LOGINผิวขาวเนียนละเอียดที่สะท้อนแสงไฟสลัวดูราวกับประติมากรรมชิ้นเอก หน้าอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหอบหายใจ เอวคอดกิ่ว และสะโพกผาย ทุกสัดส่วนของเธอช่างเย้ายวนจนผู้ชายที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชนอย่างเขายังต้องลอบกลืนน้ำลาย
พิมพ์มาดาหลับตาแน่นด้วยความเอียงอายและหวั่นกลัว สองมือเล็กยกขึ้นพยายามปกปิดความเปลือยเปล่าของตัวเอง ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู
“ไม่ต้องอายคนดี คืนนี้พริ้มสวยที่สุด”
โรมเอ่ยปลอบประโลมด้วยน้ำเสียงพร่า เขาจับมือเล็กทั้งสองข้างของเธอออกอย่างนุ่มนวล ก่อนจะช้อนร่างบอบบางขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาวและเดินตรงไปยังเตียงคิงไซซ์ที่โรยด้วยกลีบกุหลาบสีแดงสด
แผ่นหลังบางสัมผัสกับความนุ่มของฟูกนอน ทว่าเธอกลับไม่ได้รู้สึกผ่อนคลายเลยสักนิด เมื่อร่างสูงใหญ่ของมัจจุราชหนุ่มตามลงมาทาบทับ กักขังเธอไว้ใต้ร่างของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ
โรมจัดการปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นสรีระแกร่งกำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและร่องรอยของบุรุษเพศที่สมบูรณ์แบบ
ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อเห็นความเปลือยเปล่าของเขา ความหวาดกลัวต่อสิ่งที่ไม่เคยพานพบตีตื้นขึ้นมาจนน้ำตารื้น
“พี่โรม...พริ้มกลัว” หญิงสาวสารภาพเสียงสั่น ตัวสั่นเป็นลูกนกตกน้ำ
ความหวาดกลัวที่ฉายชัดในดวงตาคู่สวยทำให้โรมต้องหยุดชะงัก เขาโน้มใบหน้าลงไปจุมพิตที่หน้าผากมน ซับหยาดน้ำตาที่หางตาให้อย่างอ่อนโยน
ในเสี้ยววินาทีนั้น เขารู้สึกอยากจะทะนุถนอมผู้หญิงใต้ร่างไว้ให้ดีที่สุด ความแค้นเรื่องน้องชายถูกโยนทิ้งไว้เบื้องหลัง เหลือเพียงสัญชาตญาณของชายหนุ่มที่ต้องการมอบความสุขให้กับผู้หญิงที่เขาปรารถนา
“อย่ากลัวเลยนะเจ้าหญิงของพี่ พี่จะถนอมพริ้มให้มากที่สุด”
ชายหนุ่มกระซิบชิดริมฝีปากที่กำลังสั่นระริก ก่อนจะประกบจูบลงไปอย่างดูดดื่มและลึกล้ำเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากความหวาดกลัว ฝ่ามือหนาที่ร้อนผ่าวราวกับเตาผิงค่อย ๆ ลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าอย่างหลงใหล จากหัวไหล่มน เลื่อนลงมาตามแนวสีข้าง บีบเคล้นคลึงสะโพกผายอย่างเอาแต่ใจ สัมผัสที่เต็มไปด้วยความปรารถนาและช่ำชองของเขาทำให้ผิวเนื้อของพิมพ์มาดาร้อนฉ่าไปทุกตารางนิ้ว
โรมถอนจูบออกอย่างอ้อยอิ่ง ทอดสายตามองความงดงามเบื้องหน้าด้วยแววตาที่หิวกระหาย เขาโน้มใบหน้าลงไปซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มเบา ๆ จนเกิดรอยสีกุหลาบจาง ๆ เป็นการตีตราจอง ก่อนจะลากไล้ริมฝีปากต่ำลงมาหยุดอยู่ที่ความอวบอิ่มสล้างที่ชูชันท้าทายสายตา
“อ๊ะ...พี่โรม...”
พิมพ์มาดาสะดุ้งเฮือกเมื่อปลายลิ้นร้อนชื้นแตะลงบนยอดทรวงอกสีระเรื่อ หญิงสาวแอ่นอกขึ้นรับสัมผัสอย่างลืมตัว สองมือเล็กสอดเข้าไปขยุ้มกลุ่มผมสีเข้มของเขาเพื่อหาที่ระบายความรัญจวน
“อืม...”
