LOGIN“พวงมาลัยไหมจ๊ะ พวงมาลัยสวย ๆ ราคาถูกจ้า”
เสียงหวาน ๆ ของสายขิมกำลังร้องเรียกลูกค้าอยู่บนท้องถนนขณะรถจอดติดไฟแดงท่ามกลางแดดจ้า เธอสวมชุดนักเรียนมัธยมปลายด้วยอายุเพียงแค่สิบแปดปี หากแต่เพราะฐานะยากจนจึงต้องปากกัดตีนถีบหาเงินส่งเสียตนเองเพื่อช่วยเหลือครอบครัวด้วยตอนนี้มารดาป่วยเป็นโรคร้ายนอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ไม่รู้จะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน
“น้อง พี่เอาพวงหนึ่ง”
“ได้จ้ะพี่ชาย”
หญิงสาวรีบเดินเข้าไปใกล้พร้อมหยิบพวงมาลัยส่งให้ตามจำนวน ลูกค้าส่งแบงก์ยี่สิบมาให้พอดีก่อนจะปิดกระจกรถ เธอยืนก้มหัวครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อขอบคุณ
“ผมขอด้วย”
“ได้…”
สายขิมหมุนตัวกลับไปอีกทางเมื่อได้ยินเสียง ทว่าทันทีที่เจ้าของเสียงลดกระจกรถจนสุดเผยให้เห็นใบหน้า ก็ทำให้หญิงสาวตะลึงในความหล่อไปชั่วครู่ หล่อนได้แต่คิดในใจว่าเขาเป็นดาราหรือเปล่า
“ขายไหมครับ”
“ขายจ้ะ นี่จ้ะพี่ชาย”
ปี๊นนนน!
ขณะกำลังจะเดินเข้าไปใกล้รถของเขา ก็มีมอเตอร์ไซค์ขับซิกแซกมาด้วยความเร็วสูงพุ่งตรงมาทางเธอพร้อมบีบแตรลั่นถนน คนตัวเล็กเบิกตากว้างรีบกระโดดหลบจนล้มลงไปกองกับพื้น พวงมาลัยนับสิบที่อดหลับอดนอนร้อยมาทั้งคืนร่วงเต็มไปหมด แถมยังถูกรถคันหลังที่ตามมาเหยียบซ้ำเพราะไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีเขียวพอดี
“ไม่นะ พวงมาลัยของฉัน”
หมับ!
“อยากมือขาดเหรอ”
ธาวินลงมาจากรถแล้วดึงมือหล่อนที่กำลังจะเอื้อมไปหยิบพวงมาลัยในจังหวะที่รถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งขับมาพอดีไว้ได้ทัน
“แต่ว่า…พวงมาลัยของหนู…”
“ห่วงตัวเองก่อนไหม ลุกขึ้นได้แล้ว เดี๋ยวก็โดนรถเหยียบตายกันพอดี”
คนตัวสูงเข้ามาช่วยประคองเธอ ทว่าทันทีที่ยืนขึ้นก็ล้มลงไปใหม่ด้วยข้อเท้าพลิก
“ขอโทษค่ะ แต่ข้อเท้าหนู…”
“ขออนุญาตแล้วกันนะ”
พูดจบเขาก็ช้อนตัวหญิงสาวขึ้นในอ้อมแขนแล้วพาไปนั่งในรถของตนเองทันที เป็นครั้งแรกที่เธอได้นั่งรถหรูแอร์เย็นเฉียบขนาดนี้ ทำเอาเกือบลืมหายใจด้วยซ้ำ ชายหนุ่มอ้อมมาขึ้นทางฝั่งคนขับแล้วรีบออกรถก่อนจะถูกบีบแตรใส่มากไปกว่านี้
“ระ…เราไปจะไปไหนกันหรือคะ”
“โรงพยาบาล”
“คุณบาดเจ็บหรือคะ”
หล่อนตาโตด้วยความตกใจ กวาดสายตามองไปทั่วร่างกายอีกฝ่ายเพื่อหาร่องรอยการบุบสลาย เจ้าของรถถึงกับถอนหายใจ
