LOGINสุดท้ายหลังดูห้องอยู่พักใหญ่ ณรัฐก็มาหยุดอยู่ที่ห้อง Duplex Premium สองห้องนอน ตึก 5 ห้องนี้เพดานสูง โปร่ง กระจกบานใหญ่ มองเห็นวิวมหาวิทยาลัยชั้นล่างมี living room ขนาดใหญ่ ครัวเล็ก โต๊ะอาหาร และห้องนอนอีกหนึ่งห้องชั้นบนเป็น master bedroom พร้อมมุมทำงานและระเบียงเล็ก ๆนาเนียร์เดินดูอยู่ครู่หนึ่งก่อนหันมามองพ่อ “มันใหญ่ไปไหมคะ”“ไม่หรอก” ณรัฐตอบทันที “เผื่อน้องมาค้าง”“ใช่ หนูจะมาแน่ๆ” นีซรีบยกมือ“ผมด้วย” เนโอพูดบ้าง “ถ้าผมสอบเข้าสาธิตเจพีได้ จะมาอยู่เป็นเพื่อนพี่” เนโอพูดถึงการสอบในอีกไม่กี่วันข้างหน้า แต่เขาก็ค่อนข้างมั่นใจว่าผ่านแน่นาเนียร์หัวเราะ“ยังไม่ทันย้ายเลย จะมากันแล้วเหรอ”“ก็หนูกลัวพี่นาอยู่คนเดียวแล้วจะเหงานี่” นีซพูดเสียงอ้อนนีนนารามองห้องอย่างชอบใจ “พี่หมอ ห้องนี้ดูโอเคดีนะคะ”ณรัฐพยักหน้าจริง ๆ เขาตัดสินใจตั้งแต่เห็นระบบรักษาความปลอดภัยแล้ว ที่สำคัญไม่ใช่ penthouse ที่อยู่ชั้นเดียวกับกลุ่มบ้านโชติภิวรรธ และเย็นวันนั้นทุกอย่างก็ถูกจัดการอย่างรวดเร็วเมื่อท่านนายพลวัฒนารู้เรื่อง ก็สั่งให้คนช่วยจัดการเรื่องเอกสารทันที ส่วนคุณหญิงเรไรกำชับคนดูแลเรื่องเฟอร์นิเจอร
“หนูว่าไม่เห็นต้องดูหลายห้องขนาดนี้เลยค่ะพ่อ”เสียงของณราภัทรหรือ “นาเนียร์” ดังขึ้น หลังจากที่เธอเดินตามพ่อกับแม่ขึ้นลงคอนโดของมหาวิทยาลัยเจพีมาเป็นชั่วโมงแล้ววันนี้เป็นวันดูห้องพักก่อนเปิดภาคเรียนของนักศึกษาชั้นปีหนึ่ง คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเจพีอินเตอร์ฯณรัฐในฐานะพ่อผู้ปกติเป็นคนใจเย็นอย่างมาก หากวันนี้กลับอยู่ในโหมดจริงจังอย่างประหลาดในความรู้สึกของทุกคน“ห้องที่จะให้ลูกอยู่ พ่อเขาก็ต้องเลือกดี ๆ สิลูก” นีนนาราพูดพลางยิ้มไปด้วยแต่สายตาก็มองสามีอย่างรู้ทัน ในฐานะแม่และภรรยาเธอเข้าใจทั้งนาเนียร์และสามีตัวเองตั้งแต่มาถึงเธอเห็นเขาถามทุกอย่าง จนเจ้าหน้าที่โครงการแทบตอบไม่ทัน ตั้งแต่ระบบคีย์การ์ด กล้องวงจรปิด ระเบียบการเข้าออกของบุคคลภายนอก ระยะทางจากคอนโดถึงคณะจุดรับส่ง ระบบการจัดการยามฉุกเฉินหรือโรงพยาบาลใกล้เคียงจนสุดท้ายเจ้าหน้าที่เผลอถามอย่างเกรงใจ “คุณหมอทำงานด้านความปลอดภัยด้วยเหรอครับ”ณรัฐนิ่งไปครู่หนึ่ง “เปล่าครับ แต่ผมเป็นพ่อ”ทำเอาทุกคนหลุดหัวเราะทันที“พ่อคะ หนูมาเรียนมหาลัยนะคะ ไม่ได้ไปอยู่ต่างประเทศคนเดียว” นาเนียร์อดบ่นไม่ได้“ก็เหมือนกันนั่นล่ะ” ณรัฐ
