LOGINตอนที่ 12
หลักฐาน
ออด! ออด!
เสียงกดออดจากหน้าบ้านปลุกให้ชายหนุ่มที่เพิ่งจะหลับตาพักผ่อนไปได้เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนตื่นขึ้น
ใบหน้าหล่องัวเงียด้วยอาการของคนที่นอนไม่เต็มอิ่ม บวกกับเมื่อคืนที่เขาหมดแรงไปเยอะพอสมควร ธาวินหันหน้ามองคนที่ยังนอนหลับตานิ่ง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้ว่าทำอะไรกับเธอไปเมื่อคืน ร่างของเธอยังเปลือยเปล่าอยู่ใต้ผ้าห่ม เสื้อผ้าหล่นกองกระจัดกระจายอยู่บนพื้นห้องก็เป็นเพราะฝีมือของเขาเองทั้งนั้น เพียงแต่เขาแค่ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไปได้อย่างไร ไฟตัณหาที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้กับคนอย่างเธอยิ่งทำให้เขาสงสัยตัวเอง
หรือว่าเขาไม่ได้คิดว่าเธอเป็นแค่น้องสาว
ธาวินครุ่นคิดหนัก จนหาคำตอบให้กับตัวเองได้แค่ว่า น้องสาว คำนี้หมดไปจากความคิดของเขาตั้งแต่วันที่เธอตอบตกลงเรื่องแต่งงานแล้วและเรื่องที่เกิดขึ้นก็เป็นเพราะอารมณ์ใคร่เท่านั้น
"แค่ความต้องการตามธรรมชาติ ไม่มีอย่างอื่น" ธาวินพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ก่อนจะก้มหยิบกางเกงของตัวเองที่หล่นอยู่ข้างเตียงขึ้นมาใส่
ออด! ออด! ออด!
เสียงออดประตูดังขึ้นติด ๆ กันอีกหลายครั้ง
"ใครมาแต่เช้าวะ" ธาวินสบถออกมาอย่างหัวเสีย มือหนาลากผ้าห่มขึ้นคลุมร่างของคนที่ยังไม่รู้สึกตัว แล้วก้มลงหยิบเสื้อของตัวเองมาใส่ก่อนจะเดินออกไป
ร่างสูงเปิดประตูออกมาจากในบ้าน ธาวินอยู่ในสภาพหน้าขรึม มุ่นคิ้ว ผมเผ้ายุ่งเหยิงด้วยเพราะเพิ่งตื่นนอน อยากรู้นักว่าใครที่มาบ้านคนอื่นแต่เสียมารยาทกดกริ่งรัวหลายครั้งจนทำให้เขาอารมณ์เสียแต่เช้า
"แม่"
ธาวินเปล่งเสียงเรียกด้วยความตกใจเมื่อเห็นว่าใครคือคนที่มายืนอยู่หน้าประตูรั้ว
เขาลืมไปได้อย่างไรว่าวันนี้แม่เขาจะมาเยี่ยมรดา
"ใช่ แม่เองทำอะไรอยู่ นิ่มกดกริ่งเรียกตั้งนานถึงเพิ่งจะออกมา แต่ดูจากสภาพคงเพิ่งลงมาจากที่นอนล่ะสิ"
จากอาการที่งัวเงียเหมือนคนที่ยังไม่ตื่นดี แต่ตอนนี้เขากลับตื่นเต็มตัวยิ่งกว่าคนที่นอนมาทั้งวันเสียอีก เมื่อทั้งแม่และป้านิ่มคนรับใช้ที่บ้านมาเยือนถึงที่ในตอนที่เขายังไม่พร้อม
แล้วอีกอย่างอีกคนที่อยูู่ในบ้านก็ยังไม่ได้ใส่เสื้อผ้าเลยสักชิ้น
"อ้าว เปิดประตูสิ หรือจะให้แม่ปีนเข้าไป"
"ครับ"
"กี่โมงกี่ยามแล้ว ยังไม่ตื่นอีก" นารีบ่นลูกชายระหว่างที่เดินเข้าไปในบ้าน ถึงจะเป็นวันหยุดแต่ปกติธาวินก็ไม่ตื่นสายขนาดนี้อย่างมากก็ไม่เกินแปดโมงเช้า แต่นี่ปาเข้าไปจะสิบโมงยังสะลึมสะลืออยู่เลย
"หนูรดาล่ะ น้องอยู่ไหน" นารีหันมาถามลูกชายเมื่อไม่เห็นร่างของหญิงสาวที่ธาวินบอกตั้งแต่เมื่อวานว่าไม่สบาย
"รดา...อยู่ในห้องครับ" ธาวินตะกุกตะกักตอบ จะให้บอกว่าไม่อยู่บ้านก็คงไม่ได้ ก็เมื่อวานเขาเพิ่งบอกไปว่าเธอไม่สบาย
"ยังไม่หายดีสินะ แม่จะเข้าไปดูน้องหน่อย"
"เอ่อ แม่ครับ ผมว่าให้รดานอนพักก่อนดีกว่าครับ เธอเพิ่งจะได้นอนไปไม่นาน" เขาไม่ได้โกหกก็กว่าที่เขาจะยอมให้เธอนอนก็เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้เอง
"แม่ไม่ได้จะไปปลุกน้องซะหน่อย แค่อยากไปดูอาการเฉย ๆ ถอยสิ" นารีออกเสียงสั่งลูกชายตัวโตที่อายุอานามก็ไม่ใช่น้อย ๆ แต่พุ่งมายืนขวางหน้าอย่างกับเด็กตัวเล็ก ๆ
"แต่ผมว่า..."
