로그인แล้วเรื่องที่เธอจะขอเปลี่ยนรถคืนก็ต้องพับเก็บเข้ากรุไป เพราะเขาไม่ได้ขับรถของเธอมาทำงาน แต่ขับรถยุโรปคันหรูอีกคันมาแทน และได้ผลสรุปจากเขามาว่าโรงเรียนเปิดเทอมเมื่อไหร่ค่อยเอาคันนั้นกลับมาใช้ แต่เขาไม่รับปากนะว่าเธอจะได้ส่งเด็ก ๆ ไปโรงเรียนเหมือนเดิมหรือเปล่า เพราะเด็ก ๆ อยากอยู่กับพ่อเควี่มาก ทางที่ดีแม่น้ำผึ้งควรตกลงปลงใจ ย้ายไปอยู่กับพ่อเควี่จะดีกว่า
แหมพูดมาได้ไม่อายปาก ขนาดเธอแค่ฟังเฉย ๆ ยังอายแทนเลย
...............................
ภายในห้องนอนของสินี ตอนนี้เธอแต่งตัวด้วยชุดไทยประยุกต์สีครีม แลดูบอบบางน่าทะนุถนอมนัก ส่วนเพื่อนเจ้าสาวอย่างณัฐวรานั้นอยู่ในชุดไทยดุสิต รวบผมครึ่งศีรษะ แต่งหน้าบาง ๆ ความสวยเป็นรองแค่เจ้าสาว
“แกสวยมาก ๆ เลยสินี” หญิงสาวเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม ภายในใจรู้สึกตื้นตันจนอยากร้องไห้
“แกก็สวย ถ้าใครไม่รู้คงนึกว่าแกเป็นเจ้าสาวแน่เลย” สินีจิ้มหน้าผากเพื่อนเบา ๆ
“ฉันก็คิดอย่างแกนั่นแหละ ถึงไม่อยากแต่งแบบจัดเต็ม” เธอยอมรับหน้าตาเฉย แล้วหัวเราะเสียงดัง
“ไอ้บ้า แต่งานนี้ท่านประธานของฉันมีคู่แข่งแน่เลย” เธอส่งสายตาแถมด้วยรอยยิ้มกวน ๆ
“บ้า!” คนถูกแซวยิ้มเขิน แอบดีใจที่เขาไม่ได้มาร่วมงานในเช้านี้ด้วย แต่ลึก ๆ ก็นึกอยากให้เขามา เพราะอยากให้เขาได้มาเห็นความสวยแบบไทย ๆ ของเธอ
“ถ้าเขาเห็นแกคงตะลึงตาค้างแน่”
“เขามาตอนเย็นจ้ะ เมื่อคืนคุยกันแล้ว”
“เขาอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้” สินีแย้ง
ก๊อก ๆ ๆ
ประตูห้องเจ้าสาวถูกเปิดออกหลังจากเคาะให้สัญญาณ “ส่งตัวเจ้าสาวให้เจ้าบ่าวได้แล้วค่ะ” ญาติของเจ้าสาวเอ่ยขึ้นแล้วเปิดประตูให้สองสาว
ณัฐวราเดินลงบันได้นำหน้าสินี จนมาถึงขั้นสุดท้ายก็จับมือเพื่อนรักส่งต่อให้เจ้าบ่าวพาไปทำพิธี
พิธีการต่าง ๆ ในช่วงเช้าผ่านไปจนเสร็จสิ้น เหลือเพียงแต่งานเลี้ยงช่วงเย็น เธอจึงแยกตัวไปนั่งคุยกับกลุ่มเพื่อนสนิท ที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ กันกับโต๊ะกลุ่มเพื่อนเจ้าบ่าว นั่งคุยได้สักครู่ใหญ่ ๆ ก็มีคนมาสะกิดจากด้านหลัง
“แม่น้ำผึ้งคะ จะกลับบ้านหรือยังคะ” วลาลีนั่นเอง
“น้องวา!” ณัฐวราแปลกใจมากที่เจอหลานสาวที่นี่ “หนูมากับใครลูก แล้วมาตั้งแต่เมื่อไหร่” และมองไปที่วาคิมที่เดินเข้ามาสมทบกับน้องสาว
“สวัสดีครับป้าเอ ป้าดา ป้ากี้ ลุงวี ลุงแม็ค” วาคิมยกมือทำความเคารพเพื่อนมารดา และวลาลีก็ทำตาม
