Share

บทที่ 1.2

last update Tanggal publikasi: 2026-03-31 07:17:56

เรื่องน่าขบขันเช่นนี้ถูกชาวบ้านกล่าวถึงอยู่เกือบสิบวัน ผู้เป็นพี่ชายหมายแย่งสินเดิมของน้องสาว อีกทั้งยังเป็นน้องสาวต่างมารดา เรื่องขบขันของตระกูลเมิ่งถูกขุดขึ้นมากล่าวถึงอย่างสนุกปาก

ไม่พอยังกล่าวว่าเมิ่งสวี่ทำให้ฮูหยินเอกของตนขุ่นเคืองจนหนีไปบวชชี อีกทั้งบุตรชายที่เขายกขึ้นเป็นว่าที่ผู้นำตระกูล แท้ที่จริงกลับเป็นบุตรชายที่เคยได้ชื่อว่าเป็นบุตรที่เกิดจากอนุ!!

ฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลเมิ่งโกรธจนเป็นลมหมดสติ หลังได้สติก็ให้แม่นมหยางตรวจสอบบัญชีสินเดิม ตรวจทานจนมั่นใจว่ามีโฉนดร้านขายข้าวสารหายไปจริง!! วุ่นวายกันยกหนึ่งจึงสามารถตามกลับคืนมาได้ กระทั่งพบว่าคนที่ขโมยไปก็คือเมิ่งสวี่ บิดาของนางนั่นเอง...

รถม้ายังไม่ทันได้จอดลงเด็กหญิงคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาบอก มารดาของนางขอให้นางกลับไป เรื่องภายนอกนางไม่ได้อยากรับรู้ อีกทั้งตอนนี้เมิ่งเสวี่ยเยวียนก็นับว่าเติบโตจนปักปิ่นแล้ว ไม่อาจค้างแรมอยู่ข้างนอกนานๆ ไม่อาจรั้งอยู่นอกจวนเกินยามโหย่ว[1] ยิ่งไม่สมควรที่จะไปๆ มาๆ อารามนางชี

ดังนั้น...นอกจากปิ่นหยกเรียบๆ อันหนึ่งที่มารดาฝากเอาไว้ให้ หญิงสาวก็ไม่ได้พบมารดา ยิ่งไม่อาจอยู่ค้างกับมารดาเช่นที่เคยทำก่อนหน้านี้แล้ว

เดิมทีในทุกๆ ปีฮูหยินผู้เฒ่าจะส่งนางมาอยู่ข้างกายมารดาสองสามครั้ง ครั้งหนึ่งก็เดือน สองเดือน สลับกับอยู่ที่จวนเพื่อเรียนรู้เรื่องมารยาทและธรรมเนียมปฏิบัติต่างๆ ตอนนี้นางเติบโตแล้วและใกล้ออกเรือน มารดาไม่ให้นางอยู่ค้างที่อารามก็นับว่าเข้าใจได้ แต่ไม่ให้นางเข้าไปพบคือเรื่องที่ทำให้นางงุนงงและสับสนยิ่ง

“คุณหนูเมิ่งท่านกลับไปเถิด หลายวันมานี้เพราะเรื่องของตระกูลเมิ่งทำให้อารามแห่งนี้วุ่นวายเหลือเกิน มารดาของท่านเพราะถูกเรื่องทางโลกรบกวน แม้แต่สวดมนต์ก็เหม่อลอยบ่อยครั้ง” บ่าวรับใช้ของอารามกล่าวขึ้น “บางทีนางคงไม่อาจสงบใจได้หากว่ายังมีเรื่องทางโลกกระทบกับการบำเพ็ญเพียรเช่นนี้ ท่านเองก็ปักปิ่นแล้ว เติบโตแล้ว ทั้งยังดูแลตัวเองได้เป็นอย่างดี...”

