Beranda / วาย / กลิ่นแก้วในสวนพลับ / ตอนที่ 9 : เงาไม้ที่ทอดยาว

Share

ตอนที่ 9 : เงาไม้ที่ทอดยาว

Penulis: Chanan
last update Tanggal publikasi: 2026-08-14 14:39:24

      หลังคลื่นลมแรงในใจสงบลงท่ามกลางละอองหมอกที่ท้ายแปลง ความเงียบเชียบทว่าหนักแน่นก็เข้าปกคลุมคนทั้งสองอีกครั้ง แก้วตายังคงทำหน้าที่คอยช่วยงานบนเรือนใหญ่ตามเดิม ปลายนิ้วชี้ที่ถูกเศษกระเบื้องบาดบัดนี้มีเพียงผ้าพันแผลสะอาดครอบทับไว้ แผลกายนั้นไม่กี่วันก็ตกสะเก็ด หากแต่แผลใจจากคำนินทาและกรอบความต่างชั้นกลับยังต้องการเวลาเยียวยา สิ่งเดียวที่กระต่ายน้อยใช้ยึดเหนี่ยวในยามประหม่า คือผ้าเช็ดหน้าผืนหนาของพ่อเลี้ยงภูผาที่ถูกซักตากจนแห้งกรุ่น และพับเก็บไว้อย่างดีในกระเป๋าเสื้อข้างซ้าย... แนบสนิทกับตึกตักของก้อนเนื้อข้างใน

      บ่ายคล้อยของวันใหม่ แดดสีเหลืองนวลสาดส่องลงมากระทบลานปูนหน้าส่วนออฟฟิศบริหาร ไล่ไอชื้นจากน้ำค้างให้ระเหยกลายเป็นไอจาง ๆ แก้วตาหอบแฟ้มสรุปยอดจองผลพลับสดก้าวลงมาจากเรือนใหญ่เพื่อส่งต่อให้ผู้จัดการไร่ หลังจากส่งมอบงานและพูดยิ้มแย้มกับผู้อาวุโสเสร็จ เด็กหนุ่มก็ขอตัวเดินเลี่ยงมาทางซอกอาคารเพื่อหวังจะกลับขึ้นไปทำงานต่อ

      "อ้าว น้องแก้วตาครับ..."

      เสียงทักทายที่นุ่มนวลทว่าไม่คุ้นหูดังขึ้นจากหัวมุมตึก ดึงให้เรียวเท้าเล็กต้องชะงักลง ก่อนจะพบว่าปลัดอนันต์ ในชุดลำลองดูผ่อนคลายกำลังก้าวเข้ามาหาพร้อมรอยยิ้มละไม ในมือของข้าราชการหนุ่มมีถุงกระดาษจากร้านเบเกอรี่ชื่อดังในตัวเมืองติดมาด้วย

      "สวัสดีครับ... ท่านปลัด" แก้วตาค้อมตัวทักทายอย่างนอบน้อม พลางขยับถอยหลังครึ่งก้าวตามสัญชาตญาณของการรักษาระยะห่าง

      "บอกแล้วไงครับว่าถ้าอยู่ลำพังให้เรียกพี่อนันต์" ปลัดหนุ่มเอ่ยปนหัวเราะ สายตาทอประกายชื่นชมผิวพรรณหมดจดของเด็กหนุ่มอย่างเปิดเผย ก่อนจะสะดุดเข้ากับข้อมือเล็กที่มีผ้าสีขาวพันอยู่ "แล้วนั่น... นิ้วไปโดนอะไรมาครับ ท่าทางจะเจ็บน่าดูเลยนะ"

      "อุบัติเหตุนิดหน่อยครับ แก้วไม่ทันระวังเอง ตอนนี้ใกล้หายดีแล้วครับ" แก้วตาตอบเลี่ยง ๆ พลางซ่อนมือแผลไว้ด้านหลัง ใบหน้าหวานแฝงกิริยาถ่อมตน

