로그인ตอนที่ 13
เมีย
"จดทะเบียนเหรอครับ" ข้อบังคับที่แม่ของเขายื่นมาให้ เมื่อล่วงรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืน
"ใช่ ในเมื่อน้องยังเรียนไม่จบ แกก็ต้องรับผิดชอบสิ่งที่แกทำด้วยการจดทะเบียนกับน้องก่อน ช่วยไมได้นี่แกอยากไม่ห้ามตัวเองก็ต้องยอมรับผลของมัน"
"แต่อีกปีกว่าผมก็จะต้องแต่งงานกับรดาอยู่แล้วไม่ใช่เหรอครับ แล้วทำไมต้องให้จดทะเบียนก่อนด้วย อีกอย่างหลังแต่งงานเรื่องอย่างนี้ก็ต้องเกิดขึ้นอยู่ดี"
ถ้าเป็นก่อนหน้านี้เขาคงไม่คิดว่ามันจะเกิดเรื่องอย่างนี้ระหว่างเขากับผู้หญิงคนนี้ได้แน่ แต่หลังจากที่มันเกิดไปแล้วเมื่อคืนเขาก็รู้ว่ามันไม่ใช่อย่างที่เขาคิด
"แต่ฉันถือว่าเรื่องที่แกทำลงไป เป็นการเอาเปรียบหนูรดาก่อนถึงเวลาที่สมควร เป็นลูกผู้ชายกล้าทำก็ต้องกล้ารับสิ"
จะว่าไปนารีก็ไม่ได้โกรธอะไรลูกชายของตัวเองมากมาย ออกจะดีใจเสียด้วยซ้ำที่เกิดเรื่องนี้ขึ้น เพราะมันทำให้ลูกชายของเธอไม่สามารถดิ้นหนีจากลูกสะใภ้คนที่เธอหมายมั่นปั้นมือไปได้
ใบทะเบียนสมรสสองใบวางคู่กันอยู่บนโต๊ะตรงหน้า รดานิ่งมองชื่อของเขาและเธอที่อยู่บนกระดาษทั้งสองใบ หลังจากเธอหายป่วย ธาวินก็พาเธอไปจดทะเบียนสมรสทันที เธอรู้แค่ว่าเป็นคำสั่งของนารี แต่ไม่รู้เรื่องรายละเอียด
เธอคงจะดีใจกว่านี้ ถ้ากระดาษทั้งสองใบนี้ได้มาเพราะความต้องการของธาวินไม่ใช่เพราะคำบังคับของผู้เป็นแม่ของเขา
หลังจากวันที่ธาวินพาเธอไปจดทะเบียนสมรส เขาก็ไม่เคยมาที่บ้านของเธออีก เกือบสามอาทิตย์ที่เขาหายหน้าไปเฉย ๆ ไม่มีการติดต่อหรือถามหา รดาได้แต่คิดว่าเขาคงจะงานยุ่งเพื่อปลอบใจตัวเอง ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าความจริงแล้วเขาคงไม่อยากเจอหน้าเธอ
"สิ่งที่รดามอบให้พี่ไป คงไม่สามารถทำให้พี่วินรักรดาได้ใช่ไหมคะ"
หญิงสาวพูดขึ้นอย่างเหม่อลอย คืนนั้นคงจะเป็นคืนเดียวที่เขาอ่อนโยนกับเธอทั้งแววตาและคำพูด เพราะหลังจากนั้นเธอก็ไม่เคยได้เห็นแววตาแบบนั้นจากเขาอีก แม้กระทั่งตอนที่เขาพาเธอไปจดทะเบียนสมรส
ออด! ออด!