โรมครางต่ำในลำคอด้วยความพึงพอใจ เขาครอบครองความหวานล้ำนั้นอย่างตะกรุมตะกราม ทั้งดูดดึงและขบเม้มสลับซ้ายขวา ปรนเปรอจนคนใต้ร่างบิดเร่าไปมาด้วยความทรมานที่แสนหวาน
“พริ้มหวานไปทั้งตัวเลยคนดี”
เขาเงยหน้าขึ้นมากระซิบชม นัยน์ตาสีเหล็กฉ่ำเยิ้มไปด้วยตัณหา มือหนาเลื่อนต่ำลงไปสำรวจความอ่อนนุ่มที่กึ่งกลางกายสาว ปลายนิ้วร้ายกาจสะกิดหยอกเย้าเกสรดอกไม้ที่เริ่มเปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำค้างแห่งความปรารถนา สัมผัสที่รุกล้ำทำให้พิมพ์มาดาสะดุ้งสุดตัว หญิงสาวหนีบเรียวขาเข้าหากันโดยสัญชาตญาณ ทว่าโรมกลับแทรกหน้าขาแกร่งดันมันออกอย่างรู้จังหวะ
“ผ่อนคลายนะพริ้ม ปล่อยตัวตามสบาย”
เขาจูบซับเหงื่อที่ชื้นตามไรผมของเธออย่างปลอบประโลม นิ้วเรียวยาวเริ่มขยับเข้าออกเพื่อเบิกทางและสร้างความคุ้นเคย ร่างบอบบางสั่นสะท้านไปกับจังหวะการรุกรานที่เร่งเร้าขึ้นเรื่อย ๆ หอบหายใจ สมองขาวโพลนเมื่อความเสียวซ่านแล่นปราดไปทั่วช่องท้อง เธอกำลังจะขาดใจตายเพราะการเล้าโลมที่แสนจะทรมานนี้
เมื่อเห็นว่าหญิงสาวพร้อมที่จะรับความยิ่งใหญ่ของเขาแล้ว โรมก็จัดการปลดเปลื้องปราการชิ้นสุดท้ายของตัวเองออก ร่างกายแกร่งกำยำทาบทับลงมาอีกครั้ง เขาจับเรียวขาของเธอให้แยกกว้างขึ้น ก่อนจะค่อย ๆ สอดแทรกความเป็นชายที่แข็งขึงและปวดหนึบเข้าไปในช่องทางที่คับแคบและบริสุทธิ์
“โอ๊ย! พี่โรม...พริ้มเจ็บ! เอาออกไป พริ้มไม่เอาแล้ว!”
พิมพ์มาดากรีดร้องเสียงหลง น้ำตาแห่งความเจ็บปวดไหลทะลักออกมาทันทีที่ความฉีกขาดเกิดขึ้น สองมือเล็กทุบตีและจิกทึ้งลงบนลาดไหล่กว้างอย่างแรง หญิงสาวพยายามขยับสะโพกหนี ทว่ามือหนาของเขากลับล็อกเอวบางไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก
โรมชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อสัมผัสได้ถึงเยื่อบาง ๆ ที่ขวางกั้นและความคับแน่นที่แทบจะบีบรัดตัวตนของเขาจนขาดใจ ความจริงข้อนี้กระแทกเข้าที่หน้าเขาอย่างจัง
‘ผู้หญิงที่ผ่านผู้ชายมานับไม่ถ้วนจนหลอกเงินไอ้เวหาไปได้ ทำไมถึงยังบริสุทธิ์อยู่อีก’
สองปีต่อมา... ภาพที่ปรากฏอยู่กลางห้องนอนกว้างขวางของคฤหาสน์อัครเดชสกุลไม่ใช่ภาพของมหาเศรษฐีหนุ่มในชุดสูทเนี้ยบกริบที่กำลังเตรียมตัวไปทำงานอย่างที่ควรจะเป็น หรือภาพของมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลที่กำลังสั่งการลูกน้องด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด โรมในชุดนอนเสื้อยืดกางเกงวอร์มสภาพยับย่น ผมเผ้าชี้ฟูไม่เป็นทรง กำลังเดินวนไปวนมาอยู่ข้างเตียงเด็กอ่อนบุขนนุ่มสีพาสเทล ในอ้อมแขนแกร่งที่เคยใช้จับอาวุธและเซ็นสัญญาระดับพันล้าน บัดนี้กำลังตระกองกอดร่างเล็กจ้อยของเด็กหญิงวัยหกเดือนเอาไว้อย่างทะนุถนอมที่สุด ราวกับกำลังประคองแก้วเจียระไนที่เปราะบางที่สุดในโลก “โอ๋ ๆ ไม่ร้องนะครับคนเก่งของปะป๊า หิวรึเปล่าเอ่ย หรือว่าหนูปวดท้องคะลูก” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เคยตวาดศัตรูจนหัวหด บัดนี้ถูกดัดให้เล็กและอ่อนโยนที่สุดเท่าที่ผู้ชายค