เนโอที่นั่งกินข้าวเงียบ ๆ มาตลอดพูดขึ้นบ้าง “จริง ๆ ผมว่าเด็กทำงานก็ไม่ดีนะ มันกระทบพัฒนาการ”ทุกคนหันไปมองด้วยสีหน้าเหมือนถูกช็อตฟิลด์“ลูกอ่านอะไรมาน่ะ” ณรัฐถามขำ ๆ“paper ครับ” เนโอยังคงท่าทางจริงจัง“กินข้าวให้หมดก่อนนักวิจัย” นีซรีบแซวพี่ชาย “แล้วอย่าลืมว่าวันนี้เวรพี่ล้างจานแล้วค่อยไปอ่านเปเปอร์ต่อ” จากนั้นเสียงหัวเราะดังขึ้นทั่วโต๊ะอาหารเมื่อถึงโรงพยาบาลโชติภิวรรธ โดยรอบมีบรรยากาศคึกคักกว่าปกติ เจ้าหน้าที่หลายคนที่ทำงานมาตั้งแต่สมัยนาเนียร์ยังเป็นพรีเซนเตอร์และ Brand Ambassador พวกเขาต่างเข้ามาทักทายครอบครัวณรัติกุลอย่างอบอุ่น“นาเนียร์โตเป็นสาวแล้วนะ”“สวยเหมือนคุณแม่เลย”“สูงมากลูก”เด็กสาวยกมือไหว้ยิ้มหวานอย่างมีมารยาท ณรัฐยืนมองอยู่ไม่ไกลแล้วรู้สึกแปลก ๆ อย่างบอกไม่ถูก เมื่อก่อนลูกยังเป็นเด็กหญิงตัวเล็กวิ่งกอดขาเขาอยู่เลยแต่วันนี้… ลูกสาวเขาเริ่มแต่งหน้าอ่อนๆ เริ่มมีคนมอง เริ่มมีคนชมว่าสวย และสิ่งเหล่านี้มันทำให้เขาไม่สบายใจอย่างประหลาด“คุณพ่อ”เสียงเรียกทำให้เขาหันกลับมา นาเนียร์ยืนอยู่ตรงหน้าในชุดเดรสสีขาวเรียบหรูสำหรับออกงาน “วันนี้หนูโอเคไหมคะ”ณรัฐนิ่
“แม่… วันนี้หนูไปด้วยได้ไหม”เสียงของนีนนลินหรือ “นีซ” ดังขึ้นตั้งแต่ยังไม่ทันนั่งกินข้าวเช้า เด็กหญิงวัยสิบสองยืนกอดแขนแม่อยู่ข้างโต๊ะอาหารพลางทำตาเป็นประกาย“จะไปไหนคะลูก” นีนนาราถามทั้งที่รู้คำตอบอยู่แล้ว“งานโรงพยาบาลไงคะ งานที่พี่นาเนียร์ไปเป็นพรีเซนเตอร์”วันนี้โรงพยาบาลโชติภิวรรธจัดกิจกรรมครบรอบปีขององค์กร และในฐานะพรีเซนเตอร์รุ่นแรกของโรงพยาบาล นาเนียร์ หรือ ณราภัทร ได้รับเชิญกลับไปร่วมงานอีกครั้งเด็กสาววัยสิบห้าปี ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเด็กตัวเล็กในชุดคนไข้โฆษณาโรงพยาบาล วันนี้กลายเป็นวัยรุ่นหน้าตาสะสวย สูงโปร่งและมีความมั่นใจในตัวเองจนเริ่มเป็นที่จับตามอง“ไปได้ค่ะ” นีนนาราพยักหน้า “แต่ห้ามดื้อ ห้ามซน ห้ามเดินไปไหนๆ เองนะคะ”“เย้...” นีซหันไปกอดพี่สาวทันที “พี่นาเนียร์ วันนี้หนูจะไปดูคอนโดพี่ด้วยนะ”นาเนียร์เงยหน้าจากโทรศัพท์สีหน้ายังงงๆ “คอนโดอะไรนีซ”“คอนโดที่แม่เล่าไง ว่าพี่ได้มาตั้งแต่เด็ก”ณรัฐที่กำลังอ่านเอกสารคนไข้อยู่เงยหน้าขึ้นทันที“อ๋อ…” นีนนาราหัวเราะ “ห้องของพี่น่ะเหรอ” นาเนียร์พอจำได้ราง ๆ เพราะสมัยเด็กเธอเคยอยู่ที่นั่นอยู่พักหนึ่ง ในความทรงจำจึงยังมีภาพ
นีนนารามองภาพตรงหน้าอย่างเผลอยิ้ม เด็กสามคนโตขึ้นเร็วมากจริง ๆ จากวันที่นาเนียร์ยังตัวเล็กวิ่งกอดขาเธอ วันนี้ลูกสาวคนโตกำลังเข้าเรียนมัธยมปีที่หนึ่ง ส่วนลูกแฝดก็เริ่มมีโลกของตัวเองชัดเจนขึ้นทุกวันเนโอเป็นเด็กช่างสงสัย ชอบถาม ชอบทดลอง และมักใช้เวลาหลายชั่วโมงอยู่กับหนังสือสารานุกรมหรือคลิปวิทยาศาสตร์ส่วนนีซตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง เด็กหญิงชอบร้องเพลง ชอบเต้น ชอบเล่าเรื่อง และมักเป็นคนพาพี่ชายออกจากโลกส่วนตัวเสมอ“แล้วถ้ามันกลายเป็นผีเสื้อแล้วล่ะ” นีซถามทั้งที่ยังยืนห่าง ๆ“ผมจะปล่อยมันครับ” เนโอตอบทันที “สัตว์มันต้องอยู่ในธรรมชาติ”คำตอบนั้นทำให้ณรัฐเลิกคิ้วนิดหนึ่งก่อนมองลูกชาย “ใจดีเหมือนแม่นะเรา”“ผมว่าผมเหมือนพ่อมากกว่า” เด็กชายตอบทันที“ตรงไหนครับ” คนเป็นพ่อถามต่อ“ชอบวิทยาศาสตร์”ณรัฐหัวเราะออกมาเต็มเสียง “อันนี้จริง”นีนนาราหันมามองพ่อลูกแล้วยิ้ม “งั้นวันนี้คุณนักวิทยาศาสตร์ช่วยแม่รดน้ำผักด้วยนะคะ”“ได้ครับ”“แล้วหนูล่ะ” นีซถาม“นีซช่วยแม่เก็บพริกไหม”“ได้ค่ะ” เด็กหญิงยิ้มกว้างทันที “แต่หนูไม่จับหนอนนะ”“ไม่มีใครบังคับเธอหรอกจ้ะ”นาเนียร์พูดขำๆ ก่อนเดินไปเปิดสายยางเพื่อ
“เนโอ ตัวทำอะไรน่ะ” เสียงของเด็กหญิงนีนนลินหรือ “นีซ” ถามคู่แฝดของตัวเอง เด็กชายณพรรธน์ หรือ “เนโอ” หันมามองคู่แฝดตัวเองแล้วทำสัญญาณให้อีกฝ่ายเงียบ “อย่าเสียงดังสินีซ เราต้องการสมาธิ” ว่าแล้วเด็กชายวัยเก้าขวบก็หันไปก้มหน้าก้มตาสนใจสิ่งตรงหน้าต่อ ในขณะที่นีซเดินมาใกล้ๆ แล้วก็ร้องเสียงดัง“อี๋... ตัวอะไรอะ”บนโต๊ะไม้เล็ก ๆ ริมสวนผัก มีกล่องพลาสติกใสถูกเจาะรูไว้เรียบร้อย