เสียงกดกริ่งที่ดังขึ้นทำให้หญิงสาวหลุดจากภวังค์ ใบหน้างามเผยยิ้มขึ้นเมื่อคิดว่าคงเป็นเขาคนที่เธอกำลังคิดถึง
หลังจากที่เอกสารสำคัญทางกฎหมายไว้ในลิ้นชัก ร่างบางก็ตรงมาที่หน้าบ้านทันที
"ภัทร" เสียงแห่งความผิดหวังเรียกชื่อชายหนุ่มที่ยืนส่งยิ้มอยู่หน้าประตูรั้ว รดาฝืนยิ้มออกมาอีกครั้งเมื่อเปิดประตูให้แขกผู้มาเยือนเข้ามาในบ้าน
"ทำกำแพงตั้งแต่เมื่อไหร่ ครั้งที่แล้วภัทรมายังไม่มีเลย"
"อืม ทำสักพักแล้วล่ะ แล้ววันนี้ว่างเหรอถึงมาหารดาได้" รดาถามพลางวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะตรงหน้าที่นั่งของชายหนุ่ม
"ก็ว่างแหละแต่ไม่นาน เลยแวะมาคุยกับรดาพลาง ๆ จริงสิ เดือนหน้าเราจะไปเรียนต่อเมืองนอกแล้วล่ะ คงไม่ได้เจอรดาอีกนานเลย"
ภัทรนับว่าเป็นเพื่อนชายคนเดียวในห้องที่ค่อนข้างสนิทกับรดา ตั้งแต่ข่าวเรื่องครอบครัวของรดาแพร่กระจายออกไป ภัทรก็เป็นเพื่อนเพียงคนเดียวที่คอยให้กำลังใจรดามาตลอด และไม่เคยทับถมหรือมองเธอด้วยสายตาแปลก ๆ อย่างที่คนอื่นทำ
"อ้าวเหรอ ทำไมล่ะ"
"พอดีแฟนเราไปเรียนที่อเมริกาน่ะ เราก็เลยตามไปด้วย"
"อ้อ ติดแฟนว่างั้น"
"ว่าที่ภรรยาเลยนะ"
รดายิ้มหัวเราะกับความน่ารักของภัทรเวลาที่พูดถึงแฟนสาว ลึก ๆ เธอก็อยากได้รับความรักแบบนี้จากคนที่เพิ่งเป็นสามีที่ถูกต้องตามกฎหมายของเธอบ้าง
"รดาล่ะ อยากไปเรียนเมืองนอกไหม"
"ก็สนใจนะ แต่คงไม่ไปไม่ได้ เรา...อยากอยู่เมืองไทยน่ะ" ไม่รู้ว่าภัทรจะเข้าใจไปแบบไหน อาจจะคิดว่าเธอขัดสนเรื่องเงินถึงได้ตอบไปแบบนั้น
แต่แท้จริงแล้วหากเธอจะไปก็ไม่ได้ติดปัญหาเรื่องเงินสักนิดเพราะเงินในบัญชีก็มีมากพอที่เธอจะไปเรียนต่อได้สบาย แต่เพราะเขาคนนั้นจึงทำให้เธอไม่อยากจากประเทศนี้ไป
"อืม เมืองไทยก็ดี ถ้าไม่ติดว่าต้องตามแฟนไป ภัทรก็ไม่อยากไปเหมือนกัน"
ปี้น! ปี้น!