นางถอนหายใจมองเข้าไปยังโถงพระประธาน “รบกวนแล้ว” เรื่องที่เกิดขึ้นรบกวนอารามจริงๆ ไม่คนตระกูลเมิ่งก็คงเป็นคนตระกูลอวี้ที่เวียนกันมาสอบถาม เกรงว่าหลายวันมานี้มารดากับแม่ชีในอารามคงวุ่นวายไม่น้อยจริงๆ

คิดๆ แล้วก็ให้รู้สึกผิด หญิงสาวก็มิได้อยากให้มารดากับคนที่นี่ถูกรบกวน ดังนั้นจึงได้แต่นั่งรถม้ากลับลงเขาด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง

“คุณหนู” ซิ่วเอ๋อร์เห็นท่าทีหดหู่ของผู้เป็นนายก็ได้แต่เป็นห่วง

“ข้าไม่เป็นไร พวกเราเปลี่ยนไปนั่งเล่นที่ร้านเครื่องหอมก็แล้วกัน”

“เจ้าค่ะ”

ร้านเครื่องหอมก็เป็นหนึ่งในร้านค้าที่เป็นสินเดิมของมารดา เมิ่งเสวี่ยเยวียนเรียนรู้เรื่องการดูแลจวน การบัญชี การคำนวณ รวมไปถึงการควบคุมร้านค้าต่างๆ มาจากฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลเมิ่ง นางจึงมีความคิดที่จะเพิ่มมูลค่าของร้านค้าต่างๆ ในมือ

หลายปีมานี้นางไม่ได้ทำตัวเป็นคุณหนูในห้องหอที่เอาแต่รอเก็บเกี่ยวผลประโยชน์เพียงฝ่ายเดียว แต่กลับออกมาดูแลกิจการเหล่านี้ของมารดาอยู่บ่อยครั้ง

ตระกูลอวี้ที่เป็นตระกูลเดิมของมารดาหญิงสาว เดิมทีเป็นคหบดีเก่าแก่อยู่ที่เมืองหนานฝู่ห่างออกไปร้อยลี้[2] ทว่าหลังมารดาแต่งเข้าตระกูลเมิ่งก็ทิ้งคนเก่าแก่อย่างหลงจู๊แซ่หม่าเอาไว้ให้ดูแลบัญชีและการค้าแทน อีกทั้งยังคอยส่งข่าวกลับไปยังจวนตระกูลอวี้ในทุกๆ สองสามเดือน ความสัมพันธ์แม้ห่างเหินไปบ้าง ทว่าก็ไม่ได้นับว่าไม่หลงเหลือความเป็นญาติ

หม่าหลงจู๊นับเป็นคนซื่อสัตย์และละเอียดรอบคอบ เขากับฮูหยินยังมีบุตรสาวคนหนึ่ง ปีนี้อายุย่างเข้าสิบสี่ใกล้ปักปิ่นแล้ว หลายครั้งเมิ่งเสวี่ยเยวียนยังมีโอกาสได้สอนมารยาทอีกฝ่าย ทั้งนี้ก็เพื่อไม่ให้ออกไปไหนมาไหนโดยที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย หม่าไห่จู...เป็นดังไข่มุกเม็ดงามของหม่าหลงจู๊ที่น่าทะนุถนอมและเฉลียวฉลาดยิ่ง

“คุณหนูวันนี้ข้าคัดอักษรได้สิบบทอยากให้ท่านดูเจ้าค่ะ”

“เอาออกมาเร็วเข้า” รู้ว่าหม่าไห่จูมีใจใฝ่รู้นางย่อมยินดีสอน ยิ่งเป็นเรื่องการเขียนอ่านนางก็ยิ่งเต็มใจ ตอนที่ทั้งสองกำลังสนทนาด้านนอกก็มีเสียงโวยวายดังขึ้นคล้ายเสียงคนทะเลาะกัน

ซิ่วเอ๋อร์เดินเข้ามาพร้อมกับป้านชาพูดขึ้น “ด้านนอกมีเสียงทะเลาะกันแล้ว เกรงว่าคงเป็นเรื่องของตระกูลเหยียนกับตระกูลลั่วเจ้าค่ะ”

[1] ช่วงเวลาห้าโมงเย็น

[2] 100 ลี้ เท่ากับ 50 กิโลเมตร

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • กลลวงวิวาห์รัก   บทที่ 6.4 จบ

