LOGINเย็นน
บทที่ 168 ไร้เดียงสา 2แสงแดดรำไรลอดผ่านหน้าต่างห้องพักในคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง กระทบลงบนใบหน้าหวานที่พริ้มหลับด้วยความสุข ศจีลืมตาขึ้นช้า ๆ ก่อนจะพบว่าตนเองยังอยู่ในอ้อมกอดแสนอบอุ่นของแฟนหนุ่ม ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากนายจ้างกับลูกจ้างถลำลึกจนกลายเป็นความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาในทางพฤตินัยมาเกือบเดือนแล้วทุกวันเสาร์อาทิตย์ หญิงสาวจะมาค้างกับพฤกษ์ที่นี่ คอยปรนนิบัติพัดวีในหลาย ๆ เรื่อง ทั้งเรื่องอาหารการกินไปจนถึงเรื่องบนเตียงด้วยความหวังที่อีกฝ่ายให้ไว้ว่าจะแต่งงานกับเธอภายในปีสองปีนี้ เพียงแต่ต้องรอให้เขาพิสูจน์ให้ทางบ้านเห็นก่อนว่าสามารถดูแลกิจการต่อได้ ทำให้ตอนนี้เรื่องที่คบกันต้องปิดไว้เป็นความลับจนกว่าชายหนุ่มจะได้มรดกจากบิดา"ตื่นแล้วหรือครับคนดี"พฤกษ์กระชับอ้อมกอดพลางจูบลงตรงขมับของหล่อนเบา ๆ"จ้ะคุณพฤกษ์ สายมากแล้วนะจ๊ะ เดี๋ยวคุณพฤกษ์ต้องไปพบคุณพ่อไม่ใช่หรือจ๊ะ"ศจีเอ่ยเสียงหวาน แววตาที่มองชายหนุ่มเต็มไปด้วยความเทิดทูน"ช่างคุ
บทที่ 167 ไร้เดียงสา 1ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ชีวิตของสาวบ้านนาราวกับตกอยู่ในห้วงแห่งความฝันซึ่งถูกฉาบไว้ด้วยสีชมพู เพราะผู้ชายแสนดีคนหนึ่งได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงมุมมองด้านความรักของเธอไปตลอดกาล ทุก ๆ วันหล่อนจะได้สัมผัสกับคำว่าใจเต้นแรงจนควบคุมไม่อยู่เสมอพฤกษ์เริ่มเข้าหาหล่อนอย่างเปิดเผยมากขึ้น เขาวางตัวดีมากเพื่อไม่ให้เธอต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง ทุกครั้งที่คุยกันในโรงงาน ชายหนุ่มจะเว้นระยะห่างอย่างเหมาะสม ไม่มีการฉวยโอกาสแตะเนื้อต้องตัวในที่สาธารณะให้ศจีต้องถูกนินทาในทางเสียหายอย่างเด็ดขาด"วันนี้กลับพร้อมกันนะครับ เดี๋ยวผมไปส่งที่หน้าหอพัก"พฤกษ์เอ่ยด้วยรอยยิ้มขณะเดินผ่านแผนกคัดแยก ถึงจะไม่มีธุระแต่เขาก็มักหาเรื่องให้ได้เดินผ่านเป็นประจำ"จะดีหรือจ๊ะคุณพฤกษ์ ฉันเกรงใจจ้ะ เดี๋ยวคนอื่นจะมองคุณไม่ดี""ผมไม่สนหรอกครับว่าใครจะมองยังไง ผมแค่อยากมั่นใจว่าคุณจะกลับถึงห้องอย่างปลอดภัย โดยที่ไม่มีใครมาคอยดักหน้าระหว่างทาง"พฤกษ์ปรายตาไปทางโกดังที่สุวิทย์
