LOGINรั่วหนานเป็นทหารกองกำลังพิเศษ ถูกส่งไปสืบราชการลับในคฤหาสของเจ้าพ่อนักธุระกิจสีเทา แต่กลับถูกเขาจับได้ก่อนจะถูกขังในห้องที่เต็มไปด้วยคำภีย์โบราณ “แม่ทัพปีศาจแห่งเมืองรัตติกาล” เพียงแค่อ่านไปได้1บท เธอกลับรับรู้ถึงแรงดึงดูดวิญญาณ แต่เพียงพริบตากลับเข้ามาอยู่ในร่างของใครบางคนที่…อ่อนแอเหลือเกิน!!
“ทะลุมิติงั้นหรือ!!” มือเล็กรีบควานหาหนังสือกลับพบเจอเพียงสมุดบันทึกเล่มจิ๋ว!! “ถ้าตามหาคัมภีร์เล่มนั้นเจออาจจะได้กลับไปแก้แค้น!!” ทันทีที่ลืมตาตื่นขึ้นมาในขบวนเจ้าสาวของปีศาจ รั่วหนานรีบทบทวนในสิ่งที่อ่านมาก่อนจะพบว่า…คนที่เธอกำลังจะเดินทางไปหา คือแม่ทัพเซิ่งหลง และเธอคิดว่าไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่ดีนัก เพราะเขา…พร้อมปลิดลมหายใจทุกคนทันทีที่เข้าใกล้!! “คิดสิคิด!!” แม้จะพยายามทบทวนในสิ่งที่อ่านคร่าวๆแต่มันก็ริบหรี่นัก โหลวเซิ่งหลงเป็นคนที่น่ากลัว แม้แต่เธอที่เป็นหน่วยรบพิเศษที่ถูกฝึกฝนมาอย่างหนัก ตอนได้อ่านคัมภีร์โบราณในบทที่1 ยังรู้สึกกลัวเขาไปด้วย แล้วมามือเปล่าแบบนี้ เธอจะรอดได้ยังไง!! “ปล่อยนางทิ้งไว้ที่หน้าประตูเมืองเสีย อย่างไรก็ตายอยู่แล้ว” เสียงกลุ่มคนที่พูดคุยกันหลังจากขบวนรถม้าหยุดลงกลางทาง ทำรั่วหนานรีบแหวกม่านดู รัตติกาลที่มืดมิด มีเพียงเสียงลมหวีดหวิวชวนให้ใจหาย “ทำเช่นนั้นก็ดี ใครกันจะอยากเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่ นางตายแล้วพวกเราจำเป็นต้องตายตามหรือ!!” นอกจากเสียงพูดคุยยังมีเสียงขนของบางอย่างนำมามัดติดรถม้ากลางเก่ากลางใหม่ที่เธออาศัยอยู่ด้วย!! ”ส่งนางเสร็จเรากลับไปบอกอ๋องฉีว่าส่งคนเรียบร้อยแล้วที่เหลือให้ทางการจัดการ เท่านี้ท่านโหวก็รอดพ้นการระดมเสบียง!!“ ข้อแลกเปลี่ยนคือ หากสกุลใดมีลูกสาวไปสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับแม่ทัพโหลว ทางหลวงจะยกเว้นการรีดไถเสบียงกับสกุลนั้น!! “บ้าเอ้ย!! ไอ้พวกใจดำ นอกจากส่งคนมาตายยังกล้าตั้งใจโกหกเอาตัวรอดอีก!! ให้พวกแกถูกเสือคาบไปกินสะ!!” คนไร้ที่พึ่งงึมงำภายใต้ผ้าคลุมหน้าสีแดง ก่อนมือบางจะดึงมันออกจากหัวจนสุดแรงด้วยอารมณ์หงุดหงิด มองชุดเจ้าสาวด้วยใจห่อเหี่ยว “จะมีผัวทั้งที ก็จะตายทันทีที่เข้าหอหรือไง ยัยถิงถิง!!