    “เมื่อช่วงบ่ายท่านหมอเฝิงไปดูอาการมาแล้ว ไม่มีสิ่งใดน่ากังวล แต่ว่าพรุ่งนี้พวกเราแวะไปเยี่ยมนาง เป็นการให้กำลังใจคนสูงอายุ ดีหรือไม่”นางพยักหน้าเร็วๆ ให้เขา เขาลูบศีรษะนางด้วยรอยยิ้ม “มีข้าอยู่ไม่ต้องกังวล”นางกอดเขาซบใบหน้ากับอกกว้างถอนหายใจออกมาเบาๆ “ดีจริงๆ ที่ข้ามีท่าน”เขาหัวเราะ “ก็ต้องเป็นเช่นนั้น ข้าลงแรงไปมากกว่าจะได้แต่งเจ้าเข้าจวน ข้าไม่อยากถูกตำหนิในภายหลังว่าใช้เล่ห์กลหลอกเจ้าแต่งเข้ามา”นางหรี่ตามองเขาด้วยรอยยิ้ม “ยังจะพูดเรื่องนี้”เขาอุ้มนางขึ้น “ได้ ไม่พูดแล้ว วันนี้นอนเร็วหน่อย พรุ่งนี้มีเรื่องต้องทำหลายอย่าง มีหลายที่ต้องไป”ม่านหน้าเตียงถูกปลดลงพร้อมกับเงาของสองสามีภรรยาที่แนบชิดกอดเกี่ยว เสียงกระซิบแผ่วเบาของคู่ยวนยาง กระทั่งค่อนคืนทุกอย่างจึงสงบลง หลงเหลือเอาไว้เพียงเสียงของสายลมและหิมะที่โปรยปราย...เช้าวันหนึ่ง...อยู่ๆ ก็มีเสียงตะโกนและความวุ่นวาย เหยียนจิ่นเหิงที่นั่งดูบัญชีของร้านแลกเงินขมวดคิ้ว เสียงที่กำลังตะโกนนั้นเขาฟังหลายรอบจึงตระหนักว่าเป็นเสียงของเหยียนอวี่คุน“เจ้าพูดว่าอย่างไรนะ”“พี่สะใภ้ขอรับพี่ใหญ่ พี่สะใภ้อยู่ๆ ก็เป็นลมหมดสติ ข้าตามหมอแล้วพี่ให

  • กลลวงวิวาห์รัก   บทที่ 6.3

    “ท่านพี่” นางมองเขาดวงตาปกคลุมด้วยไอหมอก มีความเศร้าปะปน “ท่านพ่อดู...แก่ลงมาก”เขาเงยหน้าขึ้นมองนางจากนั้นอุ้มนางขึ้นนั่งบนตัก กอดปลอบนางเงียบๆ ปล่อยให้นางได้พูดเรื่องในใจ“หลายปีมานี้ข้ารู้ว่าเขาไม่เคยใส่ใจข้า ข้าเองก็ไม่เคยคาดหวัง ทว่าลึกๆ ข้าเคยคิดว่าหากในยามที่เขาไร้ที่พึ่งพิง เขาอาจจะลดทิฐิแล้วมาหาข้า มาเพื่อขอความช่วยเหลือ ทว่าเห็นเขาเมื่อครู่ข้ากลับ...”“หากเขามาข้าข้าจะช่วยเหลือเขาเอง เจ้าไม่ต้องกังวล”“แต่ว่าตระกูลเมิ่ง...”“คุณชายรองดูแล้วน่าจะมีฝีมือในการดูแลการค้ามากกว่า คุณชายใหญ่เขา...ไม่ฉลาด”นางหลุดหัวเราะ “ท่านจะบอกว่าพี่ใหญ่ของข้าโง่?”“เวลาเพียงปีเดียวเขาทำลายกิจการของตระกูลเมิ่งไปเท่าไหร่แล้ว หากท่านพ่อตายังดึงดันเช่นนี้ ต่อไปคงสิ้นเนื้อประดาตัวกระมัง”“หากท่านพ่อมาหาท่านจริงๆ ซึ่งก็คงเป็นเช่นนั้น ท่านจะทำอย่างไร”“ยื่นข้อเสนอให้เขาเปลี่ยนประมุขตระกูลคนต่อไปเสีย คุณชายใหญ่ไม่เพียงโง่งม แต่เขายังชอบเข้าๆ ออกๆ บ่อนตระกูลซวี เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะยอมปล่อยผ่าน หากท่านพ่อตายังทำเป็นไม่รู้ เกรงว่าต่อไปตระกูลเมิ่งแม้แต่จวนก็อาจจะรักษาเอาไว้ไม่ได้แล้ว เจ้าวางใจเถิดเจ้

