แชร์

ขอชีวิตอิสระ

ผู้เขียน: Dragon Author
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-25 09:51:44

@ ห้องอาหารบนสุดของโรงแรม

เวลา 12.00 น.ที่เป็นเวลานัดหมายสำคัญของการเจอหน้าว่าที่คู่หมั้นอย่างเป็นทางการ ชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาคมคาย ดวงตาสีน้ำตาลอบอุ่น รอยยิ้มเจ้าเสน่ห์ชวนหลงใหล ที่สวมใส่เสื้อเชิ้ตลายสก็อตคู่กับกางเกงยีนส์สีเข้ม เป็นลุคที่ดูมีสไตล์เวลาอยู่บนร่างสูงโปร่ง นาวินนั่งรอว่าที่คู่หมั้นอย่างใจจดใจจ่ออยู่โต๊ะอาหารที่ทางผู้ใหญ่ฝั่งคู่หมั้นสาวได้จองเอาไว้ให้

โดยโต๊ะที่ทางฝั่งญาติผู้ใหญ่เลือกให้ทั้งสองได้พบเจอกันครั้งแรกนั้น เป็นโต๊ะที่มุมดีที่สุด เพราะเป็นโต๊ะที่ติดกระจกเมื่อทอดมองสายตาออกไปจะเห็นวิวทะเลสีฟ้าคราม ช่วยสร้างบรรยายให้ดูสดชื่นสบายตาเหมาะแก่การเจอกันครั้งแรก มือหนาเปิดไอแพดที่ถือติดมือมาด้วยเพื่ออ่านเอกสารฆ่าเวลาระหว่างรอว่าที่คู่หมั้นสาว ขณะสายตาคมเปิดอ่านเอกสารทีละฉบับที่เลขาส่งมาให้ทางอีเมลด้วยใจที่กระสับกระส่ายและตื่นเต้น ถึงแม้สายตาจะอ่านเอกสารในอีเมล์แต่หัวใจกับไม่ได้มีสมาธิกับเอกสารที่เปิดอ่านสักนิด เพราะมีบางครั้งที่สายตาคู่คมทอดมองออกไปที่หน้าประตูทางเข้าอยู่หลายครั้งเพื่อหวังว่าจะเห็นร่างบางของคู่หมั้นสาวเข้ามายังสถานที่นัดพบ แต่จนแล้วจนรอด คนที่เขาอยากเจอหน้าก็ไม่มาสักที

เขานั่งรอนานนับชั่วโมง ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของว่าคู่ที่หมั้นที่นัดเอาไว้ มือหนาจึ่งเลือกที่จะปิดหน้าจอไอแพดเมื่อคิดว่าน่าจะเบี้ยวนัด ถึงแม้จะดูหงุดหงิดและไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่ แต่อีกเดียวเขาต้องกลับเดินทางกรุงเทพตามไฟล์บินที่ได้ถูกจองเอาไว้ล่วงหน้า

นาวินจึงเลือกเดินออกจากห้องอาหารเงียบ ๆ เขาคิดว่า อย่างไรเสียเขาต้องบินมาที่ภูเก็ตบ่อย ๆ ครั้งหน้าค่อยนัดเจอกันก็ได้ เมื่อคิดได้เช่นนี้จึงทำให้ใจเขาสงบลง

@สนามบินภูเก็ต

นับดาวนั่งรอที่จะขึ้นเครื่องบินเพื่อที่จะเดินทางไปยังกรุงเทพ พลันในใจก็คิดถึงเหตุการณ์ช่วงเช้า 1 ชั่วโมงก่อน ตอนนั้นนับดาวเลือกที่จะไปหาพ่อขอตัวเองเพื่อบอกกล่าวถึงเหตุผลที่ตัวเองต้องหนีไปกรุงเทพในครั้งนี้