เสียงแตรรถที่ดังเข้ามาในตัวบ้าน ขัดจังหวะการพูดคุยที่กำลังออกอรรถรสของสองหนุ่มสาว
รดาชะเง้อมองหน้าบ้าน ก่อนจะระบายรอยยิ้มบางออกมาเมื่อเห็นว่าธาวินกำลังขับรถเข้ามา
"ใครมาเหรอ รดา" ภัทรถามเมื่อเห็นรดามีสีหน้าที่สดใสขึ้นทันตา ทั้งที่ก่อนหน้านี้ใบหน้าสวยออกจะดูเศร้าเล็กน้อย
"พี่วินน่ะ"
ภัทรอ้าปากจะถามต่อว่าเขาเป็นใคร แต่เมื่อร่างสูงเข้ามาในบ้านเขาก็ได้คำตอบ
"อ๋อ คนที่พารดาไปกินข้าวที่ร้านเมื่อวันก่อนใช่ไหม"
"ใช่จ้ะ"
"สวัสดีครับ" ภัทรพนมมือไหว้ชายหนุ่มที่มีอายุมากกว่าเขา
แต่นอกจากธาวินจะไม่รับไหว้แล้ว ยังไม่เห็นรอยยิ้มหรือคำทักทายจากเขากลับมาสักนิด จะมีก็แต่สายตาดุดันยามที่ปรายตามามองก่อนจะเดินตรงเข้าไปด้านใน
"รดา งั้นภัทรกลับก่อนดีกว่าแฟนโทรมาตามล่ะ" ภัทรหันหน้าจอโทรศัพท์ที่กำลังมีสายเรียกเข้าให้รดาดูก่อนจะโบกมือเป็นการบอกลาและกดรับโทรศัพท์เดินออกไปจากบ้าน
ส่งคนเป็นเพื่อนเสร็จ รดาก็หันกลับไปทางห้องของธาวินและส่งยิ้มให้เมื่อเห็นเขาเดินกลับออกมา
"พี่วิน หิวไหมคะ" เสียงหวานนุ่มเอ่ยถามอย่างเอาใจ ประโยคแรกที่เธอได้คุยกับคนที่ได้เขาในฐานะ ‘สามี’
"เพื่อนของเธอ เขามาทำไม"
"ภัทรแค่แวะมาหาค่ะ แล้วก็ไปทำธุระแล้ว"
ธาวินรู้สึกไม่พอใจตั้งแต่ที่เห็นภัทรนั่งพูดคุยหัวเราะอยู่กับรดาตั้งแต่เขาเข้ามาในบ้าน แต่ในเมื่อแขกก็กลับไปแล้วเขาจึงไม่คิดที่จะพูดอะไรให้ยืดยาว
แต่สายตาก็ยังจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของคนที่เขาไม่ได้เจอหน้ามาเกือบสามอาทิตย์ ตั้งแต่วันที่เธอกลายเป็นภรรยาที่ถูกต้องทั้งทางพฤตินัยและนิตินัย เขาก็ตั้งใจว่าจะไม่กลับมาที่บ้านหลังนี้อีก ไม่อยากอยู่ใกล้เธอ
ไม่อยากเห็นหน้าคนที่ได้ชื่อว่าเป็นเมีย โดยที่เขายังไม่สามารถที่จะยอมรับเธอได้ในสถานะนั้นจากคนที่เคยเป็นแค่น้องสาว เลื่อนขั้นขึ้นมาเป็นคู่หมั้น และเป็นเมียในเวลาอันรวดเร็ว เขาเองก็ยังไม่รู้ว่าจะทำใจให้ยอมรับมันได้อย่างไร รู้แค่ว่าเขาอยากอยู่ให้ห่างผู้หญิงคนนี้ให้มากที่สุด แต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดวันนี้เขาถึงขับรถมาที่นี่แทนที่จะตรงกลับบ้านของตัวเอง
"แหวนเธอไปไหนทำไมไม่ใส่"
