LOGINกาลเวลาเป็นยารักษาแผลใจชั้นดี... นั่นคือคำกล่าวอ้างที่นลินเคยได้ยินมาตั้งแต่เด็ก ทว่าสำหรับเธอแล้ว กาลเวลาตลอดสามปีที่ผ่านมาไม่ได้ทำหน้าที่รักษาเยียวยาบาดแผลให้เลือนหายไป แต่มันทำหน้าที่เป็นเพียง ‘ยาชา’ ที่สตาฟฟ์ความเจ็บปวดเอาไว้ และสอนให้เธอสร้างกำแพงน้ำแข็งสูงตระหง่านขึ้นมาล้อมรอบหัวใจ เพื่อป้องกันไม่ให้มีใครหน้าไหนบุกรุกเข้ามาทำร้ายเธอได้อีก
สามปีผ่านไป นลินในวัยยี่สิบเจ็ดปีไม่ใช่พนักงานตัวเล็กๆ ที่นั่งก้มหน้าก้มตาทำงานจนถูกเจ้านายเอาเปรียบอีกต่อไป หญิงสาวเติบโตขึ้นทั้งในแง่ของวุฒิภาวะและความสามารถ ประสบการณ์อันเลวร้ายในอดีตหล่อหลอมให้เธอกลายเป็นคนเข้มแข็ง เด็ดขาด และรักตัวเองมากกว่าสิ่งอื่นใด
เช้าวันจันทร์ที่สดใส แสงแดดยามเช้าสาดส่องกระทบกระจกบานยักษ์ของตึกระฟ้าใจกลางย่านธุรกิจ นลินสูดลมหายใจเข้าลึกสุดปอดขณะก้าวลงจากรถไฟฟ้าสายสีเขียว วันนี้เธอสวมชุดสูทกางเกงเข้ารูปสีเบจที่ดูทะมัดทะแมงแต่แฝงไปด้วยความเรียบหรู คัตติ้งเนี้ยบรับกับสัดส่วนบอบบาง ทับด้วยเสื้อเชิ้ตสายเดี่ยวผ้าซาตินสีขาวด้านใน รองเท้าส้นสูงสีนู้ดแบรนด์โปรดช่วยเสริมบุคลิกให้เธอดูสง่างามและมั่นใจมากยิ่งขึ้น ผมยาวสยายที่เคยปล่อยตามธรรมชาติถูกรวบตึงเป็นหางม้าต่ำ เผยให้เห็นใบหน้าสวยหวานที่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางโทนสีสุภาพอย่างประณีต
วันนี้คือ ‘วันเริ่มต้นชีวิตใหม่’ อย่างเป็นทางการของเธอ
นลินก้าวเข้ามาภายในโถงล็อบบี้โอ่อ่าของ ‘อิมพีเรียล คอร์ปอเรชัน’ บริษัทนำเข้าส่งออกยักษ์ใหญ่ระดับแนวหน้าของประเทศที่ใครๆ ต่างก็ใฝ่ฝันอยากจะร่วมงานด้วย การก้าวขึ้นมาสู่ตำแหน่ง Senior Data Analyst ในบริษัทระดับนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เธอต้องผ่านการทดสอบสุดหินและการสัมภาษณ์งานหลายต่อหลายรอบ แต่ในที่สุด เธอก็พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าความสามารถของเธอนั้นคู่ควร
“ยัยลิน! ทางนี้ๆ!”
เสียงเรียกคุ้นหูที่แหลมเล็กกว่าปกติทำให้นลินละสายตาจากความหรูหราของแชนเดอเลียร์บนเพดาน หันไปตามต้นเสียง รอยยิ้มกว้างที่ไม่ได้เห็นบ่อยนักปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ เมื่อเห็นร่างเพรียวบางของเพื่อนสนิทในชุดยูนิฟอร์มสีเข้มของฝ่ายทรัพยากรบุคคลกำลังกึ่งเดินกึ่งวิ่งตรงเข้ามาหา
“พรีม!”
