เข้าสู่ระบบ“พี่ดาวทางนี้”เสียงหวานอันคุ้นเคยดังออกมาจากกลุ่มคนที่มายืนรอรับผู้โดยสารคนอื่น มือบางโบกไปมาเพื่อให้พี่สาวเห็นตัวเอง
ขณะที่นับดาวมองไปตามเสียงเรียกเมื่อเห็นร่างบางของลูกพี่ลูกน้อง ริมฝีปากอวบอิ่มคลี่ยิ้มออกมา ขาเรียวสาวเท้าเข้าไปหาก่อนจะเอ่ยทักทายคนตรงหน้าที่ไม่ได้เจอกันนานหลายปีตั้งแต่เธอไปเรียนต่างประเทศ “ไงเรา มาคนเดียวเหรอ”เสียงหวานถามพร้อมสอดส่องสายตามองรอบกายน้องสาวที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกับไม่พบคนที่ตัวเองรู้จักจึงคาดเดาว่าน้องมีนลูกของลุงเหนือกับป้าขวัญคงเดินทางมารับตัวเองคนเดียว “ใช่พี่ ไม่เจอพี่ดาวหลายปีสวยขึ้นนะเนี้ยไปทำหน้ามาหรือเปล่า” “ไม่ได้ทำ เป้าหน้าเดิม แล้วเราก็สวยขึ้นนะมีแฟนหรือยัง” “ไม่มีคะ เราไปคุยต่อบนรถดีกว่าเนอะ”มีนตอบพร้อมจับเรียวแขนลากจูงมายังรถมินิคูลเปอร์สีแดงคู่ใจ ขณะที่นาวินมองสองสาวเดินออกไปจนลับสายตามุมปากยกยิ้มขึ้นมาอย่างดีใจที่เห็นว่าไม่มีผู้ชายมารับคู่หมั้นของตัวเอง “คุณนาวินจะตามไปหรือเปล่าครับ”เลขาหนุ่มอดที่จะถามไม่ได้เพราะเขาเห็นเจ้านายตัวเองมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างสื่อความหมาย ด้วยการคาดเดาและประเมินสถานการณ์แล้วเลขาหนุ่มมั่นใจว่า ผู้หญิงคนนั้นต้องเป็นคู่หมั้นของเจ้านายตัวเองแน่ ๆ “ไม่ แต่นายช่วยไปสืบดูให้หน่อยว่านับดาวพักอยู่ที่ไหน อยู่กับใคร แล้วมา กรุงเทพทำอะไร” “ครับ”เลขาหนุ่มรับคำสั่งเจ้านายทันที ……………. “ทุกคนเป็นไงบ้างสบายดีไหม” “ทุกคนสบายดี อ่อ จริงสิพี่ดาวมีที่พักหรือยังหรือจะไปพักบ้านคุณตาคุณยาย”มีนละออกจากท้องถนนตรงหน้าเอ่ยถามพี่สาวเพราะจะได้พาพี่สาวไปส่งได้ถูก ขณะที่สายตาคู่หวานหันไปหาน้องสาว เมื่อได้ยินคำถามพลันสมองก็คิดว่าถ้าให้ไปอยู่กับตากับยายคงไม่ได้ใช้ชีวิตอิสระเหมือนที่ตั้งใจไว้แน่ ๆ สู้หาที่อยู่เองดีกว่าหรือให้อยู่กับน้องสาวก็ยังดีเมื่อคิดได้เช่นนั้นนับดาวจึงหันไปเอ่ยบอกน้องสาว “ยังไม่มีเลย แต่พี่ไม่ไปพักกับคุณตาคุณยายนะ พี่พักกับเราได้ไหมหรือไม่สะดวกก็ไม่เป็นไรเดียวพี่หาเช่าคอนโดก็ได้” “สะดวกสิ จะไปเช่าทำไมอยู่ด้วยแหละดี มีนจะได้มีเพื่อนด้วย ถ้างั้นเราไปบ้านมีนเลยนะ” “ลุงเหนือซื้อบ้านให้เลยเหรอ” “อืม ให้อยู่กับเจ้าตุลย์อะ ใกล้มหาลัยเวลาเดินทางไปกลับจะได้สะดวก