“คนที่เจ็บมันคือเธอต่างหาก”
“อ๊ะ จริงด้วย หนูเจ็บข้อเท้านี่นา”
การกระทำของหล่อนทำเอาธาวินถึงกับยิ้มมุมปากด้วยรู้สึกเอ็นดู อันที่จริงเขาขับรถผ่านถนนเส้นนี้มาหลายครั้งแล้ว และทุกครั้งก็จะเห็นเธอคนนี้เดินขายพวงมาลัยอยู่ตลอด ไม่ว่าจะวันฝนตกหรือวันแดดออกก็ไม่เคยหยุดขายเลย
วันนี้ชายหนุ่มจึงตัดสินใจจะอุดหนุนเด็กที่ขยัน แต่ไม่คิดเลยว่าจะเกิดเรื่องขึ้น
ธาวินหักรถเลี้ยวเข้าโรงพยาบาลเอกชนซึ่งอยู่ใกล้ที่สุด ดวงตากลมเบิกกว้างพลางส่ายหน้าเป็นพัลวันด้วยรู้ว่าค่ารักษาที่นี่แพงมากแค่ไหน
“ไม่ไปโรงพยาบาลค่ะ ให้หนูลงตรงนี้เถอะ”
“จะบ้าเหรอ เธอต้องไปหาหมอตรวจ ต้องเอกซเรย์ว่ามีส่วนไหนแตกหักบ้าง”
“หนูไม่เป็นไรจริง ๆ ค่ะ หนูสบายดี แข็งแรงมาก ๆ เลย”
หญิงสาวยืนยันเสียงแข็งจนธาวินเริ่มหงุดหงิด เขาผ่อนลมหายใจเพื่อสงบสติอารมณ์ก่อนจอดรถ
“ทำไมถึงไม่อยากหาหมอ บอกเหตุผลมาตามตรง”
“หนู…”
“กลัวหมอเหรอ ?”
“เปล่าค่ะ”
“เกลียดกลิ่นยา ?”
“ไม่ใช่ค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นมันอะไรล่ะ ทำไมถึงไม่อยากไปโรงพยาบาล”
สายขิมสัมผัสได้ว่าคนตรงหน้าเริ่มไม่พอใจ เขาอุตส่าห์ช่วยเธอด้วยความเต็มใจ แต่เธอกลับทำตัวแย่แบบนี้เสียได้ คนตัวเล็กล้วงกระเป๋ากระโปรงหยิบเงินทั้งหมดออกมา
มีแบงก์ยี่สิบอยู่สามใบ กับเหรียญบาทอีกสามเหรียญ
“หนู…มีเงินแค่นี้เองค่ะ คงไม่พอค่ารักษาแน่ ๆ”
หล่อนตอบเสียงอ่อย เงยหน้ามองตึกสูงของโรงพยาบาลตรงหน้าแล้วได้แต่รู้สึกผิดเพราะรู้ว่าชายหนุ่มคงหวังดีอยากให้เธอหายเจ็บ
“ใครบอกไม่พอ ค่ารักษามันแค่นี้เท่านั้น”
“เอ๊ะ ?”
ร้องเสียงหลงเมื่อถูกดึงแบงก์ยี่สิบออกไปจากมือหนึ่งใบ เขายัดมันลงในกระเป๋าเสื้อเชิ้ตของตนเองก่อนลงจากรถมาเปิดประตูฝั่งหญิงสาวแล้วอุ้มเธอไว้ในอ้อมแขนอีกครั้ง
“ฉันเป็นพนักงานของที่นี่เลยมีส่วนลดค่ารักษา เธอไม่ต้องกังวลแล้วไปให้หมอตรวจซะ”
“จะ…จริงหรือคะ”
“จริงสิ ผู้ใหญ่เขาไม่พูดโกหกกันหรอกนะ เด็กอย่างเธอก็ควรจะเชื่อฟังที่ผู้ใหญ่พูดด้วย เข้าใจไหม”
สายขิมพยักหน้าพร้อมกับยิ้มกว้าง ชายหนุ่มได้แต่สงสัยว่าทำไมเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ถึงต้องมาลำบากขนาดนี้แทนที่จะได้ใช้เวลาหลังเลิกเรียนเที่ยวเล่นหรืออ่านหนังสือ
เมื่อมาถึงด้านใน บุรุษพยาบาลก็รีบเอารถเข็นมารับตัวหญิงสาว การบริการดีเยี่ยมจนน่าตกใจ
“เอ่อ…”
“มีอะไรอีก”
