Farm ร้อนซ่อนสวาท  [ อีโรติก 18++]

Farm ร้อนซ่อนสวาท [ อีโรติก 18++]

last updateLast Updated : 2026-08-07
By:  มนต์ศิขรินUpdated just now
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
26Chapters
156views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

"หนาวขนาดนี้... ให้ผมช่วย 'ทำให้อุ่น' ไหมครับคุณหนู" "บะ... บ้า นายเป็นแค่บอดี้การ์ดนะ อ๊ะ!" "บอดี้การ์ดที่กำลังจะเป็น 'สามี' ของคุณหนูไงครับ!"

View More

Chapter 1

บทที่ 1 รอยอดีตและวิกฤตบ้านสวน

ณ ปอป่านบ้านสวนฟาร์ม...

แดดยามสายทอดตัวลงมากระทบผืนดินกว้างใหญ่ ทว่าไม่อาจส่องสว่างเข้าไปถึงหัวใจที่หม่นหมองของ 'คุณประทีป' ได้เลย ชายวัยห้าสิบห้าผู้เป็นประมุขของบ้านยืนทอดสายตามองกรอบรูปไม้อันใหญ่ที่แขวนประดับ บนผนังห้องทำงาน มันเป็นภาพครอบครัวเมื่อครังยังพร้อมหน้าพร้อมตา... สุพรรษา ภรรยาผู้เป็นที่รักอุ้มเด็กหญิงตัวน้อยวัยสองขวบ แก้มยุ้ยส่งยิมกว้างมาให้กล้อง

เวลานั้นประทีปยังหนุ่มแน่น สุขภาพแข็งแรง ไม่ได้เหนื่อยหอบง่ายดายเพียงแค่เดินขึ้นบันไดอย่างในทุกวันนี้ ตอนนั้นเขากับภรรยาเพิ่งหอบหิ้วความฝันกลับมาจากอเมริกา สุพรรษาได้รับมรดกเป็นที่ดินผืนงาม จำนวนยี่สิบเจ็ดไร่ในอ่างขางจากบิดามารดา ทั้งสองจึงร่วมแรงร่วมใจกันเนรมิตผืนดินว่างเปล่าให้กลายเป็น

“บ้านสวนฟาร์ม” อันร่มรื่นแต่ตอนนี้ ทุกอย่างกำลังจะละลายหายไปราวกับสายหมอก

ก๊อก!... ก๊อก!... ก๊อก!  เสียงเคาะประตูดึงร่างที่จมดิ่งอยู่กับอดีตให้สะดุ้งตื่นจากภวังค์ ประทีปยกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ ไล่ความ ตึงเครียด ก่อนจะหันไปทางประตู

"นายท่านคะ... นายท่าน" เสียงของป้าจำเนียน แม่บ้านเก่าแก่ดังลอดเข้ามา

"มีอะไรหรือจำเนียน?"

"หัวหน้าคนงานมาขอพบค่ะ"  ประทีปถอนหายใจเฮือกใหญ่ ลมหายใจนันหนักอึ้งราวกับแบกภูเขาทั้งลูกไว้บนบ่า

"ให้เข้ามาสิ" บานประตูไม้เปิดออก พร้อมกับร่างของชายสองคนที่เดินนอบน้อมเข้ามา

'ศักดา' ชายวัยสี่สิบกว่าผู้เป็น หัวหน้าคนงาน และ 'ศักดิ์ชาย' หลานชายที่ควบตำแหน่งผู้ช่วย

"สวัสดีครับนายท่าน" ศักดายกมือไหว้ ท่าทางดูซื่อสัตย์ ทว่าแววตากลับล่อกแล่ก

"เชญนั่งสิ มากันพร้อมหน้าแบบนี้ คงมีเรื่องด่วนมากสินะ?"

ประทีปเอ่ยถามเสียงเรียบ พยายามคุมน้ำเสียงให้เป็นปกติ

"ครับคุณท่าน... คือเรื่องราคาผักน่ะครับ" ศักดาทำสีหน้าหนักใจ

"พ่อค้าคนกลางที่มารับของหน้าไร่ แล้วก็พวกร้านอาหารในเมือง เขาขอกดราคาลงอีกครับ บอกว่าถ้าเราไม่ลดให้ เขาจะไปรับจากไร่อื่นแทน"

ประทีปขมวดคิ้วมุ่น

"ทุกวันนี้เราก็แทบจะขายราคาทุนอยู่แล้วนะ ศักดา แทบจะให้เปล่ากันอยู่แล้ว!"

