เข้าสู่ระบบ@ร้านนั่งชิว
น้ำหวานมาถึงสถานที่ที่นัดหมายก่อนจะกดโทรศัพท์ทักไปหาพี่รหัสของเธออย่างริต้า คนตัวเล็กในวันนี้สวมใส่กางเกงยีนส์เสื้อคอกลมธรรมดาแต่ทว่ารูปร่างของเธอก็ทำให้ผู้ชายในร้านหันมามองอยู่ดี คนตัวเล็กไม่ได้สนใจสายตาพวกนั้นพอเธอเห็นกลุ่มรุ่นพี่ก็รีบเข้าไปทักทายแต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นรุ่นพี่อีกกลุ่มมาด้วย
“น้องน้ำหวานนั่งเลยๆ ไม่ต้องเกร็งนะคนกันเอง”ริต้าพูดขึ้นข้างกายของเธอมีเตชินท์นั่งอยู่ทำให้คนตัวเล็กที่นั่งลงอยู่ตรงกันข้ามของชายหนุ่มโดยปริยาย
“ค่ะ”เธอพยักหน้ารู้สึกอึดอัดไม่น้อยเลยแต่ก็พยายามยิ้มแย้มให้กับรุ่นพี่ ติณณ์หันหน้ามาพูดคุยกับเธอ ส่วนใหญ่พูดถามเกี่ยวกับการเรียนว่าปีหนึ่งเป็นไงบ้างเรียนหนักรึเปล่าอะไรทำนองนี้ เธอนึกแปลกใจเหมือนกันที่ผู้ชายที่ดูแบดๆ อย่างชายหนุ่มทำไมถึงมาเรียนบัญชีถ้าบอกว่าเรียนพวกวิศวะคงจะเข้ากว่ามาก
“นึกไงมึงอยากมากินกับพวกกูไอ้เต”ติณณ์ถามญาติผู้พี่ที่โทรมาถามว่าวันนี้เขาจะไปไหนพอบอกว่ามีกินสายรหัสอีกฝ่ายก็มาด้วยซะงั้นแถมยังมีเหมันต์สายลมมาด้วยอีกทำให้ในวันนี้โต๊ะเขามีหลายคนเลย
“ไม่ไง อยากเปลี่ยนบรรยากาศเฉยๆ”เตชินท์ตอบออกไปพร้อมกับมือหนายกแก้วเหล้าขึ้นมาดื่ม สายตาของชายหนุ่มตวัดมองคนตรงหน้าเล็กน้อยแต่ก็ต้องหันไปทางอื่นไม่อยากให้ใครสงสัยกับการกระทำของเขา
“เออๆ หลายคนก็สนุกดี น้องน้ำหวานมีคนอื่นมาดื่มด้วยไม่เป็นไรนะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ”
“เออ นี่เหมันต์ สายลมและก็ญาติพี่ ไอ้เตชินท์”จู่ๆ ติณห์ก็แนะนำรุ่นพี่ต่างคณะให้คนตัวเล็กได้รู้จักทำให้น้ำหวานต้องยกมือไหว้ทักทายตามมารยาทที่รุ่นน้องควรมี เธอไม่ได้อยากจะรู้จักอะไรหรอกโดยเฉพาะคนตรงหน้าเธอเพราะสิ่งที่ได้ยินมามันทำให้เธอไม่ชอบเลยสักนิด ไหนจะท่าทีที่พี่รหัสของเธอสนิทสนมกับเขาอีกสรุปแล้วผู้ชายคนนี้กำลังคบหากับใครกันแน่หรือว่าเขาเป็นประเภทที่ว่าคบไปทั่ว