พอดีเลยยังเหลือห้องว่างอีกห้องหนึ่งสงสัยห้องนั้นคงรอเจ้าของห้องมาอยู่ด้วย”พูดจบขาเรียวก็เหยียบคันเร่งเพื่อขับรถยนต์คันเก่งไปยังบ้านของตัวเอง มินิคูลเปอร์สีแดงเลี้ยวเข้ามายังหมู่บ้านจัดสรรที่ด้านหน้ามีป้อมยามรักษาความปลอดภัยของลูกบ้านอย่างเข้มงวด มีนขับคันเก่งผ่านป้อมยามเลี้ยวเข้าซอยประมาณ 500 เมตร ก่อนจะมาหยุดหน้ารั้วสีน้ำตาลที่ด้านในเป็นบ้านชั้นเดียวสีขาวเทาสไตล์โมเดอร์ เมื่อรถสีแดงจอดสนิทร่างบอบบางทั้งสองก็ก้าวลงจากรถก่อนจะพากันเข้าไปยังภายในบ้าน “พี่ดาวพักห้องนี้นะคะ”มีนเอ่ยบอกพร้อมกับจูงมือพี่สาวที่ถือกระเป๋าเดินทางเข้ามายังบ้านขณะนับดาวมองไปยังห้องพักที่น้องสาวบอกก่อนจะพยักหน้าและส่งยิ้มให้น้องสาว “ขอบใจนะที่ให้พี่อยู่ด้วย” “ขอบใจอะไรพี่อยู่ด้วยกันดีแล้ว มีนเบื่อที่ต้องคุยกับไอ้ตุลย์จะแย่” ประตูทึกสีขาวเปิดออกก่อนจะเห็นร่างสูงโปร่งที่ใส่เสื้อช้อปสีแดงสาวเท้าออกมาจากห้องพร้อมเสียงทุ้มที่เอ่ยขึ้นหยอกเหย้าสาวสวยทั้งสองคน“ใครนินทราตุลย์ครับ ได้ยินนะ” “นี่คงเป็นตุลย์สินะ โตขึ้นหล่อขึ้นเป็นกองเลยนะ” “ตุลย์เองคร้าบ….แล้วคนสวยคนนี้ใครเอ๋ย มีแฟนหรือยัง”แววตาคู่คมมองพี่สาวลูกพี่ลูกน้องที่เปลี่ยนแปลงไปเยอะจากเมื่อก่อน มาเจอกันครั้งนี้กับพบว่าพี่สาวสวยขึ้นผิดหูผิดตาตอนแรกก็จำไม่ได้แต่เมื่อดูดี ๆ ก็ยังเหลือเคร้าโครงหน้าตาเดิมอยู่ “ไอ้น้องตุลย์ พี่ดาวค่า พี่สาวพวกเรานะ พี่สาวเราก็ยังแซวปากแกแบบนี้แหละนะ ฉันไม่เข้าใจสาว ๆ พวกนั้นจริง ๆ นะว่าทำไม่ถึงหลงคารมณ์คนอย่างนาย ปากหมาชอบหยอดไปทั้ว”มีนรีบเอ่ยบอกน้องชายทันทีเพราะรู้ดีว่าน้องชายตัวเองมีนิสัยอย่างไรกลัวว่าพี่สาวจะถือเป็นจริงเป็นจังแล้วพาลโกรธเอาได้ ก็น้องชายตัวเองเป็นคนปากหมาชอบแซวสาวสวยไปทั้วไม่เข้าใจว่าพวกสาว ๆ ทำไม่ถึงหลงคารมณ์น้องชายตัวเองนัก “อะไรกลับมาก็บ่น แม่คนที่สองหรือเปล่าเนี้ย แค่ชมพี่ดาวว่าสวยเอง” “เอาหละ หยุดเถียงกันเสียที ว่าแต่พวกเราไม่หิวเหรอ พี่รู้สึกอยากอาหารขึ้นมานิด ๆ แล้ว”นับดาวรีบห้ามศึกน้ำลายระหว่างสองพี่น้องทันทีก่อนจะรู้สึกว่าท้องเริ่มมีน้ำย่อยไหลออกมาบ้างแล้ว “หิวสิครับ พี่ดาวมาพี่ดาวเลี้ยงนะครับ” “ก็ได้อยากกินอะไร” “ชาบู/ชาบู”สองเสียงเอ่ยขึ้นประสานกัน “โอเค ดีล ไปกินในร้านใกล้ ๆ บ้านอร่อยเวอร์” ………. 