นลินอ้าแขนรับร่างของเพื่อนรักที่โผเข้ามากอดเธอแน่นจนแทบหายใจไม่ออก ทั้งคู่กระโดดเหยงๆ ด้วยความดีใจราวกับเด็กสาวมหาวิทยาลัยที่เพิ่งสอบติดที่เดียวกัน มากกว่าจะเป็นสาวออฟฟิศวัยใกล้เลขสาม
“แกแต่งตัวสวยมาก ฉันบอกแล้วว่าแกต้องปังตั้งแต่วันแรกที่เหยียบตึกนี้” พรีมผละออกพลางกวาดสายตามองเพื่อนตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาชื่นชม “ยินดีต้อนรับสู่อิมพีเรียลนะแก ฉันดีใจจริงๆ ที่ในที่สุดเราก็ได้มาทำงานที่เดียวกันสักที ฉันจะได้มีเพื่อนกินข้าวเที่ยง ไม่ต้องไปนั่งทนฟังพวกป้าๆ ฝ่ายบัญชีนินทาคนอื่นแล้ว”
“ฉันก็ดีใจเหมือนกันแก ขอบใจมากนะที่เป็นธุระจัดการเรื่องเอกสารให้ฉันจนเรียบร้อยเลย” นลินยิ้มบางๆ รู้สึกอุ่นใจที่มีเพื่อนสนิทที่สุดในชีวิตคอยอยู่เคียงข้างในวันเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ
พรีมดึงแขนเพื่อนรักให้เดินตามไปทางโซนรับรองแขกที่ค่อนข้างเงียบสงบ รอยยิ้มสดใสบนใบหน้าของเอชอาร์สาวค่อยๆ จางลงเล็กน้อย แววตาของเธอแฝงไปด้วยความรู้สึกผิดที่ตกตะกอนอยู่ในใจมาตลอดสามปี
พรีมกุมมือนลินเอาไว้หลวมๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น “ลิน... ฉันอยากจะบอกแกอีกครั้งนะ ว่าฉันภูมิใจในตัวแกมากๆ แกเก่งมากที่ผ่านเรื่องบ้าๆ พวกนั้นมาได้ แล้วก็ก้าวหน้ามาจนถึงจุดนี้” พรีมถอนหายใจยาว “ทุกครั้งที่ฉันมองหน้าแก ฉันยังรู้สึกผิดอยู่ลึกๆ เสมอเลย ถ้าวันนั้น... ถ้าเมื่อสามปีก่อนฉันไม่คะยั้นคะยอให้แกโหลดไอ้แอปหาคู่เฮงซวยนั่น แกก็คงไม่ต้องไปเจอกับผู้ชายใจร้ายคนนั้น แกก็คงไม่ต้องมานั่งร้องไห้เจียนตายแบบที่ฉันเห็น... ฉันขอโทษจริงๆ นะลิน”
คำพูดของเพื่อนทำให้นลินชะงักไปชั่วครู่ ภาพกระดาษโพสต์อิตสีเหลืองแผ่นเล็กๆ ที่มีข้อความสั้นๆ ว่า ‘ที่บ้านมีเรื่อง ขอกลับก่อน’ แวบเข้ามาในหัวราวกับถูกฉายซ้ำ มันยังคงชัดเจนในความทรงจำราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ความรู้สึกชาวาบแล่นผ่านอกซ้ายไปชั่วขณะ ก่อนที่หญิงสาวจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ และบีบมือเพื่อนสนิทกลับเบาๆ
“พรีม แกเลิกโทษตัวเองได้แล้วนะ” นลินส่งยิ้มที่มาจากใจจริงให้เพื่อน “เรื่องที่เกิดขึ้นมันไม่เกี่ยวอะไรกับแกเลย แกแค่แนะนำสิ่งใหม่ๆ ให้ฉันเพราะความหวังดี ส่วนคนที่ตัดสินใจปัดขวา ตัดสินใจคุย และตัดสินใจมอบความรู้สึกให้เขา... คือตัวฉันเองทั้งหมด”
นลินเว้นจังหวะไปเล็กน้อย นัยน์ตากลมโตที่เคยอ่อนแอและเต็มไปด้วยน้ำตา บัดนี้ทอประกายเด็ดเดี่ยวและแข็งแกร่ง
“ผู้ชายคนนั้นเขาเลือกที่จะเข้ามาหลอกฉัน เลือกที่จะสร้างภาพลวงตาแล้วก็ทิ้งฉันไป มันคือความผิดของเขา ไม่ใช่ของแก และที่สำคัญนะพรีม บทเรียนราคาแพงครั้งนั้นมันทำให้ฉันตาสว่าง มันสอนให้ฉันรู้ว่าในโลกความเป็นจริง ไม่มีหรอกผู้ชายแสนดีที่โผล่มาจากหน้าจอโทรศัพท์ ทุกวันนี้ฉันเข้มแข็งขึ้นได้ ยืนหยัดด้วยตัวเองได้ ก็เพราะฉันก้าวผ่านความเจ็บปวดนั้นมาแล้ว ฉันไม่เคยโกรธแกเลยนะ เลิกคิดมากได้แล้ว”
“ยัยเพื่อนบ้า” พรีมน้ำตาคลอเบ้า โผเข้ากอดนลินอีกครั้ง “แกมันสตรองเกินไปแล้ว ฉันรักแกที่สุดเลยรู้ไหม สัญญานะว่าตั้งแต่นี้ไป พวกเราจะมีแต่ความปัง ความรวย และรอยยิ้ม!”
