Masukธาวินพาหญิงสาวมาที่คอนโดฯ ของตนเองด้วยทั้งสภาพร่างกายและจิตใจของเธอคงไม่พร้อมอยู่คนเดียว คนตัวเล็กถูกประคองมานั่งอยู่ตรงโซฟากลางห้อง ตลอดทางมาหล่อนไม่ปริปากพูดอะไรเลย ไม่แม้แต่จะบอกว่าเป็นฝีมือของใครที่ทำร้ายตนเองราวกับว่า…
…สายขิมต้องการปกป้องใครคนนั้น
“นั่งรอตรงนี้นะ ฉันจะทำแผลให้”
เจ้าของห้องเดินแยกไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลแล้วย้อนกลับมานั่งลงข้าง ๆ หญิงสาว เป็นครั้งที่สามแล้วที่เขาเจอเธอในสถานการณ์อย่างนี้
“ขอบคุณนะคะ”
“พูดได้แล้วเหรอ”
นิ้วเรียวจับเข้าที่คางของคนตัวเล็กให้หันมาหาแล้วเริ่มใส่ยาตรงมุมปากของเธอ ความหวาดกลัวก่อนหน้านี้สลายไปหมดแล้ว แววตาสั่นไหวกลับมาสดใสร่าเริงตามเดิม
“พี่มาช่วยหนูเอาไว้อีกแล้ว”
“นั่นสิ ทำไมเธอถึงต้องสร้างเรื่องให้ฉันคอยช่วยทุกทีเลยนะ”
แม้ปากจะบ่นแต่เขาก็ยังทำแผลตามส่วนต่าง ๆ ให้หญิงสาวอย่างเบามือ ทำให้ธาวินได้เห็นรอยแผลเป็นเก่า ๆ ตามร่างกายของหล่อนอีกหลายจุด ทำเอาโมโหจนต้องกัดฟันกรอดเพื่อระงับอารมณ์
“พี่วินมือเบาจังเลยค่ะ คงเพราะทำงานในโรงพยาบาลใช่ไหม”
“คงอย่างนั้น ว่าแต่…หิวไหม”
คนตัวเล็กพยักหน้าทันทีพร้อมกับเสียงท้องร้องดังออกมา ชายหนุ่มทายาลงบนรอยช้ำจุดสุดท้ายก่อนจะเอากล่องปฐมพยาบาลไปเก็บตามเดิม
“บ้านพี่วินหลังใหญ่มากเลยนะคะ มีไฟสว่างทั้งห้องเลยด้วย โคมไฟบนเพดานนั่นซื้อมาเท่าไหร่เหรอคะ”
“ไม่รู้สิ ซื้อมาพร้อมบิ๊วอิน แต่คิดว่าคงประมาณสามล้าน”
“สามล้าน! ฉันต้องขายมาลัยกี่ล้านพวงกว่าจะได้เงินเท่านั้นนะ”
สายขิมทำท่านับนิ้วด้วยความตะลึง ไม่แน่ว่าบางทีตอนนี้เธออาจนั่งอยู่บนโซฟาราคาหลักแสนก็ได้ ท่าทางของหญิงสาวเปลี่ยนไปจากในตอนแรก ซ้ำยังทำตัวเป็นปกติเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นอีก
“มีแค่บะหมี่นะ กินได้หรือเปล่า”
“สบายมากค่ะ อ๊ะ หนูขอทำให้ดีกว่านะคะ”
สายขิมรีบลุกขึ้นแล้ววิ่งตรงมาหาชายหนุ่มที่เคาน์เตอร์ครัว ดึงเอาซองบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปออกมาจากมือเขา
“มีพวกผักกับไข่ในตู้เย็นนะ จะเอาด้วยไหม”
“รบกวนด้วยค่ะ”
หล่อนหันมายิ้มกว้าง ธาวินเลยเดินไปเปิดตู้เย็นแล้วหยิบวัตถุดิบอื่น ๆ มาวางเตรียมไว้ให้เธอ หญิงสาวลงมือทำทุกอย่างด้วยความคล่องแคล่วโดยมีเจ้าของห้องยืนเป็นลูกมือหยิบจับสิ่งของให้
“เรื่องมหา’ลัยเป็นอย่างไรบ้าง สอบเสร็จมาสักพักแล้วไม่ใช่เหรอ”
“หนูไม่คิดจะเรียนต่อหรอกค่ะ อันที่จริงหนูไปสมัครงานไว้แล้ว อาทิตย์หน้าก็จะเริ่มทำงานจริงจัง หนูจะได้เป็นสาวโรงงานแล้วนะ เงินเดือนเริ่มต้นก็เกือบหมื่นอยู่ อีกไม่นานต้องรวยแน่ ๆ เลย”
เล่าไปก็ยิ้มไปราวกับคนที่ไม่เคยมีเรื่องโหดร้ายในชีวิตมาก่อน ทั้งที่ในสายตาของชายหนุ่มมันตรงกันข้าม
“น่าเสียดายออก เธอเรียนดีไม่ใช่หรือไง”
“เรื่องเรียนต่อให้อายุห้าสิบก็ยังเรียนได้ค่ะ ตอนนี้ปากท้องสำคัญกว่า อ๊ะ! จริงสิ หนูลืมจ่ายหนี้สำหรับวันนี้เลย นี่ค่ะ หนึ่งบาทครั้งที่ห้าสิบ”
สายขิมล้วงหยิบเงินในกระเป๋ากางเกงออกมาส่งให้เขาหนึ่งบาท กลิ่นหอมของอาหารลอยฟุ้งไปทั่วห้อง ชายหนุ่มยื่นมือไปรับมา
“เกือบต้องเสียค่าดอกห้าบาทแล้วไหมล่ะ”
“เสร็จแล้ว เดี๋ยวหนูยกไปวางที่โต๊ะนะคะ นั่งกินตรงนั้นได้ใช่ไหม”
ธาวินพยักหน้า หญิงสาวเอาบะหมี่ทั้งสองถ้วยใส่ถาดแล้วยกไปวางไว้บนโต๊ะอาหาร พอหันไปอีกทีก็เห็นว่าชายหนุ่มเดินหายเข้าไปในห้องห้องหนึ่งก่อนจะกลับออกมาภายในเวลาไม่ถึงนาที
“พอกินเสร็จแล้วก็อาบน้ำพักผ่อนซะนะ ฉันไม่มีชุดอื่นเลยนอกจากชุดของตัวเอง ใส่ได้หรือเปล่า”
“สบายมากค่ะ ขอบคุณมากนะคะ”
หล่อนรับเอาชุดนอนของเจ้าของห้องมาถือไว้ ความใจดีที่ได้รับจากผู้ชายคนนี้มันมากเสียจนอดคิดไม่ได้เลยว่าตนเองสมควรได้รับมันหรือเปล่า
ทั้งสองมานั่งกินมื้อเย็นด้วยกันที่โต๊ะ ธาวินเอาน้ำผลไม้มาให้เธอดื่มแล้วลอบสังเกตคนตรงหน้าเงียบ ๆ ทั้งที่ถูกทำถึงขนาดจับขังไว้ในตู้แต่หญิงสาวก็ไม่มีท่าทีจะยอมปริปากบอกความจริงอะไรเลย ด้วยอายุของหล่อนการถูกทำร้ายแบบนั้นถือเป็นการทารุณกรรมจนสามารถเอาผิดได้เลย
“คืนนี้พวกเราจะนอนด้วยกันเหรอคะ”
พรวด!