1 อาทิตย์ต่อมา บริษัท เอ็มที กรุ๊ป จำกัด เป็นบริษัทผลิตยาและเวชภัณฑ์ขายส่งให้กับโรงพยาบาลทั่วประเทศ ภายในบริษัทจะมีฝ่ายผลิตที่อยู่ด้านหลังของบริษัทส่วนด้านหน้าจะเป็นสำนักงานที่ผู้บริหารและฝ่ายออฟฟิศ ทำงานอยู่ ห้องผู้บริหาร “นายครับ ที่อยู่คุณนับดาวครับ”มือหนาของลูกน้องคนสนิทนำซองเอกสารที่ข้างในมีรูปถ่ายและประวัติของคนที่พักอาศัยอยู่กับคู่หมั้นเจ้านาย วางบนโต๊ะทำงานให้เจ้านาย ขณะที่นาวินหยิบซองเอกสารด้านหน้าก่อนจะเปิดดึงรูปถ่ายและเอกสารขึ้นมาดูทีละแผ่นอย่างตั้งใจ เสียงทุ้มเข้มถามลูกน้องคนสนิทเมื่ออ่านเจอถึงชีวิตประจำวันของคู่หมั้นสาวอย่างสงสัย “ตอนนี้นับดาวกำลังหางานทำเหรอ” “ใช่ครับ ผมตามสืบมาได้ว่าคุณนับดาวยื่นเอกสารไปหลายบริษัทแล้ว แต่ยังไม่มีบริษัทไหนเรียกตัวเลยครับ”เลขาหนุ่มบอกตามความจริงที่ตัวเองตามสืบมาอย่างละเอียด “อืมดี ถ้างั้นนายทำวิธีไหนก็ได้ให้นับดาวมาทำงานที่บริษัทเรา” “ครับนาย แต่จะให้คุณนับดาวทำตำแหน่งอะไรครับ” ชายหนุ่มครุ่นคิดสักครู่ก่อนจะคิดถึงตำแหน่งที่คิดว่าจะทำให้หญิงสาวนั้นอยู่ใกล้ตัวเองแต่ก็ไม่ประเจิดประเจ๋อจนเกินไปก่อนจะหยิบปากกาขึ้นมาเขียนลงแผ่นกระดาษโน๊ต 'บัญชี’แล้วส่งให้ลูกร้องคนสนิทที่ยืนรอคำตอบของเจ้านาย “ตำแหน่งนี้แล้วกัน” “แต่มันไม่ตรงกับสายงานที่คุณนับดาวจบมานะครับ”ลูกน้องคนสนิทรีบแย้งขึ้นเมื่ออ่านตัวอักษรที่เจ้านายเขียนเอาไว้ขณะที่เจ้านายหนุ่มเอ่ยสวนขึ้นทันควัน “ตำแหน่งนี้แหละดีแล้ว” “ครับ”เสียงทุ้มของเลขาคนสนิทเอ่ยขึ้นขานรับพร้อมก้มหัวให้เจ้านายก่อนจะสาวเท้าออกจากห้องไปทำตามที่เจ้านายสั่งการคุยกันระหว่างสองครอบครัวเป็นไปอย่างราบรื่น โดยงานแต่งจะถูกจัดขึ้นอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าที่โรงแรมของว่าที่คุณแม่มือใหม่ และแล้วงานแต่งก็มาถึงงานเช้าเป็นไปตามประเพณีแบบไทยคือตักบาตรเลี้ยงพระ แขกที่มางานในช่วงเช้าก็มีแต่ญาติและเพื่อนสนิททั้งสองฝ่ายเท่านั้นส่วนงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสถูกจัดขึ้นในช่วงเย็นที่ห้องจัดเลี้ยงเวลานี้ด้านในห้องจัดเลี้ยงถูกเนรมิตตกแต่งด้วยดอกไม้หลากหลายสีสัน ตรงกลางห้องมีแก้วแชมเปญวางช้อนเป็นชั้น