Share

บทที่ 3

Author: มิเชลล์
ฉันมองผ่านฝาพลาสติกไปยังชั้นถั่วสับด้านบนโดยที่ยังคงวางมือแนบลำตัว

ไรอันนั่งลงข้างลิลลี่เรียบร้อยแล้วและกำลังช่วยเธอเลือกชุดสำหรับทริปไปเที่ยวซานโตรินีหลังเรียนจบ พอเขาเห็นฉันยืนอยู่ตรงเคาน์เตอร์ครัว ก็เอ่ยถามขึ้นมาว่า "เป็นอะไรเหรอ เมเปิลพีแคนรสโปรดตามฤดูกาลเลยนะ"

"ฉันแพ้ถั่วรุนแรง"

เขานิ่งงันไปชั่วขณะ ราวกับกำลังพยายามนึกอยู่ว่าฉันแกล้งทำเป็นเรื่องใหญ่ไปเองหรือเปล่า "ตอนเด็กๆ เธอยังเคยกินบราวน์นี่วอลนัทไม่ใช่เหรอ"

"แล้วหลังจากนั้นฉันก็ต้องไปนอนดูอาการที่ห้องฉุกเฉินทั้งคืน"

ตอนอายุสิบสาม ไรอันเคยนั่งอยู่ข้างฉันตรงโถงทางเดินของโรงพยาบาลแห่งนั้น เขานั่งตัวสั่นด้วยความกลัวและสัญญาว่าจะคอยตรวจสอบรายชื่อสารก่อภูมิแพ้ทุกครั้งเวลาซื้อของกินให้ฉัน

ผ่านไปห้าปี เขากลับจำได้ว่าลิลลี่ไม่ชอบนมวัวธรรมดา แต่ลืมไปเสียสนิทว่าอะไรคือสิ่งที่สามารถพรากลมหายใจไปจากฉันได้

อีธานเดินมาจากห้องนั่งเล่นแล้วเหลือบเห็นเครื่องดื่มในมือฉัน "เขี่ยถั่วออกไม่ได้หรือไง ไรอันตั้งใจไปซื้อมาให้เธอขนาดนี้ แต่เธอยังไม่คิดจะขอบคุณเขาเลยสักคำ"

"สารก่อภูมิแพ้ไม่ใช่เครื่องเคียงนะ การเขี่ยทิ้งข้างบนไม่ได้แปลว่าจะปลอดภัยขึ้นมาหรอก"

ลิลลี่รีบวางโทรศัพท์มือถือลงทันที "อย่าไปว่าพี่เขาเลยพี่อีธาน โนราค่อนข้างระวังตัวเป็นพิเศษอยู่แล้ว ถ้าเธอไม่สบายใจที่จะเสี่ยงก็ไม่เป็นไรค่ะ"

พูดจบเธอก็เลื่อนแก้วมิลล์เชกรสคาราเมลของตัวเองมาทางฉัน "พี่เอาของหนูไปกินแทนก็ได้นะคะ วันนี้หนูตั้งใจว่าจะดื่มแค่แก้วเดียวเพราะต้องเตรียมถ่ายรูปทริป แต่ไม่เป็นไรหรอกค่ะ"

แม่โพล่งขึ้นมาทันที "ลูกจะมาพังแผนคุมอาหารช่วงใกล้วันถ่ายรูปไม่ได้นะ ถ้าโนราเขาไม่อยากกินก็ปล่อยเขาไปสิ ลูกไม่เห็นจำเป็นต้องสละของตัวเองเลยนี่"

ฉันวางแก้วมิลล์เชกรสเมเปิลพีแคนกลับลงบนเคาน์เตอร์ "ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ได้อยากกินอะไรทั้งนั้น"

สีหน้าของไรอันบึ้งตึงขึ้นมา "โนรา ฉันแค่ลืมไปครั้งเดียวเอง เธอจำเป็นต้องทำให้มันเป็นเรื่องน่าอึดอัดขนาดนี้เลยเหรอ"