เวหากำลังทำหน้าที่เป็นตัวแทนครอบครัวของพิมพ์มาดา รอยยิ้มกว้างที่เปี่ยมไปด้วยความสุขปรากฏบนใบหน้าของชายหนุ่ม ทุกก้าวเดินที่เขานำพาพี่สะใภ้เดินไปตามพรมแดง มั่นคงและสง่างามสมเกียรติ โรมมองภาพตรงหน้าด้วยหัวใจที่เต้นกระหน่ำ ขอบตาของชายหนุ่มผู้แข็งแกร่งร้อนผ่าวเมื่อเห็นน้องชายที่เขาเกือบจะสูญเสียไป กำลังเดินพาผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจมาส่งให้ถึงมือ เมื่อทั้งสองเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า เวหาก็ค่อย ๆ จับมือเล็กของพิมพ์มาดาไปวางลงบนฝ่ามือหนาของพี่ชาย “ผมส่งนางฟ้าคืนให้มัจจุราชแล้วนะครับพี่โรม” เวหาเอ่ยด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นจริงจัง “ฝากดูแลพี่พริ้มด้วยนะครับ แต่ถ้าวันไหนพี่ทำให้พี่พริ้มต้องร้องไห้เสียใจ ผมจะพาพี่สะใภ้หนีไปซ่อน จนพี่ตามหาไม่เจอเลยคอยดู”&nb
ภายในห้องพักรับรองระดับเพนท์เฮาส์ของโรงแรมหรูระดับหกดาว บรรยากาศเต็มไปด้วยความวุ่นวายที่แสนอบอวลไปด้วยความสุข ช่างแต่งหน้าและช่างทำผมคิวทองระดับประเทศเพิ่งก้าวออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงเจ้าสาวคนสวยที่กำลังนั่งมองเงาสะท้อนของตัวเองในบานกระจกเงาบานใหญ่ พิมพ์มาดาในชุดเจ้าสาวทรงบอลกาวน์สีขาวบริสุทธิ์ ชายกระโปรงยาวลากพื้นปักประดับด้วยคริสตัลระยิบระยับล้อแสงไฟ ดูงดงามราวกับเจ้าหญิงในเทพนิยาย หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความตื่นเต้นที่ทำให้หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก “สวยเหลือเกินค่ะคุณพริ้ม คุณพ่อคุณแม่ของคุณพริ้มบนฟ้า ถ้าได้มองลงมาเห็นท่านต้องดีใจและภูมิใจมากแน่ ๆ” เสียงสั่นพร่าของป้าสายดังขึ้นจากด้านหลัง หญิงวัยกลางคนในชุดผ้าไหมสีอ่อนก้าวเข้ามาลูบเรือนผมที่ถูกเกล้าขึ้นอย่างประณีตของหญิงสาวเบา ๆ นัยน์ตาของอดีตคนดูแลรีสอร์ตที่เปรียบเสมือนญาติผ
ชายหนุ่มยันกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะดึงร่างบอบบางของภรรยาเข้าสู่อ้อมกอด พิมพ์มาดาซุกหน้าลงกับลาดไหล่กว้าง ซึมซับไออุ่นและจังหวะการเต้นของหัวใจที่ประสานเป็นจังหวะเดียวกัน โรมเชยคางมนขึ้นมา สบตากับนัยน์ตาคู่สวยที่สั่นระริกไปด้วยความรัก ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาประทับริมฝีปากหยักลึกลงบนกลีบปากนุ่ม จุมพิตในคราแรกนั้นแสนอ้อยอิ่งและทะนุถนอม ราวกับกำลังลิ้มรสขนมหวานชิ้นโปรด ทว่าเมื่อความปรารถนาที่ถูกกักเก็บไว้เริ่มปะทุขึ้น จังหวะการเกี้ยวพาราสีก็แปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนและลึกซึ้ง โรมสอดเรียวลิ้นเข้าไปกวาดชิมความหอมหวานภายในโพรงปากเล็กอย่างตะกละตะกลาม สองแขนแกร่งตระกองกอดรัดร่างบางให้แนบชิดจนแทบจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน พิมพ์มาดาครางอือในลำคอ เรียวแขนเล็กยกขึ้นคล้องลำคอแกร่งเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว ปล่อยให้สามีนำพาเธอจมดิ่งลงสู่ห้วงแห่งความลุ่มหลงที่เขาสร้างขึ้น โรมถอนจุมพิตออกอย่างอ้อยอิ่ง นัยน์ตาสีเหล็กทอประกายวา