ธาวินทิ้งตัวลงนั่งยอง ๆ ตรงหน้าหล่อนเมื่อถูกเธอจับชายเสื้อเอาไว้ทั้งที่พยาบาลกำลังจะเข็นหล่อนเข้าไปในห้องตรวจ
“คุณ…จะยังไม่กลับใช่ไหมคะ”
“อื้ม ยังไม่กลับหรอก”
“สะ…สัญญากับหนูได้ไหม”
สายขิมยื่นนิ้วก้อยมาตรงหน้าเขา ดวงตาคมจ้องมองนิ้ว
เล็ก ๆ ด้วยตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเจอใครทำอะไรแบบนี้ด้วย เขายิ้มออกมาอย่างเอ็นดู“สัญญา”
“ถ้าผิดสัญญาจะต้องพบเจอความเจ็บปวดสามครั้งนะคะ”
หล่อนใช้อีกมือที่ไม่ได้เกี่ยวก้อยชูขึ้นมาสามนิ้ว แต่ธาวินก็ยังคงพยักหน้าอยู่
“อื้ม ฉันไม่ผิดสัญญาหรอก รีบไปให้หมอตรวจเถอะ”
“ค่ะ จริงสิ ลืมแนะนำตัว หนูชื่อสายขิมนะคะ แล้วคุณล่ะ”
“ธาวิน”
“…”
“เรียกพี่วินก็ได้”
“เหมือนเรียกคนขับมอเตอร์ไซค์รับจ้างเลยนะคะ”
หญิงสาวหัวเราะ เหมือนจะเป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นเธอหัวเราะ ปกติสายขิมจะยิ้มแค่เฉพาะตอนมีคนมาซื้อพวงมาลัยเท่านั้น ชายหนุ่มส่งสายตาให้พยาบาลเข็นเธอเข้าไปในห้องตรวจก่อนจะเดินไปทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้เพื่อทำตามสัญญา
สัญญาว่าจะรออยู่ตรงนี้ ไม่ไปไหน…
บทที่ 240 สายใยแห่งรัก 2 ( จบบริบูรณ์ ) NC ++หนึ่งปีผ่านไปสายขิมนอนหลับสนิทอยู่บนเตียงกว้างในชุดนอนผ้าซาตินสีชมพูอ่อน เนื้อผ้าบางเบาแนบไปกับสรีระเผยให้เห็นส่วนโค้งเว้างดงามขึ้นกว่าเดิมหลังจากคลอดลูกแล้ว เด็กหญิง ‘สายใย’ แก้วตาดวงใจวัยหนึ่งขวบซึ่งตอนนี้กำลังนอนหลับปุ๋ยอยู่กับพี่เลี้ยงในอีกห้อง หญิงสาวตั้งชื่อนี้ด้วยเชื่อว่าความรักของหล่อนกับธาวินถูกถักทอขึ้นจากสายใยแห่งความผูกพันของทุกคนในครอบครัวเดือนหน้าจะเป็นงานแต่งงานของหมอกฤศกับไอรีนหลังจากหญิงสาวได้ไปทำตามความฝันคือการเข้าร่วมโครงการแพทย์อาสาในต่างแดนถึงครึ่งปีเต็ม คนที่ตื่นเต้นกว่าคู่บ่าวสาวก็คงจะเป็นหล่อนกับเพื่อนรักของสองคนนั้นอย่างธาวิน ที่นอกจะเป็นพ่องานแม่งานช่วยจัดเตรียมทุกอย่างแล้ว ยังมีของขวัญแต่งงานเป็นคฤหาสน์หลังใหญ่เอาไว้ให้คู่ข้าวใหม่ปลามันอีกด้วยส่วนสารินก็ยังคงมีความสุขกับชีวิตในแบบเดิม มีติดต่อกันมาบ้างและมาเยี่ยมตอนหล่อนคลอดลูกอยู่หลายครั้ง ไม่รู้ว่าเขาตัดใจจากเธอได้หรือยัง แต่การที่ยังมีมิตรภาพดี ๆ ต่อกันอยู่ก็ทำให้สายขิมมีความสุขมากเลยทีเดียวธาวินกลับมาถึงบ้านในเวลาเกือบเที่ยงคืน ร่างสูงเดินเซเล็กน้อยด้วยฤ