“ดาวมาหาพ่อถึงห้องทำงานมีอะไรหรือเปล่า แต่ถ้าจะมาคุยกับพ่อเรื่องหมั้นของลูกกับนาวินเรื่องนี้พ่อก็จนปัญญา เพราะไม่ว่าพ่อจะช่วยหนูพูดกับปู่ ปู่ของเราก็ยังดึงดันที่จะให้เราหมั้นอยู่ดี”คนเป็นพ่อกล่าวขึ้นมาอย่างอ่อนใจ ในใจอยากจะช่วยลูกสาวใจจะขาดแต่พ่อของตัวเองเป็นคนที่ยึดมั่นกับคำสัญญามากถ้าได้ตกลงสัญญากับใครแล้วพ่อของเขาจะไม่ทำผิดสัญญาเป็นอันขาด

“ดาวยอมทำตามที่ปู่กับย่าก็ได้คะพ่อ…แต่ขอเวลาดาวสักนิดนะคะ ขอแค่ปีเดียวก็ได้นะพ่อ ดาวแค่อยากทำงาน อยากลองออกไปใช้ชีวิตอิสระอีกสักนิดก็ยังดีก่อนที่ดาวจะหมั้นจะแต่งงานตามที่ปู่ขอ แต่เวลานี้ขอดาวออกไปชีวิตที่อิสระสักหน่อยให้เวลาดาวนะคะ”เสียงหวานพูดอย่างอ้อนวอน กระพริบตาปริบ ๆ ออดอ้อนคนเป็นพ่อสุดหัวใจ อย่างไรเสียพ่อต้องช่วยตัวเองแน่ ๆ

ขณะที่มือแกร่งของคนเป็นพ่อยื่นออกมาลูบลงบนกลุ่มผมสีน้ำตาลนุ่มสลวยของลูกสาวด้วยความรักและเอ็นดู พลันในใจก็คิดว่าเป็นการดีเหมือนกันให้เวลาลูกสาวอีกหน่อยให้ลูกสาวไปใช้ชีวิตที่อิสระอีกนิด เมื่อถึงเวลาที่ลูกสาวใช้ชีวิตที่เต็มที่แล้วคงอยากกลับมาแต่งงานกับที่คนเป็นปู่เลือกให้แน่

“พ่อตามใจเรา แต่หนูต้องสัญญากับพ่อนะแค่ปีเดียว พ่อให้เวลาแค่ปีเดียวเราต้องกลับมาหมั้นและแต่งงานตามที่ปู่เราบอก”

นับดาวเมื่อได้ฟังคำพูดของคนเป็นพ่อจบประโยคร่างบอบบางถลาเข้าสวมกอดเอวสอบของคนเป็นพ่อทันทีด้วยความดีใจก่อนเสียงหวานจะเอ่ยบอกคนเป็นพ่อด้วยน้ำเสียงสดใสเปี่ยมด้วยความหวัง

“คะพ่อ ดาวรักพ่อมากที่สุดเลย”พูดไปยิ้มไป

ขณะคนเป็นพ่อเห็นใบหน้าลูกสาวที่ยิ้มมีความสุขอีกครั้ง คนเป็นพ่อก็รู้สึกมีความสุขไปกับลูกสาวด้วยมือหนาลูบลงที่ศีรษะทุยด้วยความรักก่อนจะบอกลูกสาวด้วยน้ำเสียงอันห่วงใย

“ไปถึงกรุงเทพแล้วโทรหาพ่อด้วยนะ…แล้วพักที่ไหนอยู่กับใครต้องบอกพ่อด้วย…พ่อกับแม่เป็นห่วงเรามาก”

“คะพ่อ”

นับดาวที่นั่งคิดถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมา ริมฝีปากบางอวบอิ่มเผยคลี่ยิ้มขึ้นมาด้วยความดีใจ ที่ตัวเองจะได้ออกไปใช้ชีวิตที่อิสระอีกครั้งแค่หนึ่งปีก็ยังดีก่อนความคิดจะหยุดลงเมื่อได้ยินเสียงตามสายเรียกให้ขึ้นเครื่องบิน ร่างบอบบางลุกออกจากเก้าอี้ก่อนจะสาวเท้าไปตามทางเดินเพื่อที่จะไปขึ้นเครื่องบินเพื่อโดยสารไปยังกรุงเทพตามที่ตัวเองได้ตั้งใจเอาไว้

