Masukหญิงสาวหันไปมองตามเสียงทักทาย แล้วรีบทักตอบพร้อมรอยยิ้มเพราะจำได้ว่าเขาคือเพื่อนของเจ้าบ่าว
“สวัสดีค่ะ เพิ่งมาถึงเหรอคะ”
“มาได้สักพักแล้วครับ ผมออกมาเข้าห้องน้ำและเห็นคุณน้ำผึ้งยืนอยู่ ก็เลยเดินมาหา ไปนั่งด้วยกันมั้ยครับ” ชัชชัยเอ่ยชวนอย่างสุภาพและคาดหวัง เพราะเขาสนใจเธอมากตั้งแต่แรกพบ
“แม่น้ำผึ้งครับ พ่อเควี่เรียกให้ไปถ่ายรูปครับ” ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะตอบ วาคิมก็วิ่งเข้ามาเรียกเธอตัดหน้า ตามคำสั่งของคุณพ่อกำมะลอ
“จ้ะลูก น้ำผึ้งขอตัวก่อนนะคะ” แล้วเดินออกไปพร้อมลูกชายที่จับมือเธอเอาไว้
ชัชชัยมองตามด้วยความงง ไหนเพื่อนเขาบอกว่าเธอเป็นสาวโสดที่เลี้ยงลูกของพี่ชายเอาไว้สองคน แล้วทำไมถึงมีสามีมาด้วยล่ะ เขาได้แต่ถอนใจด้วยความผิดหวัง แล้วหันหลังเดินกลับไปที่โต๊ะตามเดิม
...............................
เควินและณัฐวราถูกพาไปนั่งโต๊ะที่ทางเจ้าภาพจัดไว้เป็นพิเศษ สำหรับให้เจ้านายของฝ่ายเจ้าบ่าวและเจ้าสาวได้นั่งร่วมกัน เธอไม่ได้อยากนั่งตรงนี้ แต่เพื่อน ๆ ของเธอกลับไล่ให้เธอมานั่งเป็นเพื่อนเขา และรับอาสาช่วยดูแลวาคิมกับวลาลีให้
งานเลี้ยงดำเนินไปเรื่อย ๆ จนถึงเวลาที่เชิญคู่บ่าวสาวขึ้นเวที เชิญบิดามารดาและเจ้านายของทั้งสองฝ่ายเพื่อกล่าวอวยพรให้คู่บ่าวสาว เมื่อเสร็จสิ้นพิธีต่างก็ทยอยลงมาจากเวที เหลือแค่คู่บ่าวสาวกล่าวขอบคุณผู้มาร่วมงานและร้องเพลงปิดท้าย
“งานนี้เจ้าบ่าวเจ้าสาวฝากบอกมาว่าไม่ถนัดร้องเพลงทั้งคู่ครับ แต่พวกเขามีเจ้าแม่คาราโอเกะเป็นตัวแทนครับ และเพื่อไม่เป็นการเสียเวลา ขอเชิญคุณน้ำผึ้ง เพื่อนเจ้าสาวคนสวยขึ้นมาบนเวทีเลยครับ” จบเสียงประกาศของพิธีกร ทุกคนก็ปรบมือทันที
ณัฐวราถึงกับหน้าเหวอ ไม่คาดว่าจะถูกเพื่อนรักมัดมือชกแบบนี้ แม้จะอายแต่ก็อยากเต็มที่ให้กับงานแต่งงานของเพื่อน จึงจำใจต้องลุกขึ้น
“เดี๋ยวน้ำผึ้งมานะคะ” เธอบอกกับเควินแล้วเดินไปขึ้นเวที
เธอเลือกร้องเพลงลูกทุ่งจังหวะสนุกสนานมาขับร้อง และทำท่าทางประกอบการร้องได้อย่างน่ารักนัก เรียกรอยยิ้มและเสียงกรี๊ดจากบรรดาเพื่อนสนิท และเพื่อนร่วมงานที่มาในงานนี้ได้อย่างดี