บทที่ 239 สายใยแห่งรัก 1หลังการจากไปอย่างสงบของผู้เป็นพ่อ เพื่อเป็นการส่งดวงวิญญาณของธาดาเป็นครั้งสุดท้าย ธาวินจึงตัดสินใจพาทุกคนเดินทางมายังบ้านพักตากอากาศส่วนตัวที่ภูเก็ต เพื่อทำพิธีลอยอังคารกระดูกของบิดาให้เคียงคู่ไปกับเถ้ากระดูกของศจีซึ่งยังเหลืออยู่ท่ามกลางท้องทะเลกว้างใหญ่สะท้อนแสงแดดระยิบระยับ ธาวินค่อย ๆ ปล่อยเถ้ากระดูกของทั้งสองลงสู่ผืนน้ำให้เกลียวคลื่นพัดพาไปพร้อมกัน “หลับให้สบายนะครับคุณพ่อ...”“ตอนนี้ทั้งสองคนคงได้เจอกันแล้วนะคะ แม่จะต้องคอยดูแลคุณพ่อต่ออยู่บนสวรรค์แน่นอนค่ะ”สายขิมเอ่ยพลางยิ้มแล้วมองฟ้าอย่างมีความสุข แม้จะยังเหลือความเศร้ากับการสูญเสียผู้มีพระคุณ หากแต่พอคิดว่าทั้งสองจะได้รักกันต่อบนนั้นก็ทำให้พอยิ้มออกบ้าง หล่อนยืนกุมท้องแก่ใกล้คลอดอยู่ข้าง ๆ สามีการสูญเสียประธานใหญ่ไปทำให้ธาวินต้องแบกรับภาระหนักอึ้งในฐานะทายาทเพียงคนเดียวที่ต้องก้าวขึ้นมารับตำแหน่งประธานบริษัทต่อจากบิดา แม้จะยังรู้สึกเคว้งคว้าง แต่ความอบอุ่นจากคนรอบข้างทำให้เขามีพลังพอจะสู้ต่อ ไม่ว่าจะเป็นภรรยาผู้แสนดีหรือเพื่อนรักทั้งสอง ต่างคอยอยู่เคียงข้างให้กำลังใจเขาไม่ห่าง“วินนี่ น้องขิม น้ำส
บทที่ 238 เมื่อถึงเวลา 2หลังผ่านพ้นพิธีวิวาห์ที่เต็มไปด้วยความสุขและรอยยิ้ม สายขิมก็ได้จดทะเบียนสมรสเป็นภรรยาถูกต้องตามกฎหมายของชายหนุ่มอย่างสมบูรณ์ ชีวิตทุกอย่างราบรื่นมีความสุข วันนี้ธาวินขับรถพาภรรยาอุ้มท้องแก่ใกล้คลอดมายังโรงพยาบาลจิตเวชแห่งหนึ่งเพื่อเยี่ยมใครบางคนเป้าหมายของทั้งสองคนคือธันยา นับตั้งแต่วันเหตุการณ์โศกนาฏกรรมครั้งนั้น การต้องเห็นลูกสาวตายต่อหน้าต่อตาทำให้จิตใจของหล่อนแตกสลายจนไม่เหลืออะไรเลย ทั้งสูญเสียสามี สูญเสียแก้วตาดวงใจเพียงคนเดียว…เมื่อทั้งสองเดินเข้าไปในห้องพักฟื้นซึ่งถูกจัดเตรียมไว้เป็นอย่างดี ภาพที่เห็นคือหญิงวัยกลางคนกำลังนั่งเหม่อลอยอยู่บนเก้าอี้ไม้ ในอ้อมกอดมีตุ๊กตาเก่า ๆ ตัวหนึ่งราวกับเป็นเด็กทารก ธันยาพึมพำเพลงกล่อมเด็กให้กับตุ๊กตาตัวนั้น แววตาเลื่อนลอยเหมือนหลุดออกไปอยู่โลกอื่น“ลูกแม่... ไม่ต้องกลัวอะไรนะลูก แม่อยู่ตรงนี้...”ธันยากล่อมตุ๊กตาด้วยน้ำเสียงหวานรื่นหูราวกับกำลังมีความสุขอยู่ในโลกของตนเอง สายขิมยืนมองภาพนั้นด้วยหัวใจบีบคั้น หล่อนสัมผัสได้ถึงความน่าเวทนาเพราะตนเองก็กำลังจะเป็นแม่คน “น่าสงสารเหลือเกิน… ตอนนี้คุณธันยาคงจะเคว้งคว้างมาก