      "ทีหลังต้องระวังเนื้อระวังตัวหน่อยนะครับ คนผิวบาง ๆ ไม่เหมาะกับบาดแผลหรอก" ปลัดอนันต์เอ่ยเสียงนุ่ม พลางยื่นถุงขนมเค้กเนื้อนุ่มส่งให้ตรงหน้า "พี่เข้าเมืองไปประชุมมา เห็นขนมเจ้านี้น่าอร่อยเลยนึกถึงน้องแก้วตา คราวนี้รับไว้เถอะนะครับ พี่ตั้งใจซื้อมาฝากจริง ๆ"

      "คือ... แก้วเกรงใจครับพี่อนันต์ ของฝากคราวก่อนแก้วก็ยัง..." เด็กหนุ่มอึกอัก มือบางดันถุงขนมคืนแผ่วเบาด้วยความอึดอัดใจ ในหัวพาลนึกถึงสายตาคมดุของเจ้าของไร่หนุ่มขึ้นมาทันที หากเขารับของจากคนนอกมาอีก บรรยากาศบนเรือนใหญ่คงได้หนาวเยือกยิ่งกว่าเดิม

      "อย่าคิดมากเลยครับ พี่ให้ด้วยความเอ็นดู..." ข้าราชการหนุ่มยังคงไม่ลดละ ชายหนุ่มสืบเท้าเข้าหาอีกก้าว พลางยื่นมือออกไปหวังจะกุมมือบางเพื่อบังคับให้รับถุงขนมไป

      ตึก... ตึก... ตึก...

      ทว่า ปลายนิ้วของปลัดหนุ่มยังไม่ทันได้สัมผัสผิวเนื้อเนียน เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและสม่ำเสมอก็ดังขัดจังหวะมาจากทางด้านหลังซอกตึก ร่างสูงใหญ่กำยำของพ่อเลี้ยงภูผาก้าวพ้นมุมอาคารออกมาพอดี ชายหนุ่มอยู่ในชุดทำงานเสื้อเชิ้ตสีทึบพับแขนเสื้อขึ้นลวก ๆ ในมือถือแฟ้มตรวจงานค้างไว้

      ทันทีที่นัยน์ตาคมกริบสีนิลตวัดมาเห็นภาพข้าราชการหนุ่มกำลังยืนต้อนผู้ช่วยตัวเล็กของเขาจนแทบชิดผนัง แววตาคู่คมก็วาวโรจน์ขึ้นมาดื้อ ๆ รังสีความเฉียบขาดและกระแสอารมณ์กรุ่นหวงแผ่ซ่านออกมาจนอากาศรอบกายพลันสะดุดกึก คนงานสองสามคนที่กำลังเดินผ่านมาแถวนั้นถึงกับรีบก้มหน้าหลบฉากไปอย่างรู้แกว

      ภูผาสืบเท้าก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างคนทั้งสองอย่างเงียบเชียบทว่าทรงพลัง แผ่นอกกว้างและแผ่นหลังหนาบดบังร่างบอบบางของแก้วตาไว้จนมิด เงาร่างสูงใหญ่ทอดข่มขวัญผู้มาเยือนอย่างเป็นต่อ ก่อนจะตวัดสายตาคมปลาบดั่งใบมีดมองปลัดหนุ่มหน้านิ่ง

      "มีธุระข้าราชการด่วนอะไรอีกงั้นเหรอครับท่านปลัด... ถึงได้มาเดินตรวจตราแถวหน้าออฟฟิศกลางของผมบ่อยขนาดนี้" เสียงทุ้มต่ำทรงพลังของภูผากดต่ำจนคนฟังรู้สึกเสียวสันหลังวาบ กระแสเสียงเยือกเย็นแฝงไปด้วยระลอกความขัดใจที่ปิดไม่มิด