เควินนั่งมองหญิงสาวบนเวที ที่ร้องเพลงได้เพราะและเต้นได้น่ารักมาก สำหรับเขาเธอทำอะไรก็ดูดี น่ารักไปทุกอย่าง แต่ก็อดหมั่นไส้พวกหนุ่ม ๆ ที่ไปตกรางวัลและฉวยโอกาสขอจับมือเธอมาก ๆ ถึงแม้เขาจะไม่ใช่ผู้ชายขี้หึงแบบไร้เหตุผลก็เถอะ แต่เห็นสายตากรุ้มกริ่มพวกนั้นแล้วก็อดไม่ได้ และดีใจมากที่เพลงจบเสียที
“น้ำผึ้งร้องเพลงเพราะจัง” เขาชมเมื่อเธอกลับมานั่งลงที่โต๊ะ หยิบผ้าเช็ดหน้ายื่นให้ เมื่อเห็นเหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ซึมตามไรผมของเธอ
“ขอบคุณค่ะ” เธอรับผ้าเช็ดหน้าจากเขามาซับเบา ๆ ตามใบหน้า
“ผมเพิ่งรู้ว่าน้ำผึ้งเป็นเจ้าแม่คาราโอเกะ”
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ แค่ร้องเล่นสนุก ๆ กับเพื่อนเท่านั้น”
“คราวหน้าชวนผมไปร้องด้วยนะครับ”
เธอเอียงคอนิด ๆ มองเขาแล้วยิ้มกว้างเปิดเผย และมันเป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกกล้าทำกับเขาแบบนี้
“ได้สิคะ”
..............................
“พ่อเควี่ แม่น้ำผึ้ง เราจะไปเที่ยวกับป้าเอหรือเปล่าคะ” ขากลับจากงานเลี้ยง เด็กหญิงวลาลีนั่งอยู่เบาะหลังก็ถามขึ้น เพราะเธอได้ยินเพื่อน ๆ ของมารดาคุยกันตอนจะกลับบ้าน
“น้องวากับน้องคิมอยากไปเหรอคะ”
“น้องคิมกับน้องวาอยากไปเล่นน้ำทะเลครับ เนอะน้องวา” วาคิมหาแนวร่วมกับน้องสาว
“ค่ะพี่คิม”
“แล้วคุณล่ะคะ อยากไปด้วยหรือเปล่า” เธอถามคนขับรถ
“แล้วคุณอยากให้ผมไปหรือเปล่าล่ะครับน้ำผึ้ง” เขาย้อนถาม
“น้ำผึ้งถามคุณดี ๆ นะคะ” เธอย่นจมูกใส่เขา เขินอายที่จะพยักหน้ารับ
“อยากไปสิครับ ลูก ๆ อยากไปแล้วพ่ออย่างผมจะไม่ไปได้ยังไง”
เธออายกับคำตอบและสายตาของเขามาก แต่ก็ต้องทำเป็นวางฟอร์มเอาไว้ “น้ำผึ้งว่าช่วงนี้เรามีงานถี่นะคะ ถ้าเสาร์อาทิตย์นี้เราไปเที่ยว วันเสาร์ต่อไปก็งานเปิดตัวคุณอีก แล้ววันจันทร์เด็ก ๆ ก็เปิดเทอมแล้ว น้ำผึ้งไม่มีเวลาเตรียมตัวให้ลูกเลยค่ะ ไม่ได้ไปเยี่ยมพี่วายุด้วย” หญิงสาวเสียงเริ่มสั่น นึกถึงคำพูดของแพทย์เจ้าของไข้เมื่อครั้งล่าสุดที่ได้ไปเยี่ยมพี่ชายมา เธอรีบหันไปมองนอกรถและแอบป้ายน้ำตาที่ไหลออกมา แต่ก็ไม่พ้นสายตาของชายหนุ่ม
“เด็ก ๆ ครับ”
“ครับ / ค่ะ”
“วันเสาร์นี้เราจะไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ ของแม่น้ำผึ้งกันนะครับ เตรียมตัวไว้ให้พร้อมนะ เป็นเด็กดี ไม่ดื้อ ไม่ซน แล้วพ่อเควี่จะพาไป”
