Mag-log inแสงแดดยามเย็นยังไม่เบาแรงลง ทำให้คะน้าที่กำลังเดินกลับบ้านหลังเลิกงานต้องยกหลังมือขึ้นปาดเหงื่อเพราะพวกมันพากันผุดขึ้นทั่วกรอบหน้า
เวลาผ่านไปครบสี่ปีหลังจากวันที่เธอได้งานที่ใหม่ แต่ใบหน้าเรียวเล็กกลับยังดูอ่อนเยาว์ไม่ต่างจากเดิม แม้อายุของเธอจะแตะเลขสามแล้วก็ตาม
ขาเรียวหยุดกึกหน้ารั้วเหล็กของบ้านทาวน์เฮาส์ คะน้าล้วงมือหยิบเอากุญแจออกมาไข เธอออกแรงเลื่อนมันเปิดเพื่อแทรกตัวเข้าไปด้านใน แต่ไม่ทันจะได้ปิดรั้วก็มีเสียงออดอ้อนจากสัตว์ตัวเล็กดังขึ้นมาเสียก่อน
มะ เหมียว~ เหมียว~
เสียงร้องดังเรียกให้คะน้าก้มตัวลงไปอุ้มแมวพันธุ์สกอตติชโฟลด์ขึ้นมา เธอใช้มือเพียงข้างเดียวเจ้าแมวตัวน้อยที่มีหูพับเป็นเอกลักษณ์ก็เข้ามาอยู่ในอ้อมอก มันรีบออดอ้อนซุกหน้าคลอเคลียอย่างที่ทำเป็นประจำ
“อ้อนเหรอคะ หื้ม? โมจิน้อย เจ้าของแกมัวทำอะไรทำไมปล่อยแกหลุดออกมาอีกแล้วเนี่ย”
คะน้าคุยกับแมวตัวจิ๋วด้วยรอยยิ้ม เธอเรียกชื่อมันทำให้หน้าสั้น ๆ ยอมผละออกจากอกมามองสบตา ตากลมแป๋วมีประกายวิบวับจนสาวเจ้าของบ้านต้องยอมอุ้มมันเดินเข้าไปด้านในด้วย
“แมวตัวเองก็ไม่ใช่ แต่ฉันดันมีขนมขบเคี้ยวเต็มไปหมด”
ปากก็บ่นพึมพำแต่กลับส่งมือไปลูบหัวแมวพันธุ์ดี มันกำลังเอร็ดอร่อยกับมื้อเย็นที่เธอเพิ่งเทอาหารเม็ดใส่ชามสีชมพูหวานแหวว
เธอมองของเล่น ขนม และอาหารแมวที่ตัวเองเป็นคนซื้อติดบ้านเอาไว้เพราะเจ้าโมจิชอบหนีเจ้าของมาซุกซนอยู่ที่บ้านเธอเป็นประจำ
“อย่าดื้อล่ะ อยู่กับฉันไปก่อน จนกว่าเจ้าของแกจะมารับ”
เหมียว~
คะน้าลูบหัวโมจิอีกสองสามทีแล้วกำชับมันราวกับว่าเจ้าแมวตัวน้อยฟังภาษาคนรู้เรื่อง เธออมยิ้มมุมปากแล้วถึงได้เดินไปวางกระเป๋าก่อนจะขึ้นไปบนบ้านเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าคลายความอึดอัด…
“คะน้า อยู่บ้านรึเปล่า? มีใครอยู่ข้างในไหม?”
“เจ้าของแกมารับแล้วสินะ ช้าเชียว”
ทันทีที่ได้ยินเสียงเรียกจากหน้าบ้านคะน้าก็เหลือบตามองเวลาบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เธอกำลังเปิดหนังดู ร่างบางไม่รอช้ากดหยุดมันไว้แล้วอุ้มเจ้าแมวน้อยที่นั่งอยู่บนตักเดินออกไปหน้าบ้าน
“มาช้าจังล่ะ…จะไปออกกำลังกายเหรอ?”