“น้องน้ำหวานไม่ดื่มหน่อยเหรอครับ”เหมันต์เป็นคนชวนคุยขึ้น ทำให้คนตัวเล็กหันหน้าไปมองอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย
“ไม่ค่ะ หวานไม่ชอบดื่มเหล้า”
“อ่า โอเคครับ ดีนะดื่มก็ไม่ดีหรอก”
“ค่ะ”เธอพยักหน้าตอบกลับไป น้ำหวานไม่ได้พูดคุยอะไรมากมายรุ่นพี่ถามคำก็ตอบคำ ส่วนใหญ่เธอจะเป็นผู้ฟังเสียมากกว่าจนกระทั่งนั่งไปสักพักหญิงสาวก็ลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำ เธอรู้สึกเกร็งอย่างบอกไม่ถูกเธอไม่ได้อยากจะคิดไปเองแต่รู้สึกว่ามีคนมองอยู่ตลอดเวลาพอหันไปก็เห็นสายตาของชายคนตรงข้ามที่มองเธออยู่ ไม่รู้เหมือนกันว่าเขามองอะไรเธอนักหรือว่าไม่พอใจที่เธอเคยชนเขาครั้งนั้นแต่เขาก็ไม่ได้เป็นอะไรเสียหน่อยแล้วก็คุยกันจบแล้วนี่น่า
“คงไม่มีอะไรหรอก”เธอบอกตัวเองก่อนจะเดินออกมาจากห้องน้ำหลังร้านแห่งนี้แต่ก็เห็นร่างสูงยืนสูบบุหรี่อยู่หลังร้านเหมือนกัน หญิงสาวไม่ได้สนใจจึงจะเดินหนีแต่เตชินท์เรียกเธอเอาไว้เสียก่อน
“เดี๋ยว”
“คะ? พี่เรียกหวานเหรอ”
“มีคนอื่นอีกรึเปล่าล่ะ”เขาบอกทำให้คนตัวเล็กมองรอบๆ ซึ่งตอนนี้บริเวณนี้ไม่มีใครอื่นนอกจากเธออยู่
“พี่มีอะไรคะ”
“จำฉันไม่ได้เหรอที่เธอเคยชน”
“จำได้ค่ะ แต่วันนั้นหวานขอโทษไปแล้วนะคะ”ใบหน้าเรียบนิ่งของคนตัวเล็กที่มองมาที่ชายหนุ่มเหมือนกำลังไม่เข้าใจกับการที่เขามาพูดแบบนี้กับเธอ
“กลับไปที่บ้านฉันถึงรู้ว่ามีรอยช้ำที่หน้าอก จากการที่เธอชนวันนั้น”เตชินท์พูดโกหกออกมา พอคนตัวเล็กได้ยินก็ดูตกใจไม่น้อยเลย เธอไม่ได้ตั้งใจให้เขาเจ็บตัวไม่คิดว่าการที่เธอชนเขาในวันนั้นจะทำให้อีกฝ่ายเป็นแบบนี้
“พี่เป็นหนักรึเปล่าคะ ไปหาหมอรึยัง”
“ยัง ก็เจ็บอยู่”พอได้เห็นสีหน้าที่ซีดเผือดลงคนตัวสูงก็นึกขำ เขาเขี่ยบุหรี่ทิ้งก่อนจะเดินตรงมาหาคนตัวเล็ก
“เธอจะรับผิดชอบยังไง?”เตชินท์ก้มหน้าลงมาใกล้กลิ่นบุหรี่อ่อนๆ ผสมกับน้ำหอมแบรนด์หรูทำให้น้ำหวานรู้สึกมึนงงไม่น้อย เธอพยายามตั้งสติไม่ตื่นตัวไปกับการกระทำของอีกฝ่ายที่จู่ๆ ก็มาใกล้เธอแบบนี้