“ อดใจไม่ไหวจึงด่าเจ้าของร่างเดิมอย่างฉุนเฉียวในใจ กรุบ กรับ กรุบ กรับ เอี๊ยดดดด “เห้ยย นะ นี่” ไม่ทันได้คิดหาวิธีเอาตัวรอด ขบวนม้าที่วิ่งมาอย่างรวดเร็วจู่ๆก็หยุดลงที่หน้าประตูทางเข้าเมืองแห่งหนึ่ง จากนั้นคนที่มาส่งเธอก็ควบม้าหนีหายไปในความมืด รวมถึงรถม้าที่ขนสาวใช้มา3คนด้วย “เหอะ!! แม้แต่คนบังคับม้ายังเอาตัวรอด!!” คนบังคับม้าให้นางวิ่งหายไปในความมืดเช่นกัน คาดว่าคงนัดแนะกับคนพวกนั้นไปแล้ว รั่วหนานในร่างของซู่เยว่ถิงที่มองสำรวจทุกอย่างด้วยใจเต้นรัว ในหัวคิดขบวนท่าเอาตัวรอด ท่องเอาไว้ให้ขึ้นใจว่า หากเดินทางไม่ถึงจวนแม่ทัพปีศาจก็ไม่เป็นไร หากเจอใครสักคนเธอก็จะลองขอความช่วยเหลือดู!! “มาถึงที่นี่แล้วทำอย่างไรต่อ ในบทแรกเขียนไว้เพียงความโหดร้ายของเซิ่งหลง ทำไมไม่รอให้ฉันอ่านให้จบก่อนเล่าจะได้หาวิธีแก้!!””เพราะเจ้ามันไม่ได้เรื่อง ร่างกายอ่อนแอมาตั้งแต่เกิด ตัวรึก็แคระแกน สมองยิ่งไม่ต้องพูดถึง ข้าจึงต้องไว้ชีวิตมันเพื่อใช้มันเป็นหุ่นเชิด หากเจ้าดีเที่ยบเท่ามัน จะมีเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นหรือ เจ้าต่างหากที่ไร้ประโยชน์ เจ้าลูกโง่!!“ เสียงด่าทอดังขึ้นตลอดทางที่ทหารจับกุมสองพ่อลูกนั้นขึ้นรถม้าส่งกลับจวนและไปที่วัดตามคำบัญชาท่านแม่ทัพ พวกทหารเหล่านี้รอเวลานี้มานาน เวลาที่ท่านโหวผู้เห็นแก่ตัวจะหมดอำนาจ”ใจร้ายเช่นนี้ สมควรแล้วที่สามีข้าจัดการขั้นเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นเกรงว่าจะกลับมาตลบหลังเอาได้“ ร่างเล็กมองสองพ่อลูกอย่างโกรธเคือง “ฮูหยินกลับจวนเถิดเจ้าค่ะ หากท่านแม่ทัพรู้ชินชินตายแน่” ตอนนี้เฉินชินหยู่บุตรสาวพ่อบ้านเฉินกลายเป็นคนสนิทของนางไปแล้ว ไปไหนไปกัน และยังสอนนางหลายๆอย่าง ทั้งการทำอาหาร ขนบธรรมเนียมการดูแลสามีก็ยังมีท่านป้าเฉินและท่านยายคอยชี้แนะซู่เยว่ถิงไม่ได้รู้สึกว่ามันเอาเปรียบอะไร อยู่ต่อหน้าคนอื่นนางยินดีจะจะให้เกียรติเขาอยู่แล้ว โหลวเซิ่งหลงไม่เคยบังคับนางหรือกดนางลงต่ำ เขาอนุญาตให้นางทำตามใจชอบ ทั้งยังฟังความคิดเห็นของนางและนำไปปรับใช้กับกองทัพ มันได้ผลดีในทุกสิ่งที่นางบอก กองทั