บนเครื่องบิน

นาวินที่นั่งอยู่บนเครื่องบนในชั้นเฟิร์สคลาส มือหนาเปิดอ่านเอกสารที่ลูกน้องคนสนิทเอามาให้ก่อนที่จะนำเข้าไปประชุมในวันพรุ่งนี้ สายตาคมไล่อ่านตัวอักษรไปทีละบรรทัดโดยไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้าง ก่อนจะสัมผัสได้กับกลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่หอมสดชื่น เมื่อได้กลิ่น กลิ่นนี้เป็นกลิ่นหอมเฉพาะตัวของผู้หญิงคนที่เข้ามาในลิฟท์วันนั้นเขาจำได้ดี มือหนาเก็บเอกสารเข้าไปไว้ในกระเป๋าเอกสารก่อนใบหน้าหล่อคมจะหันเหมองหาหญิงสาวคนนั้น แต่ในขณะที่สายตาคมที่กำลังมองหาสาวเจ้าของกลิ่น กับเห็นร่างบอบบางของสาวคนนั้นเดินตรงมาที่ตัวเอง ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ว่างข้างตัวเอง

สายตาคู่สวยสบประสานกับสายตาคู่คมก่อนริมฝีปากอวบอิ่มจะคลี่ยิ้มอย่างมิตรภาพกับเพื่อนร่วมทางที่นั่งทำหน้าหล่อเหลา ขณะที่เขาคลี่ยิ้มให้สาวสวยเล็กน้อย เมื่อเห็นเพื่อนร่วมทางที่นั่งเก้าอี้ข้างกันยิ้มให้อย่างมิตรภาพร่างบอบบางจึ่งนั่งลงเก้าอี้ที่ตัวเองได้จองเอาไว้

ขณะที่หัวใจแกร่งเริ่มเต้นแรงอย่างไม่ทราบสาเหตุ…สมองนั้นเริ่มประมวลผล…ที่เธอที่ไม่มาพบกันในวันนี้สงสัยคงไม่อยากแต่งงานกับตัวเองสินะถึงขั้นนั่งเครื่องเพื่อบินหนีไปที่กรุงเทพแต่เธอหารู้ไม่ว่ากรุงเทพนั้นเป็นถิ่นของตัวเองคิดได้อย่างไงว่าจะหนีขึ้นไปอยู่กรุงเทพ อยากรู้นักถ้าเข้าไล่ตอนเธอทุกอยากแล้วเธอจะหนีไปไหนรอด…อยู่ ๆ มุมริมฝีปากหนาก็ยกยิ้มกรุ่มกริ่ม สายตาคมมองดวงหน้าสวยหวานอย่างไม่ละสายตา

“สวัสดีครับ เราเจอกันอีกครั้งแล้วนะครับ”เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นด้วยความสุภาพนาวินแอบถามลองเชิงว่าสาวสวยคนนี้รู้จักตัวเองหรือไม่และอยากจะรู้ว่าสาวสวยคนนี้จะเดินทางไปที่ไหนทำอะไร

“สวัสดีคะ เราเคยเจอกันเหรอ”เรียวคิ้วบางสีน้ำตาลธรรมชาติจรดเข้าหากันก่อนริมฝีอวบอิ่มที่เคลือบด้วยลิปสติกสีชมพู่อ่อนจะคลี่ยิ้มออกมาพร้อมเอ่ยถามคำถามที่สงสัยเมื่อครู่เพื่อคายความสงสัย

“เราเจอกันในลิฟท์ที่โรงแรมเมื่อวานไงครับ”

ใบหน้าหวานพยักหน้าเข้าใจก่อนจะได้ยินเสียงทุ้มเอ่ยถามตัวเองในประโยคต่อมาพลันหัวคิ้วก็จรดเข้าหากันอีกรอบเมื่อได้ฟังคำถามจนจบประโยค

“แล้วนี้ ขึ้นไปเที่ยว หรือไปทำงาน หรือบ้านอยู่กรุงเทพเหรอครับ”