“แน่นอนสิยะ ระดับลินแล้ว” นลินหัวเราะร่วน ดันตัวเพื่อนออกเบาๆ “เอาล่ะ คุณเอชอาร์คะ หมดเวลาดราม่าแล้วค่ะ ดิฉันพร้อมจะไปทำงานหาเงินเข้ากระเป๋าแล้ว รบกวนพาไปทำบัตรพนักงานด้วยค่ะ”
“รับทราบค่ะคุณพนักงานใหม่ ตามดิฉันมาทางนี้เลยค่ะ” พรีมปรับโหมดกลับมาเป็นสาวเอชอาร์สุดโปรเฟสชันนัลอย่างรวดเร็ว เธอเดินนำนลินตรงไปยังแผนกทรัพยากรบุคคล จัดการถ่ายรูปและออกบัตรพนักงานสายคล้องคอสีน้ำเงินเข้มที่มีตราสัญลักษณ์ของบริษัทให้กับนลิน
เมื่อได้บัตรพนักงานเรียบร้อย พรีมก็ทำหน้าที่เป็นไกด์กิตติมศักดิ์ พานลินทัวร์ทำความรู้จักกับส่วนต่างๆ ของออฟฟิศขนาดใหญ่หลายสิบชั้นของตึก นลินตื่นตาตื่นใจกับความทันสมัยของสถานที่ทำงานใหม่ ทั้งโซนพักผ่อนที่มีโต๊ะพูล โซนแพนทรีที่มีเครื่องชงกาแฟระดับพรีเมียม และห้องประชุมกระจกใสที่ดูโปร่งโล่งสบายตา
พรีมพานลินไปแนะนำตัวกับผู้จัดการแผนกต่างๆ ตามธรรมเนียม ตั้งแต่แผนกการตลาด แผนกไอที ไปจนถึงฝ่ายขาย นลินใช้ความสุภาพและความมั่นใจในการพูดคุย ทำให้เธอได้รับรอยยิ้มและการต้อนรับที่อบอุ่นจากเพื่อนร่วมงานใหม่
จนกระทั่งพรีมพาเธอมาหยุดอยู่ที่หน้าแผนก Data Analytics ซึ่งเป็นอาณาจักรใหม่ของเธอ
“และนี่คือโต๊ะทำงานใหม่ของแกจ้า ซีเนียร์ดาต้าอนาลิสต์คนสวย” พรีมผายมือไปยังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมดีที่สุดของแผนก ติดกับกระจกบานกว้างที่มองเห็นวิวตึกระฟ้าของกรุงเทพมหานครได้อย่างชัดเจน บนโต๊ะมีจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่สองจอตั้งตระหง่านรออยู่ พร้อมกับอุปกรณ์เครื่องเขียนครบครัน
“โห... วิวดีมากเลยพรีม โต๊ะก็กว้างกว่าที่เก่าตั้งเยอะ” นลินวางกระเป๋าสะพายลงบนเก้าอี้เพื่อสุขภาพยี่ห้อดัง นัยน์ตาเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น หยิบจับแฟ้มและสมุดโน้ตบนโต๊ะด้วยความพึงพอใจ
“แน่นอนสิยะ ตำแหน่งซีเนียร์ทั้งที สวัสดิการมันก็ต้องสมน้ำสมเนื้อหน่อย” พรีมยิ้มกริ่ม ก่อนจะเหลือบมองนาฬิกาข้อมือและปรับสีหน้าให้จริงจังขึ้นเล็กน้อย “เอ้อ ลิน ฉันเกือบอัปเดตเรื่องสำคัญให้แกฟังไปเลย”
“เรื่องสำคัญอะไรเหรอ?” นลินละสายตาจากจอคอมพิวเตอร์ หันมาเลิกคิ้วถาม
“ตอนบ่ายโมงตรงวันนี้ บริษัทเราจะมีการจัดประชุมใหญ่แบบ Town Hall ที่ห้องแกรนด์บอลรูมชั้นบนสุด พนักงานทุกคนต้องเข้าร่วม แกก็ต้องไปด้วยนะ ห้ามเบี้ยวเด็ดขาด”