”ต้องขอประทานอภัยท่านโหว ความลับที่ข้ากักเก็บมานับยี่สิบกว่าหนาว ควรถ่ายทอดแก่คุณชายของข้าได้แล้วขอรับ ไม่เช่นนั้นข้าคงนอนตายตาไม่หลับ“ แม้ท่าทางจะอ่อนน้อมแต่รอยยิ้มเยาะเย้ยนั้นทำให้อีกคนเต้นเป็นเจ้าเข้า”เฉินหม่าฮวงเจ้าคนทรยศ!! หากรู้เช่นนี้ข้าส่งเจ้าตายไปตามอารักขาสตรีสกุลฟู่ผู้นั้นเสียยังดีกว่า!!“ จี้หยางโกรธจนเลือดขึ้นหน้า มือกำดาบในมือแน่น”แม้แต่ชื่อมารดาข้าก็เกรงว่าท่านพ่อจะลืมไปแล้วกระมัง“ เขาเค้นหัวเราะด้วยความเจ็บปวด“หึ ท่านพ่อกับข้าเป็นห่วงพี่ใหญ่แท้ๆ ท่านกลับเอาเรื่องความหลังมาเอ่ยเช่นนี้ อยากจะลองดีงั้นหรือ ข้าเป็นถึงผู้รักษาการณ์ราชวัง ท่านไม่กลัวว่าข้าจะรายงานความอกตัญญูของท่านจนต้องโทษจากฝ่าบาทหรือไง“ โหลวเมิ่งหยางทนมองสายตาที่พี่ชายต่างแม่ดูหมิ่นไม่ได้ เอ่ยถามอย่างแสดงอำนาจ แต่เซิ่งหลงกลับแหงนหน้าขึ้นหัวเราะ”ท่านพ่อ ท่านซ่อนสตรีอันเป็นที่รักมาได้ตั้งหลายปี แต่กลับมีบุตรชายที่โง่เขลา เมิ่งหยางเกิดห่างจากข้าแค่2เดือนไม่ใช่2ปีตามที่ท่านแจ้งเกิดเสียหน่อย ไม่บอกเขาหน่อยหรือว่า…ที่เขาเป็นความลับมาถึงสองปีเพราะท่านเองก็ไม่ได้ตั้งใจจะมีเขา แต่นั่นสินะ…เมื่อมีแล้วก็ต้องใช้ปร
”เพราะว่าข้าอยากให้ท่านเก็บไว้ระลึกถึงตำแหน่งต้าเจียงจวินของท่านที่ได้มาอย่างยากลำบาก เรือนใหญ่โตนี้แสดงถึงอำนาจที่ท่านมี เพราะฝ่าบาทประทานให้เอง อาจจะผิดแผนตรงที่บิดาท่านเป็นคนตามมาจัดแจง แต่ก็อย่าได้ลืมว่า เขาต้องการให้ท่านกอบกุมความแค้นที่มารดาท่านทิ้งไป“ นางมองหน้าเขาพร้อมกอบกุมแก้มสากเช่นที่เคยทำบ่อยๆ”แต่ตอนนี้ เรารับรู้ความจริงทั้งหมดแล้วเจ้าค่ะ จวนนี้ไม่ใช่ที่ระลึกถึงความแค้น แต่เป็นที่ที่จะประกาศให้ทุกคนรู้ถึงอำนาจของท่าน อำนาจที่แม้แต่บิดาของท่านก็แตะต้องไม่ได้ ท่าน…ยังเจ็บปวดกับการกระทำของบิดาท่านอยู่หรือไม่” นางอยากรู้ความรู้สึกตอนนี้ของเขามากกว่า“ไม่แล้ว…ข้าไม่ได้เจ็บปวดดั่งเช่นที่ผ่านมา