Share

กลรักวิศวะเลว2

Penulis: Waraarphon
last update Tanggal publikasi: 2025-10-22 05:01:43

หลายวันผ่านไป 

น้ำหวานนั่งทำบัญชีรายรับรายจ่ายที่เธอมักจะชอบทำเป็นประจำเพื่อที่จะรู้ว่าแต่ล่ะเดือนเธอต้องใช้จ่ายอะไรบ้าง หญิงสาวได้ทุนก็จริงแต่ค่าใช้จ่ายเธอก็ต้องหาเอง พ่อแม่เธอให้เงินเดือนเธอห้าพันอันที่จริงท่านถามว่าพอไหมไม่พอจะให้เพิ่มแต่คนตัวเล็กรู้ดีว่ารายได้พ่อแม่ของเธอเป็นยังไง แถมท่านก็มีอายุมากแล้วในเมื่อเธออยากมาเรียนที่นี่ก็ต้องรับผิดชอบตัวเองได้ หญิงสาวจึงไม่ได้เรียกร้องอะไรมากมาย เธอตัดสินใจว่าอยากหางานทำเพิ่มเติม คนตัวเล็กเห็น่าแถมมหาวิทยาลัยมีร้านรับพนักงานพาร์ทไทม์ไม่น้อยเลยแต่ส่วนใหญ่เป็นงานกลางวัน ตารางเรียนของเธอมันไม่ตรงกันอีก หญิงสาวจึงได้แต่คิดว่าจะทำงานอะไรดี 

"ทำอะไรอยู่น่ะ"แก้มใสถามอย่างใส่ใจเมื่อเห็นเพื่อนนั่งเงียบมานานแล้ว 

"อ้อ ทำรายรับรายจ่ายน่ะ"

"หึ สมกับเป็นนักศึกษาบัญชีจริงๆ"เพื่อนของเธอทำอะไรเป็นระเบียบและจริงจังมาก ขนาดค่าใช้จ่ายยังต้องมาจดทำบัญชีทุกวัน

"ไม่เกี่ยวเลยว่าต้องเรียนบัญชี คนไม่เรียนบัญชีก็ควรทำแบบนี้เราจะได้เก็บเงินได้"

"โห้ น่าสนใจแบบนี้เราจะทำบ้าง"

"ว่าแต่แก้มใสบ้านอยู่ที่นี่ไหม ไกลรึเปล่า"

"บ้านเราอยู่เชียงใหม่น่ะแต่เราพูดเหนือไม่เป็นนะ"เธอตอบด้วยท่าทีโก๊ะๆ ที่แก้มใสพูดเหนือไม่ได้เพราะเธอไม่ได้โตที่เชียงใหม่ไง หญิงสาวไปอยู่ต่างประเทศมาช่วงนึงตั้งแต่อายุสิบห้าจนจบไฮสคูลก่อนจะกลับมาอยู่เชียงใหม่แต่ก็พูดไม่เป็นอยู่ดีแต่ฟังออกนะ 

"ก็ไกลน่ะสิทำไมมาเรียนไกลจัง"

"ก็มหาวิทยาลัยที่นี่ดีไง"ก็คงไม่ต่างจากเธอที่อยากเข้ามาเรียนมหาวิทยาลัยดีๆ แบบนี้ 

"ขอโทษนะถามได้ไหมว่าครอบครัวแก้มใสเป็นไงบ้าง"

"ถามได้สิ ถามเลยเราชอบคุย"ปกติมีแต่เธอที่คุยคนเดียวรู้สึกเหงามากๆ พอได้ยินว่าน้ำหวานอยากจะพูดคุยกับเธอคนตัวเล็กก็ดูตื่นเต้นไม่น้อยเลย ท่าทีของแก้มใสทำให้น้ำหวานนึกขำไม่น้อยเธอเริ่มชินกันนิสันแบบนี้ของอีกฝ่ายแล้ว 