      ปลัดอนันต์ชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าเจื่อนลงไปนิดเมื่อเจอแรงกดดันจากชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่เดินดุ่มเข้ามาขัดจังหวะ ทว่าเขาก็ยังคงรักษาท่าทีสุภาพ "สวัสดีครับพ่อเลี้ยง พอดีผมนำเอกสารประสานงานเรื่องโควตาการส่งออกใบชาล็อตใหม่มาส่งให้ทางผู้จัดการไร่น่ะครับ พอเดินออกมาเห็นน้องแก้วตากำลังจะกลับขึ้นเรือนพอดีเลยแวะทักทายเอาขนมให้ ไม่มีเจตนาจะรบกวนเวลาทำงานหรอกครับ"

      "เรื่องเอกสาร... ส่งมอบเสร็จแล้วก็ถือว่าหมดหน้าที่ครับ ส่วนเรื่องของฝาก... ผมเคยแจ้งไปแล้วว่าคนงานไร่ภูผาตะวันมีสวัสดิการดีพอ ไม่จำเป็นต้องรบกวนคนนอก" ภูผาตอกกลับเสียงเรียบ ทว่าคำว่าคนนอกกลับหนักแน่นและเฉียบขาดจนบรรยากาศอึดอัดขึ้นเท่าตัว ชายหนุ่มไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ทักท้วง ตวัดสายตาเชิงสั่งลงมามองเด็กหนุ่มที่ยืนตัวลีบอยู่ข้างหลัง "แก้วตา... ส่งแฟ้มเสร็จแล้วใช่ไหม ทำไมไม่รีบกลับขึ้นเรือนใหญ่ ไปชงชาร้อนให้ฉันเดี๋ยวนี้"

      "คะ...ครับพ่อเลี้ยง แก้วจะรีบไปเดี๋ยวนี้ครับ" แก้วตาอ้อมแอ้มตอบ เสียงหวานสั่นเครือน้อย ๆ ด้วยความประหม่า เด็กหนุ่มรีบค้อมหัวให้ปลัดอนันต์เล็กน้อยเป็นการขอตัว ก่อนจะหมุนตัววิ่งดุ๊ก ๆ กลับขึ้นไปทางเรือนใหญ่อย่างรวดเร็วราวกับกระต่ายน้อยที่หลุดจากวงล้อม

      ภูผามองตามแผ่นหลังบางที่จมอยู่ในเสื้อไหมพรมของตนไปจนสุดสายตา จนกระทั่งร่างเล็กหายลับเข้าไปในตัวเรือนใหญ่ ชายหนุ่มจึงหันกลับมาเผชิญหน้ากับปลัดอำเภอหนุ่มอีกครั้ง นัยน์ตาคมกริบฉายแววจุดประกายความเป็นเจ้าของอย่างเด่นชัด ขบกรามแน่นจนขึ้นเป็นสันนูน

      "ไร่ภูผาตะวันยินดีให้ความร่วมมือเรื่องงานราชการเสมอครับท่านปลัด... แต่เรื่องส่วนตัว หรือเรื่องของคนบนเรือนใหญ่ของผม... ผมหวังว่าท่านปลัดจะให้เกียรติและรักษาระยะห่างตามความเหมาะสมด้วย"

      พูดจบ พ่อเลี้ยงภูผาก็ไม่ได้อยู่รอฟังคำตอบ ชายหนุ่มหมุนตัวเดินก้าวเท้าฉับ ๆ กลับขึ้นเรือนใหญ่ไปทันที ทิ้งให้ปลัดอนันต์ยืนนิ่งค้างท่ามกลางสายลมหนาว รอยยิ้มสุภาพบนใบหน้าของข้าราชการหนุ่มแปรเปลี่ยนเป็นแววตาครุ่นคิด ชายหนุ่มมองตามเงาร่างสูงใหญ่ของพ่อเลี้ยงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เริ่มท้าทาย

      ภายในห้องทำงานเรือนใหญ่ บรรยากาศตกสู่ความเงียบสงบที่มีเพียงเสียงสายลมหนาวพัดผ่านบานหน้าต่าง แก้วตาประคองถาดน้ำชาร้อนเข้ามาวางลงบนโต๊ะทำงานไม้สักอย่างระมัดระวัง ใบหน้าหวานก้มต่ำ แววตาเรียวรีฉายแววสับสนและระคนประหม่ากับท่าทางเอาแต่ใจและดุดันของพ่อเลี้ยงภูผาเมื่อครู่

      แกรก...