“ยังไม่ได้บอกแม่เลยว่ามากับใคร”
“มากับพ่อเควี่ค่ะ”
“พ่อเควี่คือใครลูก” สาวทอมนามว่าอาภาถามเด็กทั้งสองแบบไม่เจาะจงว่าใคร ในกลุ่มเพื่อน ๆ พอจะรู้เรื่องระหว่างประธานสุดหล่อกับสถาปนิกสุดสวยอยู่บ้าง แต่ก็ยังไม่เคยได้เห็นว่าที่เพื่อนบ่าวตัวจริง วันนี้คงจะมีโอกาสได้เห็นสักที
“เดี๋ยวน้องคิมไปตามพ่อเควี่มาให้นะครับ” วาคิมรับอาสาแล้วรีบเดินจากไป สักพักก็กลับมาอีกครั้งพร้อมหนุ่มลูกครึ่งหน้าตาหล่อเหลา รูปร่างสูงใหญ่สไตล์พระเอกเจมส์บอนด์
“สวัสดีครับทุกคน” เควินส่งยิ้มให้เพื่อน ๆ ของหญิงสาวทุกคนในโต๊ะพร้อมกล่าวทักทาย
ณัฐวราลุกขึ้นยืนเมื่อเพื่อนตอบรับคำทักทายของเขาแล้ว “ทุกคนนี่คุณเควินนะ เจ้านายของฉันกับสินี” เธอแนะนำเขากับเพื่อน ๆ แล้วแนะนำเพื่อน ๆ แต่ละคนให้เขารู้จักชื่อ
“เชิญนั่งค่ะคุณเควิน” เธอรู้สึกประหม่ามากในตอนนี้ เพราะสายตาของเพื่อน ๆ
“คุณเควินหล่อมากเลยค่ะ ตัวจริงนี่หล่อกว่าคำบอกเล่าเยอะเลย” สาวเปรี้ยวที่สุดในกลุ่มอย่างดารณีชมจากใจจริง
“เคยมีคนพูดถึงผมด้วยเหรอครับ” เขาถามสาวเปรี้ยวผมซอยที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน แต่สายตากลับมองไปที่คนข้าง ๆ ที่อุ้มวลาลีไว้บนตัก
“สินีน่ะค่ะ ชอบคุยอวดเพื่อน ๆ ว่าเจ้านายของเธอหล่อและฉลาดมาก” ณัฐวรารีบแก้ตัวเพราะกลัวเขาเข้าใจผิด คิดว่าเธอเอาเรื่องส่วนตัวระหว่างเขากับเธอไปคุยอวด
“แล้วทำไมน้ำผึ้งไม่คุยอวดบ้างล่ะครับ” เขายิ้มกับคำแก้ตัวของเธอ
“ก็สินีเขาคุยอวดไปหมดแล้วนี่คะ น้ำผึ้งก็เลยไม่มีอะไรจะอวด” เธอแก้ตัว
“ผมยังมีเรื่องอื่นให้อวดอีกนะ”
หญิงสาวเริ่มอายสายตาล้อเลียนของเพื่อน ๆ จนร้อนวูบวาบไปทั้งใบหน้า นึกหาคำตอบอยู่ในใจว่าควรตอบไปว่าอย่างไร
“เรื่องอะไรเหรอคะ” ดารณีถามเพราะอยากรู้ว่าชายหนุ่มจะตอบยังไง และอยากจะแกล้งเพื่อนสาวของเธอด้วย
“ผมกำลังจีบน้ำผึ้งอยู่ครับ” เขาตอบชัดถ้อยชัดคำ
เพื่อน ๆ แต่ละคนของเธอส่งเสียงวีดวิวกันยกใหญ่ และไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอย ดารณีเจ้าเก่าถามต่อทันที
“แล้วได้คำตอบหรือยังคะ”
“ยังเลยครับ” เควินแสร้งทำหน้าเศร้า
“โถ น่าสงสาร สรุปคุณเควินเป็นอะไรกับแกวะน้ำผึ้ง”
“ก็เป็นพ่อของคิมกับวาไง” คนที่กำลังก้มหน้างุดด้วยความอายตอบแบบไม่ทันคิด และแล้วความเอ๋อของเธอก็กลายเป็นเรื่องสนุกของเพื่อน ๆ พวกเขาคุยเล่นกันอย่างถูกคอ กว่าจะแยกย้ายกันกลับบ้านก็เป็นเวลาเกือบบ่ายโมง
.............................