"ครอบครัวเป็นไงบ้างเหรอ ก็ทั่วไปนะบ้านเราขายชา"น้ำหวานพยักหน้ารับรู้คิดว่าที่บ้านของแก้มใสคงเปิดร้านน้ำชาอะไรพวกนี้แต่ความหมายของเพื่อนเธอคือเป็นเจ้าของไร่ชาที่ใหญ่ติดอันดับในประเทศเลยล่ะ 

"แล้วน้ำหวานล่ะ"

"พ่อเรารับราชการไม่ได้ตำแหน่งใหญ่โตอะไรหรอก"

"พ่อดุเปล่า"

"ไม่นะพ่อใจดีแต่แม่ดุ"

"จริงเหรอ เราน่ะแม่ใจดีมากๆ แต่พ่อนี่สิดุเกิน"แค่นึกถึงใบหน้าของบิดาแก้มใสก็ทำหน้าสยองแล้ว ดุแต่เธอก็ชอบเอาแต่ใจพ่อของเธอพอเห็นเธอร้องไห้เสียใจก็ใจอ่อนแล้วแต่บางเรื่องท่านก็ไม่แพ้น้ำตาเธอหรอก ดุที่สุด

"ดุขนาดนั้นทำไมถึงได้มาเรียนไกลจังล่ะ"

"อยากรู้เหรอ"

"อยากรู้ดิ"น้ำหวานเริ่มทำหน้าสงสัยแล้วเมื่อเห็นท่าทีของเพื่อนที่ดูเจ้าเล่ห์ออกมาแบบนี้ 

"หนีมาไง"

"ห๊า! พูดจริงดิ"

"ล้อเล่น"แก้มใสหัวเราะชอบใจออกมาเมื่อเห็นสีหน้าตกใจของเพื่อน แต่อันที่จริงเธอไม่ได้พูดเล่นเลยสักนิดเธอหนีมาจริงๆ มีแค่แม่ของเธอเท่านั้นที่รู้เรื่องและช่วยปกปิดให้ที่เธอทำแบบนี้เธอก็มีเหตุผลของเธอเหมือนกัน 

"เธอนี่นะล้อเล่นอยู่เรื่อย"แต่ถามว่านิสัยของอีกฝ่ายเป็นแบบนี้ดีไหมเอาจริงๆ เธอก็ชอบนะรู้สึกว่าแก้มใสเป็นคนพูดมากที่ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกรำคาญเลย ปกติถ้าเป็นคนอื่นเธอคงไม่อยู่ฟังหรอก 

"เฮ้อ"

"ถอนหายใจทำไมหรือว่าเบื่อเรา"แก้มใสถามขึ้นมาทันทีเพราะกลัวว่าเพื่อนจะเบื่อตนเองเหมือนที่ใครอีกคนเคยเบื่อเธอ 

"เปล่า แค่คิดอยากหางานทำน่ะ"

"ค่าใช้จ่ายไม่พอเหรอ ยืมเราไหม"

"บ้า ไม่ยืม ฉันแค่ไม่อยากรบกวนครอบครัวมาก ในเมื่ออยากมาเรียนที่นี่ก็ต้องช่วยเหลือตัวเองให้ได้ ฉ้นเลยอยากหางานทำน่ะแต่งานก็มีแค่ตอนกลางวันที่พอทำได้"

"เรื่องตารางเรียนใช่ไหม"

"อืม ปีหนึ่งเรียนหนักจะตายไปไหนจะกิจกรรมอีก"

"ก็จริง ค่อยๆ หาเดี๋ยวก็หาได้"

"อืม ขอบใจนะ"สองสาวพูดคุยกันต่อพักใหญ่ก่อนจะแยกย้ายกันอยู่ใครอยู่มัน ส่วนใหญ่น้ำหวานก็มักจะอ่านหนังสือทบทวนบทเรียนก่อนนอน แก้มใสก็เล่นเกมส์ฟาร์มตามประสาของเธอ 