      ประตูห้องทำงานเปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงใหญ่ของพ่อเลี้ยงภูผา ชายหนุ่มเดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทางหัวเสีย ชายหนุ่มถอดแฟ้มงานในมือออกโยนไว้บนโต๊ะเสียงดังปึก ก่อนจะสืบเท้าเข้ามาหาแก้วตาที่ยืนก้มหน้านิ่งอยู่ข้างโต๊ะทำงาน

      "ทำไมต้องไปยืนให้มันแจกขนม... สนิทกันมากขนาดนั้นเลยงั้นเหรอ" ภูผาเปิดฉากดุเสียงเข้ม นัยน์ตาคมกริบจับจ้องลึกเข้ามาในดวงตาเรียวรีอย่างต้องการเอาเรื่อง ความหึงหวงที่แสดงออกผ่านการบงการและจำกัดพื้นที่ทำเอาบรรยากาศในห้องอึดอัดขึ้นเท่าตัว

      แก้วตาขยับกายถอยหลังหนีจนหลังติดขอบโต๊ะ เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นสบตาคม แววตาเรียวรีรื้นไปด้วยหยาดน้ำตาจาง ๆ ด้วยความน้อยใจในความพาลของคนตรงหน้า "แก้วไม่ได้สนิทครับพ่อเลี้ยง... พี่อนันต์เขาแค่เอาขนมมาฝากตามมารยาท แก้วปฏิเสธแล้วแต่เขาไม่ยอม... แก้วเป็นแค่ลูกคนงาน ไม่มีสิทธิ์เลือกที่จะไม่คุยกับข้าราชการผู้ใหญ่หรอกครับ พ่อเลี้ยงอย่ามาพาลใส่แก้วเลย"

      "แก้วตา!" ภูผาตวาดเสียงต่ำ ความอดทนที่มีหายไปสิ้นเมื่อเห็นท่าทางเว้นระยะห่างและแววตาตัดพ้อของเด็กตรงหน้า ชายหนุ่มก้าวเข้าไปประชิด คว้าข้อมือบางข้างที่ไม่ได้เจ็บของแก้วตาไว้แน่นแล้วดึงให้ร่างเล็กยืนขึ้นเผชิญหน้า เงาร่างสูงใหญ่ทอดลงมาครอบคลุมตัวคนตัวเล็กไว้จนมิด

      "ปล่อยแก้วเถอะครับพ่อเลี้ยง... มันไม่เหมาะสม แก้วเจียมตัวเสมอว่าตัวเองอยู่ฐานะไหน ไม่ควรมาทำให้พ่อเลี้ยงคอยอารมณ์เสียแบบนี้ พ่อเลี้ยงควรจะเก็บเวลาไปดูแลคุณหนูศิรินทร์เถอะครับ..." แก้วตาพยายามดิ้นรน น้ำเสียงหวานใสสั่นสะท้านด้วยความเจ็บแปลบในอก ความจริงเรื่องความต่างชั้นที่คอยย้ำเตือนแล่นกลับเข้ามาตอกย้ำในใจ

      ภูผาชะงักกึก นัยน์ตาคมดุไหววูบอย่างรุนแรงเมื่อรับรู้ถึงสาเหตุที่ทำให้กระต่ายน้อยของเขาพยศและตีตัวออกห่าง ความเดือดดาลมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความร้อนรนใจและความห่วงใยอันมหาศาล ชายหนุ่มไม่ยอมปล่อยมือแต่กลับกระชับวงแขน รวบร่างบอบบางของแก้วตาเข้ามาแนบชิดกับอกกว้างหนาบึกบึนจนแทบไม่มีอากาศคั่นกลาง