"โธ่ นายครับ ยุคนี้เศรษฐกิจมันฝืดเคือง โควิดเล่นงานจนร้านอาหารปิดตัวกันไปก็มาก คนแทบไม่ออกจากบ้านเพราะกลัวเชื้อโรค ร้านอาหารขายของไม่ได้ห้างก็ไม่มีกำลังซื้อเพราะตกงานกันหมด  ถ้าเราไม่ยอมลดราคา ผักเราก็เน่าคาไร่นะครับนาย"

ศักดิ์ชายชวยพูดเสริม เหตุผลร้อยแปดถูกหยิบยกขึ้นมาอ้างสารพัดประทีปหลับตาลงอย่างอ่อนล้า อาการเจ็บแปลบที่หน้าอกซ้ายแล่นริวขึ้นมาจนต้องยกมือขึ้นทาบเขาไม่ มีเรี่ยวแรงพอจะไปลงพื้นที่ตรวจสอบหรือต่อรองกับใครได้อีกแล้ว โรคลิ้นหัวใจรัวกกำลังสูบเอาพลังชีวิติของเขาไปแทบจะหมดสิ้น

"เอาเถอะ..." น้ำเสียงนั้นฟังดูปลงตกระคนสิ้นหวัง

"พวกนายจัดการตามความเหมาะสมก็แล้วกัน ขายให้มันพอได้เงินมาหมุนจ่ายค่าแรงคนงานก็พอ อย่าให้พวกเขาต้องอดอยากล่ะ"

"ครับนาย... พวกผมจะจัดการให้ดีที่สุดครับ"

ศักดารับคำเสียงหนักแน่น ก่อนจะพากันเดินออกจากห้องไปทันทีที่บานประตูห้องทำงานปิดสนิท รอยยิมเยาะหยันก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของสองอาหลาน ศักดิ์ชาย หันไปกระซิบกับผู้เป็นหลาน

"ที่นี้มึงรู้หรือยังไอ้ชาย... ว่าเจ้าของไร่ที่แท้จริงน่ะ คือใคร" ศักดาหัวเราะหึๆในลำคอ

"ครับ ทราบแล้วครับ... 'นายใหญ่' ของผม"

ทังสองหัวเราะร่วนประสานเสียงกันอย่างได้ใจ ก่อนจะเดินล้วงกระเป๋ากลับไปยังแผนกของตน ทิ้งบาดแผลลึกไว้เบื้องหลัง ภายในห้องทำงานอันเงียบงัน ประทีปกดปุ่มอินเตอร์คอมเรียกแม่บ้านเก่าแก่ที่อยู่รับใชกันมาตั้งแต่เขาเพิ่งเข้ามาลงหลักปักฐานที่ไร่นี้

"จำเนียน... เข้ามาหาฉันหน่อยสิ"

"ค่ะนายท่าน" เพียงไม่นาน หญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วมก็เดินเข้ามา ประทีปเปิดลิ้นชกโต๊ทำงาน หยิบกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินออกมา อย่างทะนุถนอม ภายในนันคือนาฬิกาข้อมือแบรนด์หรูรุ่นคลาสสิก สมบัติชนสุดท้ายที่มี ค่าที่สุดในชวิตของเขา เพราะมันคือของขวัญวันครบรอบแต่งงานที่สุพรรษาซื้อให้ชายวัยกลางคนลูบหน้าปัดนาฬิกาเบาๆ ก่อนจะตัดใจยื่นมันส่งให้ป้าจำเนียน

"พรุ่งนี้... จำเนียนเอานี่ไปจัดการให้ฉันทีนะ"   ป้าจำเนียนเบิกตากว้าง มองกล่องนาฬิกาสลับกับใบหน้าซีดเซียวของผู้เป็นนาย 

"นายท่าน! แต่นี่มัน...""เอาไปเถอะ น่าจะพอแลกเป็นเงินได้หลายตังค์อยู่ ได้มาแล้วก็เอาไปซื้อของสดของแห้งเข้าบ้าน กันส่วนหนึ่งไว้จ่ายค่าน้ำค่าไฟ..." 

ประทีปเว้นจังหวะ เสียงสันเครือ

 "ที่เหลือ... ก็เอาไปแบ่งกันนะ ให้รำพึงกับสมสีด้วยแล้วฝากบอกสองคนนั้นด้วยว่า ฉันขอโทษจริงๆที่ไม่สามารถจ้างพวกเธอได้อีกต่อไปแล้วฟาร์มของเราไปต่อไม่ไหวแล้วล่ะ"  คำพูดนั้นราวกับกับฟ้าผ่าลงมากลางกะบาลของป้าจำเนียน น้ำตาร่างเผาะลงอย่างกลันไม่อยู่ รีบดันกล่องนาฬิกากลับไปหานายจ้าง

"ไม่ค่ะนายท่าน! จำเนียนกัยรำพึงและสมสี! พวกเราไม่เอาค่าแรงก็ได้ นาฬิกาเรือน นี้คุณผู้หญิงตังใจซื้อให้นายท่าน นายท่านเก็บไว้เถอะนะคะ "

"ไม่ได้หรอกจำเนียน..."

