก่งมาก... ทายาอีกไม่กี่อาท