อีกด้าน 

วันนี้พวกเตชินท์นัดกันมาที่โต๊ะสนุกเกอร์ พวกเขามักจะเล่นเวลาว่าง แข่งกันขำๆ ไม่ได้จริงจังอะไร ปกติแล้วนอกจากไปที่ผับก็มีที่นี่อีกที่ที่พวกเขามา 

"คืนนี้ไปต่อที่คิงบาร์ไหม"เหมันต์เอ่ยถามพร้อมกับมือที่ยกเบียร์ขึ้นมากระดกลงคอ

"คงไม่กูมีงานต้องทำต่อ"เตชินท์ตอบออกไป 

"งานอะไร"

"เช็คของให้ป๊า"ครอบครองของชายหนุ่มทำธุรกิจหลายอย่างทั้งอสังหาริมทรัพย์ทั้งผลิตอะไหล่รถยนต์ ตั้งแต่ที่ขึ้นมหาลัยเตชินท์ก็เริ่มเรียนรู้งานถึงแม้เขาจะเที่ยวแต่ก็ไม่เคยลืมหน้าที่ตัวเอง 

"มึงล่ะไอ้ลม"

"กูไม่ วันนี้พักพอดีแม่ให้กลับไปนอนบ้าน"

"ไอ้ลูกติดแม่"เหมันต์ว่าเพื่อนไม่ได้จริงจังอะไรมากนัก 

"ไม่ใช่มึงที่ติดผู้หญิง"

"หึ ให้มันติดเถอะได้ข่าวว่าพอเรียนจบมันต้องแต่งงานกับคู่หมั้นมันแล้ว"เตชินท์พูดขึ้นอย่างกวนๆ เพราะรู้ดีว่าเรื่องนี้มันทำให้เหมันต์หงุดหงิดแค่ไหน 

"มึงจะพูดทำไมไอ้เต นี่กูอุตส่าห์ลืมไปแล้ว"

"ลืมแล้วไงถึงเวลามึงก็ต้องแต่งไม่ใช่เหรอ ว่าแต่คู่หมั้นมึงเป็นไงบ้าง"

"ไม่รู้ไม่ได้สนใจ ป่านนี้อยู่ต่างประเทศมั้ง ผู้หญิงน่าเบื่อแบบนั้นกูไม่อยากนึกถึงหรอก"หลายปีแล้วที่เขาไม่ได้เจอหน้าผู้หญิงคนนั้น แค่นึกถึงก็ขนลุกแล้ว ท่าทีของเหมันต์ทำให้เตชินท์กับสายลมส่ายหน้าไปมาด้วยรอยยิ้มขบขัน 

ชายหนุ่มทั้งสามแยกย้ายกันทางใครทางมันหลังจากไม่ได้ไปไหนกันต่อ ชีวิตของเตชินท์ก็เป็นประมาณนี้นอกจากเรียนก็ทำงานและก็ไปเที่ยวสนุกตามวัยรุ่นดีที่ครอบครัวของเขาไม่ได้ยุ่งวุ่นวายมากเพราะพวกท่านให้เขาได้ใช้ชีวิตขอแค่ไม่ทำให้พวกท่านผิดหวังก็พอ 

อีกวันผ่านไป 

ร่างเล็กของน้ำหวานวิ่งหน้าตั้งมาเรียนอีกวิชา วิชานี้แก้มใสไม่ได้เรียนกับเธอทำให้วันนี้คนตัวเล็กต้องมาคนเดียวแต่เพราะความลืมกลัวมาสายทำให้หญิงสาวไม่ทันได้ระวังเธอเผลอชนกับร่างใครอีกคนจนเกิดเสียงดังตุ๊บ ก่อนที่หญิงสาวจะเซล้มไปทับกับคนดังกล่าว

"เฮ้ย เดินยังไงว่ะ"

"ขอโทษค่ะ ขอโทษนะคะ"เธอรู้ว่าตัวเองรีบไปหน่อยเลยไม่ได้ระวังแบบนี้ หญิงสาวจึงรีบเอ่ยขอโทษออกไปแต่พอเธอเงยหน้าขึ้นมา ชายหนุ่มตรงหน้าที่ดูจะหงุดหงิดพอสมควรก็ชะงักไปเล็กน้อย เมื่อเห็นดวงตาของคนตัวเล็กที่สบเข้ากับเขาพอดี 