"เงินเดือนที่นายท่านเคยให้ จำเนียนเก็บหอมรอมริบไว้ไม่ได้ใชอะไรเลย มีมากโขอยู่นะคะ จำเนียนจะเอาเงินส่วนนี้มาใช้จ่ายในเรือนก่อนนายท่านอย่าคิดมากเลยนะคะ พักผ่อนเถอะค่ะ " ประทีปส่ายหน้าชาๆ

"เงินก้อนนัน จำเนียนเก็บไว้เถอะ อายุมากขึ้น โรคภัยไข้เจ็บมันก็ถามหา เวลาต้องไป หาหมอมันต้องใชเงินทั้งนั้นนะ"

"ไม่เป็นไรหรอกค่ะนายท่าน ป่วยเจ็บขึ้นมา จำเนียนก็ไปโรงพยาบาลรัฐบาลได้ เสียไม่กี่บาทหรอกค่ะ นาฬิกาเรือนนี้... นายท่านเก็บไว้นะคะ เผื่อวันข้างหน้าฉุกเฉินจริงๆ ค่อยเอาไปแปลงเป็นเงินก็ยังไม่สาย"

ป้าจำเนียนยืนกรานหนักแน่นจนประทีปต้องยอมจำนน เขารับกล่องนาฬิกากลับมาวางไว้บนโต๊ะดังเดิม "ขอบใจมากนะจำเนียน... ขอบใจจริงๆ ที่ไม่ทิ้งกัน... ออกไปเถอะ ฉันอยากอยู่คนเดียวเงียบๆ สักพัก"

"ค่ะนายท่าน" แม่บ้านเก่าแก่รับคำเสียงสะอื้น ก่อนจะเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบ เมื่อบานประตูพับปิดลง ประทีปก็ถอดแว่นสายตาออก ยกมือขึ้นลูบใบหน้าที่เปียกชุมไปด้วยหยาดน้ำตา ความรู้สึกผิดตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่คอหอย เขาปกปองสมบัติของภรรยาไว้ไม่ได้ และยังทำให้ลูกน้องเก่าแก่ต้องพลอยลำบอกไปด้วย

กริ๊งงงงงง! เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานแผดเสียงร้องขึ้นทำลายความเงียบ คุณประทีปสะดุ้งเล็กน้อย ชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งว่าจะรับดีหรือไม่ เบอร์สายตรงนี้มีคนรู้น้อยมาก... หรือว่าจะเป็น 'หนูป่าน' ลูกสาวสุดที่รักที่กำลังเรียนอยู่ลอนดอน? คิดได้ดังนัน มือที่สั่นเทาก็รีบยกหูโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหู

"ฮัลโหล..."

"Hello, is that Mr. Prateep?" (สวัสดีครับ นันคุณประทีปใช่ ไหม)

"Yes, I’m..." (ใชครับ ผมเอง)

ปลายสายเงียบไปอึดใจ ก่อนจะตามมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นดีใจสุดขีด  สำเนียงภาษาไทยแปร่งๆ สไตล์ ชาวต่างชาติรัวใส่หูประทีปเป็นชุด

"โอ้มายก๊อด! เพื่อนรัก! ฉันตามหานายมาเป็นปีๆ เลยรู้ไหม! นี่ถ้าฉันไม่บังเอิญไปส่ง 'คุณอุ้ยอ้าย' ภรรยาสุดที่รักของฉันที่ห้องเสื้อกนกนาถ คงไม่มีทางได้เบอร์นายมาแน่ๆ!"

ดวงตาฝ้าฟางของประทีปเบิกกว้างขึ้น หัวใจที่เต้นอ่อนแรงพลันสูบฉีดแรงขึ้นมา

"ไมเคิล! ไมเคิลใชไหม... นายจริงๆ หรือนัน่! ฉันดีใจเหลือเกิน นานหลายปีมากเลยนะที่เราขาดการติดต่อกันไป"

"ใช! ฉันเองเพื่อน! ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่านายไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหน พรุ่งนี้ฉันจะบุกไปหานายที่ไร่เตรียมตัวไว้ เลย! อ้อ... ฉันกับคุณอุ้ยอ้าย ขอแสดงความเสียใจเรื่อง สุพรรษาด้วยนะเพื่อน"

น้ำเสียงของไมเคิลอ่อนลงเมื่อพูดถึงภรรยาของเพื่อนรักที่จากไป ประทีปยิมบางๆ อย่างขมขื่น

"ขอบใจมากไมเคิล... ขอบใจจริงๆ"

"เห็นคุณกนกนาถบอกว่านายสุขภาพไม่ค่อยดีด้วยใชไหม ?  พรุ่งนี้ฉันจะไปค้างด้วย แล้วจะลากคอยนายไปหาหมอให้ได้เลยคอยดู!"