ถัดไปอีกนิดมีเค้กแต่งงานสีขาวนวลด้านบนสุดมีตุ๊กตาคู่บ่าวสาวประดับอยู่ในขณะที่เจ้าสาวอยู่ในชุดแต่งงานสีขาวแบบเกาะอกกระโปรงยาวฟูฟ่องเหมือนดั่งเจ้าหญิงในเทพนิยายส่วนเจ้าบ่าวนั้นก็ไม่น้อยหน้าที่มาในชุดสูททักซิโด้สีขาวหล่อเหลาดั่งเจ้าชายทั้งคู่ยืนต้อนรับแขกอยู่หน้างาน สร้างความน่ารัก น่าเอ็นดู ดูเหมาะสมอย่างกับกิ่งทองใบหยกในสายตาผู้ที่พบเห็นและแขกที่มาร่วมงาน สายตาคมมองไปยังใบหน้าหวานด้วยความห่วงใยพลางหยิบกระดาษเช็ดชู่ขึ้นมาซับเหงื่อออกจากดวงหน้าหวานก่อนเสียงทุ้มจะเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง“เหนื่อยหรือเปล่า…ไปนั่งพักก่อนดีไหม”“เหนื่อยคะแต่ยังพอไหวอยู่”เสียงหวานตอบพร้อมยกยิ้ม
ช่วงบ่ายของวันต่อมาทันทีที่นาวินจอดเรือเทียบท่าแทนที่คนตัวสูงจะพานับดาวเข้าไปยังโรงแรม แต่เขากับพามายังโรงพยาบาลแทน เหตุเป็นเพราะเมื่อเช้านับดาวมีอาการเหมือนดังเมื่อวานคือตื่นขึ้นมาแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำเพื่ออาเจียนเอาอาหารที่คลั่งค้างที่อยู่ในท้องจากเมื่อคืนออกมาจนหมด ด้วยความเป็นห่วงและแอบมีความหวังเล็กน้อยว่าอาการที่คนตัวเล็กที่เป็นอยู่เหมือนกับอาการของคนที่กำลังมีไอ้ก้อนแป้งกลมอยู่ในท้อง ไม่รู้ว่าเขาคิดไปเองหรือเปล่าเพื่อความแน่ใจ สบายใจและไม่คิดอะไรมั่ว ๆ เขาจึงถือวิสาสะพาคนป่วยมาโรงพยาบาลเพื่อตรวจหาอาการเสียเลย“จะพาไปไหนคะ…ไม่กลับโรงแรมเหรอ”นับดาวอดถามไม่ได้เพราะทันทีที่ขาก้าวลงจากเรือก็โดนเขาลากจูงมาขึ้นรถแล้วขับออกมุ่งหน้ามาที่ไหนสักที่“ไปโรงพยาบาลให้หมอดูตรวจดูอาการหน่อย…เมื่อเช้าเรายังวิ่งเข้าไปอ้วกอยู่เลย…ถ้าเพลียหรือไม่มีแรงก็ให้หมอเข้าน้ำเกลือให้เลยดีไหม”“หึ…ตื่นตูมไปได้”คนตัวเล็กพึมพร่ำออกมาด้วยเสียงแผ่วเบา ที่เขาทำอะไรเวอร์เกินสาเหตุคนฟังไม่ได้พูดอะไรต่อให้ยืดยาวเขาเพียงขับรถเงียบ ๆ ก่อนจะตบไฟเลี้ยวเข้าไปยังโรงพยาบาลที่คุ้นเคย เพราะเป็นโรงพยาบาลของครอบครัวของเขาเอง“ด
ช่วงเช้าของวันใหม่ร่างบอบบางขยับยุกยิกใต้ผ้าห่มผืนเดียวกันคนตัวสูงก่อนจะรู้สึกก้อนกลม ๆ วิ่งขึ้นมาที่หน้าอกแล้ววิ่งขึ้นมาจุกที่ลำคอ มือบางตวัดผ้าห่มจากตัววาดขาลงจากเตียงด้วยความไวพลางยกฝ่ามือปิดปาก