เข้าสู่ระบบน้ำพริกแม่มิ้นต์ไม่ได้ดังเพียงในไทยแล้วเท่านั้น ตอนนี้ยังส่งออกไปต่างประเทศ โดยที่กลุ่มคนก่อตั้งโรงงานน้ำพริกทุกคนได้รับหน้าที่ให้เป็นหัวหน้าที่มีเกียรติ เพราะหากไม่มีพวกป้า ๆ และรุ่นน้องของฉันก็จะไม่มีโรงงานน้ำพริกแม่มิ้นต์ รามนอกจากจะวิ่งไปทำงานที่บ้านสามวัน แล้ววิ่งมาดูโรงงานน้ำพริกสองวั
“อ่าฮะ!” ฉันค่อย ๆ ฟังคำแก้ตัวที่ออกจะงี่เง่าสำหรับคนที่ฉันรัก แต่ช่วยไม่ได้ตอนนั้นเรายังเด็ก“รามก็เลยตัดขาดทุกอย่างเรียนอยู่อังกฤษจนเกือบจะไม่ได้กลับมาแล้วนะ”“เงินหมดเหรอก็เลยกลับ” ฉันถามในสิ่งที่อยากรู้“ไม่ใช่เงินหมด รามมีเงินจากการทำธุรกิจของที่บ้านอยู่แล้วเมื่ออายุครบยี่สิบ” ฉันพยักหน้า“แต่ค
หลังเรียนจบโพรเจกต์ต่าง ๆ ที่วางไว้ก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น คุณแม่ของรามช่วยฉันคุยกับห้างสรรพสินค้าชื่อดังที่มีอยู่ทุกจังหวัด ทั้งดีลกับร้านสะดวกซื้อและทำน้ำพริกแบบคลุกข้าวถ้วยเล็ก ๆ เพื่อซื้อได้สะดวกพร้อมทานและวางขายในร้านนั้นด้วย ส่วนรามก็จ้างบริษัทของยักษ์ขยายโรงงานการผลิตเดิมที่เป็
วันนี้นอกจากเป็นวันสุดท้ายที่จะได้เข้าสอบแล้ว ยังมีจัดปาร์ตี้เล็ก ๆ กันที่บ้านของยักษ์ โดยแม่ของยักษ์ก็เข้ามาสมทบตอนเย็นเพื่อยินดีกับฉันแล้วพวงมาลัยแบงก์พันก็ห้อยระย้ามาเชียวทำเอาแม่ของรามเข่นเขี้ยวที่เอาหน้าเกินไป แต่มีเพียงพูดเล่นหยอกกันขำ ๆ เพราะสุดท้ายแล้วเงินพวกนี้ก็ตกไปเป็นของดารินอยู่ดี
จากวันนั้นฉันก็ยังไม่ไปจดทะเบียนกับรามบ่ายเบี่ยงเขามาเรื่อย ๆ เพราะอีกแค่นิดเดียวฉันก็จะเรียนจบแล้ว ยิ่งช่วงนี้เป็นช่วงสอบปลายภาคที่ฉันแทบจะไม่ได้ไลฟ์ขายน้ำพริกเลย จึงรับน้องปีหนึ่งที่อยากหารายได้มาช่วยขาย ฉันและรุ่นน้องที่เรียนปีเดียวกันผลัดกันติวหนังสือ อ่านหนังสือสอบเรียกได้ว่าหามรุ่งหามค่ำ จนอยา
เช้าวันจันทร์ฉันมีเรียนแล้วดารินก็ต้องไปโรงเรียน แต่รามนี่สิกวนฉันทั้งคืนเพราะฉันไม่ให้นอนด้วย ไล่กลับไปคุยกับแม่ให้เรียบร้อย เดี๋ยวก็ไปโผล่หน้าต่างเป็นเงาตะคุ่ม ๆ เดี๋ยวก็มาเกาะประตูใช้เล็บขูดจนฉันใจอ่อน สุดท้ายต้องให้เข้าห้องไปนอนอีกฟากโดยมีดารินอยู่ตรงกลางแล้วคนขี้เซาแบบรามก็นอนไม่รู้จักตื่นเพราะ
[รักแรง แรงรัก] บทที่ 1 กาลครั้งหนึ่งปลายกันยา“หนูนภาหนึ่งเดือนที่แม่ไม่อยู่ไปเป็นเลขาส่วนตัวของตากรให้แม่หน่อย คอยจัดการเหลือบไรที่มันมาดูดเลือดดูดเนื้อให้แม่ด้วยนะลูก” ดวงแขหันหน้ามาคุยกับเลขาที่ทำอะไรก็ถูกใจ จนอยากได้เป็นสะใภ้แทนแม่ดาราภีรดา ที่มีแต่ข่าวฉาวนั่น ข่าวที่ไปอยู่กินกับเจ้าขอ
ผู้คุมวิญญาณ สลบไปหลายวัน กว่าจะฟื้นได้ เจ้าดุ่ยก็กังวลอยู่เล็กน้อย จนวันนี้จันทร์เต็มดวงเวียนมาอีกครั้ง เขาจัดการนำเจ้าสาวของผู้คุมมาสังเวยให้ถึงเตียง หวังว่าท่านผู้คุมคงสงบจิตสงบใจได้บ้าง เขาหลอกล่อ เธอมาจนติดกับแล้วนำร่างไปไว้ในห้องของท่านผู้คุม วันนี้ท่านผู้คุมมิได้ไปไหน
ผู้คุมวิญญาณ กฤษณะ หรืออดีตเคยเป็นหมอผ่าตัด ตอนนี้นั่งอยู่บนโซฟาประจำตำแหน่ง ที่ได้มาโดยมิเต็มใจ “ท่านผู้คุมขอรับ วันนี้มีวิญญาณใหม่เข้ามารายงานตัวอีกสองตนขอรับ” ดุ๋ย ผู้คุมวิญญาณที่ไม่มีวันเกษียณ เพราะหน้าที่ได้รับไปจนชั่วนิรันดร์ “ลงบันทึกสมุดบัญชีหนังหมา” ผู้คุมวิญญาณ พูดด
อิงจันทร์เติบโตมาอย่างดี ทั้งพ่อและแม่เลี้ยงดูเธอ จนเมื่อพ่อและแม่ทยอยจากไป ก็ในวัยที่เด็กสาวอายุได้ 19 ปีพอดี หญิงสาวเรียกได้ว่าต้อง move on ให้เร็วเพราะชีวิตยังดำเนินต่อ เธอตัดสินใจมาอยู่กับป้า ที่กรุงเทพเพื่อเรียนต่อในมหาวิทยาเดียวกับ ที่พี่นีลาลูกพี่ลูกน้องของเธอจบมา วันแรกที่มาอยู่ก