ด้านในเต็มไปด้วยใบแก้วสด และหนอนสีเขียวอ้วนป้อมหลายตัวกำลังกินใบไม้อย่างเอร็ดอร่อย“หนอนผีเสื้อ” เนโอตอบเรียบ ๆ ราวกับเป็นเรื่องปกติ “อีกไม่กี่วันมันก็จะเข้าดักแด้แล้ว”“แล้วทำไมต้องเอามาไว้ในบ้าน”“เราไม่ได้เอาเข้าบ้าน” เด็กชายเถียงทันที “นี่ห้องวิจัย”“มันคือระเบียงแม่ต่างหาก” “แม่อนุญาตแล้ว” เนโอยืนยันเริ่มโมโหนิดๆ“แม่” นีซหันไปตะโกนลั่นบ้านทันที“พ่อ... เนโอจับหนอนเข้าบ้านค่ะ”นีนนาราที่เพิ่งเดินออกจากครัว ได้ยินเสียงลูกสาวคนเล็กโวยวายเวลาเดียวกับที่ณรัฐและนาเนียร์กลับเข้ามาพอดี“อะไรกันลูก นีซตะโกนทำไม” หญิงสาวถาม“เนโอจับหนอนเข้าบ้านค่ะแม่ ตัวเบ่อเริ่มเลย” นีซฟ้องณรัฐก้าวเข้ามามือก
เจ้าสัวลูบเครา ท่านไม่พูดอะไรแต่ก็เห็นด้วยกับคนสนิททุกคำ สายตายังคงมองไปทางหญิงสาวที่กำลังช่วยพนักงานจัดของอยู่ไม่ไกล“บางคนพอขึ้นมาอยู่ข้างบนแล้ว… ก็ไม่อยากมองลงไปข้างล่างอีก” ท่านพูดเรียบๆปู่ตงเงียบไป ไม่กล้าต่อความ“กลัวจะเห็นตัวเองในอดีต” ประโยคนั้นเบามาก แต่ก็ดังพอให้คนฟังนิ่งไปเพราะมันตรงม
ประโยคนั้นทำให้คุณหญิงวางนิตยสารลงช้าๆ เงยหน้ามองลูกชาย“เรื่องคอนโดนั่นใช่ไหม”น้ำเสียงของท่านเรียบ เหมือนรู้คำตอบอยู่แล้วหรือพูดให้ถูกก็คือ ท่านรอให้ลูกชายกลับมาคุยกันที่บ้านณรัฐนิ่งไปนิดหนึ่ง “ใช่ครับ แล้วก็มีเรื่องอื่นด้วย เช่นเรื่องหนิง… กับลูก”แววตาของคุณหญิงเปลี่ยนไปเล็กน้อย “แม่ก็เพ
“แล้วอีกอย่าง…” นีนนาราพูดต่อน้ำเสียงยังเรียบเหมือนเดิม “ฉันไม่สามารถตอบรับอะไรคุณได้ เพราะตอนนี้ฉันยังไม่รู้เลยว่าคุณเป็นคนแบบไหนกันแน่”เขาชะงักไม่เข้าใจความหมายของเธอ“คนที่บอกว่าอยากดูแลฉัน แต่พอมีปัญหาก็เลือกเดินออกไปเลยง่ายๆ คนที่บอกว่าให้ห้องนั้นเป็นของฉันแต่สุดท้ายฉันกลับโดนไล่ออกมาแบบ
“คุณหญิงครับ คุณหมอทราบแล้วนะครับว่าคอนโดเมื่อสองปีก่อน คุณหญิงเป็นคนสั่งระงับการโอนให้คุณนีนนารา และให้ขายคนอื่นไปแทน” ทนายรายงานคุณหญิงเรไรเรื่องที่คุยกับณรัฐ“แล้วเขาว่ายังไง” คุณหญิงถาม“ฟังจากเสียงคงจะโกรธมากครับท่าน” ทนายตอบ“ก็ไม่เป็นไร ช่างมันเถอะเดี๋ยวเขาก็ลืมมันเอง” คุณหญิงทำท่าจะไ