บทที่ 237 เมื่อถึงเวลา 1สามเดือนผ่านไปบาดแผลในใจของสายขิมถูกเยียวยาด้วยความรักมั่นคงของชายหนุ่มรวมถึงชีวิตน้อย ๆ ในครรภ์ซึ่งตอนนี้เติบโตจนหญิงสาวอุ้มท้องได้แปดเดือนแล้ว แม้เรือนร่างจะเปลี่ยนไปตามสรีระของคนท้อง แต่ความงดงามของว่าที่เจ้าสาวในชุดแต่งงานสีขาวบริสุทธิ์ซึ่งออกแบบมาเป็นพิเศษกลับดูเปล่งประกายกว่าครั้งไหน ๆ และแล้วงานแต่งงานที่ทุกคนเฝ้ารอคอยก็มาถึงหลังจากเลื่อนกำหนดไปถึงสองเดือนเพื่อจะรอให้ผ่านพ้นครบร้อยวันการจากไปของศจีเสียก่อน ทั้งสองตัดสินใจจัดงานตามความต้องการของธาดาซึ่งอยากจะเห็นงานแต่งนี้ด้วยตาของตนเอง จึงไม่มีใครขัด ภายในห้องพักรับรองส่วนตัวของโรงแรม ธาดานั่งอยู่บนรถเข็นโดยมีพยาบาลพิเศษคอยดูแลอยู่ไม่ห่าง ร่างกายเริ่มทรุดโทรมลงไปมากตามอายุขัยรวมถึงอาการของโรคหัวใจ ซึ่งชายหนุ่มเพิ่งได้รู้จากปากของหญิงสาวหลังเสร็จงานศพศจีไม่กี่วัน‘หนูคิดว่าต้องบอกให้พี่วินรู้ เพราะไม่อยากให้ทุกอย่างมันสายเกินไปเหมือนหนูกับแม่ค่ะ’ หลังจากพูดประโยคนั้น ความจริงเรื่องอาการป่วยของบิดาทำเอาเขารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน ธาวินเสียใจด้วยตลอดมาชายหนุ่มเอาแต่ทำตัวดื้อรั้น ไม่เคยเชื่อฟัง ไม่
บทที่ 236 ความรักของแม่ 2งานศพของศจีถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายและเป็นส่วนตัวตามความต้องการของหญิงสาว ภายในงานมีเพียงธาดามาร่วมไว้อาลัยในฐานะอดีตสามีพร้อมด้วยเพื่อนรักทั้งสองของชายหนุ่มซึ่งคอยอยู่เป็นกำลังใจไม่ห่าง กับเหล่าคนรับใช้ในบ้านต่างพากันยืนซับน้ำตาอยู่ห่าง ๆ ด้วยความอาลัยในตัวอดีตนายหญิงผู้ล่วงลับบริเวณหน้าอาสนะสงฆ์ ทนายทินกรในชุดจีวรสีเหลืองสดอันเป็นสัญลักษณ์ของการสละทางโลกนั่งสงบนิ่งอยู่ด้วยตัดสินใจบวชตลอดชีวิตเพื่ออุทิศบุญกุศลทั้งหมดให้แก่พี่สาวผู้แสนดี หวังเพียงให้ผลบุญนี้ช่วยนำพาดวงวิญญาณของศจีไปสู่สุคติในภพภูมิอื่น“แม่จ๋า... หนูมาหาแล้วนะจ๊ะ”สายขิมในชุดไว้ทุกข์สีดำสนิท ใบหน้าซูบผอมกับดวงตาบวมช้ำจากการร้องไห้ติดต่อกันหลายวันขยับเข้าไปใกล้โลงศพไม้แกะสลัก หล่อนยังคงเอาแต่โทษตนเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าที่มารดาต้องตายก็เพราะเธอ เพื่อปกป้องเธอ… ผู้เป็นแม่จึงต้องมาจบชีวิตลงแบบนี้“หนูขอโทษนะจ๊ะแม่... ถ้าไม่มีหนู แม่ก็คงไม่ต้องมาเจอเรื่องร้าย ๆ แบบนี้ ถ้าตอนนั้นหนูไม่วิ่งออกไป แม่คงไม่ต้องมารับเคราะห์ร้ายแบบนี้ หนูเป็นลูกที่ไม่ดีเลยใช่ไหมจ๊ะ”หญิงสาวพร่ำพูดกับรูปถ่ายหน้าโลงศพของผู้