ประทีปหัวเราะเบาๆ ให้กับความโผงผางของเพื่อน

"เฮ้อ...สุขภาพของคนเป็นโรคลิ้นหัวใจรัว มันก็ไม่ได้ ดีนักหรอกเพื่อนเอ๊ย เอาแน่เอานอนไม่ได้เลย"

"เฮ้! อย่าเพิ่งท้อสิเพื่อน พรุ่งนี้ค่อยคุยกันยาวๆ เราเจอกันแล้ว นายไม่ต้องห่วงนะ ปัญหาทุกอย่างจะ ต้องมีทางออก พักผ่อนซะไอ้เพื่อนยาก

Good night!"

"Good night, Michael..."

ประทีปวางหูโทรศัพท์ลง รอยยิมจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าเป็นครั้งแรกใน รอบหลายเดือน อย่างน้อย ในวันที่มืดมนที่สุด ก็ยังมีแสงสว่างเล็กๆ จากเพื่อนเก่าสาดส่องเข้ามา

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
26 Chapters
บทที่ 1 รอยอดีตและวิกฤตบ้านสวน
ณ ปอป่านบ้านสวนฟาร์ม...แดดยามสายทอดตัวลงมากระทบผืนดินกว้างใหญ่ ทว่าไม่อาจส่องสว่างเข้าไปถึงหัวใจที่หม่นหมองของ 'คุณประทีป' ได้เลย ชายวัยห้าสิบห้าผู้เป็นประมุขของบ้านยืนทอดสายตามองกรอบรูปไม้อันใหญ่ที่แขวนประดับ บนผนังห้องทำงาน มันเป็นภาพครอบครัวเมื่อครังยังพร้อมหน้าพร้อมตา... สุพรรษา ภรรยาผู้เป็นที่รักอุ้มเด็กหญิงตัวน้อยวัยสองขวบ แก้มยุ้ยส่งยิมกว้างมาให้กล้องเวลานั้นประทีปยังหนุ่มแน่น สุขภาพแข็งแรง ไม่ได้เหนื่อยหอบง่ายดายเพียงแค่เดินขึ้นบันไดอย่างในทุกวันนี้ ตอนนั้นเขากับภรรยาเพิ่งหอบหิ้วความฝันกลับมาจากอเมริกา สุพรรษาได้รับมรดกเป็นที่ดินผืนงาม จำนวนยี่สิบเจ็ดไร่ในอ่างขางจากบิดามารดา ทั้งสองจึงร่วมแรงร่วมใจกันเนรมิตผืนดินว่างเปล่าให้กลายเป็น“บ้านสวนฟาร์ม” อันร่มรื่นแต่ตอนนี้ ทุกอย่างกำลังจะละลายหายไปราวกับสายหมอกก๊อก!... ก๊อก!... ก๊อก! เสียงเคาะประตูดึงร่างที่จมดิ่งอยู่กับอดีตให้สะดุ้งตื่นจากภวังค์ ประทีปยกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ ไล่ความ ตึงเครียด ก่อนจะหันไปทางประตู"นายท่านคะ... นายท่าน" เสียงของป้าจำเนียน แม่บ้านเก่าแก่ดังลอดเข้ามา"มีอะไรหรือจำเนียน?""หัวหน้าคนงานมาขอพบค่ะ" ประที
last updateLast Updated : 2026-07-15
Read more
ตอนที่ 2: ข้อเสนอ 20 ล้าน และบอดี้การ์ดกำมะลอ
สิบโมงเช้าของวันรุ่งขึ้น แสงแดดเริ่มทอประกายแรงขึ้นไล่ความชื้นของหยาดน้ำค้าง ทว่าความเงียบเหงาของบ้านสวนฟาร์มกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงล้อรถที่บดทับเศษกรวดบนถนนทางเข้า รถ SUV สัญชาติยุโรปคันหรูสีดำขลับแล่นเข้ามาจอดเทียบถึงหน้าชานบ้านอย่างนุ่มนวล โดยมีรถฟอร์จูนเนอร์อีกคันขับประกบตามมาติดๆประตูรถเปิดออก ร่างสูงใหญ่ของชาวต่างชาติวัยกลางคนก้าวลงมาด้วยท่วงท่าสง่างาม แม้จะอยู่ในลุคสบายๆ อย่างเสื้อยืดโปโลแบรนด์จระเข้สีเข้มกับกางเกงยีนส์ตัวเก่ง แต่ก็ไม่อาจกลบรัศมีของผู้ทรงอิทธิพลได้เลย"ไมเคิล!" ประทีปที่ยืนรอรับอยู่ตรงบันไดชานบ้านคลี่ยิ้มกว้างที่สุดในรอบหลายเดือน"ไอ้เพื่อนยาก!" ไมเคิลก้าวยาวๆ ตรงดิ่งรวบร่างของเพื่อนรักชาวไทยเข้าสวมกอดแน่นๆ ด้วยความคิดถึง ก่อนจะผละออกแล้วจับไหล่ประทีปพิจารณา"นายผอมลงไปเยอะเลยนะเนี่ย โทรมไปตั้งเยอะ""คนป่วยมันก็แบบนี้แหละ" ประทีปหัวเราะเบาๆ"เข้ามาข้างในก่อนสิ""เดี๋ยวๆ คุณอุ้ยอ้ายไม่ได้มาด้วยหรอกนะ ติดธุระด่วน แต่คุณนายเธอฝากของบำรุงมาให้นายเพียบเลยเอ้า! พวกแก ขนของลงมาให้หมด"สิ้นเสียงทรงอำนาจของผู้เป็นนาย เหล่าชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีเข้มก็กุลีกุจอขนกล่องลังและถ
last updateLast Updated : 2026-07-15
Read more
บทที่ 3 สัญญางานสู่สัญญาใจ
"โอ้โห! นี่แด๊ดไม่ไว้ใจผมขนาดต้องร่างสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรเลยเหรอฮะ?" เลโอเบิกตากว้างเมื่อเห็นมารดาวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะกระจก"ไม่ได้สิเว้ย เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย กันหมามันพลิกลิ้น... มา ๆ คุณอุ้ยอ้าย มาเซ็นเป็นพยานให้ลูกมันหน่อย" ไมเคิลกวักมือเรียกภรรยาคุณอุ้ยอ้ายกอดอก เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย"ไม่เซ็นค่ะ! ถ้าคุณยังเรียกชื่อฉันไม่ถูก...ดูปากนะคะคุณไมเคิล ฉันชื่อ 'คุณอุ้ย' ค่ะ คำเดียวสั้น ๆ เลิกเติมคำว่า 'อ้าย'ให้ฉันสักที!""คร้าบ ๆ แม่ทูนหัว! แม่ยอดขมองอิ่ม! คุณอุ้ยคร้าบ เชิญเซ็นตรงนี้เลยครับผม"ไมเคิลรีบเสียงอ่อนเสียงหวานประจบภรรยาทันที ทำเอาเลโอที่นั่งดูอยู่ถึงกับหลุดขำออกมากับสมาคมเกี้ยมอี๋ของบิดา"ดีมากค่ะ... อะ เซ็นตรงช่องพยานนี่นะคะ... เรียบร้อยค่ะ" คุณอุ้ยจรดปากกาเซ็นชื่ออย่างรวดเร็ว ก่อนจะเลื่อนแฟ้มไปตรงหน้าลูกชาย"เอ้า ถึงตาแกล่ะตาเลโอ" ชายหนุ่มรับปากกามาหมุนเล่นในมือ ยิ้มกริ่ม"ผมต้องขออนุญาตอ่านอย่างละเอียดก่อนสิครับ สุ่มสี่สุ่มห้าเซ็นไป เกิดแด๊ดหมกเม็ดแอบใส่เงื่อนไขยึดรถสปอร์ตผมขึ้นมา ผมก็เสียเปรียบแย่สิฮะ" เลโอก้มลงกวาดสายตาอ่านตัวอักษรทุกบรรทัด ทุกวรรคตอนอย่างตั้
last updateLast Updated : 2026-07-15
Read more
ตอนที่ 4: คืนแรกบนดอยกับบอดี้การ์ดปากร้าย
สามวันต่อมา อาการของคุณประทีปฟื้นตัวดีวันดีคืนจนคุณหมออนุญาตให้กลับไปพักฟื้นต่อที่บ้านได้ การดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดจากปอป่านและป้าจำเนียน ประกอบกับยาดีที่ไมเคิลสั่งตรงมาจากต่างประเทศทำให้บาดแผลจากการผ่าตัด สมานตัวได้อย่างรวดเร็วก่อนจะเดินทางกลับขึ้นดอยอ่างขาง ไมเคิลและคุณอุ้ยได้แวะมาส่งที่โรงพยาบาล พร้อมกับมอบเช็คเงินสดมูลค่า 20 ล้านบาทให้กับปอป่านด้วยตัวเอง"เงินก้อนนี้ถือเป็นเงินที่ลุงร่วมทุนกับหนูนะ" ไมเคิลยัดซองสีขาวใส่มือหญิงสาวพลางตบหลังมือเธอเบา ๆ"เป็นเงินปลอดดอกเบี้ย มีเมื่อไหร่ฟาร์มกลับมามีกำไรเมื่อไหร่ก็ค่อยทยอยคืน ไม่ได้กำหนดงวดว่าจะต้องส่งเดือนละเท่าไหร่ หนูเอาไปบริหารจัดการได้เต็มที่เลย" ปอป่านมองตัวเลขศูนย์หลายตัวบนหน้าเช็คด้วยมือที่สั่นเทา"มันต้องใช้เงินมากขนาดนี้เลยหรือคะคุณลุง? ป่านเกรงใจ...""