  • กลลวงวิวาห์รัก   บทที่ 6.2

    “จริงๆ คือข้าอยากช่วยนางด้วย” นางกล่าว “หากตอนนั้นท่านลงมือจริงๆ นางกับคุนคุนเองก็คงมีชีวิตอยู่ต่ออย่างสิ้นหวังไม่ต่างกัน” นางกุมมือเขา ข้ามองเห็นความสิ้นหวังของนาง ยังมองเห็นความสิ้นหวังของท่านด้วย หากพวกท่านทั้งสองทำอะไรไม่ยั้งคิดผู้ที่น่าสงสารที่สุดตอนนั้นก็คือคุนคุน ตอนนั้นข้าเพียงมองเห็นตัวเองแต่ข้ายังโชคดีที่มีท่านย่า ทว่าหากพวกท่านล้วนลงมือคุนคุนก็จะไม่เหลือใครเลย...”เหยียนจิ่นเหิงบีบมือนางแน่นมากราวกับเขาเองก็เพิ่งตระหนักในเรื่องนี้... “ข้า...”“ไม่ต้องพูดแล้ว ตอนนี้ก็มิใช่ดีมากแล้วหรือ”เขายิ้มให้นาง “ใช่ ดีมาก ดีที่สุด” น้องสาวของเขาหัวเราะบ่อยขึ้น เหยียนอวี่คุนเองก็มีท่าทีอยากพูดไม่เก็บตัวเหมือนเมื่อก่อน “ต่อไปก็จะดีขึ้นแน่นอน”“ว่าแต่...ท่านทำอย่างไรพี่รองกับคุณหนูลั่วจึงติดกับ”เอ่อ... “คุนคุนออกมาแล้ว” เขาลุกขึ้นเปลี่ยนเรื่องทันที“ท่านพี่หยุดนะ ท่านเล่ามาให้หมด ท่านนี่เจ้าเล่ห์จริงๆ ข้านึกไม่ถึงเลยว่าทุกอย่างเป็นท่านที่วางแผน คุนคุนจับเขาเอาไว้เร็วเข้า”เหยียนจิ่นเหิงหัวเราะสอดแขนอุ้มเหยียนอวี่คุนขึ้น “คุนคุนพวกเรารีบหนีเร็ว พี่สะใภ้จับได้แล้วว่าพี่ใหญ่ของเจ้าวางแผนหลอ

  • กลลวงวิวาห์รัก   บทที่ 6.1

    “ก็รู้จัก รู้จักนานพอๆ กับที่รู้จักเจ้า วันนั้นที่เจ้าช่วยเขากับน้องสาวข้าเองก็อยู่ไกลๆ ยังช่วยจับโจรเจ้าก็เห็น หลังจากนั้นยังเห็นว่าช่วงที่เจ้ามาเยี่ยมมารดา เจ้าหนุ่มแซ่เหยียนนั่นยังมาแอบดูเจ้าอยู่ตรงนั้น” เขาชี้มือไปยังเนินไกลออกไป “มาทุกครั้งพอเจ้ากลับเขาก็หายไป”“ท่านมั่นใจได้อย่างไรว่าเขามาแอบดูข้า”“ไม่ใช่เจ้าแล้วเขาจะมาแอบดูข้า?” เหล่าจางโบกมือ “หากไม่ใช่เจ้าเขาจะเปลืองแรงหลอกล่อให้พี่ชายเจ้าได้พบกับคู่หมั้นของเขาหรือ แถมสองคนนั้นยังมีใจให้กันอีกด้วย ข้าจะบอกอะไรนะนั่นน่ะไม่ใช่ครั้งแรก”“ไม่ใช่ครั้งแรก?” นางมีท่าทีงุนงง“ใช่ เพราะเขาเคยทำแบบเดียวกันกับพี่ชายคนโตของเจ้า เพียงแต่ว่าคุณหนูคนนั้นน่ะแซ่อะไรนะที่เป็นคูหมั้นของเขา”“แซ่ลั่วเจ้าค่ะ”“ใช่ๆ นั่นละ นางไม่ชอบพี่ชายคนโตของเจ้า แต่นางดันมาตกหลุมพรางเพราะชอบพี่ชายคนรองของเจ้าแทน หากมิใช่เพราะครั้งก่อนเขายอมปกป้องเจ้าจนไม่ห่วงว่าตัวเองจะเจ็บตัว คนเจ้าเล่ห์มากแผนการเช่นนั้นข้าว่าไม่เหมาะกับเจ้าสักนิด แต่ก็นั่นละคนที่แม้แต่ชีวิตตัวเองก็ไม่ห่วง เพื่อปกป้องเจ้ายอมบังเจ้าจากห่าธนู คนโง่มเช่นนี้หาไม่ได้อีกแล้วดังนั้นแต่งให้เขาเจ้าก็