      "ฉันบอกกี่ครั้งแล้ว... ห้ามพูดคำแบบนั้นให้ฉันได้ยินอีกแก้วตา" ภูผากระซิบเสียงทุ้มพร่าต่ำ ทว่าหนักแน่นดั่งขุนเขา ชายหนุ่มก้มใบหน้าคมคายลงมาจนหน้าผากชนกับหน้าผากมนของแก้วตา สายตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเรียวรีราวกำลังคาดโทษ ทว่าฝ่ามือหนาที่เช็ดน้ำตาบนแก้มใสอย่างเบามือนั้น กลับอ่อนโยนดั่งสายลมอุ่น "เรื่องคุณหนูศิรินทร์... มันเป็นแค่เรื่องธุรกิจซื้อขายผลผลิต ไม่มีอะไรเกินเลยไปกว่านั้น... เข้าใจไหมเด็กดื้อ"

      คำอธิบายแกมบังคับทว่าเปี่ยมไปด้วยความเอาใจใส่และเกื้อกูลทำเอาหัวใจดวงน้อยของแก้วตากระตุกวูบสั่นไหวอย่างรุนแรง ใบหน้าหวานร้อนฉ่าจนแก้มกลมขึ้นสีแดงจัดลามไปจนถึงใบหู สองมือเล็กกำสาบเสื้อไหมพรมของคนตัวโตแน่น ความน้อยใจและความสับสนในอกหายไปสิ้น เหลือเพียงระลอกความอบอุ่นสายหนึ่งที่แผ่ซ่านเข้าสู่หัวใจ

      "เข้าใจแล้วครับพ่อเลี้ยง... แก้วจะไม่พูดแล้วครับ" แก้วตาอ้อมแอ้มตอบ เสียงหวานสั่นระทวยแทบไม่เหลือเสียงพูด ซ่อนหน้าลงกับแผงอกกว้างเพื่อหลบสายตาคม

      ภูผายกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ ชายหนุ่มยอมปล่อยร่างเล็กให้เป็นอิสระอย่างอ้อยอิ่ง ก่อนจะตบไหล่บางแผ่วเบาหนึ่งทีเพื่อเรียกสติ "ดีมาก... นั่งลงทำแผลต่อเถอะ แล้วอย่าให้ฉันเห็นว่าแอบไปรับขนมจากใครอีกเข้าใจไหม"

      ภายในห้องทำงานอันเงียบสงบที่มีเพียงเสียงสายลมหนาวพัดผ่าน... แม้จะยังไม่มีคำบอกรักหลุดออกมาอย่างตรงไปตรงมา และเส้นแบ่งระนาบทางสังคมยังคงชัดเจน ทว่าสัมผัสอันแสนทะนุถนอมและหัวใจที่อบอุ่นของพ่อเลี้ยงภูผา กำลังทำลายกำแพงความกลัวในใจของแก้วตาลงทีละน้อย...

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • กลิ่นแก้วในสวนพลับ   ตอนที่ 30 : พายุเงียบในห้องโถง

    ความเงียบอันเหน็บหนาวทวีตัวแน่นหนาจนแทบไม่มีอากาศหายใจอยู่กลางโถงเรือนใหญ่ไม้สักทอง ควันจากถ้วยชาพลับร้อน ๆ ของคุณหญิงพิมพาลอยม้วนเอื่อยเฉื่อยขึ้นสู่เพดานสูง ขัดกับกระแสอารมณ์อันตึงเครียดและกดดันจนแทบจะระเบิดออกของคนในห้อง พ่อเลี้ยงภูผายังคงยืนตระหง่าน บดบังร่างเล็กโปร่งของแก้วตาไว้ด้านหลังด้วยเงาร่างหนาบึกบึน ฝ่ามือหนากำเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาวซีด เส้นเลือดบนขมับปูดโปนขบกรามจนเป็นสันนูน ชายหนุ่มผู้ทรงอำนาจแห่งไร่ภูผาตะวันบัดนี้กลับตกอยู่ในสภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกและยากที่จะปฏิเสธข้อบังคับอันเด็ดขาดของผู้เป็นป้า"ทำไมเงียบไปล่ะตาภู... คำสั่งของฉันมันเข้าใจยากตรงไหน" คุณหญิงพิมพาเอ่ยทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงที่เรียบเนิบ ทว่าทอดระลอกความเด็ดขาดกดข่มอย่างเหนือกว่า "ในเมื่อเรื่องรุ่มร่ามประพฤติตนข้ามเส้นแบ่งฐานะมันหนาหูขึ้นมาถึงในเวียง แกก็ควรจะจัดการตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ส่งเด็กคนนี้ออกจากไร่ไปซะ ชื่อเสียงของตระกูลตะวันรุ่งจะได้ไม่มัวหมองไปมากกว่านี้"ภูผาสูดหายใจเข้าปอดลึก พยายามประคองน้ำเสียงทุ้มต่ำให้คงความสงบนิ่งและเยือกเย็นที่สุดเพื่อซ่อนกระแสความเดือดดาลขีดสุดในอก ชายหนุ่มร