เท่าที่ลุงให้เลโอมันเช็กดูคร่าว ๆ ลุงว่าหนูน่าจะต้องรื้อโครงสร้างของฟาร์มใหม่ทั้งหมดเลยล่ะ ตั้งแต่ระบบคนงานไปจนถึงแผนการตลาด" ไมเคิลหันไปสบตากับลูกชายที่ยืนล้วงกระเป๋าอยู่ด้านหลัง"ถ้ามีปัญหาอะไร ปรึกษาไอ้... เอ่อ ปรึกษาเลโอได้เลย มันหัวไ
last updateLast Updated : 2026-07-16
Read more
ตอนที่ 5: ล้างบางออฟฟิศ และข้ออ้างเรื่องไฟไหม้
แสงแดดยามเช้าทาบทับลงมาบนดอยอ่างขาง ขับไล่ความหนาวเย็นและหยาดน้ำค้างบนยอดหญ้าให้ระเหยไปพร้อมกับสายหมอกบาง ๆ ปอป่านเดินลงบันไดมาที่ห้องอาหารด้วยชุดทะมัดทะแมง กางเกงยีนส์เข้ารูปกับเสื้อเชิ้ตลายสกอตพับแขนและรองเท้าผ้าใบ พร้อมลุยงานเต็มที่ ทว่าใบหน้าหวานกลับต้องง้ำงอลงเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าใครนั่งร่วมโต๊ะอาหารเช้าอยู่กับบิดาของเธอ"อรุณสวัสดิ์ครับ... คุณหนู" เลโอเอ่ยทักทาย รอยยิ้มมุมปากของเขายังคงดูยียวนกวนประสาทเหมือนเมื่อคืนไม่มีผิด"คุณพ่อจะให้สิทธิพิเศษกับบอดี้การ์ดเกินกว่าคนอื่นไปหรือเปล่าคะ ถึงได้เรียกมาร่วมโต๊ะอาหารแบบนี้" ปอป่านแกล้งทำเป็นไม่สนใจคำทักทายของเขา แต่หันไปกระเง้ากระงอดกับผู้เป็นพ่อแทน พลางลากเก้าอี้นั่งลงฝั่งตรงข้ามชายหนุ่ม ประทีปหัวเราะเบา ๆ"ไม่หรอกลูก พอดีพ่อมีเรื่องงานจะคุยกับ เลโอเขานิดหน่อยน่ะ ทานโจ๊กสิลูกป้าจำเนียนเพิ่งทำมาเสร็จร้อน ๆ เลย"หญิงสาวไม่ได้ต่อล้อต่อเถียงอะไรอีก เธอตักเครื่องปรุงใส่ชามโจ๊กของตัวเองเงียบ ๆ แต่หูก็คอยเงี่ยฟังบทสนทนาระหว่างบิดากับหนุ่มหน้าฝรั่งตรงหน้า"เป็นไงบ้างเลโอ เมื่อคืนหลับสบายดีไหมเรือนพักตู้คอ
last updateLast Updated : 2026-07-17
Read more
บทที่ 6 รื้อโครงสร้างที่เน่าเฟะ
"เอาล่ะ คุณกาญจนา" ปอป่านเริ่มงานทันที เธอเดินไปหยุดยืนหน้าโต๊ะทำงานของพนักงานบัญชี "รบกวนเอาแฟ้มบัญชีรายรับ-รายจ่าย ย้อนหลังทั้งหมดของฟาร์มในช่วงสามปีมาให้ฉันดูหน่อย ฉันจะได้รู้ว่าจุดรั่วไหลที่ทำให้เราขาดทุนยับเยินมันอยู่ตรงไหน" กาญจนาสะดุ้ง หน้าซีดเผือด หันไปสบตากับศักดาอย่างขอความช่วยเหลือ"อะ... เอ่อ... คือว่า...""คือว่าอะไรคะ?" ปอป่านเลิกคิ้ว"คืออย่างนี้ครับคุณหนู" ศักดิ์ชายรีบก้าวออกมารับหน้าแทน"เมื่อปลายเดือนที่แล้ว... มันเกิดอุบัติเหตุไฟฟ้าลัดวงจร ไฟไหม้ในออฟฟิศครับ! เอกสารบัญชีเก่า ๆ โดนไฟไหม้เสียหายไปหมดเลยครับ เหลือรอดมาแค่บางส่วนของเดือนนี้เท่านั้นเอง""ใช่ค่ะ ๆ ไฟไหม้ค่ะคุณหนู! น่ากลัวมากเลยค่ะ" กาญจนารีบผสมโรง ละล่ำละลักพยักหน้ารับ ปอป่านหรี่ตาลง มองหน้าคนทั้งสามสลับกัน "ไฟไหม้? เรื่องใหญ่ขนาดนี้ ทำไมคุณพ่อของฉันถึงไม่เคยรู้เรื่องเลย""ตอนนั้นคุณท่านอาการโรคหัวใจกำเริบหนัก พวกผมเกรงว่าถ้ารายงานไปจะทำให้คุณท่านตกใจจนทรุดหนักลงไปอีก ก็เลย... ตัดสินใจแก้ปัญหากันเองเงียบ ๆ ครับ" ศักดาปั้นหน้าเศร้าตอบ"อ้อ..." ปอป่านลากเสี