ฉันมองหน้าเขาแล้วตระหนักได้ว่า แม้แต่ความผิดหวังก็ยังรู้สึกเหมือนเป็นการสิ้นเปลืองพลังงานโดยเปล่าประโยชน์

คนทีรู้จักฉันจริงไม่มีทางเรียกความผิดพลาดที่เกือบทำให้ฉันต้องเข้าโรงพยาบาลว่าเป็นเรื่องเลินเล่อเล็กๆ น้อยๆ แล้วยังมาคาดหวังให้ฉันช่วยปกป้องความอับอายให้เขาหรอก

ฉันเดินลงมาชั้นล่างเพื่อจ่ายเงินค่ามัดจำหอพักที่เอดินบะระ

เมื่อหน้าเว็บธนาคารโหลดเสร็จ ยอดเงินคงเหลือของฉันก็ปรากฏเป็นตัวเลขหนึ่งพันสามร้อยเจ็ดสิบหกบาทเจ็ดสิบหกสตางค์

ฉันกดรีเฟรชหน้าจอถึงสามครั้งก่อนจะยอมเชื่อสายตาตัวเอง ตรงด้านบนสุดของประวัติการทำธุรกรรม มีข้อความบรรทัดหนึ่งปรากฏขึ้นมาอย่างชัดเจนบาดตา: โอนเงิน 210,672 บาท ไปยังบัญชีครัวเรือนของไดอาน่า เบนเน็ตต์

เวลาที่ระบุคือ 9:13 น. ของเช้าวันนี้

ฉันวิ่งขึ้นไปชั้นบน ภาพถ่ายทริปท่องเที่ยวของลิลลี่กำลังฉายวนอยู่บนจอโทรทัศน์ หน้าผาขาว โบสถ์โดมสีฟ้า และสระว่ายน้ำแบบอินฟินิตี้พูล แม่กำลังเปรียบเทียบดูว่าวิลล่าหลังไหนมีวิวพระอาทิตย์ตกสวยที่สุด

"แม่แอบโอนเงินออกจากบัญชีของหนูเหรอ?" ฉันยื่นโทรศัพท์มือถือไปตรงหน้าเธอ

เธอเหลือบมองมันแวบหนึ่งแล้วเบือนหน้าหนี "แม่เอาไปจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินกับค่ามัดจำวิลล่าให้ลิลลี่ ทำไมลูกต้องทำตัวเป็นเรื่องใหญ่โตด้วยเนี่ย"

"นั่นมันเงินเรียนต่อมหาวิทยาลัยของหนูนะ"

"ลูกไม่มีทุนการศึกษาหรือไง?" แม่ขมวดคิ้ว "พวกเรารู้อยู่แล้วว่าลูกต้องหาทางจัดการได้น่า ลิลลี่ตอบตกลงไปทริปกับเพื่อนๆ แล้ว ถ้าจะให้ถอนตัวตอนนี้คงขายหน้าแย่"

ในที่สุดพ่อก็ลดระดับรีโมททีวีลง "แม่เขาควรจะบอกลูกก่อนก็จริง แต่เงินก็ถูกใช้ไปแล้ว มานั่งลงแล้วคุยกันดีๆ แบบครอบครัวเถอะน่า"

"คุยเรื่องอะไรเหรอ? เรื่องที่พวกท่านจะคืนเงินให้ฉันเมื่อไหร่ดีล่ะ?"