  • กลลวงวิวาห์รัก   บทที่ 5.6

    รุ่งเช้าหญิงสาวลืมตาขึ้นก็พบว่าอ้อมแขนอบอุ่นกอดนางจากด้านหลัง เสียงหายใจเป็นจังหวะกับสัมผัสแนบชิด ทันทีที่ขยับตัวอ้อมแขนก็รัดแน่นเข้า ปลายจมูกโด่งซุกลงมายังซอกคอ “ตื่นแล้วหรือ” เหยียนจิ่นเหิงกระซิบถาม “ยังเช้าอยู่เลย”หญิงสาวพลิกตัวกลับไปมองเขาทว่าทันทีที่เงยหน้าขึ้นจุมพิตก็ประทับลงยังหว่างคิ้ว “ฮูหยิน”“หืม” นางส่งเสียงตอบรับเขากลับยิ้มไม่ได้พูดอะไรต่อ “ท่านจะไม่ลุก?”“สักครู่” เขาดันนางแนบอกหลับตาจากนั้นครู่ใหญ่จึงลืมตาขึ้น “เกรงว่าหากยังไม่ลงจากเตียง ซีเอ๋อร์กับคุนคุนคงเข้ามาดูให้มั่นใจว่าเจ้ายังอยู่”นางหัวเราะประคองใบหน้าของเขาด้วยสองมือ “ท่านพี่”เขาลืมตามองนาง “หืม?”“อรุณสวัสดิ์”เขายิ้มยื่นหน้าเข้ามา “อรุณสวัสดิ์อวี้หลานของข้า” นี่เป็นเช้าแรกของการเป็นสามีภรรยาสองคนอ้อยอิ่งใช้เวลาด้วยกันจนสายโด่ง ออกมาข้างนอกก็พบว่าเหยียนหร่วนซีและเหยียนอวี่คุนรอกินมื้อเช้าอยู่ก่อนแล้ว “พวกท่านมาแล้ว?! ในที่สุดก็มา ข้ากับคุนคุนรอคารวะน้ำชาพี่สะใภ้อยู่”“เช่นนั้นยกเข้ามาสิ” เหยียนจิ่นเหิงนั่งลงพร้อมกับเตรียมของขวัญเอาไว้แล้ว เมื่อสองพี่น้องคารวะน้ำชานางก็ส่งของขวัญให้ ของเหยียนหร่วนซีเป็นเครื่