บทที่ 166 สาวโรงงาน 2 บรรยากาศภายในโรงงานดูจะคึกคักเป็นพิเศษ พนักงานนับร้อยชีวิตถูกเรียกให้มารวมตัวกันที่ลานอเนกประสงค์หน้าออฟฟิศ เพื่อทำความรู้จักกับลูกชายเจ้าของโรงงานที่เพิ่งจบการศึกษาจากต่างประเทศและจะเข้ามาช่วยบริหารงานอย่างเต็มตัว"ทุกคนรู้จักเอาไว้นะ คุณชายท่านนี้คือคุณพฤกษ์ ลูกชายของเฮียพัฒน์เจ้าของโรงงาน ต่อไปนี้คุณพฤกษ์จะมาดูแลพวกเราทุกคน มีอะไรติดขัดก็บอกคุณพฤกษ์ได้เลยนะ"ผู้จัดการโรงงานประกาศเสียงดังฟังชัด บรรดาพนักงานสาว ๆ ต่างมองกันตาเป็นมันด้วยเขาทั้งรูปหล่อแถมยังดูใจดีอีกด้วยชายหนุ่มในชุดเชิ้ตสีฟ้าอ่อนพับแขนเสื้อขึ้นอย่างไม่ถือตัว ก้าวออกมาข้างหน้าพร้อมรอยยิ้มละมุนละไม เขายกมือไหว้พนักงานรุ่นใหญ่อย่างนอบน้อม กิริยาท่าทางดูสุภาพนุ่มนวลผิดกับมาดคนรวยทั่วไป ทำเอาเหล่าพนักงานหญิงโดยเฉพาะศจีถึงกับมองตามตาไม่กะพริบ"สวัสดีครับพี่ ๆ น้า ๆ ทุกคน ผมพฤกษ์นะครับ ผมอาจจะยังใหม่สำหรับที่นี่ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ ผมตั้งใจว่าจะทำให้โรงงานของเราเป็นเหมือนบ้านหลังที่สองของทุกคน มีอะไรอยากให้ปรับปรุงบอกผมได้เสมอครับ"เสียงปรบมือดังเกรียวกราว ศจีที่ยืนอยู่ท้ายแถวแอบยิ้มตามเพราะแม้แ
บทที่ 165 สาวโรงงาน 1เสียงเพลง "เล่าสู่กันฟัง" ของนักร้องชื่อดังแห่งยุค ดังแว่วมาจากวิทยุเครื่องเล่นเทปของแผนกธุรการ แต่ในส่วนของแผนกเย็บผ้านั้นมีเพียงเสียงเครื่องจักรที่เดินเครื่องแข่งกับเวลา ศจีเริ่มต้นชีวิตพนักงานโรงงานได้อย่างรวดเร็ว หล่อนใส่ชุดฟอร์มสีฟ้าสะอาดสะอ้าน ผมยาวสลวยถูกมัดรวบด้วยยางรัดผมรูปดอกไม้ดูน่าเอ็นดู ความสวยซื่อแบบสาวชาวบ้านของเธอกลายเป็นหัวข้อสนทนาอันดับหนึ่งในวงข้าวแกงของพวกผู้ชายมาตลอดทั้งเดือน"นี่... น้องศจีจ๊ะ เลิกงานเย็นนี้พี่ไปส่งที่หน้าหอไหม"ชายหนุ่มแผนกตัดเย็บแวะมาชวนขณะเดินผ่าน"ไม่เป็นไรจ้ะพี่ ฉันเดินกลับกับพี่สายใจได้จ้ะ ขอบคุณนะจ๊ะ"ศจีตอบเสียงใสพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ มือก็ยังคงทำหน้าที่คัดแยกสินค้าไม่หยุดแต่ความสวยที่ดูไร้จริตนี้เองกลับเป็นเหมือนน้ำหวานล่อฝูงแมลง โดยเฉพาะ... สุวิทย์ พนักงานชายประจำคลังสินค้าที่ทำงานมานานเกือบสิบปี เขามักจะใช้ข้ออ้างเรื่องการส่งยอดของมาที่แผนกคัดแยกเพื่อหาโอกาสเข้าใกล้ศจีอยู่เสมอ ชายหนุ่มจะใส่เสื้อเชิ้ตลายสก็อตพับแขนและหวีผมเรียบแป้ด้วยน้ำมันใส่ผมกลิ่นฉุนเป็นเอกลักษณ์ของตนเองมาหาเธอประจำ"น้องศจี... วันนี้ยอดของตรงนี้มั