  • กลิ่นแก้วในสวนพลับ   ตอนที่ 29 : ข้อต่อรอง

    ความมืดมิดคืบคลานเข้าปกคลุมผืนดอยของไร่ภูผาตะวันอย่างรวดเร็ว สายลมหนาวพัดกรรโชกหอบเอาไอหมอกหนาทึบสีเทาหม่นลอยมาอ้อยอิ่งปะทะกับบานระเบียงไม้สักของเรือนใหญ่ เสียงใบพลับเสียดสีกันดังซ่า ๆ สลับกับเสียงหวีดหวิวของลมภูเขา ขับเน้นให้บรรยากาศยามค่ำคืนนี้ทวีความเงียบสงัดและซ่อนความอึดอัดเอาไว้ลึกล้ำ แม้ความอบอุ่นภายในห้องทำงานปีกซ้ายจะยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นชาพลับอุ่น ๆ ทว่าความเคลื่อนไหวทางฝั่งปีกขวาของเรือนกลับเต็มไปด้วยระลอกคลื่นแห่งความตึงเครียดที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบคุณหนูศิรินทร์ยังคงยืนอยู่หน้ากระจกเครื่องแป้งภายในห้องนอนรับรอง ท่ามกลางเศษขวดน้ำหอมและเครื่องสำอางราคาแพงที่แตกกระจายเกลื่อนพื้นไม้ แสงไฟจากโคมระย้าดวงโตสะท้อนใบหน้าสะสวยที่บัดนี้บิดเบี้ยวด้วยเพลิงริษยา แววตาคู่สวยวาวโรจน์อย่างไร้ซึ่งมาดผู้ดีผู้สูงศักดิ์อีกต่อไป กิริยานิ่งเฉยและการลงโทษด้วยความเงียบงันของพ่อเลี้ยงภูผาตลอดทั้งวัน มันดั่งคมมีดที่กรีดลึกและบดขยี้ศักดิ์ศรีของเธอจนแทบไม่เหลือชิ้นดี"เงียบงั้นเหรอ... แกล้งทำเป็นห่างเหินเพื่อให้ฉันละอายใจแล้วถอยกลับไปเองงั้นเหรอพ่อเลี้ยง" ศิรินทร์เค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียง

  • กลิ่นแก้วในสวนพลับ   ตอนที่ 28 : คลื่นใต้น้ำ

    แสงแดดจัดจ้าในยามบ่ายของวันใหม่สาดส่องลงมากระทบยอดดอยและแปลงพลับหวานที่กว้างขวางสุดลูกหูลูกตา ลมภูเขาพัดหอบเอาความอบอุ่นเข้ามาไล่ความชื้นแฉะของพายุฝนเมื่อค่ำคืนก่อนจนหมดสิ้น ทว่าความอบอุ่นของสภาพอากาศกลับไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศบนเรือนใหญ่ไม้สักทองผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ทั่วทุกตารางนิ้วยังคงอบอวลไปด้วยกระแสความตึงเครียดอันเงียบงันที่เป็นเหมือนคลื่นใต้น้ำ ซัดสาดอยู่ลึกล้ำภายใต้หน้ากากของความสงบนิ่งที่ห้องโถงกลางเรือนใหญ่ คุณหนูศิรินทร์นั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้มุกตัวเดิมมาเกือบสองชั่วโมงแล้ว สองมือบางกำแน่นเข้าหากันจนเล็บยาวที่เคลือบสีชมพูอ่อนจิกซึมลงบนเนื้อเนียน ใบหน้าสะสวยที่เคยมั่นใจในเกียรติและศักดิ์ศรีของลูกผู้ดีในเวียงบัดนี้ซีดเซียวลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่สวยทอดมองออกไปนอกชานเรือนด้วยความหวาดระแวงและกระสับกระส่ายทุกลมหายใจเข้าออก ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนงานหรือเสียงไม้สักลั่น หญิงสาวจะสะดุ้งโหยงและรีบหันไปมองทันทีด้วยความหวาดกลัวว่าจะเป็นร่างสูงใหญ่ของพ่อเลี้ยงภูผาเดินเข้ามาเช็กบิลความผิดของเธอแต่ความจริงกลับทรมานยิ่งกว่านั้น...ตลอดทั้งวัน พ่อเลี้ยงภูผาไม่ได้ก้าวเท้า

  • กลิ่นแก้วในสวนพลับ   ตอนที่ 27 : แสงแรกเหนือรอยจำนน

    สายลมหนาวที่เคยพัดกรรโชกแรงตลอดทั้งค่ำคืนเริ่มผ่อนกำลังลง เหลือเพียงเสียงกิ่งต้นพลับไหวเอนล้อไปกับไอหมอกหนาทึบที่โรยตัวปกคลุมทั่วทั้งผืนดอยของไร่ภูผาตะวัน แสงอรุณแรกของวันใหม่ยังมาไม่ถึง มีเพียงแสงสีน้ำเงินอมเทาจาง ๆ ของช่วงเวลาก่อนย่ำรุ่งที่สาดส่องทะลุม่านหน้าต่างกระจกเข้ามาภายในห้องนอนใหญ่ปีกซ้าย เผยให้เห็นความเงียบสงบหลังพายุอารมณ์อันลึกซึ้งได้ผ่านพ้นไปบนเตียงไม้สักทองหลังใหญ่ แก้วตาลืมตาขึ้นมาท่ามกลางความสลัวอย่างเชื่องช้า ดวงตาเรียวรีดั่งเมล็ดอัลมอนด์กระพริบถี่เพื่อปรับสายตาเข้ากับความมืด ร่างเล็กโปร่งรู้สึกถึงความอุ่นจัดที่โอบล้อมรอบกาย... เป็นอ้อมกอดหนาแน่นและวงแขนแกร่งกำยำของพ่อเลี้ยงภูผาที่ยังคงเกาะกุมเอวบางของเขาไว้ไม่ยอมปล่อยแม้ในยามที่หลับสนิท แผงอกกว้างหนาบึกบึนที่ไร้สิ่งใดขวางกั้นเบียดชิดติดกับแผ่นหลังบอบบางจนแก้วตารับรู้ได้ถึงเสียงหัวใจของคนตัวโตที่เต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ หนักแน่น และมั่นคงเด็กหนุ่มขยับกายแผ่วเบา ทว่าความรู้สึกขัดยอกและอาการอ่อนล้าตามเนื้อตัวกลับแล่นปราดเข้ามาตอกย้ำถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ผิวแก้มกลมสีพีชพลันร้อนผ่าวขึ้นมาดื้