บทที่ 235 ความรักของแม่ 1เสียงฝีเท้ามากมายพุ่งพรวดเข้ามาในบ้านหลังจากได้ยินเสียงปืน หมอกฤศกับไอรีนตามเข้ามาทีหลังสุดถึงกับตาเบิกกว้างด้วยความตกใจแล้วรีบวิ่งเข้ามาทางศจี กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปนเปไปกับเสียงสะอื้นไห้บาดลึกถึงขั้วหัวใจ พยาบาลสาวยกมือขึ้นปิดปากด้วยรู้สึกสะเทือนใจเหลือเกิน“แม่ แม่จ๋า แม่ได้ยินหนูไหม แม่อย่าเป็นอะไรนะจ๊ะ อยู่กับหนูก่อนนะแม่ ฮึก…”สายขิมกระชากเทปกาวออกจากปากจนผิวบางขึ้นรอยแดง หล่อนไม่สนใจความเจ็บปวดใด ๆ บนร่างกาย รีบวิ่งเข้ามานั่งข้างมารดาที่นอนจมกองเลือดอยู่บนพื้นลมหายใจของผู้เป็นแม่แผ่วเบาลงทุกที ศจีถูกยิงเข้าตรงบริเวณหน้าท้องอย่างจัง ของเหลวสีแดงฉานไหลทะลักออกมาไม่หยุดจนเปรอะเปื้อนมือของสายขิมที่พยายามกดบาดแผลเอาไว้ หล่อนร้องไห้โฮราวกับจะขาดใจตายอยู่ตรงนั้น หัวใจของเธอกำลังจะแตกสลายลงอีกครั้ง“แม่... แม่ห้ามเป็นอะไรนะจ๊ะ หนูขอร้อง อยู่กับหนูก่อนนะ”สายขิมพร่ำเรียกคำว่าแม่ไม่หยุดปาก หยาดน้ำตาหยดลงบนใบหน้าซีดเผือดของมารดาหยดแล้วหยดเล่าศจีหน้าขาวซีดไร้สีเลือด ริมฝีปากเริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ มีเลือดไหลซึมออกมาจากมุมปากจากการบอบช้ำภายใน หล่อนพยายามจะยกมื
บทที่ 120 แทบคลั่ง 1ธาวินพ่นลมหายใจยาวด้วยความเหนื่อยล้าหลังจากเคลียร์โปรเจกต์ใหม่จนเสร็จสิ้น ชายหนุ่มปิดไฟในห้องทำงานแล้วลงลิฟต์มายังลานจอดเพื่อเตรียมจะกลับบ้าน น่าแปลกที่วันนี้สายขิมกลับบ้านไปเลยโดยไม่แม้แต่จะร่ำลาเขาแม้แต่คำเ
บทที่ 126 ห้องข้าง ๆ 1ธาดาสั่งให้แจ๋วย้ายข้าวของทั้งหมดของสายขิมมาไว้บนตึกใหญ่แม้หญิงสาวจะปฏิเสธแต่ก็ไม่อาจขัดคำสั่งผู้เป็นใหญ่ที่สุดในบ้านได้ น่าแปลกที่ชายหนุ่มเองก็ไม่ได้คัดค้านอะไร ห้องของหล่อนอ
บทที่ 113 แพ้ท้องแทนเมีย 1เกร๊ง!“สุขสันต์วันเกิด!”เสียงชนแก้วดังขึ้นภายในห้องหลังจากสายขิมกับรองประธานหนุ่มตามมาสมทบก็ทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไปพอสมควร ความอึดอ
บทที่ 111 ใกล้จนมองไม่เห็น 1ห้างสรรพสินค้าใจกลางเมืองยามเย็นหนาแน่นไปด้วยผู้คน ธาวินเดินนำหน้าเพราะต้องรีบหาของขวัญให้กับเพื่อนสนิท ด้วยช่วงนี้มีเรื่องให้คิดเยอะแยะจนลืมเตรียมการล่วงหน้า ในมือถือถุงผลไม้ดองที่เจ้าตัวเคี้ย