“อ้าว ฉันเพิ่งมาวันแรก ยังไม่ได้เริ่มดูดาต้าอะไรของบริษัทเลยนะ ต้องเข้าประชุมใหญ่เลยเหรอ เขาประชุมเรื่องอะไรกันล่ะ นโยบายประจำปีเหรอ?” นลินถามด้วยความสงสัย
พรีมส่ายหน้าเบาๆ ขยับตัวเข้ามาใกล้แล้วลดเสียงลงกระซิบกระซาบตามประสาสาวช่างเมาท์ “ไม่ใช่การประชุมนโยบายธรรมดาจ้ะ แต่วันนี้เป็นวันเปิดตัว ‘รองประธานกรรมการบริหารคนใหม่’ ของบริษัทเราต่างหากล่ะ”
“รองประธานคนใหม่?”
“ใช่ เขาเป็นลูกชายคนเดียวของท่านประธานใหญ่เลยนะ ได้ยินมาว่าถูกส่งตัวไปเรียนและบริหารสาขาที่ต่างประเทศมาหลายปี ตอนนี้เพิ่งบินกลับมารับตำแหน่งที่ไทยอย่างเป็นทางการเพื่อเตรียมขึ้นเป็นประธานในอนาคต” พรีมเล่าด้วยดวงตาเป็นประกาย “แกเอ๊ยยย... พวกสาวๆ ฝ่ายพีอาร์กับฝ่ายขายเมาท์กันให้แซดว่าท่านรองฯ คนนี้โปรไฟล์ดีเลิศ หล่อ รวย ดุดัน และเนี้ยบสุดๆ แต่ไม่มีใครเคยเห็นหน้าค่าตาชัดๆ หรอกนะ เพราะเขาเก็บตัวเงียบมาก วันนี้แหละที่จะมาปรากฏตัวต่อหน้าพนักงานทุกคนเป็นครั้งแรก”
นลินฟังแล้วก็เพียงแค่พยักหน้ารับเบาๆ รอยยิ้มบางๆ ประดับบนมุมปาก เธอไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นหรือสนใจในตัว ‘รองประธานสุดหล่อ’ ตามที่เพื่อนบรรยายเลยแม้แต่น้อย สำหรับนลินในวัยยี่สิบเจ็ดปี ผู้ชายหน้าตาดีหรือโปรไฟล์หรูหราไม่ใช่สิ่งที่ดึงดูดใจเธออีกต่อไป ประสบการณ์ในอดีตสอนให้เธอรู้ว่า ภาพลักษณ์ภายนอกที่ดูสมบูรณ์แบบ มักจะซ่อนความหลอกลวงที่อันตรายที่สุดเอาไว้เสมอ
“แกจะไปตื่นเต้นทำไมพรีม ระดับผู้บริหารระดับสูงขนาดนั้น คงไม่ได้ลงมาคลุกคลีหรือเฉียดใกล้แผนกดาต้าหลังบ้านแบบพวกฉันหรอก ฉันขอโฟกัสที่กองข้อมูลตรงหน้านี้ดีกว่า” นลินตอบอย่างไม่ใส่ใจ จัดการเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อเตรียมเซ็ตอัประบบ
“แหม... แกก็นะ ทำตัวเย็นชาเป็นเจ้าหญิงน้ำแข็งไปได้ เอาน่า ถือซะว่าไปนั่งดูอาหารตาเป็นสิริมงคลแก่การทำงานวันแรกก็แล้วกัน” พรีมแซวเพื่อนขำๆ ก่อนจะตบไหล่นลินเบาๆ “งั้นฉันไปทำงานก่อนนะ ตอนเที่ยงเดี๋ยวฉันแวะมารับไปกินข้าวที่แคนทีน แล้วบ่ายโมงเราขึ้นไปห้องประชุมด้วยกัน เตรียมตัวให้พร้อมล่ะ”
“จ้าๆ แม่เอชอาร์คนเก่ง เจอกันตอนเที่ยงนะ”