มีแต่ความรู้สึกผิด และอยากแก้ไขให้ถูกต้องเท่านั้น“”เช่นนั้นอย่าลดทอนอำนาจตนท่านเอง ท่านจงอยู่สูงจนผู้ใดไม่อาจแตะต้องได้อีก หัวใจของท่านข้าจะขอดูแลเอง จะเป็นบ้านที่อบอุ่นให้ท่าน เพราะท่านก็คือบ้านของข้าเช่นกัน” ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั้งหัวใจ ดวงตาที่เคยดุดันบัดนี้มีแต่ดวงตาที่อ่อนแสง แม้แต่คนสกุลเฉินที่แอบดูอยู่ยังอดน้ำตาไหลไม่ได้“ดีจริงๆ ดีมากแล้วจริงๆ”หลังจากวันนั้นที่ได้รู้ความจริงทุก
”เป็นเรื่องที่ติดค้างใจข้ามานาน จนถึงทุกวันนี้ก็ยังนึกเสียใจที่ตั้งแต่คุณชายเป็นเด็ก เหตุใดข้าจึงหวาดกลัวท่านโหวจนปล่อยให้ท่านเข้าใจผิดมาตลอดยี่สิบกว่าหนาวเช่นนี้“ ตอนนี้ทุกคนย้ายมานั่งที่จวนแม่ทัพ ดอกกล้วยไม้ป่าที่ประดับประดาเต็มจวน ให้ความรู้สึกที่ต่างออกไปจนครอบครัวเฉินมองหน้ากันอย่างมีความสุข”ท่านแม่…ลอบฆ่าท่านพ่อจริงๆหรือขอรับ แล้ว…ข้า…ถูกวางทิ้งไว้ที่จวนใหญ่ก่อนท่านตาจะมารับท่านแม่ข้าหนีไปหรือ“ คำถามของเขาทำทุกคนนิ่งอึ้งไม่เว้นแม้แต่ซู่เยว่ถิง“ท่านพี่” มือบางวางทับลงบนมือแกร่ง แต่เขาตบลงบนหลังมือนางเบาๆให้วางใจ“วางใจเถอะ หากข้าอยากเปลี่ยนแปลงทุกอย่างให้ดีขึ้น ก็ควรเริ่มจากเรื่องของข้ามิใช่หรือ” นางยกยิ้มให้เขาก่อนหันไปพยักหน้าให้ครอบครัวเฉินเล่า นางมั่นใจว่าเขาจะเปิดใจรับฟังได้แล้วจริงๆ“ตอนแรกแย้ม ข้ากับฟู่เจี้ยนหว่านเป็นสหายกัน เดิมทีนางหมั้นหมายกับฝ่าบาทที่ตอนนั้นเป็นเพียงองค์ชายใหญ่ แต่เพราะโหลวจี้หยางไปรบกลับมา โกรธแค้นที่องค์ชายใหญ่ไม่ไปช่วยรบ เมื่อรับชัยชนะก็ขอแต่งงานกับมารดาของท่านทันที แม้จักรพรรดิองค์ก่อนจะไม่อยากยกให้ เพราะท่านเสนาฟู่ไม่ชอบจี้หยาง และไม่อยากรับเป็น
นางไม่ได้โกรธเขาจริงจัง รู้อยู่แล้วว่าเขาเป็นผู้ชายห่ามๆ แค่ไม่ไล่ตะเพิดนางก็นับว่าดีแล้ว”อ่อ ข้าจะจำเอาไว้…แล้วก็อีกราวๆ2-3วัน ครอบครัวของเฉินหม่าฮวงจะย้ายมาอยู่ที่นี่ เจ้าเองจะได้ปรับตัวตามประเพณี“ บางสิ่งนางก็ยังทำไม่ถูกอาจจะเพราะว่านางไม่ใช่คนที่นี่ เรื่องนั้นต้องค่อยๆปรับกันไป”บางสิ่งที่เป็นขนบธรรมเนียมสอนข้าได้ทั้งหมด