งานเลี้ยงช่วงเย็น
ณัฐวรากำลังยืนดูรูปถ่ายคู่บ่าวสาวอยู่ที่หน้างาน ขณะรอเควินและเด็ก ๆ ที่กำลังเขียนคำอวยพรให้คู่บ่าวสาวอยู่ที่โต๊ะ
“สวัสดีครับคุณน้ำผึ้ง”
หญิงสาวส่งยิ้มให้แล้วพยักหน้ารับ มองตามจนชายหนุ่มนั่งลงจึงถอนสายตากลับมาหาเพื่อน ๆ เห็นทุกคนมองเธอเป็นจุดเดียวก็เลิกคิ้วเป็นคำถาม“ทำไมไม่ไปนั่งกับเขาล่ะน้ำผึ้ง คิดว่าไปนั่งกับสินีก็ได้” ทิวารียกเพื่อนอีกคนมาอ้าง เพราะอยากให้เธอไปนั่งกับเขาเพื่อเป็นการเปิดตัวกลาย ๆ“สินีมันเป็นเลขา แต่ฉันเป็นสถาปนิก ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเจ้านายอยู่แล้ว”“แต่แกเป็นแฟนเจ้านายเว้ย เหนือกว่าเลขาอีก” ดารณีช่วยทิวารีอีกแรง และคิดต่อในใจว่าอีกเดี๋ยวก็จะกลายเป็นคู่หมั้นอย่างเป็นทางการด้วยหญิงสาวทำเป็นหูทวนลม หันไปให้ความสนใจกับบนเวทีแทน เพราะไม่รู้จะตอบเพื่อนว่าไงดี มันเหมือนคนที่มีชนักติดหลัง เพราะตอนนี้เธอเป็นมากกว่าแฟนเขาเสียอีก..........................ลิปยิ้มด้วยความยินดีเมื่อมองหาเควินเจอแล้ว เธอกำลังจะเดินไปหาเขาที่กำลังเดินไปนั่งที่โต๊ะด้านหน้าเวที แต่แล้วก็เปลี่ยนใจหยุดยืนอยู่กับที่ เพราะเธออยากเซอร์ไพรส์เขา ไว้รอเขาลงจากเวทีแล้วเข้าไปหาดีกว่า คิดได้ดังนั้นจึงหันไปสนใจกับ
เควินและทุกคนในครอบครัวนั่งรอณัฐวราอยู่ที่โถงรับแขก เพราะมีเธอคนเดียวที่ยังแต่งตัวไม่เสร็จ แต่ก็ไม่มีใครหงุดหงิดอารมณ์เสีย ต่างก็นั่งคุยหยอกล้อกันอย่างมีความสุข คนที่มีความสุขที่สุดก็คงไม่พ้นเด็กหญิงวลาลีที่อยู่ในชุดกระโปรงสีชมพูฟูฟ่อง ที่มีพลังงานเหลือเฟือ เดินเพ่นพ่านไปทั่วห้องรับแขก ชวนคุยไปทั่ว“แม่น้ำผึ้งสวยจังเลยค่ะ” เสียงทักของเด็กหญิงทำให้ทุกคนหันไปมองทางบันไดในทันทีทุกคนมองเธอและต่างก็ร้องว้าวด้วยความถูกใจ โดยเฉพาะเควิน เขามองเธออย่างชื่นชม วันนี้เธออยู่ในชุดราตรียาวสีฟ้าผ่าข้างสูงถึงสะโพก คอถ่วงเผยให้เห็นทรวงอกรำไรยามก้าวเดิน โชว์แผ่นหลังเนียนถึงช่วงเอว อวดส่วนเว้าส่วนโค้งให้น่าหลงใหล แต่งหน้าและเกล้าผมต่ำ ดูสวยเป็นธรรมชาติเข้ากันกับชุดที่ใส่เหลือเกิน“คุณสวยจังเลยฮันนี่” เขารีบเดินไปรับเธอแล้วชมเสียงดัง ทำให้ทุกคนที่นั่นอมยิ้มกันถ้วนหน้า“ขอบคุณค่ะ” เธอตอบรับอย่างเขินอาย“เรียบร้อยก็ไปกันได้แล้วลูก เราน่าจะถึงงานก่อนเวลาสักชั่วโมง” แล้วเดินนำออกไปก่อน“วรรณ ไ