นับดาวไม่รอช้าวิ่งตรงไปเข้าห้องน้ำก่อนจะโกงคอเอาอาหารและน้ำย่อยออกมาขณะที่นาวินรีบวิ่งเข้าไปหาคนตัวเล็กด้วยอาการร้อนใจและเป็นห่วงหลังจากที่เขารู้สึกตัวตื่นเพราะได้ยินเสียงอาเจียนดังเล็ดลอดออกมา“เป็นอะไร…ดาวเป็นอะไรมากไหม…ไม่ได้การล่ะ…พี่ว่าไปหาหมอดีกว่า”เสียงทุ้มพูดอย่างตื่นตระหนกร้อนรนพลางยกฝ่ามือลูบแผ่นหลังด้วยความเป็นห่วงใบหน้าหวานเสยขึ้นมองคนพูดหลังจากอาเจียนอาหารที่ทานเมื่อคืนออกมาจนหมด“ดาวไม่อยากไป…นอนพักสักหน่อยอาจจะหายก็ได้”เธอบอกก่อนจะล้างปากแล้วเดินไปทิ้งตัวนอนลงเตียง คนเป็นห่วงได้แต่ถอนหายใจออกมาพรืดใหญ่ก่อนจะเดินตามหลังคนขี้ดือมาที่เตียง เวลานี้เขาเป็นห่วงคนตัวเล็กจับใจ แต่ทำไมเธอถึงไม่ห่วงสุขภาพตัวเองเลย“ถ้างั้นก็นอนพักนะ”นาวินบอกพลางดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาห่มให้ก่อนจะยกฝ่ามือทาบทับบนหน้าผากเพื่อเช็คอุณหภูมิของร่างกายด้วยความเป็นห่วง“ตัวก็ไม่ร้อน ถ้างั้นนอนพักผ่อนก่อนนะพี่
เวลาผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมงนาวินกับนับดาวยังนั่งพูดคุยกับอยู่บนโซฟาถึงเรื่องที่ผิดใจกับและนาวินก็ถือโอกาสนี้ยอมสารภาพจนหมดเปลือกถึงเหตุผลว่าทำไม่ตัวเองถึงคิดทำเรื่องแบบนี้ได้“พี่ขอโทษดาวอีกครั้งนะที่ทำเรื่องแบบนี้ลงไป…แต่ที่พี่ทุกอย่างพี่คิดว่าดาวจะหนีและไม่ยอมหมั้นและแต่งงานกับพี่”“หึ…ตัวเองคิดไปเอง…ดาวไม่ได้จะหนีแค่ดาวขอเวลาเท่านั้นเองแค่นี้ก็ให้ไม่ได้เหรอ?”“พี่ไม่รู้…พี่ผิดเองที่ไม่ได้บอกดาวว่าพี่เป็นใครเลยทำให้เรื่องอย่างดูแย่ไปหมด…พี่ขอโทษนะต่อไปจะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก…พี่จะไม่โกหกดาว…และพี่จะไม่ทำให้ดาวเสียใจ…พี่สัญญา”ไม่พูดเปล่านาวินยกเรียวนิ้วก้อยของตัวเองขึ้นมาเกี่ยวนิ้วก้อยของนับดาวและให้สัญญาเป็นอย่างมั่นเป็นเหมาะว่าเหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก เวลานั้นนับดาวได้แต่ยอมยกเรียวนิ้วก้อยของตัวเองขึ้นคล้องเกี่ยวในเมื่อขากล้าสัญญาเธอจะยอมให้โอกาสเขาอีกครั้ง“สัญญาและนะถ้ารอบนี้พี่ทำแบบนี้อีกค่อยดูเถอะพี่จะไม่ได้เห็นหน้าดาวอีกต่อไป”คนตัวเล็กขู่“ครับ…ไม่ทำแล้วครับ”นาวินขานรับทันทีก่อนจะคิดได้ว่ามีบ้างอย่างที่อยากจะให้แฟนสาวร่างหนาจึงลุกขึ้นจากโซฟาขณะที่นับดาวถึงกับมอ
