LOGINน้ำหวานเข้ามาในห้องเรียนเกือบไม่ทันเวลาดีที่อาจารย์มาพอดีทำให้คนตัวเล็กรู้สึกโล่งใจไม่น้อยเลย เธอนั่งลงก่อนจะเอาหนังสือเรียนขึ้นมา หญิงสาวจับข้อเท้าแต่ก็ยังทนไหวอยู่รู้สึกหน้าอายมากๆ กับสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นไม่รู้ว่ามีใครเห็นมากน้อยแค่ไหน คิดแล้วหญิงสาวก็ถอนหายใจออกมา
ผ่านไปพักใหญ่
"วันนี้พอแค่นี้นะคะนักศึกษา อย่าลืมอาทิตย์หน้ามีงานต้องส่ง ถ้าใครไม่ส่งไม่ได้คะแนนสะสมอย่ามาโทษอาจารย์นะ"
"ค่ะ/ครับ"พออาจารย์ออกไปหญิงสาวก็รีบเก็บของใส่กระเป๋าวันนี้เธอมีเรียนอีกวิชาเลยจะไปกินข้าวที่โรงอาหาร พอเห็นเพื่อนอย่างแก้มใสที่มาที่โรงอาหารแล้วเพราะคนตัวเล็กก็มีเรียนในวิชานี้เหมือนกันน้ำหวานก็รีบเดินไปหาทันที
"ทำไมเดินแบบนั้นล่ะ"
"ล้มนิดหน่อยนะเลยเจ็บข้อเท้า"
"เป็นอะไรมากรึเปล่าไหวไหม ไม่ไหวอย่าทนนะเดี๋ยวเจ็บมากกว่าเดิม"สีหน้าตกใจของแก้มใสทำให้น้ำหวานอมยิ้มออกมาเล็กน้อย เห็นท่าทีของเพื่อนที่ดูเป็นห่วงเธอแบบนี้ก็รู้สึกขอบคุณไม่น้อยเลย
"ขอบใจนะแต่น่าจะไหวอยู่"
"เคๆ กินไรดีวันนี้"
"ก๋วยเตี๋ยวไหม"
"ได้ เราไปซื้อให้นะเธอไม่ต้องเดินมากหรอก เฝ้าโต๊ะไป"
"ขอบใจนะน่ารักจัง"
"อิอิรู้ตัวดีจ้า"แก้มใสยิ้มมาให้ก่อนจะรีบลุกขึ้นไปซื้อก๋วยเตี๋ยวไม่นานสองสาวก็นั่งทานกันพร้อมพูดคุยไปเรื่อยเปื่อยตามประสา หลังจากที่อิ่มกันแล้วก็รอเวลาเรียนอีกวิชา
"ชมรมเลือกอะไรดีอะ"อาทิตย์หน้าต้องเลือกชมรมแล้วแต่ก็ไม่รู้เลยว่าพวกเธอจะเข้าชมรมไหน
"ชมรมว่ายน้ำก็ดีนะจิตอาสาก็น่าสนหรือทำอาหารดี เฮ้อเลือกยากจัง"น้ำหวานฟังเพื่อนบ่นพึมพำออกมาก็เหมือนจะคิดหนักเหมือนกัน
"จิตอาสาไหม เห็นได้ยินว่าบางครั้งก็ได้ไปช่วยเหลือโรงเรียนยากไร้อะไรพวกนี้เราว่าดีนะ ได้ทำบุญด้วย"คนตัวเล็กที่คิดไตร่ตรองจึงเสนอแนะขึ้นมา
"อืมก็ดีนะ แต่ไม่รู้ว่าจะทันไหม ขอให้ไม่เต็มก่อนเถอะนะสาธุๆ"
"เดี๋ยวถึงวันนี้เรารีบไปสมัครกัน"แก้มใสพยักหน้าก่อนที่ทั้งสองจะลุกขึ้นเมื่อเห็นว่าได้เวลาเรียนแล้ว
วันเลือกชมรมสองสาวรีบไปลงชื่อทันทีและก็ดูเหมือนว่าพวกเธอจะโชคดีมากๆ ที่ยังทันห้าคนสุดท้ายมันทำให้แก้มใสรู้สึกดีใจไม่น้อยเลย นึกว่าจะต้องเปลี่ยนแผนแล้ว แต่พอเข้าชมรมจากที่ใบหน้ายิ้มแย้มของแก้มใสก็ค่อยๆ หุบลงเมื่อเห็นว่ามีกลุ่มรุ่นพี่สุดฮอตอยู่ชมรมนี่ด้วย เธอรีบก้มหน้าลงทันทีก่อนจะดึงเพื่อนให้นั่งห่างๆ จากกลุ่มนั้น
"ทำไมเหรอเป็นอะไรไป"
"เปล่า แค่ไม่คิดน่ะว่าพวกพี่พวกนั้นอยู่ที่นี่ด้วย ถึงว่าทำไมชมรมเต็มไวจัง"
"พวกไหน?"