ดวงตาของลิลลี่รื้นด้วยน้ำตาในทันที เธอดึงหน้าจอจองตั๋วขึ้นมาแล้วยันมันมาทางฉัน "ถ้าพี่จำเป็นต้องใช้เงินจริงๆ หนูยอมยกเลิกก็ได้นะคะ แต่พวกตั๋วเครื่องบินกับวิลล่ามันคืนเงินไม่ได้นี่สิคะ ทุกคนในทริปจะต้องเสียเงินมัดจำส่วนของตัวเองไปด้วย หนูแค่มืดแปดด้านไม่คิดว่าพี่จะโกรธเคืองหนูมากขนาดนี้เพราะเรื่องทริปเดียวเลยนะคคะ"

เธอรู้ดีว่าเงินก้อนนั้นไม่มีทางเรียกคืนมาได้ แต่เธอกลับโยนทางเลือกนี้มาให้ฉันเป็นคนตัดสินใจ ถ้าฉันยังดึงดันต่อไป ฉันก็จะกลายเป็นคนทำลายแผนการของทุกคนทันที

"ฉันไม่ได้โกรธเธอ" ฉันบอก "ฉันแค่ต้องการเงินของฉันคืน"

แม่ผุดลุกขึ้นยืนทันที "หยุดพูดจาเหมือนพวกเราไปปล้นเธอมาสักทีนะ ลูกอาศัยอยู่ใต้ชายคาบ้านหลังนี้ พวกเราเป็นคนจ่ายค่าอาหาร ค่ารถ แล้วก็ค่าประกันให้ลูกนะ ลิลลี่จำเป็นต้องใช้เงินมากกว่าลูกตั้งเยอะ"

"ทริปไปซานโตรินีมันไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายสักหน่อย"

อีธานก้าวเข้ามาขวางหน้าเธอ "ทำไมทุกเรื่องถึงต้องกลายเป็นการแข่งขันกับน้องสาวตัวเองด้วยล่ะลิลลี่ยอมเสนอตัวจะยกเลิกแล้วนี่ พี่จะเอาอะไรอีก"

ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อโทรหาธนาคาร แต่อีธานกลับแย่งมันไปจากมือฉันแล้วชูขึ้นเหนือศีรษะจนเอื้อมไม่ถึง

"คืนมานะ"

"ก็ต่อเมื่อเธอใจเย็นลงกว่านี้"

"ฉันใจเย็นอยู่ ถ้าเงินยังไม่ถูกโอนคืน ฉันจะแจ้งอายัดการโอนและไปปรึกษาทนาย"

สีหน้าของพ่อเย็นชาลง "ลูกกล้าขู่แม่แท้ๆ ของตัวเองเพื่อเงินสองแสนบาทเนี่ยนะ ลูกรู้บ้างไหมว่ามันทำให้ครอบครัวเราดูแย่แค่ไหนในสายตาคนอื่น"

จนถึงตอนนี้ พวกเขาก็ยังคงแคร์เรื่องภาพลักษณ์ภายนอกมากกว่าสิ่งที่แม่ทำลงไปเสียอีก

ไรอันยืนอยู่ข้างลิลลี่แล้วลดเสียงลง "อย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่เลยน่า เธอก็ดูแลตัวเองเก่งมาตลอดอยู่แล้วนี่ ลิลลี่ไม่เหมือนเธอหรอกนะ"

มาอีกแล้ว...

เพราะฉันดูแลตัวเองได้ พวกเขาจึงถือวิสาสะเอาเงินของฉันไป เพราะฉันไม่เคยร้องไห้ ความเจ็บปวดของฉันจึงกลายเป็นเรื่องที่รอได้ เพราะฉันหาทางออกได้เสมอ พวกเขาจึงสามารถขวางทางฉันแล้วชื่นชมที่ฉันเอาตัวรอดมาได้ทุกครั้ง

แม่แย่งโทรศัพท์มาจากมืออีธานแล้วส่งมันให้พ่อ "คืนนี้ลูกต้องอยู่แต่ในห้องเพื่อทบทวนสิ่งที่ตัวเองทำ เมื่อไหร่ที่ลูกพร้อมจะขอโทษลิลลี่ เราค่อยมาคุยกันเรื่องเงิน"

"ฉันไม่ขอโทษ"

เธอหัวเราะในลำคออย่างไร้ความรู้สึก "งั้นก็ทำตัวดื้อด้านต่อไปเถอะ แม่ล่ะอยากรู้จริงๆ ว่าด้วยเงินติดบัญชีแค่พันสามร้อยบาทร์เนี่ย ลูกคิดว่าจะบินไปไหนรอด"