ริมฝีปากสีชมพูอ่อนหุบยิ้มด้วยความไม่พอใจ เขาเป็นใครลุงข้างบ้านหรือไงถึงอยากรู้เรื่องคนอื่นไปทั่ว แต่ถึงแบบนั้นนับดาวก็เอ่ยตอบด้วยความสุภาพเพราะถึงอย่างไรเขาก็เป็นเพื่อนร่วมทางคนหนึ่งไม่อยากจะสร้างศัตรูก่อนที่จะถึงกรุงเทพ

“ไปทำงานคะ”เสียงหวานเอ่ยบอกเพียงสั้น ๆ ก่อนเรียวแขนจะยกขึ้นมากอดอกตัวเองพร้อมปิดเปลือกตาลงเพื่อไม่อยากที่จะไปเสวนากับผู้ชายที่นั่งข้างตัวเอง

ขณะที่นาวินลอบมองเสี้ยวหน้าหวานที่ปิดเปลือกตาลงจนสนิทแล้วก่อนจะคิดขึ้นได้ว่าเมื่อครู่ตัวเองถามคำถามไม่เหมาะสมหรือเปล่าไม่รู้เพราะสาเหตุใดสาวสวยด้านข้างถึงไม่อยากที่จะคุยด้วย

นาวินเลือกที่จะเงียบไปตลอดการเดินทางขณะที่นับดาวนั้นจากที่คิดจะปิดแค่เปลือกตาลงเล่น ๆ แค่พักสายตาเพียงสักนิดแต่ไม่คิดเลยว่าตอนนี้นับดาวกับหลับสนิท อีกทั้งศรีษะเหน่งน้อยเอนลงซบลงบ่าแกร่ง ของผู้ชายด้านข้างอย่างไม่รู้ตัว

ชายหนุ่มที่ตอนนี้ได้เสียสละหัวไหล่ด้านขวาให้สาวน้อยได้ใช้เป็นหมอนชั่วคราว สายตาคมลอบมองใบหน้าหวานก่อนจะอมยิ้ม อยู่ ๆ ฝ่ามือหนาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเขาจำได้ว่าก่อนหน้านี้คุณปู่ของสาวข้างกายได้ส่งรูปของคู่หมั้นให้ตัวเองในแอพพิเคชั่นหนึ่งและตัวเองเลือกที่จะเซฟเอาไว้ในอัลบั้มรูปในเครื่องโทรศัพท์ของตัวเอง ปลายนิ้วเลื่อนดูรูปว่าที่คู่หมั้นที่ละรูปเพื่อเปรียบเทียบกับสาวข้างกาย…กับพบว่าสาวสวยคนนี้เป็นว่าที่คู่หมั้นของตัวเองจริง ๆ ริมฝีปากหนายกยิ้มขึ้นมาอีกรอบก่อนจะเปิดกล้องหน้าของโทรศัพท์…กดชัตเตอร์แอบถ่ายภาพสาวหน้าหวานขณะหลับ…ที่ใบหน้าหวานหลับตาพริ้มดูมีความสุขอยู่บนหัวไหล่ตัวเอง

เมื่อได้รูปที่แอบถ่ายจนพอใจแล้วนาวินเก็บโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋ากางเกงของตัวเองเมื่อถ่ายรูปคนหน้าหวานเสร็จแล้วก่อนจะถือโอกาสโน้มลำตัวก้มหอมลงกลุ่มผมสีน้ำตาลของคนหลับอย่างถือวิสาสะ ปลายนิ้วเรียวยาวลูบลงที่พ่วงแก้มอย่างแผ่วเบา ขณะที่นาวินคิดในใจคนเดียว ‘คิดจะหนีพี่เหรอ สงสัยจะยากแล้ว เพราะต่อจากนี้ไปพี่จะค่อยดูเธอไม่ให้คาดสายตาเชียว ยัยตัวแสบ’