"ก็คนที่เราเล่าให้ฟังเมื่อวานไง กลุ่มวิศวะน่ะ"น้ำหวานพยักหน้ารับรู้เธอหันไปมองเล็กน้อยแต่พอสบเข้ากับสายตาของใครอีกคน คนตัวเล็กก็ชะงักไปทันทีเพราะเธอจำได้ว่าเขาคือคนที่เธอชนในวันนั้น ไม่รู้ทำไมเขาถึงมองเธออยู่คนตัวเล็กรีบหลบสายตาก่อนจะหันหน้าหนีทำเหมือนไม่มีอะไรทันที แต่ทว่าในใจของเธอรู้สึกเต้นแรงมากๆ ดวงตาคมเข้มมันดูดุดูเจ้าเล่ห์อย่างชัดเจน เขาเป็นคนอันตรายต่อความรู้สึกคนอื่นแน่นอน ไม่รู้สิเธอรู้สึกว่ามันมีกระแสบางอย่างที่แล่นขึ้นมาดูแล้วเขาเจ้าชู้มากจริงๆ
"มองอะไรวะไอ้เต?"เห็นสายตาเพื่อนจับจ้องอะไรบางอย่างอยู่เหมันต์จึงถามออกไป
"คนที่ชนกูน่ะ"
"เหรอ มาชมรมนี่ด้วยนี่กูนึกสงสัยแล้วสิ"
"สงสัยอะไร"
"ก็สงสัยว่าที่ชนน่ะอุบัติเหตุหรือตั้งใจ แถมเข้าชมรมนี่อีกคงไม่ใช่สาวๆ ที่ปลื้มมึงจนตามมาหรอกนะ"คำพูดของเหมันต์ทำให้เตชินท์นิ่งไป ก่อนที่มุมปากจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยแววตาของเขาที่จ้องมองคนตัวเล็กเหมือนเสือหิวกระหายก็ไม่ปาน
"ใจเย็นเพื่อน ไหนว่าไม่สนใจไง"
"ก็แค่ขำๆ ไม่ติดถ้าอยากจะเล่น"
"ครับ เพื่อนผมมันร้ายที่สุด"สายลมส่ายหน้าไปมาเมื่อได้ยินคำพูดของเพื่อนทั้งสองพูดคุยกัน
"เล่นไปเล่นมาระวังติดใจนะ"สายลมพูดเมื่อเห็นเพื่อนมองคนตัวเล็กอีกคนอยู่อย่างนั้น
"หึ คนอย่างกูเหรอไม่มีทางติดใจใคร โดยเฉพาะผู้หญิงแบบนั้น"ผู้หญิงคนนั้นก็ไม่แย่แต่ไม่ใช่แบบที่เขาชอบ จืดชืดดูใสๆ แต่ไม่รู้ว่าใสจริงรึเปล่า ผู้หญิงประเภทนี้เขาก็เจอมาเยอะบางทีอาจเป็นอย่างที่เหมันต์ว่า ผู้หญิงคนนี้อยากจะเข้าหาเขาก็ได้
"ใส่ผ้าปิดปากทำไมล่ะ"น้ำหวานหันไปถามแก้มใสที่จู่ๆ ก็หยิบหน้ากากอนามัยขึ้นมาสวมใส่
"รู้สึกเหมือนจะเป็นหวัดน่ะ กลัวติดคนอื่น"หญิงสาวพยักหน้าให้ก่อนจะฟังอาจารย์ที่เดินเข้ามาในห้องพอดี ชมรมนี้ไม่มีอะไรมากในวันแรกแค่แนะนำต่างๆ และก็ยังไม่ได้สรุปว่าปีนี้จะทำอะไรยังไงรอรุ่นพี่พูดคุยกันอยู่ หลังจากหมดเวลาหญิงสาวทั้งสองก็เดินออกจากห้อง น้ำหวานรับรู้ถึงสายตาของอีกคนที่เหมือนจะมองเธอมันทำให้เธอรู้สึกแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้แต่พอเห็นผู้หญิงเข้าไปหาทักทายอีกฝ่ายมันก็ทำให้เธอไม่ได้สนใจอะไร