"ไอ้เตเป็นไงบ้างว่ะ"เหมันต์ถามเพื่อนด้วยความเป็นห่วงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่ฉากโรแมนติกเหมือนที่ในละครบอกเลยสักนิดเพราะต่างคนน่าจะเจ็บพอสมควร

"ไม่เป็นไร"เตชินท์ตอบเพื่อนก่อนจะลุกขึ้น น้ำหวานเองก็เหมือนกัน เธอยกมือขอโทษอีกฝ่ายเพราะรู้สึกผิดจริงๆ 

"เธอไม่เป็นไรนะ"

"เอ่อ ไม่ค่ะ ขอโทษอีกครั้งนะคะถ้าไม่มีอะไรแล้วขอตัวก่อนนะคะพอดีฉันกำลังรีบ"

"อืม"เตชินท์พยักหน้าทำให้น้ำหวานรีบเดินต่อ เธอไม่ได้วิ่งเหมือนตอนแรกเพราะรู้สึกเจ็บข้อเท้าเล็กน้อย คนตัวเล็กเอาแต่บ่นตัวเองที่รีบจนเกิดเรื่องแบบนี้ ไม่น่านอนดึกเลยมัวแต่คิดมากเรื่องหางานจนตื่นสาย

"มองอะไรว่ะ?"สายตาของเตชินท์ที่มองตามแผ่นหลังคนตัวเล็กทำให้เหมันต์เอ่ยถามอย่างจับผิด สายตาเจ้าเล่ห์ที่มองเพื่อนมันทำให้รู้กันว่าหมายถึงอะไร 

"ตกหลุมรักรึไง"นานๆ จะเห็นเตชินท์มองตามสาวแบบนี้ ขนาดสายลมยังรู้สึกสงสัยไม่ต่างกันแต่แค่อีกฝ่ายไม่ค่อยพูดมากปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเหมันต์แทน 

"หลุมรักพ่อง!"

"อ้าวก็เห็นมอง"

"มองไปงั้น จืดๆ แบบนั้นไม่ใช่สเปก"

"ครับ เชื่อครับผม"

"กวนตีน"เตชินท์นึกหมั่นไส้คำพูดของเพื่อนจึงด่ากลับไป พวกเขาพูดคุยกันแบบนี้เป็นประจำอยู่แล้วอาจจะมีคำหยาบกันบ้างแต่ก็ไม่เคยมีปัญหาอะไรกันเพราะรู้จักกันมานาน เป็นเพื่อนกันจนรู้ไส้รู้พุงกันหมดแล้ว 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • กลรักวิศวะเลว/กักขังรักวิศวะเลว/พันธะรักคู่หมั้นวิศวะเลว   พันธะรักคู่หมั้นวิศวะเลว134