เวลาเกือบชั่วโมงที่เครื่องบินทะยานขึ้นอยู่บนท้องฟ้าเมื่อเครื่องบินสีขาวสลับแดงมาถึงน่านฟ้ากรุงเทพ เสียงของ กัปตันได้ประกาศออกตามสายให้ผู้โดยสายเตรียมตัวเพื่อลงจากเครื่อง

“ขณะเราถึงสนามบินดอนเมือง ขอให้ทุกทางนั่งประจำที่ก่อนเครื่องบินจะจอดสนิท”

ร่างบอบบางขยับหยุกหยิบเริ่มรู้สึกตัวเมื่อได้ยินเสียงแว่วเข้ามาในโสตประสาทชั้นหู นับดาวค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้นอย่างช้า ๆ ก่อนจะกระพริบตาปริบ ๆ เสยมองขึ้นไปยังด้านข้าง ดวงตาคู่สวยเบิกออกกว้าง จากที่รู้สึกงั่วเงียบสลิมสลือเมื่อครู่จากการตื่นนอนใหม่กับหายไปอย่างปิดพริ้งเมื่อพบเจอปลายคางหล่อคม เสี้ยวหน้าข้างหนึ่งแนบลงบ่าไหล่ของคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ อยู่ ๆ หัวใจดวงน้อยเต้นแรง ตึก! ตึก! ตึก! ใบหน้าหวานเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อ…ร่างบางดีดตัวนั่งตรง ก้มหน้างุดมองมือตัวเองด้วยความเขินอาย ก่อนจะพ่นด่าตัวเองในใจ ‘ยัยบ้าเอ๋ยอยากจะตีตัวเองนัก อายมั้ยละ กระโดดลงจากหน้าต่างตอนนี้เลยได้ไหม’

นับดาวนั่งร่วมรวบสติสักครู่ก่อนจะเอ่ยขอโทษที่ได้ร่วงเกินโดยไม่รู้ตัว“ขอโทษด้วยนะคะ ที่เสียมารยาท”พูดจบร่างบอบบางก็ลุกขึ้นยืนเพื่อรีบเดินออกจากจุดนี้เพราะตอนนี้คนกำลังทะยอยเดินออกจากเครื่องบิน

“ไม่เป็นไรครับ แค่ปวดแขนนิดหน่อยเอง”

เมื่อได้ยินเสียงทุ้มเอ่ยบอกนับดาวหันไปยิ้มให้อีกหนึ่งครั้งก่อนจะเดินออกจากเครื่องบิน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • กับดักรักนายคู่หมั้น   งานแต่งงาน ( จบ )

    การคุยกันระหว่างสองครอบครัวเป็นไปอย่างราบรื่น โดยงานแต่งจะถูกจัดขึ้นอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าที่โรงแรมของว่าที่คุณแม่มือใหม่ และแล้วงานแต่งก็มาถึงงานเช้าเป็นไปตามประเพณีแบบไทยคือตักบาตรเลี้ยงพระ แขกที่มางานในช่วงเช้าก็มีแต่ญาติและเพื่อนสนิททั้งสองฝ่ายเท่านั้นส่วนงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสถูกจัดขึ้นในช่วงเย็นที่ห้องจัดเลี้ยงเวลานี้ด้านในห้องจัดเลี้ยงถูกเนรมิตตกแต่งด้วยดอกไม้หลากหลายสีสัน ตรงกลางห้องมีแก้วแชมเปญวางช้อนเป็นชั้น ถัดไปอีกนิดมีเค้กแต่งงานสีขาวนวลด้านบนสุดมีตุ๊กตาคู่บ่าวสาวประดับอยู่ในขณะที่เจ้าสาวอยู่ในชุดแต่งงานสีขาวแบบเกาะอกกระโปรงยาวฟูฟ่องเหมือนดั่งเจ้าหญิงในเทพนิยายส่วนเจ้าบ่าวนั้นก็ไม่น้อยหน้าที่มาในชุดสูททักซิโด้สีขาวหล่อเหลาดั่งเจ้าชายทั้งคู่ยืนต้อนรับแขกอยู่หน้างาน สร้างความน่ารัก น่าเอ็นดู ดูเหมาะสมอย่างกับกิ่งทองใบหยกในสายตาผู้ที่พบเห็นและแขกที่มาร่วมงาน สายตาคมมองไปยังใบหน้าหวานด้วยความห่วงใยพลางหยิบกระดาษเช็ดชู่ขึ้นมาซับเหงื่อออกจากดวงหน้าหวานก่อนเสียงทุ้มจะเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง“เหนื่อยหรือเปล่า…ไปนั่งพักก่อนดีไหม”“เหนื่อยคะแต่ยังพอไหวอยู่”เสียงหวานตอบพร้อมยกยิ้ม