ฉันแย่งโทรศัพท์คืนมา เดินลงมาชั้นล่าง แล้วล็อกประตูห้อง

พอร์ตัลทุนการศึกษายังคงเปิดอยู่ ฉันอัปโหลดหลักฐานการโอนเงิน สลิปเงินเดือน และคำอธิบายสั้นๆ พร้อมกับขอให้พิจารณาเป็นกรณีพิเศษหากมีที่นั่งทุนเต็มจำนวนที่ว่างลง

เมื่อส่งข้อมูลทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว หน้าจอก็แสดงผลเป็นข้อความตัวหนังสือสีเทาหนึ่งบรรทัด

[เอกสารอยู่ในระหว่างการพิจารณา]

ไม่นานนัก เสียงหัวเราะครื้นเครงก็ดังแว่วมาจากชั้นบนอีกครั้ง ไม่มีใครเดินลงมาดูฉันเลยสักคน ไม่มีใครเชื่อว่าฉันจะกล้าเดินจากไปจริงๆ

พวกเขาคงคิดว่า หากปล่อยให้ฉันอดกินมื้อเย็นและเมินเฉยไม่พูดด้วย เดี๋ยวฉันก็จะทำเหมือนอย่างเคย ยอมเป็นฝ่ายเดินเข้ามาขอโทษก่อน

แต่ในคืนนั้น... ท่ามกลางความมืดมิดและเงินติดตัวเพียงหนึ่งพันสามร้อยบาท ในที่สุดฉันก็เข้าใจความจริง ครอบครัวนี้ไม่เคยเผื่อทางรอดเอาไว้ให้ฉันเลยแม้แต่น้อย

ดังนั้น... ฉันจึงต้องสร้างมันขึ้นมาด้วยตัวเอง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • กว่าจะคิดถึงฉัน ฉันก็จากไปแล้ว   บทที่ 10

    หนึ่งปีต่อมา ฉันได้เข้าร่วมโครงการวิจัยช่วงฤดูร้อนในห้องปฏิบัติการซ่อมแซมเซลล์ของมหาวิทยาลัยเอดินบะระมันไม่ใช่ความสำเร็จประเภทที่จะดึงดูดนักข่าวให้มาแห่แหนถึงหน้าประตู และไม่ได้ทำให้ใครมานึกยอมรับกะทันหันว่าฉันเก่งกว่าลิลลี่ แต่มันคืองานที่ฉันใส่ใจจริงๆ และเป็นโอกาสที่ฉันหามาได้ด้วยตัวเองผ่านการยส่งใบสมัครอย่างจริงจังและการฝ่าด่านสัมภาษณ์ถึงสองรอบแค่นั้นก็เพียงพอสำหรับฉันแล้ว มากเกินพอด้วยซ้ำในวันที่ประกาศผลการคัดเลือก อมาราและเพื่อนๆ ในแลปช่วยกันทำมื้อค่ำในห้องครัวรวมของเรา พวกเขาจำได้ว่าฉันแพ้ถั่ว และจำได้ด้วยว่าฉันชอบไก่ย่างสมุนไพรเลมอน ฉันไม่ต้องคอยเตือนพวกเขาเลยสักคำ และพวกเขาก็ไม่เคยทำทีว่าการจำเรื่องเหล่านี้ได้คือบุญคุณครั้งใหญ่หลวงที่ฉันต้องรู้สึกซึ้งใจหลังมื้อค่ำ ฉันเปิดเจออีเมลฉบับหนึ่งจากแม่ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาเธอส่งอีเมลมาเป็นสิบๆรอบ บางครั้งเธอกล่าวหาว่าฉันเป็นคนใจร้าย บางครั้งเธอก็อ้างว่าตัวเองกำลังป่วย และบางครั้งเธอก็แนบรูปถ่ายของลิลลี่มาด้วย พร้อมกับเปรยเป็นนัยว่าทุกอย่างจะกลับคืนสู่ภาวะปกติได้ถ้าฉันยอมกลับบ้านแต่อีเมลฉบับนี้สั้นมาก[แม่เอาเงินของลูกไป แม่