    “ปั้มนมเสร็จแล้วเหรอแก้ม น้ำนมเยอะรึเปล่าลูก”“เยอะค่ะ พอสำหรับเจ้าอ้วนสองแสบเลย”ลูกชายเธอกินนมเก่งมากจริงๆ จนเธอแทบผลิตไม่ทันแล้วเนี่ย“ดีๆ มากินข้าวมาแม่ทำอาหารไว้เยอะเลยของบำรุงลูกทั้งนั้นเลย”เรื่องอาหารไว้ใจแม่เลี้ยงศรีจันทร์จริงๆ แก้มใสพยักหน้ายิ้มอย่างมีความสุขก่อนจะนั่งกินข้าวพร้อมกับแม่ๆ ทั้งสอง ในตอนนี้ลูกชายของเธอหลับปุ๋ยไปแล้ว“อืมหนูแก้มแม่หาพี่เลี้ยงเจ้าแฝดได้แล้วนะ ลูกสาวป้าน้อยแม่บ้านที่บ้านแม่เอง จบพยาบาลมาทมีประสบการณ์”“งั้นให้เขามาลองงานก็ได้ค่ะคุณแม่”“เหลืออีกคนใช่ไหม แม่จะช่วยหาให้”มารดาของหญิงสาวเอ่ยขึ้นเพราะคิดว่าการเลี้ยงเด็กแฝดคงต้องจ้างพี่เลี้ยงทั้งสองคนเลยจะได้ไม่เหนื่อยมาก“ค่ะ คงต้องสองคนเลยไม่งั้นคงไม่ทัน”เธอเองก็ช่วยเลี้ยงลูกเพราะตอนกลางคืนลูกอยู่กับเธอมีพี่เลี้ยงก็ใช่ว่าใช่พี่เลี้ยงเลี้ยงตลอด 24 ชั่วโมง เธอจ้างมาให้ดูแลเกี่ยวกับลูกๆ ส่วนแม่บ้านก็ทำงานในส่วนของแม่บ้านไปไม่เกี่ยวข้องกัน“ดีเหมือนกัน ลูกจะได้มีเวลาพั

  • กลรักวิศวะเลว/กักขังรักวิศวะเลว/พันธะรักคู่หมั้นวิศวะเลว   พันธะรักคู่หมั้นวิศวะเลว133

    หลายเดือนผ่านไปแก้มใสปวดท้องคลอดลูกเธอจึงถูกนำตัวมาที่โรงพยาบาล ไม่นานก็เข้าห้องคลอดโดยมีเหมันต์คอยอยู่ข้างๆ ให้กำลังใจอยู่ไม่ห่าง แก้มใสผ่าคลอดเธอทั้งกลัวทั้งตื่นเต้นดีที่ได้มือหนาคอยจับกุมมือเธอเอาไว้ถึงทำให้ความกลัวของเธอลดลงไปอยู่ไม่น้อย“อดทนอีกนิดนะ ลูกเรากำลังจะมาแล้ว”“ค่ะ”“เจ็บรึเปล่า”แก้มใสส่ายหน้าไปมาเพราะยาชาทำให้เธอไม่รู้สึกเจ็บอะไรรับรู้แค่ว่าตรงท้องของเธอมีคุณหมอกำลังทำนู่นทำนี่อยู่ แต่ไม่ได้รับรู้ถึงความเจ็บปวดทรมานเลยสักนิด“เก่งมาก ไม่ต้องกลัวนะพี่อยู่ตรงนี้”หญิงสาวพยักหน้าก่อนเวลาต่อมาไม่ถึงนาทีเสียงลูกชายคนแรกของเธอก็ดังขึ้นวินาทีนั้นแก้มใสน้ำตาไหลทันที มันเป็นความสุขที่บรรยายออกมาเป็นคำพูดไม่ออกเธอดีใจที่ได้ยินเสียงลูกเหมันต์จับมือภรรยาแน่นเขาหัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาแล้ว ได้ยินเสียงลูกน้อยมันทำให้เขามีความสุขเหลือเกิน ไม่นานคนที่สองก็ตามออกมาเสียงร้องดังลั่นผสานเสียงจนคุณหมอต้องแซวว่าเสียงดี หลังจากที่ทำความสะอาดทุกอย่างเรียบร้อยนางพยาบาลก็เอาลูกมาให้ผู้เป็นพ่อแม่เพื

  • กลรักวิศวะเลว/กักขังรักวิศวะเลว/พันธะรักคู่หมั้นวิศวะเลว   พันธะรักคู่หมั้นวิศวะเลว132