“เย้” เด็กน้อยชูมือด้วยความดีใจ จากนั้นก็เริ่มคุยกันตามประสาเด็กว่าตัวเองจะทำอะไรบ้างเมื่อไปถึงทะเล
ไม่ถึงสิบนาทีรถก็เข้าสู่บริเวณบ้านแม็คแคนเลย์ ณัฐวราพาเด็ก ๆ ไปที่ห้องนอน ดูแลพวกเขาจนเข้านอนเรียบร้อยจึงเดินลงไปชั้นล่าง เพื่อเตรียมตัวกลับบ้าน
หญิงสาวส่งยิ้มให้แล้วพยักหน้ารับ มองตามจนชายหนุ่มนั่งลงจึงถอนสายตากลับมาหาเพื่อน ๆ เห็นทุกคนมองเธอเป็นจุดเดียวก็เลิกคิ้วเป็นคำถาม“ทำไมไม่ไปนั่งกับเขาล่ะน้ำผึ้ง คิดว่าไปนั่งกับสินีก็ได้” ทิวารียกเพื่อนอีกคนมาอ้าง เพราะอยากให้เธอไปนั่งกับเขาเพื่อเป็นการเปิดตัวกลาย ๆ“สินีมันเป็นเลขา แต่ฉันเป็นสถาปนิก ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเจ้านายอยู่แล้ว”“แต่แกเป็นแฟนเจ้านายเว้ย เหนือกว่าเลขาอีก” ดารณีช่วยทิวารีอีกแรง และคิดต่อในใจว่าอีกเดี๋ยวก็จะกลายเป็นคู่หมั้นอย่างเป็นทางการด้วยหญิงสาวทำเป็นหูทวนลม หันไปให้ความสนใจกับบนเวทีแทน เพราะไม่รู้จะตอบเพื่อนว่าไงดี มันเหมือนคนที่มีชนักติดหลัง เพราะตอนนี้เธอเป็นมากกว่าแฟนเขาเสียอีก..........................ลิปยิ้มด้วยความยินดีเมื่อมองหาเควินเจอแล้ว เธอกำลังจะเดินไปหาเขาที่กำลังเดินไปนั่งที่โต๊ะด้านหน้าเวที แต่แล้วก็เปลี่ยนใจหยุดยืนอยู่กับที่ เพราะเธออยากเซอร์ไพรส์เขา ไว้รอเขาลงจากเวทีแล้วเข้าไปหาดีกว่า คิดได้ดังนั้นจึงหันไปสนใจกับ
เควินและทุกคนในครอบครัวนั่งรอณัฐวราอยู่ที่โถงรับแขก เพราะมีเธอคนเดียวที่ยังแต่งตัวไม่เสร็จ แต่ก็ไม่มีใครหงุดหงิดอารมณ์เสีย ต่างก็นั่งคุยหยอกล้อกันอย่างมีความสุข คนที่มีความสุขที่สุดก็คงไม่พ้นเด็กหญิงวลาลีที่อยู่ในชุดกระโปรงสีชมพูฟูฟ่อง ที่มีพลังงานเหลือเฟือ เดินเพ่นพ่านไปทั่วห้องรับแขก ชวนคุยไปทั่ว“แม่น้ำผึ้งสวยจังเลยค่ะ” เสียงทักของเด็กหญิงทำให้ทุกคนหันไปมองทางบันไดในทันทีทุกคนมองเธอและต่างก็ร้องว้าวด้วยความถูกใจ โดยเฉพาะเควิน เขามองเธออย่างชื่นชม วันนี้เธออยู่ในชุดราตรียาวสีฟ้าผ่าข้างสูงถึงสะโพก คอถ่วงเผยให้เห็นทรวงอกรำไรยามก้าวเดิน โชว์แผ่นหลังเนียนถึงช่วงเอว อวดส่วนเว้าส่วนโค้งให้น่าหลงใหล แต่งหน้าและเกล้าผมต่ำ ดูสวยเป็นธรรมชาติเข้ากันกับชุดที่ใส่เหลือเกิน“คุณสวยจังเลยฮันนี่” เขารีบเดินไปรับเธอแล้วชมเสียงดัง ทำให้ทุกคนที่นั่นอมยิ้มกันถ้วนหน้า“ขอบคุณค่ะ” เธอตอบรับอย่างเขินอาย“เรียบร้อยก็ไปกันได้แล้วลูก เราน่าจะถึงงานก่อนเวลาสักชั่วโมง” แล้วเดินนำออกไปก่อน“วรรณ ไ