  • กว่าจะคิดถึงฉัน ฉันก็จากไปแล้ว   บทที่ 9

    ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมกราคม ไรอันเดินทางมาถึงเอดินบะระเขาส่งอีเมลมาบอกล่วงหน้าว่าจะนั่งรออยู่ที่ศูนย์นักศึกษาจนถึงเวลาสี่โมงเย็น ฉันไม่ได้อยากเจอเขาเลยแม้แต่น้อย แต่ยิ่งปล่อยให้บางเรื่องเงียบหายไปนานเท่าไหร่ ผู้คนก็ยิ่งเข้าใจผิดคิดว่าความเงียบนั้นคือการเปิดประตูต้อนรับง่ายขึ้นเท่านั้นฉันให้เวลาเขาแค่สิบหัานาทีดูเหมือนว่าเขาจะผอมลงกว่าช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา เขานั่งอยู่ริมหน้าต่างพร้อมกับโกโก้ร้อนหนึ่งแก้วที่เย็นชืดไปนานแล้ว พอเห็นฉันเดินเข้ามา เขาก็รีบผุดลุกขึ้นยืนทันที แต่ไม่ได้ก้าวเข้ามาโอบกอดฉันเหมือนอย่างที่เคยทำในอดีต"ขอบคุณที่มานะ""นายต้องการจะพูดอะไรกันแน่?"ไรอันหยิบเหรียญที่ระลึกทองเหลืองเก่าๆ ชิ้นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อโค้ท มันคือเหรียญที่เราเคยไปกดพิมพ์ด้วยกันที่ศูนย์วิทยาศาสตร์มอนทรีออลตอนที่เราอายุสิบห้าปี เราสลักชื่อของเราไว้ที่ด้านหลังและสัญญาว่าสักวันหนึ่งเราจะกลับมาใช้ชีวิตในเมืองนั้นด้วยกันตอนเข้ามหาวิทยาลัย"ฉันไม่เคยลืมเรื่องนี้เลยนะ" เขาพูด"แต่นายกลับไม่เลือกมันในตอนที่การตัดสินใจนั้นมันมีความหมายต่างหากล่ะ"นิ้วมือของเขาบีบเข้าหากันแน่นจนเหรีย

  • กว่าจะคิดถึงฉัน ฉันก็จากไปแล้ว   บทที่ 8

    ก่อนวันคริสต์มาสไม่นาน อีธานติดต่อฉันมาทางโทรศัพท์ของเพื่อนร่วมงานเขาไม่ถามด้วยซ้ำว่าฉันอยากคุยด้วยไหม แต่เข้าประเด็นทันที "ลิลลี่พลาดกำหนดส่งใบสมัครโครงการแลกเปลี่ยนต่างประเทศ เธอเก่งเรื่องพวกนี้อยู่แล้วนี่ ส่งเทมเพลตของเธอมาแล้วช่วยร่างอีเมลหาผู้อำนวยการโครงการให้หน่อยสิ"ชั่วขณะหนึ่ง ฉันพูดไม่ออกว่าจะตอบกลับว่าอย่างไรดีฉันจากมาได้สี่เดือนแล้ว และสิ่งแรกที่พวกเขาคิดถึงจริงๆ ก็ยังไม่ใช่ตัวฉันอยู่ดี แต่เป็นความสามารถในการตามเช็ดตามล้างปัญหาของลิลลี่ต่างหาก"ให้น้องติดต่อทางมหาวิทยาลัยเองสิคะ""น้องกำลังกดดันมากนะ" อีธานพูดด้วยน้ำเสียงที่เริ่มหมดความอดทน "เธอกำลังไปใช้ชีวิตดี๊ดีอยู่ต่างประเทศ การช่วยเหลือน้องมันใช้เวลาแค่ครึ่งชั่วโมงเองนะ""นั่นมันใบสมัครของน้อง ไม่ใช่ของฉัน""แต่ก่อนเธอก็เคยช่วยน้องนี่""นั่นแหละคือสาเหตุที่พวกพี่คิดว่าฉันควรจะต้องทำมันไปตลอดชีวิตยังไงล่ะ"เขาเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะหัวเราะในลำคอด้วยความเย็นชา "เธอนี่กลายเป็นคนเห็นแก่ตัวไปจริงๆ แล้วนะ แม่แทบจะนอนไม่หลับเลยตั้งแต่เธอหนีไป ส่วนพ่อก็ต้องคอยรับมือกับปัญหาที่เธอเป็นคนก่อทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ เธอทำ