“งั้นไปหาหมอไหมคะ ยังมีรอยช้ำอยู่รึเปล่า”เพราะผ่านมาหลายวันแล้วเธอก็ไม่รู้ว่าในตอนนี้เขาเป็นยังไงบ้าง
“ผ่านมาหลายวันแล้วแต่ก็ยังเจ็บๆ อยู่ ไม่ต้องถึงกับต้องไปหาหมอหรอก”
“งั้นพี่จะให้หวานรับผิดชอบยังไงคะ หวานไม่ได้ตั้งใจเสียหน่อย”
“ทำงานบ้านเป็นไหม”เขาถามคนตัวเล็กออกไป หญิงสาวจึงนิ่งชะงักไปเล็กน้อยอย่างไม่เข้าใจที่อีกฝ่ายมาถามเธอในเรื่องนี้แต่เธอก็พยักหน้าตอบเขากลับไป
“งั้นก็ไปทำความสะอาดห้องให้หน่อยเพราะช่วงนี้แม่บ้านไม่อยู่ ฉันก็ยังเจ็บๆ อยู่ด้วยเลยไม่ได้ทำความสะอาดห้องเลย”
“คะ?”เธอตกใจไม่น้อยที่เขาบอกให้เธอไปทำความสะอาดห้องให้แบบนี้ เธอกับเขาไม่ได้สนิทกันเสียหน่อยแบบนี้มันไม่แปลกหรอกหรืออีกอย่างเธอไม่อยากอยู่ใกล้เขาด้วย
“ทำไมทำหน้าแบบนี้หรือไม่รับผิดชอบกับสิ่งที่ตัวเองทำ”เขาเริ่มทำสีหน้าไม่พอใจกับการที่เห็นเธอไม่อยากไปห้องของเขา ปกติมีผู้หญิงอยากจะขึ้นห้องเขาจะตายไป
“ไม่ใช่นะคะแต่ว่า...”
“งั้นก็ตามนี้ ทำความสะอาดห้องฉันแค่อาทิตย์เดียวพอ หลังจากแม่บ้านกลับมาก็ไม่ต้องไปทำหรอก”คนตัวเล็กช่างใจแต่เธอก็รู้สึกผิดที่ทำให้อีกฝ่ายเจ็บตัว อีกอย่างแค่อาทิตย์เดียวคงไม่เป็นไรหรอก
“งั้นก็ได้ค่ะ”เธอตอบตกลงกลับไปคำตอบของเธอทำให้เสือร้ายยิ้มร่าอยู่ในใจที่ทุกอย่างเป็นแบบนี้ เตชินท์ยื่นมือไปหาเธอการกระทำของชายหนุ่มมันทำให้เธอไม่เข้าใจ
“คืออะไรคะ”
“เอาโทรศัพท์มาไง ไม่งั้นจะติดต่อยังไง”
“เอ่อ ก็ได้ค่ะ”เธอจำใจยื่นโทรศัพท์ไปให้อีกฝ่ายกดเบอร์โทรศัพท์ ไม่นานเสียงโทรศัพท์ของชายหนุ่มก็ดังขึ้น เขายื่นให้เธอคืนหญิงสาวก็รีบกลับมาด้วยสีหน้างงๆ เล็กน้อยกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้
“พรุ่งนี้เลยแล้วกัน เลิกเรียนกี่โมงเดี๋ยวไปรับ”
“ไม่เป็นไรค่ะ พี่แจ้งที่อยู่พี่ก็พอ”เธอปฏิเสธเขาออกไปเพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายมารับเห็นเหตุการณ์ก่อนหน้านั้นที่มีผู้หญิงทะเลาะกันเธอเลยกลัวกลัวว่าผู้หญิงของเขาจะมาหาเรื่องเธอถ้าหากเห็นว่าเธอขึ้นรถไปกับเขา
“ไปรับไม่ได้?”
“หวานไปเองดีกว่าค่ะ งั้นพรุ่งนี้พี่ค่อยส่งโลเคชั่นมานะคะ”เธอตัดบทก่อนจะเดินหนีเขาเข้าไปในร้าน การกระทำของหญิงสาวทำให้เตชินท์มองตามหลังนิ่งนัยว่าเธอเป็นผู้หญิงคนแรกเลยก็ว่าได้ที่เดินหันหลังหนีเขาแบบนี้
“หึ น่าสนใจดี”เขายกมุมปากคิดว่าเธอเล่นตัวเพื่อทำให้เขาสนใจมากขึ้นแต่ก็ยอมรับว่าวิธีนี้ของเธอได้ผลดีทีเดียวเพราะมันทำให้เขาสนใจเธอจริงๆ
“ปั้มนมเสร็จแล้วเหรอแก้ม น้ำนมเยอะรึเปล่าลูก”“เยอะค่ะ พอสำหรับเจ้าอ้วนสองแสบเลย”ลูกชายเธอกินนมเก่งมากจริงๆ จนเธอแทบผลิตไม่ทันแล้วเนี่ย“ดีๆ มากินข้าวมาแม่ทำอาหารไว้เยอะเลยของบำรุงลูกทั้งนั้นเลย”เรื่องอาหารไว้ใจแม่เลี้ยงศรีจันทร์จริงๆ แก้มใสพยักหน้ายิ้มอย่างมีความสุขก่อนจะนั่งกินข้าวพร้อมกับแม่ๆ ทั้งสอง ในตอนนี้ลูกชายของเธอหลับปุ๋ยไปแล้ว“อืมหนูแก้มแม่หาพี่เลี้ยงเจ้าแฝดได้แล้วนะ ลูกสาวป้าน้อยแม่บ้านที่บ้านแม่เอง จบพยาบาลมาทมีประสบการณ์”“งั้นให้เขามาลองงานก็ได้ค่ะคุณแม่”“เหลืออีกคนใช่ไหม แม่จะช่วยหาให้”มารดาของหญิงสาวเอ่ยขึ้นเพราะคิดว่าการเลี้ยงเด็กแฝดคงต้องจ้างพี่เลี้ยงทั้งสองคนเลยจะได้ไม่เหนื่อยมาก“ค่ะ คงต้องสองคนเลยไม่งั้นคงไม่ทัน”เธอเองก็ช่วยเลี้ยงลูกเพราะตอนกลางคืนลูกอยู่กับเธอมีพี่เลี้ยงก็ใช่ว่าใช่พี่เลี้ยงเลี้ยงตลอด 24 ชั่วโมง เธอจ้างมาให้ดูแลเกี่ยวกับลูกๆ ส่วนแม่บ้านก็ทำงานในส่วนของแม่บ้านไปไม่เกี่ยวข้องกัน“ดีเหมือนกัน ลูกจะได้มีเวลาพั
หลายเดือนผ่านไปแก้มใสปวดท้องคลอดลูกเธอจึงถูกนำตัวมาที่โรงพยาบาล ไม่นานก็เข้าห้องคลอดโดยมีเหมันต์คอยอยู่ข้างๆ ให้กำลังใจอยู่ไม่ห่าง แก้มใสผ่าคลอดเธอทั้งกลัวทั้งตื่นเต้นดีที่ได้มือหนาคอยจับกุมมือเธอเอาไว้ถึงทำให้ความกลัวของเธอลดลงไปอยู่ไม่น้อย“อดทนอีกนิดนะ ลูกเรากำลังจะมาแล้ว”“ค่ะ”“เจ็บรึเปล่า”แก้มใสส่ายหน้าไปมาเพราะยาชาทำให้เธอไม่รู้สึกเจ็บอะไรรับรู้แค่ว่าตรงท้องของเธอมีคุณหมอกำลังทำนู่นทำนี่อยู่ แต่ไม่ได้รับรู้ถึงความเจ็บปวดทรมานเลยสักนิด“เก่งมาก ไม่ต้องกลัวนะพี่อยู่ตรงนี้”หญิงสาวพยักหน้าก่อนเวลาต่อมาไม่ถึงนาทีเสียงลูกชายคนแรกของเธอก็ดังขึ้นวินาทีนั้นแก้มใสน้ำตาไหลทันที