“แต่ถ้าแด๊ดรู้ว่าลูกไปสร้างปัญหาให้กับเควิน เราได้เห็นดีกันแน่” เขาพูดจริงและทำจริง เขาไม่อยากให้ความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่มีร่วมกับแม็คแคนเลย์มาเป็นสิบปี ต้องมาพังเพราะลูกสาวตัวเอง ถึงแม้ลึก ๆ ในใจอยากจะได้เควินมาเป็นลูกเขย แต่ในเมื่อฝ่ายชายเคยบอกกับเขาว่าไม่ได้คิดกับลิปถึงขั้นคนรัก เขาก็ไม่คิดจะยัดเยียด เพราะมันไม่ใช่นิสัยของเขา“หนูสัญญาค่ะแด๊ด” สัญญาไว้ก่อนเรื่องอื่นค่อยว่ากันอีกทีเธอคิด“แล้วจะเดินทางเมื่อไหร่”“พรุ่งนี้เย็นค่ะแด๊ด” เพราะวันเสาร์เธอจะไปเซอร์ไพรส์เขาที่งานรับตำแหน่งของเขา เดวิดบอกว่าได้จดหมายเชิญจากแม็คแคนเลย์ และเธอจะไปงานนี้กับเดวิดด้วย“นี่ลูกวางแผนไว้ก่อนมาขอแด๊ดแล้วใช่มั้ย”“หนูขอโทษค่ะแด๊ด แด๊ดอย่าโกรธหนูเลยนะคะ” เมื่อทุกอย่างสมหวังได้ดั่งใจแล้ว อารมณ์ของเธอก็ดีจนพูดจาออดอ้อนบิดาได้ระรื่นหู ............................ 
“น้ำผึ้งกลับคนเดียวก็ได้ คุณนอนที่บ้านนี่แหละค่ะ” เธอบอกกับเขาเมื่อถึงเวลากลับบ้าน “ขอกุญแจรถหนึ่งคัน ถ้าเป็นคันเดิมก็จะดีมาก” เธอหมายถึงรถตัวเอง“คุณนอนที่ไหนผมก็จะนอนที่นั่น” เขาส่งสายตากรุ้มกริ่มกลับไป “คุณเป็นของผมแล้วนะ อย่าทำตัวเหมือนคนโสดสิครับ”“คุณเควินอย่าพูดให้น้ำผึ้งอายแบบนี้สิคะ” เธออายจนร้อนวาบ ๆ ทั่วใบหน้าเขาหัวเราะเบา ๆ ด้วยความเอ็นดูในความขี้อายของเธอ “เลิกเรียกผมว่าคุณเควินได้แล้วฮันนี่”“แล้วจะให้เรียกอะไรคะ.. บอสงั้นเหรอ”“เควี่ เรียกเควี่ก็พอ ถ้าไม่เรียกจะคิดค่าปรับเป็น..” แล้วก้มลงกระซิบที่หูเธอเบา ๆ ตามด้วยเสียงหัวเราะเมื่อถูกเธอฟาดใส่ต้นแขน ถูกเธอถลึงตาใส่แล้วทำปากขมุบขมิบต่อว่าเขาว่าหน้าไม่อาย “กลับบ้านกันเถอะ ผมคิดถึงที่นอนแล้ว” แล้วจูงมือเธอออกจากบ้านไปด้วยกัน ..............................&