“แค่กๆๆ”
บะหมี่ที่เพิ่งเข้าปากไปได้ไม่ถึงสิบวินาทีถูกพ่นออกมาจนสำลักเพราะตกใจในคำพูดของหญิงสาว ดวงตากลมกะพริบปริบ ๆ มองมาทางเขาอย่างใสซื่อราวกับไม่รู้ว่าสิ่งที่ตนเองพูดออกมานั้นมันชวนให้เข้าใจผิดแค่ไหน
“เป็นอะไรไหมคะ กระดาษค่ะ”
“เธอจะบ้าเหรอ นอนด้วยกันอะไร ฉันพาเธอมานอนค้างที่นี่ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะนอนด้วยกัน ฉันจะกลับไปนอนที่บ้านต่างหาก”
รับเอากระดาษจากหล่อนมาเช็ดปาก
“บ้าน ? ที่นี่ไม่ใช่บ้านพี่วินหรือคะ”
“มันก็ใช่ แต่ฉันมีบ้านที่คุณพ่ออยู่อีกหลัง รีบกินเถอะ วันนี้จะได้รีบพักผ่อน เธอใช้ห้องนอนของฉันได้ตามสบาย พวกแปรงสีฟันกับของใช้จำเป็นอื่น ๆ ฉันเตรียมไว้ให้ในห้องน้ำหมดแล้ว”
คนตัวเล็กพยักหน้ารับ ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้าสู่หัวใจมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะผู้ชายคนนี้…
บทที่ 14 หลานสาวแม่เลี้ยงธาวินตื่นขึ้นมาในสาย ๆ ของอีกวัน รู้สึกปวดหัวจากอาการเมาค้าง เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตนเองกลับขึ้นมาบนห้องได้อย่างไร คนตัวสูงเดินลงมาในห้องครัวเพื่อจะหาน้ำดื่ม พี่แจ๋วกำลังเช็ดจานอยู่ในนั้นพอดี พอเห็นชายหนุ่มเดินเข้ามาก็รีบตักซุปแก้เมาค้างไปเสิร์ฟให้“ทานซุปก่อนนะคะคุณชาย”“ขอบคุณครับพี่แจ๋ว”รับมาแล้วใช้ช้อนตักเข้าปาก รสชาติอร่อยทำให้หัวโล่งขึ้นจากตอนแรกหนักอึ้งเหมือนมีหินไปถ่วงเอาไว้“รับอะไรเพิ่มไหมคะ”“ไม่ครับ แค่นี้ก็พอแล้ว อร่อยมากเลย ฝีมือพี่แจ๋วพัฒนาขึ้นนะครับเนี่ย”ชายหนุ่มเอ่ยชมด้วยเมื่อก่อนเขากินอาหารฝีมือพี่แจ๋วมาเยอะ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นการกินแบบสุ่มดวงมากกว่าว่าจะอร่อยหรือไม่อร่อย เพราะตนเองมักกลับบ้านไม่ตรงกำหนด ทำให้บางครั้งเจอแจ็กพ็อตแม่ครัวไม่อยู่บ้างล่ะ กับข้าวหมดแล้วบ้างล่ะ ก็จะได้อีกฝ่ายเป็นคนลงมือทำให้กินเอง“ไม่ใช่ฝีมือพี่หรอกค่ะคุณชาย ฝีมือคุณขิมน่ะ”“แค่กๆ”