"น้องน้ำหวาน"เสียงพี่ริต้าพี่รหัสของเธอดังขึ้นทำให้คนตัวเล็กหันไปยิ้มทักทายทันที
"สวัสดีค่ะพี่ริต้า"
"จ๊ะ มีเรียนต่อรึเปล่า"
"ไม่แล้วค่ะ พี่ริต้ามีอะไรรึเปล่าคะ"
"พอดีวันนี้พวกสายรหัสนัดกันไปกินเลี้ยงหลังมอ พี่เลยมาบอกเราให้ไปด้วยนะ"คนตัวเล็กรู้สึกประหม่าไม่น้อยเธอไม่ค่อยชอบอะไรแบบนี้แต่ก็ไม่รู้จะขัดยังไง
"หวานอยู่ดึกไม่ได้นะคะ"
"ไม่เป็นไร ไปแป๊บเดียวก็ได้รุ่นพี่จะได้ไม่ว่าอะไร งั้นทุ่มนึงมาที่ร้านนั่งชิวหลังมอนะ"คนตัวเล็กได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าให้กับรุ่นพี่ของเธอ หญิงสาวเห็นว่าคงไม่ดีถ้าหากจะปฏิเสธ เธอจึงต้องฝืนใจไปในสถานที่แบบนั้น
"พี่เตชินท์"เสียงของริต้าหันไปหาชายหนุ่มร่างสูงที่เดินออกมาพอดี ท่าทางสนิทสนมทำให้น้ำหวานชะงักไปเล็กน้อย เธอนึกสงสัยว่าผู้ชายคนนี้มีผู้หญิงกี่คนกันเห็นเข้ามาทักทายเต็มไปหมด ใบหน้าสวยหวานดูบึ้งตึงเล็กน้อยทำให้ชายหนุ่มคิดว่าเธอไม่พอใจที่มีผู้หญิงเข้าหาเขา
"ไปกันเถอะ อยากพักแล้ว"เธอหันไปบอกเพื่อนที่อยู่ข้างๆ ก่อนจะพากันเดินออกไป แก้มใสดูไม่พูดไม่จาแต่น้ำหวานไม่ได้สังเกตอะไรกับท่าทีของคนตัวเล็ก เหมันต์ที่เดินออมากับเพื่อนมองรุ่นน้องตรงหน้าเล็กน้อยไม่ได้สนใจอะไรอีกคนเขาสนใจผู้หญิงที่ดูเหมือนเพื่อนจะสนใจแค่นั้น
"หึ สาวงอนรึเปล่า"
"เงียบน่า"
"หมายถึงอะไรกันเหรอคะ?"ริต้าที่ไม่เข้าใจจึงเอ่ยถามขึ้น
"เปล่าไม่มีอะไร เธอมีอะไรรึเปล่า"
"ริต้าแค่คิดถึงพี่ค่ะ"
"งั้นเหรอ คิดถึงก็มาหาสิ"เสือแบบเขามีหรือที่จะไม่เล่นกับเหยื่อ
"วันนี้ริต้าไปกินเลี้ยงสายรหัสน่ะ"ชายหนุ่มได้ยินอย่างนั้นก็คิดอะไรขึ้นมาในใจแสดงว่าผู้หญิงคนเมื่อกี้คือน้องรหัสของริต้าสินะ บังเอิญจริงๆ
"งั้นเหรอ ไปด้วยได้ไหม สายไอ้ติณห์ใช่ป่ะ"
"พี่เตชินท์จะไปเหรอคะ งั้นริต้าบอกพี่ติณห์ให้นะคะ"