คำพูดใสซื่อของหลานสาวตัวน้อย ทำเอาน้ำตาของคนเป็นอาถึงกับคลอเบ้า เมื่อก่อนนี้เวลาที่โรงเรียนมีกิจกรรมที่เกี่ยวกับพ่อ เด็ก ๆ ในห้องต้องผลัดกันพาพ่อไปตามคำเชิญของครูประจำชั้น เธอต้องเอาเรื่องพ่อป่วยมาบอกหลานทุกครั้ง ซึ่งหลานสาวก็เข้าใจและไม่เคยงอแง จนเธอมารู้ความจริงวันนี้เองว่าที่ผ่านมาหลานรู้สึกยังไง เธอรีบเอามือป้ายน้ำในตาทิ้งอย่างเร็ว ก่อนที่มันจะไหลออกมา“ไว้โรงเรียนใกล้เปิดเทอมแล้วแม่ย้ายมาอยู่กับพ่อเควี่ดีมั้ยคะ” เธอไม่สนอะไรอีกแล้ว คนที่สำคัญกับเธอที่สุดคือลูกทั้งสองคนนี้ต่างหาก คนอื่นจะนินทาว่าร้ายอะไรก็ช่างพวกเขาแล้วเควินเอื้อมมือข้างที่ว่างจากอุ้มวาคิมไปกอดคนรักที่อุ้มวลาลี “ยินดีต้อนรับ จำไว้ว่าผมจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอฮันนี่” กระซิบที่ข้างหูเธอแล้วแตะปากลงที่ขมับของเธอแผ่วเบา แต่สร้างความรู้สึกอบอุ่นไปถึงหัวใจของหญิงสาว............................ภาพของพ่อแม่ลูกกำมะลอกำลังกอดกันอยู่นั้น สร้างความประทับใจให้กับประมุขทั้งสองของบ้านแม็คแคนเลย์มาก พวกท่านที่กำลังจะเดินเข้าไปทักทายหยุดยืน ปล่อยให้ทั้งสี่ได้สัมผัสถึงความอบอุ่นใจซึ่งกันและกัน ให้เด็ก ๆ ได้สัมผัสถึงคำว่าครอบครัว
เขาทิ้งตัวแนบหน้าลงกับแผ่นหลังเปล่าเปลือยของเธอ พลิกตัวลงไปนอนตะแคงข้างแล้วโอบกอดเธอไว้ หอมที่ต้นคอระหงแล้วพรมจูบที่ลาดไหล่นวลเนียน“น้ำผึ้งจะนอนจริง ๆ แล้วนะคะคุณเควิน”“นอนได้แล้วครับฮันนี่ รับรองด้วยเกียรติว่าจะไม่กวนอีกทั้งคืน” เขาผงกหัวขึ้นไปจุมพิตที่แก้มนวลแล้วทิ้งตัวลงนอนตามเดิม “ฝันดีค่ะ” เธอบอกเขาแล้วหลับไปแทบจะทันทีด้วยความอ่อนเพลียณัฐวราหลับยาวจนถึงเช้า สะดุ้งตื่นเพราะเสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์ เธอขยับศีรษะออกจากอกอุ่นที่ซุกซบตลอดคืน รีบเอื้อมไปกดปิดเสียงนาฬิกาเพราะกลัวจะทำให้เขาตื่น แล้วแอบมองใบหน้าหล่อเหลาที่ยังหลับสนิท ก่อนจะขยับไปจุมพิตที่ริมฝีปากหนาเบา ๆ เป็นการทักทาย แล้วค่อย ๆ ลุกจากที่นอน“จะรีบลุกไปไหนครับ” เขาคว้าร่างบางเอาไว้ “จุ๊บเมื่อกี้เบาไปนิด ผมยังไม่รู้สึกเลย” แล้วทำปากยื่นรอให้เธอสัมผัส หญิงสาวค้อนใส่ก่อนจะทำตามที่เขาเรียกร้อง ก้มลงไปจูบปากเขาหนัก ๆ และรีบลงจากเตียง“นอนต่ออีกหน่อยก็ได้ค่ะ อาบน้ำเสร็จแล้วน้ำผึ้งจะเรียกเอง”“ผมขออาบพร้อมคุณได้มั้ย”“ไม่ได้ค่ะ!” เธอปฏิเสธเสียงแข็งแล้วรีบสะบัดหน้าเดินเข้าห้องน้ำไปทันทีหญิงสาวออกมาจากห้องน้ำแล้วบอกให้เขาเข