ตอนพิเศษ 4 แม้จะปฏิเสธแต่น้ำเสียงที่เปล่งออกมากลับกระเส่าอย่างคนที่กำลังร้องขอ และร่างกายของเธอก็กำลังตอบรับเขา ซึ่งสวนทางกับคำคัดค้านอย่างสิ้นเชิง“อย่าห้ามพี่เลยนะรดา พี่จะไม่ทำให้ลูกของเราต้องเป็นอันตราย พี่สัญญา” น้ำเสียงที่กระซิบบอกกับเธอก็สั่นพร่าไม่แพ้กัน และตอนนี้เขาก็อยากจะปลดปล่อยความทรมานของตัวเองเต็มที“แต่พี่วินจะต้องห้ามตัวเองไม่ได้นะคะ รดากลัว” ใบหน้าสวยที่ถูกปลุกด้วยปลายนิ้วจนต้องตื่นจากนิทราเอียงมาบอกสามี“ไม่ต้องกลัวนะครับคนดี เขาก็เป็นลูกพี่เหมือนกัน พี่แค่จะแสดงความรักกับแม่ของเขา พี่ว่าลูกคงจะเข้าใจและเปิดทางให้พี่แน่นอน เชื่อพี่สิ” ถึงเธอไม่เชื่อเขาก็คงไม่ยอมปล่อยให้เธอนอนหลับอย่างสบายแน่“รอให้รดาคลอดลูกก่อนได้ไหมคะ” แม้จะไม่เห็นทางสำเร็จแต่รดาก็ยังพยายามที่จะต่อรองกับเขา“นานไปรดา พี่ทนรอนานขนาดนั้นไม่ได้หรอกนะ ตอนนี้พี่อยากจะรักรดาเต็มทนแล้ว ขอเถอะนะ” ไม่รอให้รดาปฏิเสธอีกครั้ง ธาวินประกบจูบเพื่อปิดเสียงค้านของเธอไว้ด้วยริมฝีปากของเขา และทำให้ร่างกายของเธอเลิกต่อต้านด้วยปลายนิ้วของเขาต่อเช่นกัน“อ๊ะ พี่วิน อื้ออ อา...” ในที่สุดเธอก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับความช่ำชอง
ตอนพิเศษ 3คืนเข้าหอสองเดือนต่อมา...งานแต่งแบบเรียบง่ายที่มีแขกแค่เครือญาติและเพื่อนสนิท สิ้นสุดลงในเวลาเกือบสามทุ่ม หลังจากส่งตัวบ่าวสาวเข้าห้องหอเสร็จเรียบร้อย ผู้ใหญ่ทุกท่านก็พากันออกจากห้องเพื่อให้บ่าวสาวได้อยู่กันตามลำพัง ตามประเพณีของการแต่งงานรดาอยู่ในชุดเจ้าสาวเกาะอกชายกระโปรงยาวฟูฟ่องสีขาวสะอาดตา ไม่รัดรูปจนน่าอึดอัดเพราะกำลังท้องอ่อน ๆ แต่ก็ไม่หลวมโครกจนดูไม่งามตา น้องของขวัญถูกคุณปู่และคุณย่าพาตัวกลับไปนอนที่บ้านของพวกท่านด้วย บ้านหลังนี้จึงเหลือแค่เธอกับนาวินซึ่งเป็นเจ้าบ่าวเท่านั้น“พี่วินจะอาบน้ำก่อนก็ได้นะคะ รดาต้องแกะผมแกะชุดก่อน” รดาหันไปบอกสามีที่นอนตะแคงเท้าแขนหนุนหัวมองเธออยู่บนเตียงนอน“คืนนี้เป็นคืนเข้าหอนะรดา” แต่ธาวินกลับไม่สนใจปฏิบัติตามคำบอกกล่าวของเธอ แล้วยังพูดประโยคนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงที่ชวนขนลุกยังไงชอบกล“ค่ะ คืนเข้าหอ คืนแรกของการแต่งงานก็คือคืนเข้าหอไงคะ ทำไมเหรอคะ”“ก็ปกติคืนเข้าหอ เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวก็ต้องดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์กันไม่ใช่เหรอ” รดาเข้าใจความหมายของประโยคนั้นในทันที หญิงสาวส่งสายตามองค้อนไปให้สามีที่คงเริ่มจะหื่นขึ้นมาอีกแล้ว“ตามปกติก