last updateLast Updated : 2026-07-18
Read more
ตอนที่ 7: ความจริงในโรงครัว และอ้อมกอด
ระยะทางจากสำนักงานไปยังโรงครัวและโรงอาหารไม่ได้ไกลกันมากนัก ปอป่านเลือกที่จะเดินเท้าไปตามทางเดินที่ปูด้วยแผ่นหินทราย โดยมีบอดี้การ์ดร่างยักษ์อย่างเลโอเดินขนาบข้างไม่ห่าง ส่วนกาญจนา พนักงานบัญชีสาวที่ถูกสั่งให้ออกมาด้วยนั้น จำต้องกึ่งวิ่งกึ่งเดินตามเจ้านายคนใหม่มาติด ๆ ด้วยใบหน้าซีดเผือดสายลมเย็น ๆ ของดอยอ่างขางพัดมาปะทะใบหน้า ทว่าเมื่อเข้าใกล้บริเวณโรงครัว กลิ่นควันไฟและกลิ่นอาหารที่โชยมากลับไม่ได้ชวนให้รู้สึกเจริญอาหารเท่าใดนัก โรงอาหารของฟาร์มเป็นเพียงอาคารเปิดโล่งหลังคามุงหญ้าคา มีโต๊ะและม้านั่งไม้ตัวยาวเรียงรายอยู่หลายตัว ถัดเข้าไปด้านในคือส่วนของโรงครัวที่มีเตาฟืนและเตาแก๊สขนาดใหญ่ตั้งอยู่"นั่นใครน่ะ มาทำอะไรกันตรงนี้?" เสียงแหบพร่าแต่ฟังดูใจดีของหญิงสูงวัยดังขึ้น ปอป่านเดินตรงเข้าไปหาหญิงวัยกลางคนสามคนที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดเตรียมถาดอาหาร"สวัสดีค่ะป้า ๆ ... ป่านเองค่ะ ปอป่าน"'ป้าสมจิตร' แม่ครัวหัวป่าก์ประจำฟาร์มเพ่งตามองหญิงสาวตรงหน้า ก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความดีใจ รีบวางทัพพีในมือแล้วเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนลวก ๆ"ตายแล้ว! คุณหนูปอป่านจริงๆ ด้วย
last updateLast Updated : 2026-07-19
Read more
บทที่ 8 ไล่ต้อนพวกปรสิต
"ตกคนละไม่ถึงสิบบาท! นี่พวกคุณเห็นคนงานเป็นอะไร หือ!"  กาญจนาสะดุ้งเฮือก ก้มหน้าหลบสายตาดุดันนั้น"คะ... คือนายศักดาเป็นคนอนุมัติงบค่ะ ดิฉันแค่ทำตามคำสั่ง""ได้... เก็บเรื่องนี้ไว้ก่อน" ปอป่านสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ข่มความโกรธเอาไว้"ป้าจิตรคะ ป่านขอชิมอาหารคนงานมื้อนี้หน่อยค่ะ รบกวนตักให้ป่านด้วย เอาทุกอย่างเลยนะคะ ข้าวเอาแค่หนึ่งในสามของที่ตักให้คนงานผู้ชายก็พอค่ะ""เดี๋ยวคุณกลับไปทานข้าวเที่ยงที่บ้านใหญ่เถอะนะครับ อาหารแบบนี้..."  เลโอแตะแขนหญิงสาวเบา ๆ กระซิบเตือนด้วยความเป็นห่วง"ไม่ค่ะ ฉันจะทานที่นี่... ในเมื่อคนงานของฉันทานได้ ฉันก็ต้องทานได้"  ปอป่านตอบเสียงเด็ดขาด"ถ้าอย่างนั้น ผมกับลูกน้องก็ขอทานด้วยครับ"  เลโอหันไปพยักหน้ากับบอดี้การ์ดอีกสองคน"รบกวนป้าจัดมาให้พวกผมด้วยครับ""ไหวแน่นะคะเลโอ?" ปอป่านหันไปถามย้ำเพื่อความแน่ใจ"เจ้านายทานได้ ผมก็ต้องทานได้สิครับ" ชายหนุ่มตอบกลับด้วยประโยคเดียวกัน เพียงครู่เดียว ถาดหลุมสังกะสีใส่อาหารสี่ถาดก็ถูกนำมาวางบนโต๊ะไม้ตัวยาว ปอป่าน เลโอ และบอดี้การ์ดนั่งเ