สาวเจ้าของบ้านเอ่ยทักหนุ่มวัยรุ่นแม้ยังไม่เห็นหน้าเขา เธอหมุนตัวสอดเท้าเข้าไปในรองเท้าแตะเดินตรงไปที่รั้วเตรียมส่งเจ้าโมจิคืนเจ้าของมัน
“…อือ จะไปออกกำลังกาย ว่าจะฝากโมจิไว้ก่อนน่ะ ออกเสร็จเดี๋ยวกลับมารับ”
‘กัปตัน’ นิ่งไปชั่วครู่เมื่อคะน้าพี่สาวบ้านข้าง ๆ เดินอุ้มแมวของเขาออกมาในชุดที่ค่อนข้างแปลกตา ลมหายใจของชายหนุ่มกระตุกจนใจวูบรีบเบี่ยงตาไปทางอื่น
“ก็พาโมจิกลับบ้านไปก่อนสิ กว่านายจะออกกำลังกายเสร็จคงมืดพอดี”
คะน้ายื่นแมวตัวน้อยออกไปนอกรั้ว มือของเธอปะทะเข้ากับอกแกร่งจนกัปตันต้องหลุบตามอง เขาก้าวถอยหลังให้ร่างกายตัวเองปลอดภัยจากสัมผัสของคะน้าทันที
“…ไม่อะ ไปวิ่งก่อนนะ เดี๋ยวกลับมา”
“เดี๋ยวสิ…เอ้า อะไรของเด็กนั่น”
คนตัวเล็กอ้าปากค้างมองคนที่เด็กกว่าตัวเองถึงแปดปีวิ่งออกไปหน้าตาเฉย เธอยกเจ้าโมจิลอยข้ามรั้วกลับมาอุ้มไว้ที่อกตามเดิมเมื่อแผ่นหลังของกัปตันห่างออกไปไกล
เหมียว~
“ไม่ต้องเหมียวเลย พ่อแกเขายังไม่อยากพาแกกลับบ้าน”
คะน้าส่ายหัวพลันก้มหน้าบ่นให้แมวฟัง เมื่อสี่ปีที่แล้วที่กัปตันกับครอบครัวย้ายเข้ามาอยู่บ้านหลังข้าง ๆ อีกวันเขาก็มาทำความรู้จักกับเธอพร้อมของฝากติดมือ โดยให้เหตุผลว่าเป็นเพื่อนบ้านกันควรจะสนิทกันไว้
20:30น.
“คะน้า”
“…พ่อแกมารับของจริงแล้วเจ้าเหมียว”
ร่างบางลุกพรวดเด้งออกจากที่นั่ง เธอค่อย ๆ ช้อนมือไปใต้พุงนิ่ม ๆ ของโมจิเพราะไม่อยากกวนแมวเด็กที่กำลังหลับอยู่ คะน้าเดินออกไปหน้าบ้านเป็นรอบที่สอง แต่ไม่ทันได้เอ่ยอนุญาตหนุ่มวัยยี่สิบสองก็ถือวิสาสะเข้ามายืนอยู่ข้างในแล้ว
“โมจิหลับอยู่เหรอ เข้าไปก่อนสิ ซื้อนี่มาฝาก”
กัปตันไม่พูดเปล่า เขามองโมจิแมวของตนเองที่กำลังหลับปุ๋ย ชายหนุ่มเดินเข้าไปใกล้ก่อนจะแตะมือลงบนต้นแขนคะน้าดันให้สาวเจ้าของบ้านเดินกลับเข้าไปด้านใน
“นะ นายจะเข้ามาทำไม พาโมจิกลับบ้านไปสิ…นั่นอะไรน่ะ”
มือหนึ่งต้องอุ้มโมจิส่วนขาก็ต้องเดินเพราะผู้ชายด้านหลังเอาแต่ดันตัวเธอ ถุงพลาสติกที่เขาถือไว้ในมือทำให้คะน้าสงสัยชะโงกหน้ามอง
“ซาลาเปาทอดกับน้ำเต้าหู้”
กัปตันบอกเสียงเรียบ เขาเข้า ๆ ออก ๆ บ้านคะน้าเป็นประจำตั้งแต่จงใจมาตีสนิทกับหญิงสาวเมื่อสี่ปีก่อน ชายหนุ่มไม่สนใจแมวตัวเองสักนิด เขาเดินหายเข้าไปในครัวก่อนจะกลับออกมาพร้อมแก้วเซรามิกสองใบ
“ปกติอยู่บ้านแต่งตัวแบบนี้เหรอ ที่ผ่านมาไม่เคยเห็น”
“อือ ก็ช่วงนี้อากาศมันร้อน”