ตอนพิเศษ 2แพ้ท้องอาการหงุดหงิดงุ่นง่านของธาวินหนักขึ้นเรื่อย ๆ เห็นอะไรก็ขวางหูขวางตาไปหมด มีแต่รดากับลูกสาวที่เขาไม่กล้าจะโมโหใส่ นอกนั้นไม่ว่าจะเป็นที่ทำงานหรือเพื่อนของเขาก็พาลโดนกันไปทุกคน จนรดาเองก็เหนื่อยใจกับอาการเอาแต่ใจ ไร้เหตุผลที่หนักข้อขึ้นทุกวัน"พี่วินคะ พี่วินมีเหตุผลหน่อยได้ไหมคะ ช่วงนี้พี่เป็นอะไรทำไมถึงขี้โมโหแบบนี้" รดาต่อว่าสามีเมื่อกลับมาถึงบ้าน หลายวันมานี้ปรพลมักจะมาหาของขวัญที่ร้านบ่อย ๆ คงเพราะเหงา ๆ เลยอยากมาเล่นกับลูกสาวของเธอ และทำให้ธาวินโมโหและพาลใส่ปรพลได้ทุกครั้งที่เขามาหา ดีหน่อยที่ปรพลไม่ถือสาเพราะเห็นว่าเป็นพื่อนสนิทกัน ไม่อย่างนั้นคงได้มีเรื่องกันไปนานแล้วแน่ ๆ "โธ่ รดาก็ไอ้พลมันเล่นมาที่ร้านทุกวันเลย พี่ก็หึงสิ""แต่พี่ก็เห็นว่าคุณพลเขามาเล่นกับของขวัญนะคะ""แต่มันตั้งใจมาหารดาด้วย พี่รู้" "พี่วิน""พี่ว่ารดาปิดร้านไปเลยดีไหม ไอ้พลจะได้หมดข้ออ้างมาที่ร้านอีก" รดาถอนหายใจอย่างหนักอก สามีของเธอเป็นคนที่พูดไม่รู้เรื่องไปตั้งแต่เมื่อไหร่ "รดาไม่พูดกับพี่วินแล้วค่ะ" รดาหมุนตัวจะกลับเข้าห้องแต่ไม่รู้เป็นเพราะหมุนเร็วไปหรือเปล่า จึงทำให้เธอรู้ส
ตอนพิเศษ 1อ้อนพี่ได้คนเดียวครอบครัวแสนสุขของเด็กหญิงธารดาในยามเข้าช่างเป็นภาพที่น่ามอง สาวน้อยยืนยิ้มอยู่ท่ามกลางร่างของคนเป็นพ่อและแม่ที่กำลังโน้มตัวเข้าหาแล้วหอมแก้มกันในตอนเช้าก่อนจะออกจากบ้าน ใบหน้าเล็กแหงนเงยฉีกยิ้มกับภาพตรงหน้า ก่อนที่ทั้งธาวินและรดาจะก้มลงมองลูกสาวแล้วย่อตัวลงนั่ง"ยิ้มอะไรคะ คนสวยของคุณพ่อ" ธาวินกอดร่างเล็กที่อยู่ระหว่างขาของเขาทั้งสองข้าง เอ่ยถามยิ้ม ๆ เมื่อเห็นว่าลูกสาวของเขายังยิ้มไม่ยอมหยุด"คุณพ่อจุ๊บคุณแม่" เสียงเล็กเอ่ยบอกพร้อมกับใบหน้าเปื้อนยิ้มน่าเอ็นดู จนคนเป็นพ่ออดที่จะฝังจมูกลงกับแก้มเล็กไม่ได้"คุณพ่อจุ๊บของขวัญด้วยดีไหม""ดีค่ะ" ของขวัญรีบพยักหน้ารัว ๆ เอ่ยตอบน้ำเสียงดีใจ"จุ๊บตรงไหนดีน้าาา" ธาวินทำเป็นมองไปทั้งดวงหน้าน้อยก่อนจะยิ้มแล้วกดริมฝีปากลงบนหน้าผากเล็กของลูกสาว"หน้าผาก แก้ม จมูก แล้วก็ปากเล็ก ๆ" ริมฝีปากของคนเป็นพ่อพรมจูบไปทุกจุดที่เอ่ยพูด สาวน้อยได้แต่ยิ้มชอบใจ"คุณพ่อจุ๊บทุกวันได้ไหมคะ" "ได้สิคะ คุณพ่อจะจุ๊บของขวัญทุกวันเลยค่ะ""จุ๊บคุณแม่ด้วย""สำหรับคุณแม่คุณพ่อจุ๊บทุกวันและทั้งคืนอยู่แล้วค่ะ" ธาวินพูดบอกลูกสาวพร้อมทั้งส่งสายตาเจ