    หลังจากที่อาบน้ำเสร็จคนทั้งสองก็ขึ้นมานอนกอดกันอยู่บนเตียงเขาไม่ได้ร่วมรักกับเธอเพราะสงสารลูกน้อยเรื่องนี้เขาถึงต้องเว้นไปก่อนเหมันต์ไม่ได้รู้สึกแย่อะไรเพราะมันเป็นสิ่งที่เขาควรจะต้องทำอยู่แล้ว อีกอย่างแค่ได้นอนกอดเธอเขาก็มีความสุขแล้ววันเวลาผ่านไปรวดเร็วการแพ้ท้องของแก้มใสก็มากขึ้นเรื่อยๆ คนตัวเล็กอาเจียนออกทุกเช้าเลย เหมันต์พอได้ยินเสียงภรรยาสาวอาเจียนก็รีบลุกขึ้นมาดูเธอ ไม่คิดเหมือนกันว่าการอุ้มท้องลูกสำหรับผู้หญิงมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายขนาดนั้น เขาอ่านหนังสือหาข้อมูลต่างๆ เพื่อที่จะดูแลภรรยาตัวน้อยได้“ไหวไหมแก้ม”“ไหวค่ะ”เธอยิ้มตอบกลับมาแต่ใบหน้าโทรมพอสมควร ถึงแม้จะเหนื่อยล้าแต่หญิงสาวก็อดทน“ไปนั่งก่อนเดี๋ยวพี่เอาน้ำผลไม้มาให้จะได้ดีขึ้น”“ค่ะ”ชายหนุ่มรีบลงไปเอาน้ำผลไม้มาให้ การเอาใจใส่ของชายหนุ่มมันทำให้คนตัวเล็กมีความสุข“พวกเจ้าตัวแสบทำไมถึงรังแกแม่ขนาดนี้หืม?”เหมันต์ลูบหน้าท้องโต ตอนนี้แก้มใสท้องเข้าสู่เดือนที่ 5 แล้วแต่ท้องของเธอใหญ่ขึ้นมามากเพราะว่าเธอไม่ได้มีลูกแค่คนเดีย

  • กลรักวิศวะเลว/กักขังรักวิศวะเลว/พันธะรักคู่หมั้นวิศวะเลว   พันธะรักคู่หมั้นวิศวะเลว131

    หัวใจดวงน้อยๆ ของแก้มใสสั่นไหวพอสมควรเมื่อเธอรู้สึกว่าร่างกายของเธอในยามนี้แปลกไปจากเดิมโดยเฉพาะการขาดหายของประจำเดือนที่ควรจะมาแต่ก็ไม่มาทำให้หญิงสาวตัดสินใจซื้อเครื่องตรวจครรภ์มาตรวจเธอคาดหวังไม่น้อยว่าสิ่งที่เธอคิดจะเป็นจริงเพราะในตอนนี้หญิงเศร้าอยากมีลูกแล้ว เธอเห็นน้ำหวานมีเขาอยากจะมีเช่นเดียวกันท้ายที่สุดสิ่งที่เธอรอคอยก็เป็นจริงเมื่อผลตรวจปรากฏขึ้นว่าตอนนี้เธอกำลังตั้งท้องอยู่“ลูกแม่ ฮึก มาแล้วเหรอคะ”เธอดีใจจนน้ำตาซึมรอคอยสามีหนุ่มกลับมาจากที่ทำงานเพื่อที่จะบอกเขาดีให้อีกฝ่ายได้รับรู้ เธอไม่อยากบอกเขาผ่านทางโทรศัพท์เฝ้ารอจนกระทั่งเสียงรถของเหมันต์มาจอดในรั้วบ้าน“ยินดีต้อนรับกลับบ้านค่ะ”หญิงสาวมายืนรอรับเขาเหมือนทุกวันด้วยรอยยิ้มสดใสทุกครั้งที่เหมันต์เหนื่อยล้าจากงานพอได้เจอหน้าเธอมันก็ทำให้เขาหายเหนื่อยแล้ว“ทำไมยิ้มแบบนี้มีเรื่องดีๆอะไรหรือเปล่า”ปกติแก้มใสก็ยิ้มแย้มแต่เขารู้สึกว่าวันนี้มันแตกต่างกว่าทุกครั้ง“เข้าบ้านก่อนสิคะ”ชายหนุ่มพยักหน้าก่อนจะเดินเข้าไปในบ้านพร้อมกับคนตัวเล็ก หญิงสาวหาน้ำเย็นๆ