  • กลิ่นแก้วในสวนพลับ   ตอนที่ 26 : เพลิงหมอกซ่อนไออุ่น nc

    ฝ่ามือนุ่มที่คอยกดคึงสลับคลึงเคล้นไปตามมัดกล้ามเนื้อไหล่หนามันช่างนุ่มนวลและปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในกายของเจ้าของไร่หนุ่มให้ตื่นตัวอย่างรวดเร็ว ฤทธิ์เหล้าเถื่อนที่ยังคงตกค้างปะทุพล่านดับสิ้นความสุขุมและมาดผู้ใหญ่ที่เคยเพียรรักษา ยิ่งกลิ่นกายสะอาดสะอ้านเฉพาะตัวของเด็กหนุ่มโชยเข้าจมูก พญาเสือขี้เก๊กก็ยิ่งเกิดความอดใจไม่ไหวหวงแหนจนหน้ามืดตามัว ความยับยั้งชั่งใจที่เคยสร้างขึ้นเป็นทำนบกั้นระหว่างเจ้านายและลูกจ้างพังทลายลงในพริบตา เหลือเพียงความปรารถนาอันแรกร้อนที่อยากจะหลอมรวมกายใจเข้ากับคนตรงหน้าให้จงได้หมับ!"พ่อเลี้ยง! อ๊ะ..."แก้วตาร้องอุทานเสียงหลงด้วยความตกใจขีดสุด เมื่อจู่ ๆ ฝ่ามือหนาอันอบอุ่นของพ่อเลี้ยงภูผากลับตลบตวัดคว้าจับข้อมือบางของเขาไว้แน่นหนาดั่งคีมเหล็ก ก่อนจะออกแรงดึงรั้งเพียงครั้งเดียว ร่างเล็กโปร่งก็ถลันลอยหวีดพลิกคว่ำลงไปนอนราบอยู่ใต้เรือนร่างสูงใหญ่กำยำที่ขยับขึ้นคร่อมทับทาบเอาไว้จนมิดบนเตียงนอนไม้สักหลังใหญ่ในความสลัว น้ำหนักจากแผ่นอกแกร่งที่ทับทาบลงมาทำเอาเด็กหนุ่มถึงกับจุกจนต้องครางประท้วงในลำคอแผ่วเบา"พ่อเลี้ยง... ปล่อยแก้วครับ พ่อเลี้ยงเมามากแล้ว" แก้วตาเค้นเสียง

  • กลิ่นแก้วในสวนพลับ   ตอนที่ 25 : เส้นขนาน

    เสียงสะท้อนของลมพายุหนาวยังคงกรีดร้องสอดประสานกับสายฝนหลงฤดูที่ซัดสาดกระทบหน้าต่างกระจกบานใหญ่ของห้องนอนปีกซ้าย ภายในห้องที่เคยมีแต่ความเงียบสลัวบัดนี้กลับอบอวลไปด้วยไอความร้อนรุ่มจากเรือนร่างสูงใหญ่ของพ่อเลี้ยงภูผา และกลิ่นอายฉุนร้อนแรงของเหล้าต้มหมักพลับหวานที่กรุ่นโชยออกมาทลายความเยือกเย็น ทว่าสิ่งเดียวที่ทำให้หัวใจของแก้วตาชาวูบและบีบรัดแน่นจนแทบหยุดหายใจ คือสัมผัสอุกอาจจากเรียวปากหนาที่ยังคงบดเบียดนุ่มนวลทว่าทวีความดุดันเด็ดขาดลงมาบนริมฝีปากของตนอย่างไม่เปิดโอกาสให้ตั้งหลัก"อื้อ!... พ่อเลี้ยง... ปล่อย..."เสียงหวานใสประท้วงอ้อมแอ้มอยู่ภายในลำคอทันทีที่เรียวปากหนาขยับผ่อนปรนระลอกจูบลงแผ่วเบาเพียงเสี้ยววินาที แก้วตาไม่ได้เบนหน้าหนีเพราะความน้อยใจหรือต้องการเรียกร้องความสนใจดั่งคนรักที่กำลังแง่งอน ทว่าแรงขัดขืนและสองมือบางที่ยกขึ้นยันแผงอกแกร่งลายสกอตเนื้อหนาออกสุดกำลังนั้น เกิดจากความตื่นตระหนกและเสียงเตือนสติในหัวสมองที่ดังระงมลั่นว่าสิ่งนี้คือเรื่องที่ผิดมหันต์และไม่สมควรเกิดขึ้นระหว่างพวกเขาทั้งสองคนขอบเขตทางสังคม เส้นแบ่งฐานะ และระนาบความสัมพันธ์ระหว่างเจ้านายกับลูกน้องคือปรา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status