คะน้าพยักหน้ามองแก้วที่ด้านในมีน้ำเต้าหู้เลื่อนมาวางตรงหน้า เธอส่งโมจิไปวางบนตักเขาแล้วหยิบน้ำเต้าหู้ขึ้นจิบพร้อมความรู้สึกแปลก ๆ ระหว่างกัน
“ทำไมวันนี้ออกไปวิ่งช้าล่ะ”
แก้วเซรามิกถูกวางลงที่เดิมพร้อมใบหน้าสะสวยหันไปมองหนุ่มหล่อข้างตัว ปกติแล้วกัปตันจะออกกำลังกายช่วงเย็น แต่วันนี้กลับแปลกออกไป
“อ่านหนังสือสอบน่ะ ลืมดูเวลา สัปดาห์หน้าก็เรียนจบแล้ว อย่าลืมมาแสดงความยินดีด้วยล่ะ”
กัปตันลดในมือ เขาจ้องเข้าไปในตาของพี่สาวข้างบ้านพยายามไม่ให้สายตาว่อกแว่กไปจุดอื่น
“ถ้าว่างจะไปละกัน”
“ถ้าไม่ว่างก็ต้องมีของขวัญทดแทน”
“…”
คิ้วเรียวย่นเข้าหากันเมื่อเด็กหนุ่มที่เด็กกว่าเธอเกือบสิบปีกำลังวางท่าต่อรอง
“ไม่มีแฟนเหรอ เคยมีแฟนรึเปล่า”
กัปตันพูดต่อก่อนที่เขาจะหันมองทั่วบ้าน ตั้งแต่ย้ายเข้ามาอยู่ระแวกนี้เขายังไม่เคยเห็นใครแวะเวียนมาหาคะน้าเลยสักคน
“…ไม่มี และไม่คิดจะมี”
คะน้าเว้นช่วงก่อนตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ทำให้กัปตันชักตากลับมามอง
“ทำไมล่ะ”
“เรื่องส่วนตัว”
เธอเลี่ยงไม่ตอบ ตั้งแต่เลิกกับนีโอเมื่อสี่ปีก่อนเธอก็เข็ดหลาบ และไม่เชื่อในความรักตั้งแต่นั้นมา ที่ผ่านมาตลอดสี่ปีเลยไม่เคยเปิดโอกาสให้ใครเข้ามาแม้สักคนเดียว
“เล่าให้ฟังหน่อย จบไม่ดีเหรอ?”
“ก็บอกว่าเรื่องส่วนตัว กลับบ้านไปได้แล้ว”
หมับ…
คะน้าลุกหนีแต่ข้อมือของเธอถูกกัปตันคว้าเอาไว้ เขาลุกยืนเต็มความสูง ทำให้ร่างแบบบางดูเตี้ยลงไปถนัดตากับส่วนสูงที่ห่างกันค่อนข้างมาก
“เล่าให้ฟังหน่อย”
“…เคยมีแฟนคบมาสามปีแต่ถูกทิ้งในวันเกิด วันนั้นเป็นวันครบรอบและฉันเพิ่งได้งานที่ใหม่พอดี ดีใจแทบตาย…น่าสมเพชพอยัง?”
“วันที่คะน้ายืนร้องไห้อยู่หน้าบ้านใช่ไหม”
“อืม”
นัยน์ตาสวยเรียบนิ่ง เธอไม่รู้สึกอะไรแล้วกับเหตุการณ์ในอดีต แต่พอได้พูดถึงมันอีกครั้งก็ยังหงุดหงิดอยู่ลึก ๆ ในใจ
“เลิกกันเพราะอะไร”
“นายจะถามอะไรเยอะแยะ กลับบ้านไปได้แล้ว”
“บอกมาก่อนสิ”
คะน้าพยายามสะบัดข้อมือออกจากมือของกัปตัน แต่ยิ่งเธอพยายามออกแรงมากเท่าไหร่เขายิ่งกำแน่นขึ้น
“…เฮ้อ เขาบอกว่าฐานะต่างกัน นีโอน่าจะมีคนอื่นด้วย คงเป็นคนที่ครอบครัวแนะนำให้ เขาจะเลือกคนที่เหมาะสมกว่าก็ไม่แปลก”
“…”
กัปตันสังเกตสาวสวยตรงหน้า ริมฝีปากจิ้มลิ้มเหยียดเป็นเส้นตรงเมื่อพูดจบ เขายอมคลายมือออกส่งมันขึ้นไปเกลี่ยผมทัดข้างหูคะน้าแทน
“ทำอะไร!?”