  • กลรักวิศวะเลว/กักขังรักวิศวะเลว/พันธะรักคู่หมั้นวิศวะเลว   พันธะรักคู่หมั้นวิศวะเลว130

    “กินข้าวกันเถอะ แม่พี่ให้แม่ครัวทำอาหารให้พวกเรา”แก้มใสพยักหน้า ใครบอกว่างานแต่งงานไม่เหนื่อยเธอเถียงใจขาดเลย แต่ก็อย่างว่ามันทั้งเหนื่อยทั้งมีความสุขเช่นกันความหิวทำให้คนตัวเล็กตักข้าวเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ เหมันต์มองมายังภรรยาสาวอย่างเอ็นดู อดไม่ได้ที่จะถ่ายรูปเธอลงโซเชียลของตนเอง แน่นอนพอเขาลงรูปแต่งงานก็มีคนมาคอมเม้นท์มากมายทั้งเพื่อนที่เรียนด้วยกันทั้งรุ่นพี่รุ่นน้อง ใครจะคิดว่าคนอย่างเขาที่เคยเจ้าชู้จะมีวันนี้ได้ ผู้ชายเจ้าชู้ใช่ว่าจะหยุดไม่เป็น เขาเองก็เป็นหนึ่งในนั้นพอเจอผู้หญิงที่รักสุดหัวใจก็พร้อมจะถอดเขี้ยวเล็บทิ้งทันที1 ปีผ่านไปชีวิตการแต่งงานไม่ได้เปลี่ยนไปอะไรมากมายเหมือนตอนที่อยู่กินกัน จะเปลี่ยนก็คงแค่ที่อยู่เมื่อก่อนเขาและเธออยู่คอนโดแต่ตอนนี้สร้างบ้านใหม่เป็นเรือนหอแล้ว แก้มใสเรียนจบแล้วไม่ได้ทำงานอะไรเพราะเขาไม่อยากให้เธอทำงาน หน้าที่นี้เป็นหน้าที่ของเขาเอง ส่วนเธอก็มีหน้าที่ดูแลเขาและมีลูกกับเขาในอนาคต เพราะตอนนี้ทั้งเตชินท์และสายลมก็นำหน้าไปแล้ว เรื่องนี้ชายหนุ่มไม่มีทางยอมแพ้เพื่อนแน่น

  • กลรักวิศวะเลว/กักขังรักวิศวะเลว/พันธะรักคู่หมั้นวิศวะเลว   พันธะรักคู่หมั้นวิศวะเลว129

    หลายวันผ่านไปเหมันต์กับแก้มใสเดินทางมาที่บ้านของพ่อแม่ของแก้มใส การมาขิงคนตัวเล็กทำให้สองสามีภรรยาดีใจไม่น้อย ลูกสาวคนเดียวไปเรียนต่อที่อื่นคนเป็นพ่อแม่ย่อมคิดถึงอยู่แล้ว พ่อเลี้ยงณรงค์เดชยิ้มทักทายลูกเขย ที่ผ่านมาเขาเองก็ให้คนของตนเองคอยดูความประพฤติของลูกเขยคนนี้เช่นกัน พอเห็นว่านิสัยความเจ้าชู้ของเหมันต์ลดลงมันก็ทำให้เขาสบายใจขึ้นมา ไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากให้ลูกสาวแต่งงานกับผู้ชายไม่ดีหรอก“คิดถึงคุณพ่อคุณแม่จังเลยค่ะ”“แม่ก็คิดถึงลูกสาวคนสวยของแม่เหมือนกัน เป็นไงบ้างลูกสบายดีไหมการเรียนเป็นยังไงบ้าง”แม่เลี้ยงศรีจันทร์ถามบุตรสาวด้วยความเป็นห่วงเป็นใยทันที“สบายดีค่ะ การเรียนก็โอเคเลยจบพร้อมเพื่อนแน่นอน”“หึ ลูกสาวแม่เก่งที่สุด แม่เป็นกำลังใจให้นะลูก”“ขอบคุณนะคะ แม่ของแก้มก็เก่งที่สุดเหมือนกัน”สองแม่ลูกอวยกันไปกันมาจนทำให้ทุกสายตาที่จ้องมองอยู่อดไม่ได้ที่จะยิ้มขึ้นมา“มาเหนื่อยๆ ไปพักผ่อนกันก่อนเถอะ ขอบใจนะเหมันต์ที่พาน้องมาหาน้า”