แต่ว่า…“ นางขยับเข้ามาใกล้ ก่อนจะกอดเขาเต็มแรงจนเซิ่งหลงทำตัวไม่ถูก แต่ก็ยืนนิ่งให้นางกอดเพราะเขาเองก็ชอบ…มันอบอุ่นแบบที่เขาไม่เคยเจอ”เรื่องเดียวที่ข้าต้องการ คืออยากเป็นฮูหยินในแบบของข้า อยากกอดท่านทุกเช้าก่อนท่านไปทำงาน อยาก…“ ปากบางยื่นมาจูบลงบนริมฝีปากหนาก่อนจะถอยตัวออกมา”จูบท่านทุกครั้งที่เรารู้สึกรักกันมากขึ้น แบบนั้นได้หรือไม่เจ้าคะ“ “เห้ออออ” เสียงถอนหายใจจากท่านแม่ทัพใหญ่ทำนางเลิกคิ้วขึ้นอย่างงงงวย“หะ เหตุใดจึงถอนหายใจเช่นนั้น” แม้เขาจะมีสีหน้าที่เย็นชา แต่2-3วันมานี้นางอ้อนอะไรก็เอนอ่อนลงทุกครั้ง แล้ววันนี้เกิดอะไรขึ้นเหตุใดจึงถอนหายใจใส่นาง ไม่ใช่ว่าเขาเบื่อนางแล้วหรือ!!“ข้า โหลวเซิ่งหลง เป็นถึงต้าเจียงจวินแห่งเมืองรัตติกาล นักรบที่ไม่เคยแยแสต่อสต
“รู้ใช่หรือไม่ มีหนแรกต้องมีหนที่สอง” เสียงพูดแผ่วเบาทำนางตาโตก่อนจะแปลเปลี่ยนเป็นหลี่ตาลง“ท่านกำลังกลายเป็นแม่ทัพหื่น ที่กินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม!!” เขาเขี่ยจมูกนางเล่นก่อนหัวเราะในลำคอ“ผิดแล้ว เพราะเจ้าต่างหากที่สอนให้ข้ากินอาหารรสโอชาเช่นนี้ ฮูหยินน้อย…” มือหนากำลังจะดึงผ้าห่มออกแต่นางจับเอาไว้แน่น“ท่านพี่ ข้าปวดร้อนแผลท่านลืมไปแล้วหรือ เมื่อครู่ข้าเพียงอยากปลอบประโลมท่านเท่านั้น และเหมือนกับว่าตอนนี้…ข้าจะเจ็บแผลขึ้นมาเสียแล้ว” คำออดอ้อนของนางทำเขายกยิ้มก่อนจะเห็นตาแป๋วแหว๋วแล้วต้องหัวเราะเสียงก้อง และก้มลงไปหอมแก้มนวลฟอดใหญ่“เช่นนั้นให้เจ้านอน ข้ายังมีเวลาอีกมาก” คนตัวเล็กรีบหลับตาลงทันที ยิ่งเพิ่มพูลความน่ารักขึ้นอีกมากโข“เจ้า…จำแลงแปลงกายมาจากสวรรค์ชั้นฟ้าหรืออย่างไร เหตุใด…ข้าจึงมีความสุขเช่นนี้” ความรักความอบอุ่นอบอวนในหัวใจ โหลวเซิ่งหลงล้มตัวลงนอนและดึงนางเข้ามากอดในช่วงที่สายจนตะวันเกือบตรงหัว ตอนนี้ท่านแม่ทัพแห่งผู้แสนเย็นชาแห่งเมืองรัตติกาลยังไม่ออกมาจากห้องนอนในเรือลำใหญ่ พ่อบ้านเฉินเองก็สั่งคนไม่ให้รบกวน เมื่อคืนเกิดเรื่องวุ่นวาย กว่าฮูหยินจะปลอบโยนท่านแม่ทัพก็เกือบรุ