เธอเอี้ยวตัวหลบด้วยความไม่คุ้นชิน คะน้ามองสบตาคมของหนุ่มรุ่นน้อง เขาส่งยิ้มกลับมาก่อนจะหันไปอุ้มโมจิแล้วบอกลาเธอ
เหมียว~
“กลับบ้านละ อย่าลืมของขวัญล่ะถ้ามาไม่ได้”
กัปตันพูดเพียงเท่านั้น เขาฉีกยิ้มกว้างหันหลังเดินออกจากบ้านโดยไม่ลืมล็อกประตูให้แน่นหนา
“…อยู่ดี ๆ มาถามเรื่องแฟนเก่าทำไม”
อืดด อืดด… คะน้าเมินเฉยโทรศัพท์ที่กำลังสั่นอยู่บนโต๊ะ เธอคว่ำหน้าจอไว้เพราะไม่อยากรับสายกัปตันในตอนนี้ อันที่จริงเธอกำลังหลบหน้าเขา และนี่ก็เข้าวันที่สองแล้วที่เธอไม่ตอบข้อความ และไม่รับสายที่กัปตันคอยโทรเข้ามาตลอดทั้งวัน “…นี่ ถามจริงเถอะ เธอมีหนี้นอกระบบใช่ไหม!? ถึงได้รับโทรศัพท์ไม่ได้เนี่ย” เทนทนไม่ไหวชะโงกหน้ามาถาม เขาเห็นคะน้ามีสายเรียกเข้ามาสักพักจนโต๊ะทำงานที่อยู่ติดกันสั่นไปด้วย แต่เพื่อนร่วมงานกลับไม่ยอมกดรับเสียที แถมยังปล่อยให้มันสั่นอยู่แบบนั้นเป็นชั่วโมง “เอ่อ ไม่ใช่หรอก…คือ แค่ยังไม่สะดวกรับน่ะ ไม่ใช่เรื่องด่วนอะไร” คะน้ายิ้มแหยหยิบมือถือมาถือไว้ในมือ เธอผงกหัวแทนการพูดขอโทษก่อนจะปลดล็อกหน้าจอเตรียมกดปิดเครื่องเพื่อตัดปัญหา กัปตัน : รออยู่หน้าบริษัท เลิกงานแล้วมาคุยกันหน่อย ข้อความกัปตันเด้งขึ้นมา คะน้าไล่ตาอ่านเพียงครู่ก่อนตัดสินใจปิดช่องทางการติดต่อทันที “กลับแล้วน้าทุกคน” “ไปด้วย ๆ เสร็จแล้ว” “รอแปป! สองนาที” เสียงเมย่า
“…ใครเป็นคนรับผิดชอบดูแลเว็บไซต์ของคุณฝ้ายจากบริษัทเทคฯ นะ?” เอกถามขึ้นมาลอย ๆ ระหว่างกำลังนั่งตรวจรายงาน ทำให้พนักงานในทีมทั้งสี่ชีวิตจำต้องละสายตาออกจากจอคอมพิวเตอร์มองไปที่เขา ก่อนที่คะน้าจะยกมือแทนการตอบ “คะน้าเหรอ งานเยอะจนพี่จำสลับหมดละ นึกว่าให้ไอ้จาฟามันดู” “ค่ะ มีปัญหาอะไรรึเปล่าคะ?” “หัวหน้าพูดงี้แปลว่าปกติเวลามีงานชอบนึกถึงผมเป็นคนแรกสินะ ถึงว่างานเยอะจนทำไม่ทันแล้วเนี่ย” หนุ่มทรงเฮี้ยวประจำทีมบ่นเสียงดังเสร็จรีบหันไปทำงานตัวเองต่อ เมื่อเอกถลึงตาใส่ “ไม่มีอะไรหรอก เมื่อวานมีอีเมลจากคุณฝ้ายส่งมาบอกว่าชอบระบบการดูแลเว็บไซต์ของทีมเรา ครอบคลุมทุกด้านการบริการ และยังคอยดูแลระบบหลังบ้านได้ดีไม่ต้องมานั่งทำงานซ้ำซ้อน เห็นว่าเตรียมจะเปิดอีกช่องทางเพิ่ม” “ขอบคุณค่ะ แต่บริษัทคุณฝ้ายไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่ พื้นฐานระบบบริษัทค่อนข้างดี เลยทำงานง่าย” คะน้ารับไม่วายรีบถ่อมตัวตามนิสัย เธออมยิ้มเล็ก ๆ เมื่อเห็นว่าหัวหน้างานไม่สั่งอะไรเพิ่มเติมจึงหันกลับมาสนใจงานตรงหน้าต่อ ระหว่างนั่งทำงาน