บทที่ 164 ความลับของแม่ 2ยี่สิบสี่ปีก่อน พุทธศักราช 2545แสงแดดอ่อนยามเช้าทอดผ่านยอดตาลลงมายังชานนอกเรือนไม้หลังเก่า บรรยากาศในหมู่บ้านชนบทที่ห่างไกลความศิวิไลซ์ยังคงเงียบสงบ เสียงนกกาเหว่าร้องกังวานสลับกับเสียงใบไผ่เสียดสีกันตามลมพัด บนแคร่ไม้ไผ่ใต้ต้นมะม่วง ศจี ในวัยยี่สิบต้น ๆ ดูสวยสะพรั่งอย่างเป็นธรรมชาติ ใบหน้าหมดจดไร้เครื่องสำอางรับกับผมยาวสลวยที่รวบไว้หลวม ๆ ด้วยกิ๊บหนีบผมพลาสติกหลากสีตามสมัยนิยมเธอกำลังก้มลงล้างเท้าให้บิดามารดาด้วยน้ำลอยดอกมะลิในกะละมังอะลูมิเนียม มือบางลูบไล้ไปบนผิวกร้านของบุพการีด้วยความรักและอาลัย"หนูไปอยู่กรุงเทพฯ พ่อกับแม่ต้องดูแลตัวเองดี ๆ นะจ๊ะ ไม่ต้องห่วงทางโน้น หนูจะขยันทำงานส่งเงินมาให้พ่อกับแม่ได้ใช้ จะได้ไม่ต้องออกไปรับจ้างตากแดดตากลมอีก"ศจีเอ่ยเสียงสั่นเครือขณะก้มลงกราบเท้าทั้งคู่"ไปดีมาดีนะลูกเอ๊ย อยู่เมืองกรุงมันวุ่นวาย เห็นเขาว่ารถราเยอะแยะ มีอะไรก็ค่อย ๆ คิด ค่อย ๆ
บทที่ 163 ความลับของแม่ 1กลิ่นควันจากเมรุเผาศพยังคงติดอยู่ตรงปลายจมูก ทิ้งความรู้สึกเศร้าสลดและหดหู่ไว้เบื้องหลัง เมื่อกลับมาถึงห้องพักซึ่งดูอ้างว้างกว่าเดิมเมื่อไม่มีบิดา ชัญญาก็จัดการล็อกประตูห้องทันที หล่อนหันกลับมาจ้องหน้าผู้เป็นแม่ด้วยสายตาคาดคั้นเอาความจริง"คุณแม่คะ เล่าความจริงมาให้หมดเดี๋ยวนี้"หญิงสาวตั้งคำถามทันที การปรากฏตัวของศจีในวันนี้ทำให้รู้ว่าจะเป็นฝ่ายรอตั้งรับอย่างเดียวไม่ได้ ต้องบุกกลับไปเหมือนกัน"ฉันไม่มีอะไรจะเล่าให้แกฟังทั้งนั้น คุณพ่อเพิ่งจะตายไปเองนะ แกจะไม่ให้เวลาฉันได้ไว้อาลัยเลยหรือไง”"ไม่ต้องมาอ้างคุณพ่อเลยค่ะ เพราะคุณแม่มัวแต่อ้ำอึ้งแบบนี้ไง ผู้หญิงคนนั้นถึงไล่ต้อนพวกเราไม่เลิก ถ้าคุณแม่ไม่อยากเป็นสุนัขจนตรอกให้มันกดขี่ต่อไปก็ต้องบอกความจริงกับหนูนะคะ พวกเราจะได้หาทางเอาคืนมัน อย่างน้อยถ้าเรามีจุดอ่อนของมัน เราก็จะกลับมาพลิกเกมได้"หญิงสาวพยายามเกลี้ยกล่อมมารดา ดูจากที่ศจีแค้นจนถึงขั้นจะบดขยี้กันให้ตายไปทุกชาติ มันต้องไม่ธรรมดาแน่ ๆ“แกแน่ใจเหรอว่าถ้ารู้ไปแล้วแกจะหาทางเอาคืนนังนั่นได้”“หนูทำได้แน่ค่ะ ตอนนี้ที่เราสู้อะไรไม่ได้เลยก็เพราะหนูไม่รู้อะไรเล