"ตาวิน ถอย"
คำสั่งเด็ดขาดที่มาพร้อมกับน้ำเสียงดุ ๆ ทำให้ธาวินต้องยอมสละร่างหลีกออกจากการกีดขวาง
"พาแม่ไปห้องหนูรดาด้วย"
"ครับ"
"นิ่ม ต้มข้าวต้มหน่อยนะ หนูรดาตื่นมาจะได้กิน"
"ค่ะ คุณผู้หญิง"
"นำไปสิ" สั่งงานสาวใช้เสร็จนารีก็เดินตามร่างของลูกชายที่ก้าวเท้าเดินช้าว่าปกติที่เป็น
มือหนาหมุนลูกบิดประตูห้องช้า ๆ แค่นึกว่าเสื้อผ้าของรดายังหล่นอยู่ตรงปลายเตียงก็แทบอยากจะมีวิชาล่องหนหายตัวเพื่อเข้าไปเก็บแล้วใส่ให้เจ้าของร่างเสียก่อน
แต่คงไม่ทันการ เพราะแม่ของเขาผลักบานประตูแล้วเข้าไปในห้องของรดาก่อนแล้ว
"โถ ยังนอนหลับนิ่งเลย คงจะป่วยหนักน่าดู" นารีพูดกับร่างบางที่ยังหลับใหลอยู่ใต้ผ้าห่ม โชคดีที่พอเปิดประตูมาก็เจอกับด้านข้างของเตียงแทนที่จะเป็นปลายเตียง นารีจึงไม่เห็นว่าชุดนอนสีหวานของคนป่วยนั้นยังกองอยู่ที่พื้นห้อง
แต่โชคไม่ดีก็ตอนนี้แหละ...
"แม่ครับ..." ธาวินพุ่งเข้าไปคว้าชายผ้าห่มที่นารีกำลังจะเปิดออกจากร่างของรดา ก่อนจะวางห่มให้คนป่วยเหมือนเดิม
"ทำไมตาวิน แม่จะจับตัวน้องดูว่าร้อนมากไหม"
"ผมว่าไม่ต้องก็ได้ครับ เดี๋ยวรดาจะตื่น"
"แกนี่นะ อยู่บ้านยังไงถึงปล่อยให้น้องป่วยหนักขนาดนี้ได้"
เมื่อลูกชายมาขวางทาง นารีจึงหันไปจัดผ้าห่มคลุมส่วนของร่างกายที่โผล่ออกมานอกผ้าห่มแทน แต่...ก่อนที่จะห่มผ้าให้ตรงปลายเท้าขาวเล็กที่โผล่ออกมา สายตาของหญิงวัยกลางคนก็เหลือบไปเห็นกับชุดสีหวานผ้ามันลื่นที่หล่นไม่เป็นท่าอยู่ตรงปลายเตียง
ชุดนั่นคงไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้ลูกชายของเธอพยายามปิดบังร่างบางนั้นเอาไว้ใช่ไหม
"ตาวิน" น้ำเสียงเข้มต่ำเรียกชื่อลูกชายตัวดี พร้อมกับสายตาที่จ้องมองมาอย่างคาดคั้น และที่สำคัญในมือยังยกชูชุดนอนสีสวยขึ้นให้ลูกชายดู
ธาวินหน้าซีดเผือด ในเมื่อหลักฐานคามือขนาดนั้นก็คงปกปิดอะไรไม่ได้อีก
"ออกไปรอข้างนอก แม่ใส่เสื้อผ้าให้น้องเสร็จจะตามออกไป"
ตอนพิเศษ 4 แม้จะปฏิเสธแต่น้ำเสียงที่เปล่งออกมากลับกระเส่าอย่างคนที่กำลังร้องขอ และร่างกายของเธอก็กำลังตอบรับเขา ซึ่งสวนทางกับคำคัดค้านอย่างสิ้นเชิง“อย่าห้ามพี่เลยนะรดา พี่จะไม่ทำให้ลูกของเราต้องเป็นอันตราย พี่สัญญา” น้ำเสียงที่กระซิบบอกกับเธอก็สั่นพร่าไม่แพ้กัน และตอนนี้เขาก็อยากจะปลดปล่อยความทรมานของตัวเองเต็มที“แต่พี่วินจะต้องห้ามตัวเองไม่ได้นะคะ รดากลัว” ใบหน้าสวยที่ถูกปลุกด้วยปลายนิ้วจนต้องตื่นจากนิทราเอียงมาบอกสามี“ไม่ต้องกลัวนะครับคนดี เขาก็เป็นลูกพี่เหมือนกัน พี่แค่จะแสดงความรักกับแม่ของเขา พี่ว่าลูกคงจะเข้าใจและเปิดทางให้พี่แน่นอน เชื่อพี่สิ” ถึงเธอไม่เชื่อเขาก็คงไม่ยอมปล่อยให้เธอนอนหลับอย่างสบายแน่“รอให้รดาคลอดลูกก่อนได้ไหมคะ” แม้จะไม่เห็นทางสำเร็จแต่รดาก็ยังพยายามที่จะต่อรองกับเขา“นานไปรดา พี่ทนรอนานขนาดนั้นไม่ได้หรอกนะ ตอนนี้พี่อยากจะรักรดาเต็มทนแล้ว ขอเถอะนะ” ไม่รอให้รดาปฏิเสธอีกครั้ง ธาวินประกบจูบเพื่อปิดเสียงค้านของเธอไว้ด้วยริมฝีปากของเขา และทำให้ร่างกายของเธอเลิกต่อต้านด้วยปลายนิ้วของเขาต่อเช่นกัน“อ๊ะ พี่วิน อื้ออ อา...” ในที่สุดเธอก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับความช่ำชอง
ตอนพิเศษ 3คืนเข้าหอสองเดือนต่อมา...งานแต่งแบบเรียบง่ายที่มีแขกแค่เครือญาติและเพื่อนสนิท สิ้นสุดลงในเวลาเกือบสามทุ่ม หลังจากส่งตัวบ่าวสาวเข้าห้องหอเสร็จเรียบร้อย ผู้ใหญ่ทุกท่านก็พากันออกจากห้องเพื่อให้บ่าวสาวได้อยู่กันตามลำพัง ตามประเพณีของการแต่งงานรดาอยู่ในชุดเจ้าสาวเกาะอกชายกระโปรงยาวฟูฟ่องสีขาวสะอาดตา ไม่รัดรูปจนน่าอึดอัดเพราะกำลังท้องอ่อน ๆ แต่ก็ไม่หลวมโครกจนดูไม่งามตา น้องของขวัญถูกคุณปู่และคุณย่าพาตัวกลับไปนอนที่บ้านของพวกท่านด้วย บ้านหลังนี้จึงเหลือแค่เธอกับนาวินซึ่งเป็นเจ้าบ่าวเท่านั้น“พี่วินจะอาบน้ำก่อนก็ได้นะคะ รดาต้องแกะผมแกะชุดก่อน” รดาหันไปบอกสามีที่นอนตะแคงเท้าแขนหนุนหัวมองเธออยู่บนเตียงนอน“คืนนี้เป็นคืนเข้าหอนะรดา” แต่ธาวินกลับไม่สนใจปฏิบัติตามคำบอกกล่าวของเธอ แล้วยังพูดประโยคนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงที่ชวนขนลุกยังไงชอบกล“ค่ะ คืนเข้าหอ คืนแรกของการแต่งงานก็คือคืนเข้าหอไงคะ ทำไมเหรอคะ”“ก็ปกติคืนเข้าหอ เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวก็ต้องดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์กันไม่ใช่เหรอ” รดาเข้าใจความหมายของประโยคนั้นในทันที หญิงสาวส่งสายตามองค้อนไปให้สามีที่คงเริ่มจะหื่นขึ้นมาอีกแล้ว“ตามปกติก