มันเป็นความสุขที่บรรยายออกมาเป็นคำพูดไม่ออกเธอดีใจที่ได้ยินเสียงลูกเหมันต์จับมือภรรยาแน่นเขาหัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาแล้ว ได้ยินเสียงลูกน้อยมันทำให้เขามีความสุขเหลือเกิน ไม่นานคนที่สองก็ตามออกมาเสียงร้องดังลั่นผสานเสียงจนคุณหมอต้องแซวว่าเสียงดี หลังจากที่ทำความสะอาดทุกอย่างเรียบร้อยนางพยาบาลก็เอาลูกมาให้ผู้เป็นพ่อแม่เพื
หลังจากที่อาบน้ำเสร็จคนทั้งสองก็ขึ้นมานอนกอดกันอยู่บนเตียงเขาไม่ได้ร่วมรักกับเธอเพราะสงสารลูกน้อยเรื่องนี้เขาถึงต้องเว้นไปก่อนเหมันต์ไม่ได้รู้สึกแย่อะไรเพราะมันเป็นสิ่งที่เขาควรจะต้องทำอยู่แล้ว อีกอย่างแค่ได้นอนกอดเธอเขาก็มีความสุขแล้ววันเวลาผ่านไปรวดเร็วการแพ้ท้องของแก้มใสก็มากขึ้นเรื่อยๆ คนตัวเล็กอาเจียนออกทุกเช้าเลย เหมันต์พอได้ยินเสียงภรรยาสาวอาเจียนก็รีบลุกขึ้นมาดูเธอ ไม่คิดเหมือนกันว่าการอุ้มท้องลูกสำหรับผู้หญิงมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายขนาดนั้น เขาอ่านหนังสือหาข้อมูลต่างๆ เพื่อที่จะดูแลภรรยาตัวน้อยได้“ไหวไหมแก้ม”“ไหวค่ะ”เธอยิ้มตอบกลับมาแต่ใบหน้าโทรมพอสมควร ถึงแม้จะเหนื่อยล้าแต่หญิงสาวก็อดทน“ไปนั่งก่อนเดี๋ยวพี่เอาน้ำผลไม้มาให้จะได้ดีขึ้น”“ค่ะ”ชายหนุ่มรีบลงไปเอาน้ำผลไม้มาให้ การเอาใจใส่ของชายหนุ่มมันทำให้คนตัวเล็กมีความสุข“พวกเจ้าตัวแสบทำไมถึงรังแกแม่ขนาดนี้หืม?”เหมันต์ลูบหน้าท้องโต ตอนนี้แก้มใสท้องเข้าสู่เดือนที่ 5 แล้วแต่ท้องของเธอใหญ่ขึ้นมามากเพราะว่าเธอไม่ได้มีลูกแค่คนเดีย
หัวใจดวงน้อยๆ ของแก้มใสสั่นไหวพอสมควรเมื่อเธอรู้สึกว่าร่างกายของเธอในยามนี้แปลกไปจากเดิมโดยเฉพาะการขาดหายของประจำเดือนที่ควรจะมาแต่ก็ไม่มาทำให้หญิงสาวตัดสินใจซื้อเครื่องตรวจครรภ์มาตรวจเธอคาดหวังไม่น้อยว่าสิ่งที่เธอคิดจะเป็นจริงเพราะในตอนนี้หญิงเศร้าอยากมีลูกแล้ว เธอเห็นน้ำหวานมีเขาอยากจะมีเช่นเดียวกันท้ายที่สุดสิ่งที่เธอรอคอยก็เป็นจริงเมื่อผลตรวจปรากฏขึ้นว่าตอนนี้เธอกำลังตั้งท้องอยู่“ลูกแม่ ฮึก มาแล้วเหรอคะ”เธอดีใจจนน้ำตาซึมรอคอยสามีหนุ่มกลับมาจากที่ทำงานเพื่อที่จะบอกเขาดีให้อีกฝ่ายได้รับรู้ เธอไม่อยากบอกเขาผ่านทางโทรศัพท์เฝ้ารอจนกระทั่งเสียงรถของเหมันต์มาจอดในรั้วบ้าน“ยินดีต้อนรับกลับบ้านค่ะ”หญิงสาวมายืนรอรับเขาเหมือนทุกวันด้วยรอยยิ้มสดใสทุกครั้งที่เหมันต์เหนื่อยล้าจากงานพอได้เจอหน้าเธอมันก็ทำให้เขาหายเหนื่อยแล้ว“ทำไมยิ้มแบบนี้มีเรื่องดีๆอะไรหรือเปล่า”ปกติแก้มใสก็ยิ้มแย้มแต่เขารู้สึกว่าวันนี้มันแตกต่างกว่าทุกครั้ง“เข้าบ้านก่อนสิคะ”ชายหนุ่มพยักหน้าก่อนจะเดินเข้าไปในบ้านพร้อมกับคนตัวเล็ก หญิงสาวหาน้ำเย็นๆ
“กินข้าวกันเถอะ แม่พี่ให้แม่ครัวทำอาหารให้พวกเรา”แก้มใสพยักหน้า ใครบอกว่างานแต่งงานไม่เหนื่อยเธอเถียงใจขาดเลย แต่ก็อย่างว่ามันทั้งเหนื่อยทั้งมีความสุขเช่นกันความหิวทำให้คนตัวเล็กตักข้าวเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ เหมันต์มองมายังภรรยาสาวอย่างเอ็นดู อดไม่ได้ที่จะถ่ายรูปเธอลงโซเชียลของตนเอง แน่นอนพอเขาลงรูปแต่งงานก็มีคนมาคอมเม้นท์มากมายทั้งเพื่อนที่เรียนด้วยกันทั้งรุ่นพี่รุ่นน้อง ใครจะคิดว่าคนอย่างเขาที่เคยเจ้าชู้จะมีวันนี้ได้ ผู้ชายเจ้าชู้ใช่ว่าจะหยุดไม่เป็น เขาเองก็เป็นหนึ่งในนั้นพอเจอผู้หญิงที่รักสุดหัวใจก็พร้อมจะถอดเขี้ยวเล็บทิ้งทันที1 ปีผ่านไปชีวิตการแต่งงานไม่ได้เปลี่ยนไปอะไรมากมายเหมือนตอนที่อยู่กินกัน จะเปลี่ยนก็คงแค่ที่อยู่เมื่อก่อนเขาและเธออยู่คอนโดแต่ตอนนี้สร้างบ้านใหม่เป็นเรือนหอแล้ว แก้มใสเรียนจบแล้วไม่ได้ทำงานอะไรเพราะเขาไม่อยากให้เธอทำงาน หน้าที่นี้เป็นหน้าที่ของเขาเอง ส่วนเธอก็มีหน้าที่ดูแลเขาและมีลูกกับเขาในอนาคต เพราะตอนนี้ทั้งเตชินท์และสายลมก็นำหน้าไปแล้ว เรื่องนี้ชายหนุ่มไม่มีทางยอมแพ้เพื่อนแน่น
หลายวันผ่านไปเหมันต์กับแก้มใสเดินทางมาที่บ้านของพ่อแม่ของแก้มใส การมาขิงคนตัวเล็กทำให้สองสามีภรรยาดีใจไม่น้อย ลูกสาวคนเดียวไปเรียนต่อที่อื่นคนเป็นพ่อแม่ย่อมคิดถึงอยู่แล้ว พ่อเลี้ยงณรงค์เดชยิ้มทักทายลูกเขย ที่ผ่านมาเขาเองก็ให้คนของตนเองคอยดูความประพฤติของลูกเขยคนนี้เช่นกัน พอเห็นว่านิสัยความเจ้าชู้ของเหมันต์ลดลงมันก็ทำให้เขาสบายใจขึ้นมา ไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากให้ลูกสาวแต่งงานกับผู้ชายไม่ดีหรอก“คิดถึงคุณพ่อคุณแม่จังเลยค่ะ”“แม่ก็คิดถึงลูกสาวคนสวยของแม่เหมือนกัน เป็นไงบ้างลูกสบายดีไหมการเรียนเป็นยังไงบ้าง”แม่เลี้ยงศรีจันทร์ถามบุตรสาวด้วยความเป็นห่วงเป็นใยทันที“สบายดีค่ะ การเรียนก็โอเคเลยจบพร้อมเพื่อนแน่นอน”“หึ ลูกสาวแม่เก่งที่สุด แม่เป็นกำลังใจให้นะลูก”“ขอบคุณนะคะ แม่ของแก้มก็เก่งที่สุดเหมือนกัน”สองแม่ลูกอวยกันไปกันมาจนทำให้ทุกสายตาที่จ้องมองอยู่อดไม่ได้ที่จะยิ้มขึ้นมา“มาเหนื่อยๆ ไปพักผ่อนกันก่อนเถอะ ขอบใจนะเหมันต์ที่พาน้องมาหาน้า”
น้ำหวานทำงานอย่างตั้งใจ เธอยอมรับว่ามันเหนื่อยไม่น้อยเลยแต่ทว่าก็ไม่ถึงกับว่าทนไม่ไหวแต่เพื่อนของเธอนี่สิเริ่มบ่นเสียแล้ว แก้มใสดูเหนื่อยจนแทบไม่ไหวเพราะหญิงสาวไม่เคยทำงานหนักขนาดนี้มาก่อน ยกถานเครื่องดื่มจนเจ็บมือหมดแล้ว น้ำหวานจึงพยายามช่วยเหลือเพื่อน หน้าที่ของแก้มใสเธอก็อาสาทำแทนให้“ขอบใจนะหวา
น้ำหวานคิดไปคิดมาเกี่ยวกับเรื่องงานจนสุดท้ายเธอก็มาสมัครงานที่นี่กะว่าจะลองทำไปก่อนถ้าไม่ไหวก็แค่ออก เธอรู้สึกเสียดายค่าแรงที่จะได้ไม่น้อยเลย ดีหน่อยที่ถึงแม้เธอจะอยู่หอในแต่ทางมหาวิทยาลัยไม่ได้มีกฏเรื่องการกลับหอแต่ก็ต้องแจ้งเอาไว้ว่าทำไมถึงกลับดึกเพราะบางคนก็ทำงานพิเศษด้วย“เธอไม่ต้องคิดมากเรามาท
หลายวันผ่านไป น้ำหวานนั่งทำบัญชีรายรับรายจ่ายที่เธอมักจะชอบทำเป็นประจำเพื่อที่จะรู้ว่าแต่ล่ะเดือนเธอต้องใช้จ่ายอะไรบ้าง หญิงสาวได้ทุนก็จริงแต่ค่าใช้จ่ายเธอก็ต้องหาเอง พ่อแม่เธอให้เงินเดือนเธอห้าพันอันที่จริงท่านถามว่าพอไหมไม่พอจะให้เพิ่มแต่คนตัวเล็กรู้ดีว่ารายได้พ่อแม่ของเธอเป็นยังไง แถมท่านก็มีอา
"น้ำหวานตื่นได้แล้วเดี๋ยวก็ไปเรียนสายหรอก"เสียงปลุกของแก้มใสเพื่อร่วมคณะแถมยังเป็นรูมเมทเธออีกด้วย ทำให้คนตัวเล็กที่กำลังหลับฝันดีสะดุ้งขึ้นมา อันที่จริงเธอตั้งนาฬิกาปลุกเอาไว้แล้วแต่ดูเหมือนว่าแก้มใสจะกลัวเธอตื่นสายจริงๆ "น้ำหวาน~~~!""โอ๊ยยยยตื่นแล้วๆ ไม่ต้องปลุกแล้ว"คนถูกปลุกอ้าปากหาวหวอดๆ ก่อน