บทที่ 13 ยัยเด็กทรยศหมับ!“มายืนรบกวนอะไรคนอื่นเขาไม่ทราบ ไปตรงนู้นเร็ว”ไอรีนที่เดินไปเอาของกินกลับเข้ามาร่วมวง เธอกระแทกตัวคุณหมอหนุ่มแล้วดันไปที่โต๊ะ ช่วยชีวิตของหญิงสาวเอาไว้ได้หวุดหวิด“เดี๋ยวสิ ฉันยัง…”“ไปเร็ว ๆ”ถูกดันต่อไปจนถึงโต๊ะ สายขิมถอนหายใจออกมาอย่าง โล่งอกด้วยคำถามนั้นเธอเองก็ไม่รู้จะตอบอย่างไร ระหว่างหล่อนกับธาวิน…...ที่ผ่านมาคือความสัมพันธ์แบบไหนกันนะ ?“คุณวินคะ ฉันอยากกินผลไม้จังเลยค่ะ ช่วงนี้น้ำหนักขึ้น ต้องงดของมันของทอดไปก่อน”“ได้สิครับ เรียกคนใช้ให้ไปหยิบมาก็ได้”ชายหนุ่มตั้งใจเน้นเสียงคำว่าคนใช้อีกแล้ว หญิงสาวปั้นหน้ายิ้มแล้วเดินเข้าไปหาทั้งสองคน หมอกฤศที่นั่งร่วมโต๊ะอยู่อดลอบสังเกตพฤติกรรมไม่ได้“คุณชัญญาอยากได้อะไรหรือคะ”“ผลไม้”“ได้ค่ะ เดี๋ยวหนูไปเอามาให้นะคะ มีท่านใดอยากได้อะไรเพิ่มไหมคะ”“ฉันขอแซลม่อนเพิ่มจานหนึ
บทที่ 12 คนใช้สายขิมกลับเข้ามาในงานเลี้ยงเพื่อคอยช่วยดูแลแขกเหรื่อทุกคน เธอยังอกสั่นขวัญแขวนกับท่าทีของชายหนุ่มไม่หาย สี่ปีที่ผ่านมาเขาเปลี่ยนไปมากขนาดนี้เลยเหรอ ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าอีกฝ่ายจะน่ากลัวได้มากขนาดนี้ สีหน้าของหญิงสาวแสดงความกังวลออกมาอย่างเห็นได้ชัดหล่อนเกือบจะตายคามือเขาอยู่แล้วนะ ดูท่าธาวินคงตามระรานไม่เลิกแน่ดวงตากลมจ้องมองไปทางศจีด้วยความสงสัย ทำไมชายหนุ่มถึงได้แสดงท่าทีไม่ชอบน้าของเธอได้ถึงขนาดนั้น ว่ากันตามตรงตอนที่เคยฟังเขาพูดเรื่องที่ว่าเกลียดแม่เลี้ยง เธอก็ไม่เคยถามเหตุผลนอกจากรับฟังจนได้รู้ว่าแม่ใหม่คนนั้นมีความลับบางอย่างเก็บซ่อนไว้“คุณวินล่ะ”ขณะกำลังครุ่นคิดก็มีเสียงไม่คุ้นเคยดังขึ้น เจ้าของดวงตากลมหันไปทางต้นเสียงก่อนจะพบว่าคนถามเป็นผู้หญิงหน้าตาสะสวย เขียนขอบตาเข้มดูโฉบเฉี่ยวราวกับเหยี่ยว หุ่นดีทรง สะบึ้มจนหญิงสาวได้แต่กลืนน้ำลายตอนมอง“พี่วิน เอ่อ…คุณชายขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าค่ะ เดี๋ยวก็ลงมาค่ะ”“เธอเป
บทที่ 11 ลูกหนี้ที่หายไป‘เป็นอะไรหรือเปล่าคะ ทำไมทำหน้านิ่วคิ้วขมวดแบบนั้น’ สายขิมเอ่ยถามชายหนุ่มขณะกำลังนั่งกินข้าวมันไก่ข้างทางด้วยกันหลังขายพวงมาลัยของวันนี้หมดแล้ว‘มีเรื่องให้หงุดหงิดน่ะ’‘เรื่องอะไรหรือคะ บอกหนูได้ไหม’ กะพริบตาปริบ ๆ มองหน้าเขาด้วยรอฟังคำตอบ เธอได้รับการช่วยเหลือจากธาวินมามากจึงอยากช่วยเหลืออีกฝ่ายบ้าง‘แม่เลี้ยง’‘…’‘ฉันเกลียดแม่เลี้ยงของตัวเอง ทุกครั้งที่ต้องกลับบ้านเลยหงุดหงิดมาก ถ้าไม่ติดว่าต้องกลับไปดูคุณพ่อฉันคงไม่กลับไปหรอก’ น้ำเสียงของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความไม่พอใจ ดูท่าทางเขาจะเกลียดแม่เลี้ยงมากจริง ๆ ด้วย‘เธอคนนั้นเป็นคนไม่ดีเหรอคะ’‘ใช่ ฉันคิดว่าผู้หญิงคนนั้นจะต้องมีเรื่องอะไรปิดบังอยู่แน่ ๆ คงหวังสมบัติของคุณพ่อมากกว่า’‘แล้วพี่วินจะทำอย่า