ตอนพิเศษ 2แพ้ท้องอาการหงุดหงิดงุ่นง่านของธาวินหนักขึ้นเรื่อย ๆ เห็นอะไรก็ขวางหูขวางตาไปหมด มีแต่รดากับลูกสาวที่เขาไม่กล้าจะโมโหใส่ นอกนั้นไม่ว่าจะเป็นที่ทำงานหรือเพื่อนของเขาก็พาลโดนกันไปทุกคน จนรดาเองก็เหนื่อยใจกับอาการเอาแต่ใจ ไร้เหตุผลที่หนักข้อขึ้นทุกวัน"พี่วินคะ พี่วินมีเหตุผลหน่อยได้ไหมคะ ช่วงนี้พี่เป็นอะไรทำไมถึงขี้โมโหแบบนี้" รดาต่อว่าสามีเมื่อกลับมาถึงบ้าน หลายวันมานี้ปรพลมักจะมาหาของขวัญที่ร้านบ่อย ๆ คงเพราะเหงา ๆ เลยอยากมาเล่นกับลูกสาวของเธอ และทำให้ธาวินโมโหและพาลใส่ปรพลได้ทุกครั้งที่เขามาหา ดีหน่อยที่ปรพลไม่ถือสาเพราะเห็นว่าเป็นพื่อนสนิทกัน ไม่อย่างนั้นคงได้มีเรื่องกันไปนานแล้วแน่ ๆ "โธ่ รดาก็ไอ้พลมันเล่นมาที่ร้านทุกวันเลย พี่ก็หึงสิ""แต่พี่ก็เห็นว่าคุณพลเขามาเล่นกับของขวัญนะคะ""แต่มันตั้งใจมาหารดาด้วย พี่รู้" "พี่วิน""พี่ว่ารดาปิดร้านไปเลยดีไหม ไอ้พลจะได้หมดข้ออ้างมาที่ร้านอีก" รดาถอนหายใจอย่างหนักอก สามีของเธอเป็นคนที่พูดไม่รู้เรื่องไปตั้งแต่เมื่อไหร่ "รดาไม่พูดกับพี่วินแล้วค่ะ" รดาหมุนตัวจะกลับเข้าห้องแต่ไม่รู้เป็นเพราะหมุนเร็วไปหรือเปล่า จึงทำให้เธอรู้ส
ตอนพิเศษ 1อ้อนพี่ได้คนเดียวครอบครัวแสนสุขของเด็กหญิงธารดาในยามเข้าช่างเป็นภาพที่น่ามอง สาวน้อยยืนยิ้มอยู่ท่ามกลางร่างของคนเป็นพ่อและแม่ที่กำลังโน้มตัวเข้าหาแล้วหอมแก้มกันในตอนเช้าก่อนจะออกจากบ้าน ใบหน้าเล็กแหงนเงยฉีกยิ้มกับภาพตรงหน้า ก่อนที่ทั้งธาวินและรดาจะก้มลงมองลูกสาวแล้วย่อตัวลงนั่ง"ยิ้มอะไรคะ คนสวยของคุณพ่อ" ธาวินกอดร่างเล็กที่อยู่ระหว่างขาของเขาทั้งสองข้าง เอ่ยถามยิ้ม ๆ เมื่อเห็นว่าลูกสาวของเขายังยิ้มไม่ยอมหยุด"คุณพ่อจุ๊บคุณแม่" เสียงเล็กเอ่ยบอกพร้อมกับใบหน้าเปื้อนยิ้มน่าเอ็นดู จนคนเป็นพ่ออดที่จะฝังจมูกลงกับแก้มเล็กไม่ได้"คุณพ่อจุ๊บของขวัญด้วยดีไหม""ดีค่ะ" ของขวัญรีบพยักหน้ารัว ๆ เอ่ยตอบน้ำเสียงดีใจ"จุ๊บตรงไหนดีน้าาา" ธาวินทำเป็นมองไปทั้งดวงหน้าน้อยก่อนจะยิ้มแล้วกดริมฝีปากลงบนหน้าผากเล็กของลูกสาว"หน้าผาก แก้ม จมูก แล้วก็ปากเล็ก ๆ" ริมฝีปากของคนเป็นพ่อพรมจูบไปทุกจุดที่เอ่ยพูด สาวน้อยได้แต่ยิ้มชอบใจ"คุณพ่อจุ๊บทุกวันได้ไหมคะ" "ได้สิคะ คุณพ่อจะจุ๊บของขวัญทุกวันเลยค่ะ""จุ๊บคุณแม่ด้วย""สำหรับคุณแม่คุณพ่อจุ๊บทุกวันและทั้งคืนอยู่แล้วค่ะ" ธาวินพูดบอกลูกสาวพร้อมทั้งส่งสายตาเจ