“แต่ถ้าแด๊ดรู้ว่าลูกไปสร้างปัญหาให้กับเควิน เราได้เห็นดีกันแน่” เขาพูดจริงและทำจริง เขาไม่อยากให้ความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่มีร่วมกับแม็คแคนเลย์มาเป็นสิบปี ต้องมาพังเพราะลูกสาวตัวเอง ถึงแม้ลึก ๆ ในใจอยากจะได้เควินมาเป็นลูกเขย แต่ในเมื่อฝ่ายชายเคยบอกกับเขาว่าไม่ได้คิดกับลิปถึงขั้นคนรัก เขาก็ไม่คิดจะยัดเยียด เพราะมันไม่ใช่นิสัยของเขา“หนูสัญญาค่ะแด๊ด” สัญญาไว้ก่อนเรื่องอื่นค่อยว่ากันอีกทีเธอคิด“แล้วจะเดินทางเมื่อไหร่”“พรุ่งนี้เย็นค่ะแด๊ด” เพราะวันเสาร์เธอจะไปเซอร์ไพรส์เขาที่งานรับตำแหน่งของเขา เดวิดบอกว่าได้จดหมายเชิญจากแม็คแคนเลย์ และเธอจะไปงานนี้กับเดวิดด้วย“นี่ลูกวางแผนไว้ก่อนมาขอแด๊ดแล้วใช่มั้ย”“หนูขอโทษค่ะแด๊ด แด๊ดอย่าโกรธหนูเลยนะคะ” เมื่อทุกอย่างสมหวังได้ดั่งใจแล้ว อารมณ์ของเธอก็ดีจนพูดจาออดอ้อนบิดาได้ระรื่นหู ............................ 
“น้ำผึ้งกลับคนเดียวก็ได้ คุณนอนที่บ้านนี่แหละค่ะ” เธอบอกกับเขาเมื่อถึงเวลากลับบ้าน “ขอกุญแจรถหนึ่งคัน ถ้าเป็นคันเดิมก็จะดีมาก” เธอหมายถึงรถตัวเอง“คุณนอนที่ไหนผมก็จะนอนที่นั่น” เขาส่งสายตากรุ้มกริ่มกลับไป “คุณเป็นของผมแล้วนะ อย่าทำตัวเหมือนคนโสดสิครับ”“คุณเควินอย่าพูดให้น้ำผึ้งอายแบบนี้สิคะ” เธออายจนร้อนวาบ ๆ ทั่วใบหน้าเขาหัวเราะเบา ๆ ด้วยความเอ็นดูในความขี้อายของเธอ “เลิกเรียกผมว่าคุณเควินได้แล้วฮันนี่”“แล้วจะให้เรียกอะไรคะ.. บอสงั้นเหรอ”“เควี่ เรียกเควี่ก็พอ ถ้าไม่เรียกจะคิดค่าปรับเป็น..” แล้วก้มลงกระซิบที่หูเธอเบา ๆ ตามด้วยเสียงหัวเราะเมื่อถูกเธอฟาดใส่ต้นแขน ถูกเธอถลึงตาใส่แล้วทำปากขมุบขมิบต่อว่าเขาว่าหน้าไม่อาย “กลับบ้านกันเถอะ ผมคิดถึงที่นอนแล้ว” แล้วจูงมือเธอออกจากบ้านไปด้วยกัน ..............................&