  • กว่าจะคิดถึงฉัน ฉันก็จากไปแล้ว   บทที่ 7

    ช่วงปลายเดือนตุลาคม พ่อส่งอีเมลมาขอวิดีโอคอลท่านไม่ได้ออกคำสั่งให้ฉันกลับบ้านอีกต่อไปแล้ว พ่อบอกว่าแม่คืนเงินก้อนนั้นแล้ว และพวกเขาก็แค่อยากรู้ว่าฉันเป็นอย่างไรบ้าง ฉันปล่อยเวลาผ่านไปหนึ่งวันก่อนจะยอมตกลงให้เวลาพวกเขายี่สิบนาทีเมื่อวิดีโอคอลเชื่อมต่อ พ่อกับแม่ก็นั่งอยู่ด้วยกันในห้องครัวของบ้านเบนเน็ตต์ ตู้เย็นด้านหลังของแม่เต็มไปด้วยรูปถ่ายทริปซานโตรินีของลิลลี่ ส่วนรูปถ่ายรับปริญญาของฉันรูปเดียวที่มีอยู่ ก็ยังคงเป็นรูปที่ฉันตาปิดสนิทไปข้างหนึ่งเหมือนเดิมพ่อเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อน "ลูกดูสบายดีนี่""ฉันสบายดีค่ะ"ดวงตาของแม่แดงก่ำ "แล้วทำไมลูกถึงไม่ยอมส่งข้อความบอกสักข้อความเดียวล่ะ พวกเราตามหาลูกไปทั่ว เกือบจะแจ้งตำรวจอยู่แล้วเชียว""พวกท่านไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันหายไป จนกระทั่งถึงเวลาที่ต้องให้ฉันไปรับเค้กของลิลลี่""นั่นมันเรื่องบังเอิญต่างหาก" แม่รีบสวนขึ้นทันควัน "ไม่ใช่ว่าพวกเราไม่แคร์ลูกนะ ลูกก็แค่วางตัวเก่งและไม่เคยเรียกร้องอะไรจากพวกเราเลยนี่ ลูกแอบไปสมัครเอดินบะระ ทำเรื่องวีซ่า และคว้าทุนมาได้... ทำไมลูกถึงไม่ยอมบอกอะไรพวกเราเลยล่ะ?"คำถามนั้นมันช่างไร้สาระเสียจนฉันเกือบจ