บทที่ 10 สี่ปีที่เฝ้ารอสิ้นสุดลงแล้ว“ยาค่ะคุณลุง”เจ้าของเสียงหวานวางยากับน้ำเปล่าลงบนโต๊ะเพื่อให้ธาดากินเมื่อถึงเวลา ก่อนจะนั่งพับเพียบลงบนพื้นข้าง ๆ แล้วหยิบหนังสือวรรณคดีโบราณขึ้นมาเตรียมจะอ่านให้อีกฝ่ายฟัง“ขอบใจมากนะหนูขิม”“ไม่เป็นไรค่ะ”หญิงสาวยิ้มตอบรับ ทว่ายังไม่ทันจะได้อ่านหนังสือให้ธาดาฟังต่อ เสียงเรียกของคนที่ไปร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ของแวดวงไฮโซตั้งแต่เมื่อคืนแล้วเพิ่งกลับมาก็ดังขึ้น“สายขิม อยู่ที่ไหน สายขิม!”“ค่ะน้า”คนตัวเล็กรีบตะโกนตอบรับไปก่อนเพราะหากต้องให้เรียกอีกเป็นครั้งที่สองอาจถูกโมโหใส่ก็เป็นได้ เธอเงยหน้ามองธาดาจนอีกฝ่ายพยักหน้า“ไปเถอะ”“เดี๋ยวหนูมาอ่านหนังสือให้ฟังใหม่นะคะ”หล่อนเอ่ยอย่างนอบน้อมแล้วรีบคลานเข่ากลับเข้าไปในบ้าน ตรงไปยังห้องรับแขกอย่างรวดเร็ว“หายไปไหนมา ฉันเรียกตั้งนาน”“หนูอ่านหนังสือให้คุณลุงฟังอยู่ที่ศาลาในสวนค่ะ”
บทที่ 9 หนีหนี้ สี่ปีผ่านไป“ไอ้วิน ทางนี้!”เสียงของหมอกฤศตะโกนเรียกหลังจากชายหนุ่มเพิ่งเดินพ้นประตูฝั่งขาเข้ามา เขาโบกไม้โบกมือกลับไปให้เพื่อนซี้หลังไม่เจอกันมาหลายเดือนตลอดสี่ปีธาวินจะเทียวไปเทียวมาระหว่างอเมริกากับเมืองไทยเพราะหลังจากเสร็จการเจรจาร่วมลงทุน เขาก็ตัดสินใจเรียนต่อโทด้านบริหารเพิ่มเติม“มาคนเดียวเหรอ ไหนว่าไอรีนมาด้วย”“ก็มานั่นแหละ แต่ไปเข้าห้องน้ำ”เพื่อนซี้ตอบ ‘ไอรีน’ คือเพื่อนสนิทอีกคนในกลุ่ม เธอรู้จักกับหมอกฤศมาก่อนเพราะอยู่ข้างบ้านกัน โตมาด้วยกันแล้วถึงได้มารู้จักกับธาวินอีกที ทำงานเป็นพยาบาลในแผนกเดียวกันกับอีกฝ่าย เรียกได้ว่าหลังเรียนจบมาทั้งสองคนก็เข้าทำงานในโรงพยาบาลของธาวิน“วินนี่!”“ไง”พูดถึงปุ๊บก็มาปั๊บ ไอรีนวิ่งเข้ามากอดคนตัวสูงด้วยความ ดีใจเหมือนเด็ก ๆ ทั้งสามคนคือกลุ่มเพื่อนสนิทที่ยังอยู่ด้วยกันจนทุกวันนี้ แลกเปลี่ยนสารทุกข์สุกดิบมาตลอดไม่เคยหายไปจากกัน“รู้ไหมว่าพอออกเวรก็รีบมารอรับเลยนะ”“ครับ ๆ ขอบคุณมากครับคุณพยาบาลคนสวย ได้ยินว่าช่วงนี้ฮอต มีแต่คนตามจีบไม่ใช่เหรอ”“คนพวกนั้นน่าจะมีปัญหาด้านสายตานะ”หมอกฤศแย้งขึ้นมาทันที ทำเอาหญิงสาวถึงกับมอ