"เดี๋ยวโทรบอกมันเอง ฉันไปก่อนนะ"ริต้าดูดีใจไม่น้อยเลยที่ได้ยินว่าชายหนุ่มจะไปด้วย เตชินท์กับติณณ์รุ่นพี่ของเธอเป็นญาติกันนั้นเอง
“ปั้มนมเสร็จแล้วเหรอแก้ม น้ำนมเยอะรึเปล่าลูก”“เยอะค่ะ พอสำหรับเจ้าอ้วนสองแสบเลย”ลูกชายเธอกินนมเก่งมากจริงๆ จนเธอแทบผลิตไม่ทันแล้วเนี่ย“ดีๆ มากินข้าวมาแม่ทำอาหารไว้เยอะเลยของบำรุงลูกทั้งนั้นเลย”เรื่องอาหารไว้ใจแม่เลี้ยงศรีจันทร์จริงๆ แก้มใสพยักหน้ายิ้มอย่างมีความสุขก่อนจะนั่งกินข้าวพร้อมกับแม่ๆ ทั้งสอง ในตอนนี้ลูกชายของเธอหลับปุ๋ยไปแล้ว“อืมหนูแก้มแม่หาพี่เลี้ยงเจ้าแฝดได้แล้วนะ ลูกสาวป้าน้อยแม่บ้านที่บ้านแม่เอง จบพยาบาลมาทมีประสบการณ์”“งั้นให้เขามาลองงานก็ได้ค่ะคุณแม่”“เหลืออีกคนใช่ไหม แม่จะช่วยหาให้”มารดาของหญิงสาวเอ่ยขึ้นเพราะคิดว่าการเลี้ยงเด็กแฝดคงต้องจ้างพี่เลี้ยงทั้งสองคนเลยจะได้ไม่เหนื่อยมาก“ค่ะ คงต้องสองคนเลยไม่งั้นคงไม่ทัน”เธอเองก็ช่วยเลี้ยงลูกเพราะตอนกลางคืนลูกอยู่กับเธอมีพี่เลี้ยงก็ใช่ว่าใช่พี่เลี้ยงเลี้ยงตลอด 24 ชั่วโมง เธอจ้างมาให้ดูแลเกี่ยวกับลูกๆ ส่วนแม่บ้านก็ทำงานในส่วนของแม่บ้านไปไม่เกี่ยวข้องกัน“ดีเหมือนกัน ลูกจะได้มีเวลาพั
หลายเดือนผ่านไปแก้มใสปวดท้องคลอดลูกเธอจึงถูกนำตัวมาที่โรงพยาบาล ไม่นานก็เข้าห้องคลอดโดยมีเหมันต์คอยอยู่ข้างๆ ให้กำลังใจอยู่ไม่ห่าง แก้มใสผ่าคลอดเธอทั้งกลัวทั้งตื่นเต้นดีที่ได้มือหนาคอยจับกุมมือเธอเอาไว้ถึงทำให้ความกลัวของเธอลดลงไปอยู่ไม่น้อย“อดทนอีกนิดนะ ลูกเรากำลังจะมาแล้ว”“ค่ะ”“เจ็บรึเปล่า”แก้มใสส่ายหน้าไปมาเพราะยาชาทำให้เธอไม่รู้สึกเจ็บอะไรรับรู้แค่ว่าตรงท้องของเธอมีคุณหมอกำลังทำนู่นทำนี่อยู่ แต่ไม่ได้รับรู้ถึงความเจ็บปวดทรมานเลยสักนิด“เก่งมาก ไม่ต้องกลัวนะพี่อยู่ตรงนี้”หญิงสาวพยักหน้าก่อนเวลาต่อมาไม่ถึงนาทีเสียงลูกชายคนแรกของเธอก็ดังขึ้นวินาทีนั้นแก้มใสน้ำตาไหลทันที มันเป็นความสุขที่บรรยายออกมาเป็นคำพูดไม่ออกเธอดีใจที่ได้ยินเสียงลูกเหมันต์จับมือภรรยาแน่นเขาหัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาแล้ว ได้ยินเสียงลูกน้อยมันทำให้เขามีความสุขเหลือเกิน ไม่นานคนที่สองก็ตามออกมาเสียงร้องดังลั่นผสานเสียงจนคุณหมอต้องแซวว่าเสียงดี หลังจากที่ทำความสะอาดทุกอย่างเรียบร้อยนางพยาบาลก็เอาลูกมาให้ผู้เป็นพ่อแม่เพื