ตอนที่ 50ตลอดไปตั้งแต่กลับมาถึงบ้านจนถึงเวลาค่ำมืด รดาก็เอาแต่หน้าบึ้งไม่พูดไม่จากับสามี ธาวินเองก็พอจะรู้ว่าอาการแง่งอนของภรรยาเป็นเพราะอะไร เขาพยายามง้องอนหาทางพูดคุยทุกอย่างแล้ว แต่รดาก็ไม่มีทีท่าว่าจะเปิดปากพูดกับเขาสักคำแต่ก็ใช่ว่าจะหมดหนทางเสียทีเดียว ในเมื่อเขายังมีนางฟ้าตัวน้อยอยู่ทั้งคน ไม่พูดกับพ่อแต่ก็ต้องพูดกับลูกแน่ ธาวินจึงต้องเพิ่งความน่ารักของเด็กน้อยเข้าช่วยเสียแล้ว"ของขวัญคะ คุณแม่ไม่ยอมพูดกับคุณพ่อเลย ของขวัญช่วยคุณพ่อหน่อยได้ไหมคะ" ธาวินก้มพูดกับร่างน้อยที่อยู่บนเตียงนอน ตอนนี้ยังพอมีเวลาก่อนที่เด็กน้อยจะเข้านอน เขาจึงต้องใช้ลูกรักเป็นตัวช่วยให้คนเป็นแม่คืนดีกับเขาเสียก่อน ไม่อย่างนั้นคืนนี้...อด"ได้ค่ะ" เด็กน้อยพยักหน้ารับคำด้วยเสียงน่ารัก"ถ้าอย่างนั้นของขวัญไปบอกคุณแม่ว่าให้พูดกับคุณพ่อหน่อยนะคะ ถ้าคุณแม่ยังไม่ยอมพูดกับคุณพ่อแบบนี้คุณพ่อคงเศร้าแน่เลยค่ะ""ค่ะคุณพ่อ" ธาวินระบายยิ้มเมื่อต่อรองกับลูกสาวได้สำเร็จ แล้วยกร่างของลูกสาวขึ้นมาอุ้มก่อนจะพาไปยังห้องนอนของตัวเอง ซึ่งคนเป็นแม่หายเงียบเข้าไปได้สักพักแล้ว"คุณแม่ขา" เด็กน้อยส่งเสียงเรียกเมื่อเห็นร่างของค
ตอนที่ 49หวงเมียบรรยากาศในร้านก็คึกคัก ลูกค้าหลั่งไหลเข้ามาหาเครื่องดื่มในแบบที่ตัวเองโปรด พนักงานของร้านต่างช่วยกันบริการลูกค้าด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ไม่ต่างกับเจ้าของร้านคนสวยที่ยังมีรอยยิ้มให้ลูกค้าอยู่ตลอดเวลาถึงแม้จะรู้สึกว่าร่างกายอ่อนเพลียสักแค่ไหนก็ตาม"สวัสดีครับคุณรดา" เสียงทักคุ้นหูมาจากหน้าประตูร้าน รดาหันไปมองแล้วส่งยิ้มให้ชายหนุ่มที่กลายเป็นเพื่อนที่ค่อนข้างสนิทไปเสียแล้ว"สวัสดีค่ะคุณพล ทำไมวันนี้มาคนเดียวล่ะคะ""เปล่าครับ มากันเยอะ เดี๋ยวภัทรกับยัยแพรวก็ตามมา แล้วพรีมก็ใกล้จะถึงแล้วครับ""นัดกันมาเหรอคะ มากันครบทีมเชียว""ไอ้วินครับมันนัดผมกับพรีมมาเห็นบอกว่าอยากเจอ ส่วนภัทรกับแพรวเห็นว่าจะมาที่นี่อยู่พอดี มาแจกการ์ดน่ะครับ""ออค่ะ งั้นเชิญคุณพลด้านในก่อนแล้วกันค่ะ" ปรพลเล็งมองหาโต๊ะว่างสำหรับสมาชิกที่จะตามมา เลือกได้เป็นมุมโซฟาตัวยาวด้านในสุดของร้าน จึงเข้าไปนั่งรอเป็นคนแรกไม่กี่นาทีต่อมาภัทรและแพรววดีก็เข้ามาถึงร้าน หลังจากกล่าวทักทายเจ้าของร้านเสร็จก็เข้าไปสมทบกับปรพลที่อยู่ด้านในเหลือสองคนสุดท้ายธาวินและกิรณา แต่ไม่นานหญิงสาวหน้าสวยก็เดินยิ้มเข้ามา ขาดแต่ชาย