  • กับดักรักนายคู่หมั้น   ท้อง

    ช่วงบ่ายของวันต่อมาทันทีที่นาวินจอดเรือเทียบท่าแทนที่คนตัวสูงจะพานับดาวเข้าไปยังโรงแรม แต่เขากับพามายังโรงพยาบาลแทน เหตุเป็นเพราะเมื่อเช้านับดาวมีอาการเหมือนดังเมื่อวานคือตื่นขึ้นมาแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำเพื่ออาเจียนเอาอาหารที่คลั่งค้างที่อยู่ในท้องจากเมื่อคืนออกมาจนหมด ด้วยความเป็นห่วงและแอบมีความหวังเล็กน้อยว่าอาการที่คนตัวเล็กที่เป็นอยู่เหมือนกับอาการของคนที่กำลังมีไอ้ก้อนแป้งกลมอยู่ในท้อง ไม่รู้ว่าเขาคิดไปเองหรือเปล่าเพื่อความแน่ใจ สบายใจและไม่คิดอะไรมั่ว ๆ เขาจึงถือวิสาสะพาคนป่วยมาโรงพยาบาลเพื่อตรวจหาอาการเสียเลย“จะพาไปไหนคะ…ไม่กลับโรงแรมเหรอ”นับดาวอดถามไม่ได้เพราะทันทีที่ขาก้าวลงจากเรือก็โดนเขาลากจูงมาขึ้นรถแล้วขับออกมุ่งหน้ามาที่ไหนสักที่“ไปโรงพยาบาลให้หมอดูตรวจดูอาการหน่อย…เมื่อเช้าเรายังวิ่งเข้าไปอ้วกอยู่เลย…ถ้าเพลียหรือไม่มีแรงก็ให้หมอเข้าน้ำเกลือให้เลยดีไหม”“หึ…ตื่นตูมไปได้”คนตัวเล็กพึมพร่ำออกมาด้วยเสียงแผ่วเบา ที่เขาทำอะไรเวอร์เกินสาเหตุคนฟังไม่ได้พูดอะไรต่อให้ยืดยาวเขาเพียงขับรถเงียบ ๆ ก่อนจะตบไฟเลี้ยวเข้าไปยังโรงพยาบาลที่คุ้นเคย เพราะเป็นโรงพยาบาลของครอบครัวของเขาเอง“ด