หลังจากการต้อนรับที่แสนอบอุ่นและเต็มไปด้วยคราบน้ำตาแห่งความปีติ โรมก็จูงมือพิมพ์มาดาเดินลัดเลาะไปตามทางเดินไม้ที่ทอดยาวผ่านสวนดอกไม้ จุดหมายปลายทางของพวกเขาไม่ใช่เรือนรับรองหลังใหญ่ แต่เป็นเรือนพักหลังเล็กที่ตั้งปลีกวิเวกอยู่บนเนินเขา ‘เรือนไม้หอม’ พิมพ์มาดาหยุดยืนอยู่หน้าบันไดไม้ พร้อมกับกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของไม้กฤษณาที่คุ้นเคยลอยมาแตะจมูก สถานที่แห่งนี้คือเรือนพักแขกวีไอพี และเป็นเรือนหลังที่โรมเข้ามาพักในฐานะลูกค้าระดับวีไอพีเมื่อหลายเดือนก่อน...ก่อนที่ทุกอย่างในชีวิตของเธอจะพลิกผัน “จำได้ไหม คืนแรกที่พี่มาพักที่นี่ พายุเข้าหนักมาก แล้วพี่ก็ใช้อำนาจบีบให้พริ้มต้องค้างคืนที่เรือนนี้ด้วย” โรมเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ชายหนุ่มสอดฝ่ามือเข้าประสานกับเรียวนิ้วเล็ก กระชับแน่นเพื่อดึงเธอออกจากภวัง
“พริ้มไม่ได้ต้องการอะไรคืนเลยค่ะ แค่มีพี่โรมอยู่ตรงนี้ พริ้มก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว” ชายหนุ่มระบายยิ้มละมุน “แต่พี่ต้องการ พี่อยากให้ผู้หญิงของพี่ได้รับสิ่งที่ดีที่สุด และสมควรได้รับความสุขชดเชยกับน้ำตาทุกหยดที่เสียไป” ใช้เวลาเดินทางเกือบหนึ่งชั่วโมง เฮลิคอปเตอร์ก็เริ่มลดระดับความสูงลง ภาพขุนเขาสลับซับซ้อนและทะเลสาบขนาดย่อมที่ทอดยาวอยู่เบื้องล่าง ทำให้หัวใจของพิมพ์มาดาเริ่มเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ เส้นทางนี้...ภูมิประเทศแบบนี้...มันช่างคุ้นตาเหลือเกิน คุ้นจนขอบตาของเธอเริ่มร้อนผ่าว เฮลิคอปเตอร์ร่อนลงจอดที่ลานกว้างซึ่งถูกจัดเตรียมไว้ ไม่ไกลจากลานจอดมีรถกอล์ฟคันใหญ่จอดรอรับอยู่ โรมประคองหญิงสาวลงจากเครื่องและพาขึ้นรถกอล์ฟ ขับลัดเลาะไปตามถนนสายเล็กที่สองข้างทางเต็มไปด้วยทุ่งดอกคัตเตอร์สีขาวและ
โรมหรี่ตามองใบหน้าหวานที่พยายามแสดงความเข้มแข็งทั้งที่ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เขาเชยคางมนขึ้นมาบีบเบา ๆ“ตราบใดที่คุณยังทำตัวน่ารักและ ‘ปรน
“ฉัน... ฉัน...” เธออึกอัก น้ำตารื้นขึ้นมาอีกครั้งโรมที่จรดปากกาเซ็นชื่อของตัวเองเสร็จเรียบร้อยแล้ว หันมามองท่าทีอิดออดของหญิงสาว เขาขยับ
บรรยากาศภายในเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวที่กำลังบินฝ่าก้อนเมฆมุ่งหน้ากลับสู่กรุงเทพมหานคร ช่างแตกต่างจากตอนขามาโดยสิ้นเชิงไม่มีเสียงพูดคุยหยอกล้อ ไม่ม
“พี่โรม...”พิมพ์มาดาเอ่ยเรียกเขาเสียงแผ่ว พยายามหยัดตัวลุกขึ้นนั่งพิงพนักเตียงด้วยความยากลำบาก&nbs