“…ปากหวานตัวก็หอม” กัปตันผละใบหน้าออกเพื่อเอ่ยปากชมความหอมหวานของพี่สาวข้างบ้าน ชายหนุ่มคลี่ยิ้มบาง ๆ มองสบตาสวยที่ตอนนี้กำลังฉายความสับสน และความลังเลออกมา “ไม่รังเกียจกันใช่ไหม?” คะน้าหลุบตามองมือกัปตันที่เขาเพิ่งเลื่อนมันลงไปวางที่เอว เขากำลังขออนุญาตล่วงเกินร่างกายเธอสินะ หญิงสาวไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เธอยืนนิ่งให้เขาลูบไล้มือช้า ๆ พร้อมความรู้สึกกระสันบ้างเป็นบางครั้งที่ปลายนิ้วแกร่งแตะสัมผัสลงมา ท่ามกลางความมืดมีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่เพียงเท่านั้น กัปตันเริ่มหายใจแรงขึ้นตามความต้องการภายในตัว ส่วนคะน้าเองก็เริ่มหายใจไม่เป็นจังหวะเมื่อกัปตันใช้มือกอบกุมหน้าอกเธอ พรึบ! ร่างบางลอยขึ้นกลางอากาศ เด็กหนุ่มที่รู้จักกันมาหลายปีช้อนตัวเธอขึ้นอุ้ม ทำให้คะน้ารีบตวัดแขนโอบรอบคอเขาไว้กันตัวเองร่วงหล่นลงพื้น ขายาวก้าวไปตามขั้นบันไดเพื่อเดินขึ้นชั้นสอง กัปตันลอบมองใบหน้าสวยเป็นระยะกระทั่งพาสาวเจ้าของบ้านไปวางอยู่บนที่นอนได้สำเร็จ “…กลับบ้านเถอะ อย่าทำแบบนี้เลย” คะน
“ฟู่ววว! เสร็จสักที ไปหาไรกินกันปะ?” ‘จาฟา’ ทิ้งตัวใส่พนักพิงเต็มแรงมองหน้าจอคอมฯ ดับลง เขายืดแขนเหยียดไปหน้าลำตัวเพื่อคลายความเมื่อยล้าพร้อมเอ่ยปากชักชวนเพื่อนร่วมทีมอีกสามคนที่กำลังนั่งทำงานของตนเองกันอย่างขะมักเขม้น “คุณจาฟานี่มีแรงเหลือ ๆ สำหรับสุราตลอดเลยนะครับ” “โห่ ก็ใครใช้ให้หัวหน้าใช้งานพวกผมขนาดนี้ล่ะ นี่วันเสาร์แท้ ๆ แต่ต้องเข้ามาทำงานแทนที่จะได้นอนกระดิกเท้าชิล ๆ อยู่บ้าน” จาฟามองมือของ ‘เอก’ หรือผู้จัดการประจำทีมบริษัทพัฒนาเว็บไซต์วางแหมะลงบนไหล่ ความสนิทสนมของคนทั้งคู่ที่คอยก่อกวนกันไม่ต่างจากไม้เบื่อไม้เมา เรียกรอยยิ้มเล็ก ๆ จากคะน้า เมย่า และเทนได้ในทันที “เสร็จแล้วค่า! สรุปเราจะไปกินอะไรกันดีคะ เรียกมาทำงานนอกเวลาแบบนี้ผู้จัดการต้องเลี้ยงข้าวแล้วม้างงงง!?” “จริง นี่หิวจนลำไส้เต้นระบำเป็นจังหวะแทงโก้แล้ว” เมย่าพูดขึ้นตามด้วยเทน ส่วนคะน้าได้แต่หัวเราะคิกคักมองเพื่อนร่วมงานสลับกันไปมา เธอทำงานที่นี่มาสี่ปี แต่ถ้านับความอาวุโสจากอายุงานก็ถือว่าเธอเป็นน้องเล็กสุดของทีมอยู่ดี