  • กับดักรักนายคู่หมั้น   คนป่วย

    ช่วงเช้าของวันใหม่ร่างบอบบางขยับยุกยิกใต้ผ้าห่มผืนเดียวกันคนตัวสูงก่อนจะรู้สึกก้อนกลม ๆ วิ่งขึ้นมาที่หน้าอกแล้ววิ่งขึ้นมาจุกที่ลำคอ มือบางตวัดผ้าห่มจากตัววาดขาลงจากเตียงด้วยความไวพลางยกฝ่ามือปิดปาก นับดาวไม่รอช้าวิ่งตรงไปเข้าห้องน้ำก่อนจะโกงคอเอาอาหารและน้ำย่อยออกมาขณะที่นาวินรีบวิ่งเข้าไปหาคนตัวเล็กด้วยอาการร้อนใจและเป็นห่วงหลังจากที่เขารู้สึกตัวตื่นเพราะได้ยินเสียงอาเจียนดังเล็ดลอดออกมา“เป็นอะไร…ดาวเป็นอะไรมากไหม…ไม่ได้การล่ะ…พี่ว่าไปหาหมอดีกว่า”เสียงทุ้มพูดอย่างตื่นตระหนกร้อนรนพลางยกฝ่ามือลูบแผ่นหลังด้วยความเป็นห่วงใบหน้าหวานเสยขึ้นมองคนพูดหลังจากอาเจียนอาหารที่ทานเมื่อคืนออกมาจนหมด“ดาวไม่อยากไป…นอนพักสักหน่อยอาจจะหายก็ได้”เธอบอกก่อนจะล้างปากแล้วเดินไปทิ้งตัวนอนลงเตียง คนเป็นห่วงได้แต่ถอนหายใจออกมาพรืดใหญ่ก่อนจะเดินตามหลังคนขี้ดือมาที่เตียง เวลานี้เขาเป็นห่วงคนตัวเล็กจับใจ แต่ทำไมเธอถึงไม่ห่วงสุขภาพตัวเองเลย“ถ้างั้นก็นอนพักนะ”นาวินบอกพลางดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาห่มให้ก่อนจะยกฝ่ามือทาบทับบนหน้าผากเพื่อเช็คอุณหภูมิของร่างกายด้วยความเป็นห่วง“ตัวก็ไม่ร้อน ถ้างั้นนอนพักผ่อนก่อนนะพี่

  • กับดักรักนายคู่หมั้น   ทำรัก 🔞

    เวลาผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมงนาวินกับนับดาวยังนั่งพูดคุยกับอยู่บนโซฟาถึงเรื่องที่ผิดใจกับและนาวินก็ถือโอกาสนี้ยอมสารภาพจนหมดเปลือกถึงเหตุผลว่าทำไม่ตัวเองถึงคิดทำเรื่องแบบนี้ได้“พี่ขอโทษดาวอีกครั้งนะที่ทำเรื่องแบบนี้ลงไป…แต่ที่พี่ทุกอย่างพี่คิดว่าดาวจะหนีและไม่ยอมหมั้นและแต่งงานกับพี่”“หึ…ตัวเองคิดไปเอง…ดาวไม่ได้จะหนีแค่ดาวขอเวลาเท่านั้นเองแค่นี้ก็ให้ไม่ได้เหรอ?”“พี่ไม่รู้…พี่ผิดเองที่ไม่ได้บอกดาวว่าพี่เป็นใครเลยทำให้เรื่องอย่างดูแย่ไปหมด…พี่ขอโทษนะต่อไปจะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก…พี่จะไม่โกหกดาว…และพี่จะไม่ทำให้ดาวเสียใจ…พี่สัญญา”ไม่พูดเปล่านาวินยกเรียวนิ้วก้อยของตัวเองขึ้นมาเกี่ยวนิ้วก้อยของนับดาวและให้สัญญาเป็นอย่างมั่นเป็นเหมาะว่าเหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก เวลานั้นนับดาวได้แต่ยอมยกเรียวนิ้วก้อยของตัวเองขึ้นคล้องเกี่ยวในเมื่อขากล้าสัญญาเธอจะยอมให้โอกาสเขาอีกครั้ง“สัญญาและนะถ้ารอบนี้พี่ทำแบบนี้อีกค่อยดูเถอะพี่จะไม่ได้เห็นหน้าดาวอีกต่อไป”คนตัวเล็กขู่“ครับ…ไม่ทำแล้วครับ”นาวินขานรับทันทีก่อนจะคิดได้ว่ามีบ้างอย่างที่อยากจะให้แฟนสาวร่างหนาจึงลุกขึ้นจากโซฟาขณะที่นับดาวถึงกับมอ