คำพูดใสซื่อของหลานสาวตัวน้อย ทำเอาน้ำตาของคนเป็นอาถึงกับคลอเบ้า เมื่อก่อนนี้เวลาที่โรงเรียนมีกิจกรรมที่เกี่ยวกับพ่อ เด็ก ๆ ในห้องต้องผลัดกันพาพ่อไปตามคำเชิญของครูประจำชั้น เธอต้องเอาเรื่องพ่อป่วยมาบอกหลานทุกครั้ง ซึ่งหลานสาวก็เข้าใจและไม่เคยงอแง จนเธอมารู้ความจริงวันนี้เองว่าที่ผ่านมาหลานรู้สึกยังไง เธอรีบเอามือป้ายน้ำในตาทิ้งอย่างเร็ว ก่อนที่มันจะไหลออกมา“ไว้โรงเรียนใกล้เปิดเทอมแล้วแม่ย้ายมาอยู่กับพ่อเควี่ดีมั้ยคะ” เธอไม่สนอะไรอีกแล้ว คนที่สำคัญกับเธอที่สุดคือลูกทั้งสองคนนี้ต่างหาก คนอื่นจะนินทาว่าร้ายอะไรก็ช่างพวกเขาแล้วเควินเอื้อมมือข้างที่ว่างจากอุ้มวาคิมไปกอดคนรักที่อุ้มวลาลี “ยินดีต้อนรับ จำไว้ว่าผมจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอฮันนี่” กระซิบที่ข้างหูเธอแล้วแตะปากลงที่ขมับของเธอแผ่วเบา แต่สร้างความรู้สึกอบอุ่นไปถึงหัวใจของหญิงสาว............................ภาพของพ่อแม่ลูกกำมะลอกำลังกอดกันอยู่นั้น สร้างความประทับใจให้กับประมุขทั้งสองของบ้านแม็คแคนเลย์มาก พวกท่านที่กำลังจะเดินเข้าไปทักทายหยุดยืน ปล่อยให้ทั้งสี่ได้สัมผัสถึงความอบอุ่นใจซึ่งกันและกัน ให้เด็ก ๆ ได้สัมผัสถึงคำว่าครอบครัว
เขาทิ้งตัวแนบหน้าลงกับแผ่นหลังเปล่าเปลือยของเธอ พลิกตัวลงไปนอนตะแคงข้างแล้วโอบกอดเธอไว้ หอมที่ต้นคอระหงแล้วพรมจูบที่ลาดไหล่นวลเนียน“น้ำผึ้งจะนอนจริง ๆ แล้วนะคะคุณเควิน”“นอนได้แล้วครับฮันนี่ รับรองด้วยเกียรติว่าจะไม่กวนอีกทั้งคืน” เขาผงกหัวขึ้นไปจุมพิตที่แก้มนวลแล้วทิ้งตัวลงนอนตามเดิม “ฝันดีค่ะ” เธอบอกเขาแล้วหลับไปแทบจะทันทีด้วยความอ่อนเพลียณัฐวราหลับยาวจนถึงเช้า สะดุ้งตื่นเพราะเสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์ เธอขยับศีรษะออกจากอกอุ่นที่ซุกซบตลอดคืน รีบเอื้อมไปกดปิดเสียงนาฬิกาเพราะกลัวจะทำให้เขาตื่น แล้วแอบมองใบหน้าหล่อเหลาที่ยังหลับสนิท ก่อนจะขยับไปจุมพิตที่ริมฝีปากหนาเบา ๆ เป็นการทักทาย แล้วค่อย ๆ ลุกจากที่นอน“จะรีบลุกไปไหนครับ” เขาคว้าร่างบางเอาไว้ “จุ๊บเมื่อกี้เบาไปนิด ผมยังไม่รู้สึกเลย” แล้วทำปากยื่นรอให้เธอสัมผัส หญิงสาวค้อนใส่ก่อนจะทำตามที่เขาเรียกร้อง ก้มลงไปจูบปากเขาหนัก ๆ และรีบลงจากเตียง“นอนต่ออีกหน่อยก็ได้ค่ะ อาบน้ำเสร็จแล้วน้ำผึ้งจะเรียกเอง”“ผมขออาบพร้อมคุณได้มั้ย”“ไม่ได้ค่ะ!” เธอปฏิเสธเสียงแข็งแล้วรีบสะบัดหน้าเดินเข้าห้องน้ำไปทันทีหญิงสาวออกมาจากห้องน้ำแล้วบอกให้เขาเข