ตอนที่ 50ตลอดไปตั้งแต่กลับมาถึงบ้านจนถึงเวลาค่ำมืด รดาก็เอาแต่หน้าบึ้งไม่พูดไม่จากับสามี ธาวินเองก็พอจะรู้ว่าอาการแง่งอนของภรรยาเป็นเพราะอะไร เขาพยายามง้องอนหาทางพูดคุยทุกอย่างแล้ว แต่รดาก็ไม่มีทีท่าว่าจะเปิดปากพูดกับเขาสักคำแต่ก็ใช่ว่าจะหมดหนทางเสียทีเดียว ในเมื่อเขายังมีนางฟ้าตัวน้อยอยู่ทั้งคน ไม่พูดกับพ่อแต่ก็ต้องพูดกับลูกแน่ ธาวินจึงต้องเพิ่งความน่ารักของเด็กน้อยเข้าช่วยเสียแล้ว"ของขวัญคะ คุณแม่ไม่ยอมพูดกับคุณพ่อเลย ของขวัญช่วยคุณพ่อหน่อยได้ไหมคะ" ธาวินก้มพูดกับร่างน้อยที่อยู่บนเตียงนอน ตอนนี้ยังพอมีเวลาก่อนที่เด็กน้อยจะเข้านอน เขาจึงต้องใช้ลูกรักเป็นตัวช่วยให้คนเป็นแม่คืนดีกับเขาเสียก่อน ไม่อย่างนั้นคืนนี้...อด"ได้ค่ะ" เด็กน้อยพยักหน้ารับคำด้วยเสียงน่ารัก"ถ้าอย่างนั้นของขวัญไปบอกคุณแม่ว่าให้พูดกับคุณพ่อหน่อยนะคะ ถ้าคุณแม่ยังไม่ยอมพูดกับคุณพ่อแบบนี้คุณพ่อคงเศร้าแน่เลยค่ะ""ค่ะคุณพ่อ" ธาวินระบายยิ้มเมื่อต่อรองกับลูกสาวได้สำเร็จ แล้วยกร่างของลูกสาวขึ้นมาอุ้มก่อนจะพาไปยังห้องนอนของตัวเอง ซึ่งคนเป็นแม่หายเงียบเข้าไปได้สักพักแล้ว"คุณแม่ขา" เด็กน้อยส่งเสียงเรียกเมื่อเห็นร่างของค
ตอนที่ 49หวงเมียบรรยากาศในร้านก็คึกคัก ลูกค้าหลั่งไหลเข้ามาหาเครื่องดื่มในแบบที่ตัวเองโปรด พนักงานของร้านต่างช่วยกันบริการลูกค้าด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ไม่ต่างกับเจ้าของร้านคนสวยที่ยังมีรอยยิ้มให้ลูกค้าอยู่ตลอดเวลาถึงแม้จะรู้สึกว่าร่างกายอ่อนเพลียสักแค่ไหนก็ตาม"สวัสดีครับคุณรดา" เสียงทักคุ้นหูมาจากหน้าประตูร้าน รดาหันไปมองแล้วส่งยิ้มให้ชายหนุ่มที่กลายเป็นเพื่อนที่ค่อนข้างสนิทไปเสียแล้ว"สวัสดีค่ะคุณพล ทำไมวันนี้มาคนเดียวล่ะคะ""เปล่าครับ มากันเยอะ เดี๋ยวภัทรกับยัยแพรวก็ตามมา แล้วพรีมก็ใกล้จะถึงแล้วครับ""นัดกันมาเหรอคะ มากันครบทีมเชียว""ไอ้วินครับมันนัดผมกับพรีมมาเห็นบอกว่าอยากเจอ ส่วนภัทรกับแพรวเห็นว่าจะมาที่นี่อยู่พอดี มาแจกการ์ดน่ะครับ""ออค่ะ งั้นเชิญคุณพลด้านในก่อนแล้วกันค่ะ" ปรพลเล็งมองหาโต๊ะว่างสำหรับสมาชิกที่จะตามมา เลือกได้เป็นมุมโซฟาตัวยาวด้านในสุดของร้าน จึงเข้าไปนั่งรอเป็นคนแรกไม่กี่นาทีต่อมาภัทรและแพรววดีก็เข้ามาถึงร้าน หลังจากกล่าวทักทายเจ้าของร้านเสร็จก็เข้าไปสมทบกับปรพลที่อยู่ด้านในเหลือสองคนสุดท้ายธาวินและกิรณา แต่ไม่นานหญิงสาวหน้าสวยก็เดินยิ้มเข้ามา ขาดแต่ชาย