last updateLast Updated : 2026-07-20
Read more
บทที่ 9 การซื้อใจคนงาน
ตอนที่ 7: การซื้อใจชาวไร่บรรยากาศในโรงอาหารที่เคยจอแจพลันเงียบกริบลงเมื่อหญิงสาวร่างเล็กก้าวออกมายืนอยู่เบื้องหน้าแถวคนงานที่กำลังรอรับอาหาร สายตานับห้าสิบกว่าคู่จ้องมองมาที่เธอด้วยความสงสัย เจือความไม่เป็นมิตร บางคนมีสีหน้าเหนื่อยล้า บ่งบอกถึงการตรากตรำทำงานหนักมาทั้งช่วงเช้า"เอาล่ะทุกคน... ฉันขอเวลาสักเดี๋ยวนะคะ ฉันมีเรื่องสำคัญจะแจ้งให้ทุกคนทราบ" ปอป่านเปล่งเสียงดังฟังชัด ทว่ากลับไม่มีใครให้ความสนใจเท่าที่ควร เสียงบ่นพึมพำดังสวนขึ้นมาแทบจะทันที"โอ๊ย จะมาพูดอะไรตอนนี้คนกำลังหิว!""นั่นสิ หิวจนไส้จะกิ่วอยู่แล้ว คุยทีหลังไม่ได้หรือไง!"เสียงฮึดฮัดดังระงมขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะจากกลุ่มชายฉกรรจ์ที่ยืนอยู่หัวแถว ซึ่งปอป่านจำได้แม่นยำว่าคนพวกนี้คือลูกน้องคนสนิทที่เดินตามหลังนายศักดาเมื่อเช้า ป้าสมจิตรเห็นท่าไม่ดี จึงรีบคว้าทัพพีเหล็กเคาะลงบนถาดสังกะสีเสียงดังลั่น!เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!"เอ้า! เงียบ! ฟังกันหน่อยสิโว้ย!"  ป้าสมจิตรตวาดลั่นโรงอาหาร "นี่คุณหนูปอป่าน เจ้าของไร่ตัวจริง ท่านมีเรื่องสำคัญจะพูดด้วย ใครไ
last updateLast Updated : 2026-07-21
Read more
บทที่ 10 จัดการพวกปรสิต
บิดา "คุณพ่อของฉันไม่เคยสั่งลดค่าแรงใคร! รู้ไหมคะว่าตอนที่ฟาร์มเราขาดทุนหนัก ๆ คุณพ่อไม่มีเงินสดมาหมุน ท่านยอมถอดนาฬิกาเรือนโปรดที่คุณแม่ซื้อให้ ไปให้ป้าจำเนียนเอาไปจำนำ เพื่อเอาเงินมาจ่ายค่าจ้างให้พวกคุณทุกคนตรงเวลา! พ่อฉันไม่เคยเอาเปรียบใคร มีแต่พวกเหลือบไรในฟาร์มนี้ต่างหากที่สูบเลือดสูบเนื้อพวกคุณ!"ความจริงที่เพิ่งถูกเปิดเผยทำเอาคนงานทั้งโรงอาหารตกตะลึง หลายคนถึงกับยกมือขึ้นทาบอก บางคนน้ำตาซึมเมื่อรู้ว่าเถ้าแก่ที่พวกเขาแอบด่าทอในใจมาตลอด แท้จริงแล้วยอมสละสมบัติชิ้นสุดท้ายเพื่อต่อลมหายใจให้ลูกจ้าง"ฉันได้เห็นบัญชีเงินเดือนปลอม ๆ ที่พวกนั้นทำหลอกคุณพ่อแล้วค่ะ" ปอป่านสูดลมหายใจลึก ปรับอารมณ์ให้กลับมาเข้มแข็ง "นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฉันจะปรับค่าแรงให้ทุกคนใหม่ทั้งหมด! ผู้ชายจะได้วันละสามร้อยบาท ส่วนผู้หญิงจะได้วันละสองร้อยแปดสิบบาท! และเงินจะจ่ายตรงเวลาทุก ๆ สัปดาห์ ไม่มีข้อแม้ ไม่มีการหักหัวคิวใด ๆ ทั้งสิ้น!"เงียบ... โรงอาหารเงียบกริบไปชั่วอึดใจก่อนที่เสียงไชโยโห่ร้องและเสียงปรบมือจะดังกระหึ่มขึ้นสนั่นลั่นโร
last updateLast Updated : 2026-07-22
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status