  • กลลวงวิวาห์รัก   บทที่ 5.5

    นางส่ายหน้า “ไม่เลยเจ้าค่ะ”“ดีๆ ย่าจะจัดการเขาเองเจ้าเตรียมตัวขึ้นเกี้ยวก็พอ”หญิงสาวอยู่เฝ้าผู้เป็นย่าไม่ห่าง แม้แต่ในตอนที่อีกฝ่ายเรียกตัวพี่ชายคนที่สามเข้ามาพบ อีกทั้งยังตัดสินใจยกที่ดินนอกเมืองแปลงใหญ่ให้เขา สมทบเป็นสินสอดให้เขาได้แต่งงาน นอกจากนั้นยังมีพี่ชายคนที่สี่ที่นางมอบร้านใบชาที่ถนนฝู่ซางให้ล่วงหน้า ส่วนเมิ่งเสวี่ยเยวียนก็ได้ตั๋วเงินห้าพันตำลึง หลานห้าคนเรียกได้ว่าล้วนไม่น้อยหน้าไปกว่าใครช่วงที่อยู่เฝ้าผู้เป็นย่าหลังจากนั้นได้มีโอกาสอยู่ตามลำพังกับบิดาบ่อยครั้ง นอกจากท่าทีอึดอัดของอีกฝ่ายนางก็ไม่มีเรื่องใดให้สนทนา ยิ่งเห็นบิดาเต็มไปด้วยความละลายใจแต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่กล้าพูดกับนาง เมิ่งเสวี่ยเยวียนได้แต่บอกตัวเองว่าขอเพียงนางไม่คาดหวัง เช่นนี้แล้วนางก็จะไม่ผิดหวัง...ชุดเจ้าสาวสีแดง หมวกหงส์และผ้าคลุมหน้าเจ้าสาว ขบวนเกี้ยวและสินเดิมยาวเหยียด รายการที่จดบันทึกอย่างละเอียด สินสอดที่เชิดหน้าชูตาคนตระกูลเมิ่ง การแต่งงานที่เชื่อมสองตระกูลคหบดีอันดับหนึ่งอันดับสองเข้าเป็นหนึ่ง ถึงอย่างนั้นด้วยบุคลิกและนิสัยของเหยียนจิ่นเหิง บวกกับเรื่องในอดีตของเขาที่ได้รับการกล่าวขานว่ามือเค

  • กลลวงวิวาห์รัก   บทที่ 1.4

    หญิงสาวสบถมองคนตระกูลเมิ่งที่ให้ความช่วยเหลือในการปิดบังการหลบหนีครั้งนี้ กระทั่งอีกฟากหนึ่งของแม่น้ำเห็นขบวนคนเดินทางที่แต่งกายรัดกุมปราดเปรียว นาง...เพ่งสายตามองบุรุษชุดสีดำนิ่งเหยียนจิ่นเหิง!!! เขาถึงกับมาด้วยตัวเอง“ท่านบอกข้ามาให้หมด พี่รองทำอะไรลงไปกันแน่!!”เหล่าจางกลืนน้ำลายมองเหยียนจิ่นเห

  • กลลวงวิวาห์รัก   บทที่ 1.3

    “ตระกูลเหยียน??” กล่าวถึงตระกูลเหยียนเมิ่งเสวี่ยเยวียนกลับนึกถึงเรื่องราวหนหลังในอดีต ใบหน้าหล่อเหลาทว่าดุดันน่ากลัว ชายหนุ่มผู้มีดวงตาสุขุมลึกล้ำ กลิ่นอายบนตัวเขาให้ความรู้สึกเย็นเยียบพานให้ผู้คนหวาดหวั่น ใบหน้าเปื้อนเลือด สองมือกุมกระบี่ กลิ่นอายของความตายคุกรุ่น ทว่าเบื้องหลังกลับทำเพื่อปกป้องคน

  • กลลวงวิวาห์รัก   บทที่ 1.1

    รถม้าหรูหราคันหนึ่งกำลังแล่นขึ้นเขาตรงไปยังอารามนางชีเมืองหวงฝู่ สตรีที่เพิ่งเลิกม่านรถม้าขึ้นมองออกไปยังด้านนอก แท้ที่จริงก็คือคุณหนูห้าตระกูลเมิ่ง บุตรสาวนายท่านเมิ่งแห่งร้านแพรพรรณอันดับหนึ่งเมืองหวงฝู่ คหบดีที่ทั้งร่ำรวยและมีชื่อเสียง...เมิ่งเสวี่ยเยวียน นามรองอวี้หลาน นางเพิ่งปักปิ่นและกำลัง

  • กลลวงวิวาห์รัก   บทที่ 2.3

    “ยังไม่มีโอกาสได้กล่าวขอบคุณ” เขาเอ่ย “ขอบใจเจ้ามาก...เรื่องครั้งนั้น หากไม่ได้เจ้าข้าคงทำอะไรโง่งมจริงๆ”“ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ช่วยท่านได้ก็ดีแล้ว ข้าเข้าใจว่าตอนนั้นท่านทั้งโกรธและร้อนใจ ที่สำคัญคือท่านสามารถยับยั้งชั่งใจได้ต่างหาก”เขาถอนหายใจ “เรื่องวันนี้อันตรายมาก เหตุใดออกมาด้วยตัวเอง”“เกรง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status