  • กับดักรักนายคู่หมั้น   ใจอ่อน

    นาวินเข้ามาในบ้านพักหลังจากออกไปซื้ออาหารจากร้านดังแถวที่พัก ทันทีที่เปิดประตูเข้ามาด้านในเขาวางถุงอาหารที่ซื้อมาไว้บนโต๊ะอาหาร ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปห้องนอนของคนโกรธอย่างถือวิสาสะ กับพบว่าตอนนี้คนตัวเล็กได้นอนหลับไปแล้ว อาจจะเป็นเพราะความเหนื่อยล้าจากการเดินทางและคงเหนื่อยจากการร้องไห้เมื่อครู่แน่ ๆ คนตัวสูงสืบเท้าเข้าไปยังเตียงก่อนจะหย่อนสะโพกนั่งลงข้างร่างบอบบางพลางไล่สายตาสำรวจใบหน้าของคนโกรธ ที่เปื้อนไปด้วยรอยคราบน้ำตาตรงแก้มทั้งสองข้าง ก่อนจะใช้ปลายนิ้วเกลี่ยร่องรอยที่แห้งนั้นให้หลุดออก เพียงแค่เห็นคราบน้ำตาแค่นี้เขาก็ยิ่งปวดใจยิ่งนัก พลั้นในใจก็กร่นด่าและโทษตัวเองที่ทำอะไรไม่คิดให้รอบคอบ ขณะนับดาวรู้สึกเหมือนมีอะไรมาไต่บริเวณผิวหน้า แต่ด้วยความเหนื่อยและเพลียทำให้คนที่นอนอยู่ไม่สามารถฝืนเปิดเปลือกตาขึ้นมาได้ จึงทำให้ไม่รู้ว่าอะไรที่ก่อกวนเธอขณะนอนหลับ ร่างบางจึงทำได้เพียงยกมือปัดสิ่งนั้นออกก่อนจะพลิกตัวนอนตะแครงหนีไปอีกทาง คนตัวสูงมองร่างบางที่พลิกตะแครงหนี เขาจึงถือวิสาสะล้มตัวเองนอนลงข้างคนตัวเล็กพลางสอดท่อนแขนเข้าไปยังช่วงท้ายทอยให้คนตัวเล็กใช้หนุนนอนแทนหมอน ก่อนจะวาดท่

  • กับดักรักนายคู่หมั้น   เลิกกันเถอะ

    เวลานั้นร่างบางได้แต่ยืนเม้นปากเป็นเส้นตรง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นใบหน้าของผู้ชายที่เดินทางมาด้วยอย่างชัดเจน“ทำไมเป็นคุณ…คุณมาอยู่ตรงนี้ได้ไง”น้ำเสียงตะกุกตะกักถามผู้ชายที่มายืนข้าง ๆ ด้วยความสงสัยและตกใจ พลางไล่สายตามองสำรวจคนที่ยืนข้าง ๆ ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า คนตัวสูงในวันนี้หน้าตาไม่สดใสเหมือนทุกวันขอบตาก็ดำคล้ำเหมือนกับคนอดนอนมาทั้งคืน แต่ถึงเขาจะดูโทรมขนาดไหนคนตัวสูงก็ยังคงดูหล่ออยู่ดี อาจจะเป็นเพราะการแต่งตัวแบบลุกคูล ๆ สบาย ๆ ด้วยเสื้อฮาวายลายต้นพร้าวสีฟ้าสว่างสดใสใส่คู่กับกางเกงผ้าสี่ส่วนสีขาว ส่วนร้องเท้านั้นคนตัวสูงเลือกใส่รองเท้าแตะหูคีบแบบสบาย ๆ อาจจะเป็นเพราะให้เข้ากับการเดินบนชายหาดหรือเปล่า แต่เมื่อมองดูร่วม ๆ แล้วคนตัวสูงก็ยังดูหล่อและดูดีเหมือนเดิม“มาทะเลก็ต้องมาพักผ่อนนะสิที่รัก และที่สำคัญต้องมาตามง้อเมียด้วยตอนนี้เมียโกรธมาก”น้ำเสียงที่พูดติดตลกจนทำให้คนได้ยินถึงกับต้องถลึงตาดุใส่คนพูดด้วยความหมั้นไส้ขณะคนพูดได้แต่ลอบอมยิ้มออกมาเบา ๆ“ชิ…เก่งนักนะที่ทำให้แม่ของฉันยอมช่วยคุณได้…เอากระเป๋ามาฉันจะถือเอง”เสียงหวานเอ่ยขึ้นด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะยื่นมือไปค

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status