แสงแดดยามเย็นยังไม่เบาแรงลง ทำให้คะน้าที่กำลังเดินกลับบ้านหลังเลิกงานต้องยกหลังมือขึ้นปาดเหงื่อเพราะพวกมันพากันผุดขึ้นทั่วกรอบหน้า เวลาผ่านไปครบสี่ปีหลังจากวันที่เธอได้งานที่ใหม่ แต่ใบหน้าเรียวเล็กกลับยังดูอ่อนเยาว์ไม่ต่างจากเดิม แม้อายุของเธอจะแตะเลขสามแล้วก็ตาม ขาเรียวหยุดกึกหน้ารั้วเหล็กของบ้านทาวน์เฮาส์ คะน้าล้วงมือหยิบเอากุญแจออกมาไข เธอออกแรงเลื่อนมันเปิดเพื่อแทรกตัวเข้าไปด้านใน แต่ไม่ทันจะได้ปิดรั้วก็มีเสียงออดอ้อนจากสัตว์ตัวเล็กดังขึ้นมาเสียก่อน มะ เหมียว~ เหมียว~ เสียงร้องดังเรียกให้คะน้าก้มตัวลงไปอุ้มแมวพันธุ์สกอตติชโฟลด์ขึ้นมา เธอใช้มือเพียงข้างเดียวเจ้าแมวตัวน้อยที่มีหูพับเป็นเอกลักษณ์ก็เข้ามาอยู่ในอ้อมอก มันรีบออดอ้อนซุกหน้าคลอเคลียอย่างที่ทำเป็นประจำ “อ้อนเหรอคะ หื้ม? โมจิน้อย เจ้าของแกมัวทำอะไรทำไมปล่อยแกหลุดออกมาอีกแล้วเนี่ย” คะน้าคุยกับแมวตัวจิ๋วด้วยรอยยิ้ม เธอเรียกชื่อมันทำให้หน้าสั้น ๆ ยอมผละออกจากอกมามองสบตา ตากลมแป๋วมีประกายวิบวับจนสาวเจ้าของบ้านต้องยอมอุ้มมันเดินเข้าไปด้านในด้วย
เสียงกริ่งหน้าร้านดอกไม้ดังขึ้นพร้อมร่างแบบบางของผู้หญิงวัยยี่สิบหกปีเดินออกมา ในอ้อมแขน ‘คะน้า’ มีดอกไม้ช่อไม่เล็กไม่ใหญ่โอบไว้กลางอก ไม่รอช้าจมูกเล็ก ๆ ก็ก้มลงไปสูดดมเอากลิ่นหอมหวานเข้าไปเต็มปอด “…หอมจัง” ใบหน้าสวยหวานมีรอยยิ้มเผยให้เห็นอยู่ตลอด ริมฝีปากจิ้มลิ้มคลี่ยิ้มจนแก้มปริอย่างคนอารมณ์ดี ช่วงเช้าเธอเพิ่งไปสัมภาษณ์เข้าทำงานที่ใหม่ และได้คำตอบกลับมาทันทีว่าเธอได้งานที่นั่น ยิ่งไปกว่านั้นเงินเดือนยังสูงกว่าที่เดิมเกือบเท่าตัว แม้บริษัทที่ว่าจะไม่ตรงกับสาขาที่ตนเองเรียนจบมาก็ตาม คะน้าก้าวขาไม่เร็วมากนัก แต่ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความมั่นใจ เบลเซอร์สีน้ำตาลที่ใหญ่กว่าตัวปลิวไปตามแรงลมตัดกับกระโปรงสีดำกลีบเล็กที่มันกำลังเสียดสีต้นขาขาว สาวร่างเพรียวบางสูงเพียงร้อยหกสิบเซ็นติเมตรกำลังมุ่งหน้าไปยังสถานีรถไฟฟ้า เพื่อไปยังร้านอาหารที่เธอกับแฟนหนุ่มนัดฉลองวันครบรอบ และวันเกิดของเธอไว้ในคราวเดียว ใช่แล้ว จะบอกว่าวันนี้เป็นวันที่ดีที่สุดในรอบหลายปีเลยก็ว่าได้ วันนี้เป็นวันที่เธอได้งานที่ใหม่ วันนี้เป็น


![พิศวาสรักลูกหนี้ [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