หลังจากที่อาบน้ำเสร็จคนทั้งสองก็ขึ้นมานอนกอดกันอยู่บนเตียงเขาไม่ได้ร่วมรักกับเธอเพราะสงสารลูกน้อยเรื่องนี้เขาถึงต้องเว้นไปก่อนเหมันต์ไม่ได้รู้สึกแย่อะไรเพราะมันเป็นสิ่งที่เขาควรจะต้องทำอยู่แล้ว อีกอย่างแค่ได้นอนกอดเธอเขาก็มีความสุขแล้ววันเวลาผ่านไปรวดเร็วการแพ้ท้องของแก้มใสก็มากขึ้นเรื่อยๆ คนตัวเล็กอาเจียนออกทุกเช้าเลย เหมันต์พอได้ยินเสียงภรรยาสาวอาเจียนก็รีบลุกขึ้นมาดูเธอ ไม่คิดเหมือนกันว่าการอุ้มท้องลูกสำหรับผู้หญิงมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายขนาดนั้น เขาอ่านหนังสือหาข้อมูลต่างๆ เพื่อที่จะดูแลภรรยาตัวน้อยได้“ไหวไหมแก้ม”“ไหวค่ะ”เธอยิ้มตอบกลับมาแต่ใบหน้าโทรมพอสมควร ถึงแม้จะเหนื่อยล้าแต่หญิงสาวก็อดทน“ไปนั่งก่อนเดี๋ยวพี่เอาน้ำผลไม้มาให้จะได้ดีขึ้น”“ค่ะ”ชายหนุ่มรีบลงไปเอาน้ำผลไม้มาให้ การเอาใจใส่ของชายหนุ่มมันทำให้คนตัวเล็กมีความสุข“พวกเจ้าตัวแสบทำไมถึงรังแกแม่ขนาดนี้หืม?”เหมันต์ลูบหน้าท้องโต ตอนนี้แก้มใสท้องเข้าสู่เดือนที่ 5 แล้วแต่ท้องของเธอใหญ่ขึ้นมามากเพราะว่าเธอไม่ได้มีลูกแค่คนเดีย
หัวใจดวงน้อยๆ ของแก้มใสสั่นไหวพอสมควรเมื่อเธอรู้สึกว่าร่างกายของเธอในยามนี้แปลกไปจากเดิมโดยเฉพาะการขาดหายของประจำเดือนที่ควรจะมาแต่ก็ไม่มาทำให้หญิงสาวตัดสินใจซื้อเครื่องตรวจครรภ์มาตรวจเธอคาดหวังไม่น้อยว่าสิ่งที่เธอคิดจะเป็นจริงเพราะในตอนนี้หญิงเศร้าอยากมีลูกแล้ว เธอเห็นน้ำหวานมีเขาอยากจะมีเช่นเดียวกันท้ายที่สุดสิ่งที่เธอรอคอยก็เป็นจริงเมื่อผลตรวจปรากฏขึ้นว่าตอนนี้เธอกำลังตั้งท้องอยู่“ลูกแม่ ฮึก มาแล้วเหรอคะ”เธอดีใจจนน้ำตาซึมรอคอยสามีหนุ่มกลับมาจากที่ทำงานเพื่อที่จะบอกเขาดีให้อีกฝ่ายได้รับรู้ เธอไม่อยากบอกเขาผ่านทางโทรศัพท์เฝ้ารอจนกระทั่งเสียงรถของเหมันต์มาจอดในรั้วบ้าน“ยินดีต้อนรับกลับบ้านค่ะ”หญิงสาวมายืนรอรับเขาเหมือนทุกวันด้วยรอยยิ้มสดใสทุกครั้งที่เหมันต์เหนื่อยล้าจากงานพอได้เจอหน้าเธอมันก็ทำให้เขาหายเหนื่อยแล้ว“ทำไมยิ้มแบบนี้มีเรื่องดีๆอะไรหรือเปล่า”ปกติแก้มใสก็ยิ้มแย้มแต่เขารู้สึกว่าวันนี้มันแตกต่างกว่าทุกครั้ง“เข้าบ้านก่อนสิคะ”ชายหนุ่มพยักหน้าก่อนจะเดินเข้าไปในบ้านพร้อมกับคนตัวเล็ก หญิงสาวหาน้ำเย็นๆ
“กินข้าวกันเถอะ แม่พี่ให้แม่ครัวทำอาหารให้พวกเรา”แก้มใสพยักหน้า ใครบอกว่างานแต่งงานไม่เหนื่อยเธอเถียงใจขาดเลย แต่ก็อย่างว่ามันทั้งเหนื่อยทั้งมีความสุขเช่นกันความหิวทำให้คนตัวเล็กตักข้าวเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ เหมันต์มองมายังภรรยาสาวอย่างเอ็นดู อดไม่ได้ที่จะถ่ายรูปเธอลงโซเชียลของตนเอง แน่นอนพอเขาลงรูปแต่งงานก็มีคนมาคอมเม้นท์มากมายทั้งเพื่อนที่เรียนด้วยกันทั้งรุ่นพี่รุ่นน้อง ใครจะคิดว่าคนอย่างเขาที่เคยเจ้าชู้จะมีวันนี้ได้ ผู้ชายเจ้าชู้ใช่ว่าจะหยุดไม่เป็น เขาเองก็เป็นหนึ่งในนั้นพอเจอผู้หญิงที่รักสุดหัวใจก็พร้อมจะถอดเขี้ยวเล็บทิ้งทันที1 ปีผ่านไปชีวิตการแต่งงานไม่ได้เปลี่ยนไปอะไรมากมายเหมือนตอนที่อยู่กินกัน จะเปลี่ยนก็คงแค่ที่อยู่เมื่อก่อนเขาและเธออยู่คอนโดแต่ตอนนี้สร้างบ้านใหม่เป็นเรือนหอแล้ว แก้มใสเรียนจบแล้วไม่ได้ทำงานอะไรเพราะเขาไม่อยากให้เธอทำงาน หน้าที่นี้เป็นหน้าที่ของเขาเอง ส่วนเธอก็มีหน้าที่ดูแลเขาและมีลูกกับเขาในอนาคต เพราะตอนนี้ทั้งเตชินท์และสายลมก็นำหน้าไปแล้ว เรื่องนี้ชายหนุ่มไม่มีทางยอมแพ้เพื่อนแน่น
หลายวันผ่านไปเหมันต์กับแก้มใสเดินทางมาที่บ้านของพ่อแม่ของแก้มใส การมาขิงคนตัวเล็กทำให้สองสามีภรรยาดีใจไม่น้อย ลูกสาวคนเดียวไปเรียนต่อที่อื่นคนเป็นพ่อแม่ย่อมคิดถึงอยู่แล้ว พ่อเลี้ยงณรงค์เดชยิ้มทักทายลูกเขย ที่ผ่านมาเขาเองก็ให้คนของตนเองคอยดูความประพฤติของลูกเขยคนนี้เช่นกัน พอเห็นว่านิสัยความเจ้าชู้ของเหมันต์ลดลงมันก็ทำให้เขาสบายใจขึ้นมา ไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากให้ลูกสาวแต่งงานกับผู้ชายไม่ดีหรอก“คิดถึงคุณพ่อคุณแม่จังเลยค่ะ”“แม่ก็คิดถึงลูกสาวคนสวยของแม่เหมือนกัน เป็นไงบ้างลูกสบายดีไหมการเรียนเป็นยังไงบ้าง”แม่เลี้ยงศรีจันทร์ถามบุตรสาวด้วยความเป็นห่วงเป็นใยทันที“สบายดีค่ะ การเรียนก็โอเคเลยจบพร้อมเพื่อนแน่นอน”“หึ ลูกสาวแม่เก่งที่สุด แม่เป็นกำลังใจให้นะลูก”“ขอบคุณนะคะ แม่ของแก้มก็เก่งที่สุดเหมือนกัน”สองแม่ลูกอวยกันไปกันมาจนทำให้ทุกสายตาที่จ้องมองอยู่อดไม่ได้ที่จะยิ้มขึ้นมา“มาเหนื่อยๆ ไปพักผ่อนกันก่อนเถอะ ขอบใจนะเหมันต์ที่พาน้องมาหาน้า”
น้ำหวานทำงานอย่างตั้งใจ เธอยอมรับว่ามันเหนื่อยไม่น้อยเลยแต่ทว่าก็ไม่ถึงกับว่าทนไม่ไหวแต่เพื่อนของเธอนี่สิเริ่มบ่นเสียแล้ว แก้มใสดูเหนื่อยจนแทบไม่ไหวเพราะหญิงสาวไม่เคยทำงานหนักขนาดนี้มาก่อน ยกถานเครื่องดื่มจนเจ็บมือหมดแล้ว น้ำหวานจึงพยายามช่วยเหลือเพื่อน หน้าที่ของแก้มใสเธอก็อาสาทำแทนให้“ขอบใจนะหวา
น้ำหวานคิดไปคิดมาเกี่ยวกับเรื่องงานจนสุดท้ายเธอก็มาสมัครงานที่นี่กะว่าจะลองทำไปก่อนถ้าไม่ไหวก็แค่ออก เธอรู้สึกเสียดายค่าแรงที่จะได้ไม่น้อยเลย ดีหน่อยที่ถึงแม้เธอจะอยู่หอในแต่ทางมหาวิทยาลัยไม่ได้มีกฏเรื่องการกลับหอแต่ก็ต้องแจ้งเอาไว้ว่าทำไมถึงกลับดึกเพราะบางคนก็ทำงานพิเศษด้วย“เธอไม่ต้องคิดมากเรามาท
หลายวันผ่านไป น้ำหวานนั่งทำบัญชีรายรับรายจ่ายที่เธอมักจะชอบทำเป็นประจำเพื่อที่จะรู้ว่าแต่ล่ะเดือนเธอต้องใช้จ่ายอะไรบ้าง หญิงสาวได้ทุนก็จริงแต่ค่าใช้จ่ายเธอก็ต้องหาเอง พ่อแม่เธอให้เงินเดือนเธอห้าพันอันที่จริงท่านถามว่าพอไหมไม่พอจะให้เพิ่มแต่คนตัวเล็กรู้ดีว่ารายได้พ่อแม่ของเธอเป็นยังไง แถมท่านก็มีอา
"น้ำหวานตื่นได้แล้วเดี๋ยวก็ไปเรียนสายหรอก"เสียงปลุกของแก้มใสเพื่อร่วมคณะแถมยังเป็นรูมเมทเธออีกด้วย ทำให้คนตัวเล็กที่กำลังหลับฝันดีสะดุ้งขึ้นมา อันที่จริงเธอตั้งนาฬิกาปลุกเอาไว้แล้วแต่ดูเหมือนว่าแก้มใสจะกลัวเธอตื่นสายจริงๆ "น้ำหวาน~~~!""โอ๊ยยยยตื่นแล้วๆ ไม่ต้องปลุกแล้ว"คนถูกปลุกอ้าปากหาวหวอดๆ ก่อน