  • กลรักวิศวะเลว/กักขังรักวิศวะเลว/พันธะรักคู่หมั้นวิศวะเลว   กลรักวิศวะเลว7

    น้ำหวานทำงานอย่างตั้งใจ เธอยอมรับว่ามันเหนื่อยไม่น้อยเลยแต่ทว่าก็ไม่ถึงกับว่าทนไม่ไหวแต่เพื่อนของเธอนี่สิเริ่มบ่นเสียแล้ว แก้มใสดูเหนื่อยจนแทบไม่ไหวเพราะหญิงสาวไม่เคยทำงานหนักขนาดนี้มาก่อน ยกถานเครื่องดื่มจนเจ็บมือหมดแล้ว น้ำหวานจึงพยายามช่วยเหลือเพื่อน หน้าที่ของแก้มใสเธอก็อาสาทำแทนให้“ขอบใจนะหวา

  • กลรักวิศวะเลว/กักขังรักวิศวะเลว/พันธะรักคู่หมั้นวิศวะเลว   กลรักวิศวะเลว6

    น้ำหวานคิดไปคิดมาเกี่ยวกับเรื่องงานจนสุดท้ายเธอก็มาสมัครงานที่นี่กะว่าจะลองทำไปก่อนถ้าไม่ไหวก็แค่ออก เธอรู้สึกเสียดายค่าแรงที่จะได้ไม่น้อยเลย ดีหน่อยที่ถึงแม้เธอจะอยู่หอในแต่ทางมหาวิทยาลัยไม่ได้มีกฏเรื่องการกลับหอแต่ก็ต้องแจ้งเอาไว้ว่าทำไมถึงกลับดึกเพราะบางคนก็ทำงานพิเศษด้วย“เธอไม่ต้องคิดมากเรามาท

  • กลรักวิศวะเลว/กักขังรักวิศวะเลว/พันธะรักคู่หมั้นวิศวะเลว   กลรักวิศวะเลว5

    วันต่อมาหลังจากที่เลิกเรียนน้ำหวานจึงจ้องมองข้อความที่อีกฝ่ายทักไลน์พร้อมกับส่งโลเคชั่นที่อยู่ของเขามาให้ เธอบอกกับเพื่อนสนิทว่ามีธุระไม่ได้บอกว่าไปไหนเพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายชักถามว่าทำไมเธอต้องไปช่วยเตชินท์ทำความสะอาดห้อง คนตัวเล็กไม่ได้เล่าเรื่องอุบัติเหตุให้กับเพื่อนฟังอีกด้วยเธอไม่ได้เก็บเป็นคว

  • กลรักวิศวะเลว/กักขังรักวิศวะเลว/พันธะรักคู่หมั้นวิศวะเลว   กลรักวิศวะเลว4

    @ร้านนั่งชิวน้ำหวานมาถึงสถานที่ที่นัดหมายก่อนจะกดโทรศัพท์ทักไปหาพี่รหัสของเธออย่างริต้า คนตัวเล็กในวันนี้สวมใส่กางเกงยีนส์เสื้อคอกลมธรรมดาแต่ทว่ารูปร่างของเธอก็ทำให้ผู้ชายในร้านหันมามองอยู่ดี คนตัวเล็กไม่ได้สนใจสายตาพวกนั้นพอเธอเห็นกลุ่มรุ่นพี่ก็รีบเข้าไปทักทายแต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นรุ่นพี่อีกกลุ่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status