นาวินเข้ามาในบ้านพักหลังจากออกไปซื้ออาหารจากร้านดังแถวที่พัก ทันทีที่เปิดประตูเข้ามาด้านในเขาวางถุงอาหารที่ซื้อมาไว้บนโต๊ะอาหาร ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปห้องนอนของคนโกรธอย่างถือวิสาสะ กับพบว่าตอนนี้คนตัวเล็กได้นอนหลับไปแล้ว อาจจะเป็นเพราะความเหนื่อยล้าจากการเดินทางและคงเหนื่อยจากการร้องไห้เมื่อครู่แน่ ๆ คนตัวสูงสืบเท้าเข้าไปยังเตียงก่อนจะหย่อนสะโพกนั่งลงข้างร่างบอบบางพลางไล่สายตาสำรวจใบหน้าของคนโกรธ ที่เปื้อนไปด้วยรอยคราบน้ำตาตรงแก้มทั้งสองข้าง ก่อนจะใช้ปลายนิ้วเกลี่ยร่องรอยที่แห้งนั้นให้หลุดออก เพียงแค่เห็นคราบน้ำตาแค่นี้เขาก็ยิ่งปวดใจยิ่งนัก พลั้นในใจก็กร่นด่าและโทษตัวเองที่ทำอะไรไม่คิดให้รอบคอบ ขณะนับดาวรู้สึกเหมือนมีอะไรมาไต่บริเวณผิวหน้า แต่ด้วยความเหนื่อยและเพลียทำให้คนที่นอนอยู่ไม่สามารถฝืนเปิดเปลือกตาขึ้นมาได้ จึงทำให้ไม่รู้ว่าอะไรที่ก่อกวนเธอขณะนอนหลับ ร่างบางจึงทำได้เพียงยกมือปัดสิ่งนั้นออกก่อนจะพลิกตัวนอนตะแครงหนีไปอีกทาง คนตัวสูงมองร่างบางที่พลิกตะแครงหนี เขาจึงถือวิสาสะล้มตัวเองนอนลงข้างคนตัวเล็กพลางสอดท่อนแขนเข้าไปยังช่วงท้ายทอยให้คนตัวเล็กใช้หนุนนอนแทนหมอน ก่อนจะวาดท่
เวลานั้นร่างบางได้แต่ยืนเม้นปากเป็นเส้นตรง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นใบหน้าของผู้ชายที่เดินทางมาด้วยอย่างชัดเจน“ทำไมเป็นคุณ…คุณมาอยู่ตรงนี้ได้ไง”น้ำเสียงตะกุกตะกักถามผู้ชายที่มายืนข้าง ๆ ด้วยความสงสัยและตกใจ พลางไล่สายตามองสำรวจคนที่ยืนข้าง ๆ ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า คนตัวสูงในวันนี้หน้าตาไม่สดใสเหมือนทุกวันขอบตาก็ดำคล้ำเหมือนกับคนอดนอนมาทั้งคืน แต่ถึงเขาจะดูโทรมขนาดไหนคนตัวสูงก็ยังคงดูหล่ออยู่ดี อาจจะเป็นเพราะการแต่งตัวแบบลุกคูล ๆ สบาย ๆ ด้วยเสื้อฮาวายลายต้นพร้าวสีฟ้าสว่างสดใสใส่คู่กับกางเกงผ้าสี่ส่วนสีขาว ส่วนร้องเท้านั้นคนตัวสูงเลือกใส่รองเท้าแตะหูคีบแบบสบาย ๆ อาจจะเป็นเพราะให้เข้ากับการเดินบนชายหาดหรือเปล่า แต่เมื่อมองดูร่วม ๆ แล้วคนตัวสูงก็ยังดูหล่อและดูดีเหมือนเดิม“มาทะเลก็ต้องมาพักผ่อนนะสิที่รัก และที่สำคัญต้องมาตามง้อเมียด้วยตอนนี้เมียโกรธมาก”น้ำเสียงที่พูดติดตลกจนทำให้คนได้ยินถึงกับต้องถลึงตาดุใส่คนพูดด้วยความหมั้นไส้ขณะคนพูดได้แต่ลอบอมยิ้มออกมาเบา ๆ“ชิ…เก่งนักนะที่ทำให้แม่ของฉันยอมช่วยคุณได้…เอากระเป๋ามาฉันจะถือเอง”เสียงหวานเอ่ยขึ้นด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะยื่นมือไปค