  • กว่าจะคิดถึงฉัน ฉันก็จากไปแล้ว   บทที่ 6

    ทางมหาวิทยาลัยจัดให้ฉันพักในห้องพักเดี่ยวมันไม่ได้กว้างขวางอะไรนัก แต่หน้าต่างหันออกไปทางย่านเมืองเก่า และขอบหน้าต่างก็กว้างพอที่จะวางกระถางต้นไม้ได้สองกระถาง ไม่มีเสื้อผ้าของลิลลี่ที่เธอเบื่อแล้วแขวนอยู่ในตู้ และฉันก็ไม่ต้องทนเลือกผ้าปูที่นอนในสีที่คนอื่นโปรดปรานอีริน ที่ปรึกษานักศึกษาต่างชาติผู้คอยช่วยเหลือฉันเรื่องการลงทะเบียนเหลือบไปเห็นประโยค "แพ้ถั่วรุนแรง" ในใบประวัติสุขภาพของฉัน เธอรีบอัปเดตข้อมูลของหอพักและโรงอาหารทันที พร้อมกับเขียนเบอร์โทรศัพท์ของโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด คลินิกประจำมหาวิทยาลัย และเบอร์ฉุกเฉินทุกเบอร์ที่ฉันอาจจำเป็นต้องใช้ใส่กระดาษยื่นให้ชั่วขณะหนึ่ง ฉันถึงกับพูดไม่ออก เห็นได้ชัดว่าการได้รับการปฏิบัติอย่างจริงจังไม่ต้องอาศัยการพิสูจน์ตัวเองว่าเก่งกาจโดดเด่นเสียก่อนเลยด้วยซ้ำช่วงสัปดาห์แรก ครอบครัวเบนเน็ตต์ถล่มกล่องข้อความของฉันจนแทบแตก[แม่: ลูกพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าหนีไปได้ ตอนนี้กลับบ้านมาคุยกันดีๆ ได้แล้ว][พ่อ: อย่างน้อยก็บอกที่อยู่ของลูกมาเถอะ เราเป็นพ่อแม่นะ ลูกควรมีสิทธิ์รู้ว่าลูกสาวพักอยู่ที่ไหน][อีธาน: เธอทำลายครอบครัวนี้พังยับเยินก็แค่เพราะ

  • กว่าจะคิดถึงฉัน ฉันก็จากไปแล้ว   บทที่ 5

    เวลาห้าโมงสี่สิบนาทีในเย็นวันนั้น เค้กสำหรับเดินทางของลิลลี่ยังคงมาไม่ถึงร้านอาหารแม่โทรหาฉันสามครั้งแต่ก็ได้ยินเสียงสัญญาณแจ้งว่าไม่สามารถติดต่อได้เสมอ แม่วางโทรศัพท์ลงแล้วหันไปบอกทุกคนที่โต๊ะอาหารว่า "โนรากำลังงอนเรื่องเงินอยู่น่ะจ่ะ แกเป็นคนประเภทที่พึ่งพาตัวเองสูงมาก บางครั้งก็เลยเอาแต่คิดหมุนวนอยู่ในหัวของตัวเองคนเดียว"ลิลลี่ก้มหน้าลงเล็กน้อยแล้วฝืนส่งยิ้มกล้าหาญออกมา "ไม่เป็นไรค่ะ เราสั่งของหวานของร้านกินแทนก็ได้ วันนี้ไม่จำเป็นต้องโฟกัสที่หนูคนเดียวหรอกค่ะ พี่เขาคงรู้สึกเหมือนโดนมองข้ามแหละค่ะ"ด้วยประโยคเดียว เธอพลิกการโจรกรรมเงินของแม่ให้กลายเป็นเรื่องของพี่สาวขี้อิจฉาที่พยายามเรียกร้องความสนใจไปเสียอย่างนั้นและเป็นครั้งแรกที่ไรอันไม่รีบวิ่งเข้าไปปลอบโยนเธอเขานึกถึงแก้วมิลล์เชกที่เต็มไปด้วยถั่วพีแคน เขานึกถึงตอนที่ฉันบอกว่าเงินก้อนนั้นคือเงินเรียนต่อมหาวิทยาลัย และนึกออกว่าไม่มีใครสักคนเคยถามเลยว่าฉันจะไปเรียนที่มหาวิทยาลัยไหน"ครั้งสุดท้ายที่พวกเธอเห็นเธอคือเมื่อไหร่?" เขาเอ่ยถามขึ้นอีธานยักไหล่ "เธอก็อยู่บ้านเมื่อเช้านี่นา ไม่มีเงินติดตัวสักบาท แล้วเธอจะหนีไปไหนไ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status