นลินมองตามแผ่นหลังของเพื่อนที่เดินลับหายไป ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้นุ่มสบาย หันกลับมามองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่สว่างวาบขึ้นมา โลโก้ของ ‘อิมพีเรียล คอร์ปอเรชัน’ ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ บอกตัวเองว่านี่คือสมรภูมิแห่งใหม่ที่เธอจะต้องใช้ความสามารถทั้งหมดที่มีเพื่อก้าวไปข้างหน้า เธอจะไม่ยอมให้อะไร หรือ ‘ใคร’ มาสั่นคลอนชีวิตที่สมบูรณ์แบบและสงบสุขของเธอได้อีก
นลินเตรียมพร้อมสำหรับทุกความท้าทายในโลกของการทำงาน โดยที่หญิงสาวไม่เคยรู้เลยว่า โชคชะตากำลังเล่นตลกร้ายกับเธออย่างรุนแรง... การประชุมใหญ่ในบ่ายวันนี้ จะไม่ใช่แค่การเปิดตัวผู้บริหารระดับสูง แต่มันจะเป็นการเปิดประตูกรงขังอดีตที่เธอพยายามหนีมาตลอดสามปี ให้กลับมาเผชิญหน้ากับเธออีกครั้ง อย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้เลย
ความเงียบสงัดทิ้งตัวลงปกคลุมทั่วทั้งห้องทำงานอันโอ่อ่าของรองประธานกรรมการบริหาร ราวกับว่าแม้แต่เสียงการทำงานของเครื่องปรับอากาศก็ยังถูกสูบกลืนหายไปจนหมดสิ้น อากาศภายในห้องที่เคยเย็นฉ่ำ บัดนี้กลับให้ความรู้สึกอึดอัดและหนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออกเตชินนั่งนิ่งงันอยู่บนเก้าอี้ผู้บริหารตัวใหญ่ นัยน์ตาคมกริบที่เคยมองหญิงสาวด้วยความอ่อนโยนและห่วงใย บัดนี้กลับเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยและสั่นไหวอย่างรุนแรง สายตาของเขาถูกตรึงเอาไว้กับกระดาษ A4 สีขาวแผ่นบางที่วางเด่นหลาอยู่บนโต๊ะไม้เนื้อแข็งตรงหน้า‘ใบคำร้องขอย้ายแผนก’ตัวอักษรสีดำที่ถูกพิมพ์อย่างเป็นทางการเหล่านั้น เปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลึกลงไปกลางใจของผู้ชายที่เพิ่งจะทุ่มเทดูแลเธออย่างสุดกำลังตลอดหลายวันที่ผ่านมา เตชินกวาดสายตาอ่านเหตุผลที่เธอระบุไว้ในจดหมายอย่างรวดเร็ว...‘เพื่อความเหมาะสม... เพื่อพัฒนาศักยภาพตามสายงานเดิม...’ข้อความพวกนี้มันก็แค่ข้ออ้างทางธุรกิจที่ถูกปั้นแต่งขึ้นมาบังหน้าเท่านั้น เขารู้ดีว่าเหตุผลที่แท้จริงคืออะไรนลินกำลังจะหนีเขาไปอีกแ
ตลอดระยะเวลาสามวันที่นลินต้องนอนพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาลจากอาการหน้ามืดหมดสติ เตชินใช้อำนาจของรองประธานกรรมการบริหารสั่งลางานให้เธออย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด และไม่เพียงแค่นั้น ตัวเขาเองก็ยังยกเลิกตารางงานที่ไม่จำเป็นทั้งหมดเพื่อมาคอยเฝ้าไข้ ดูแลเช็ดตัว ป้อนข้าวป้อนน้ำเธออย่างใกล้ชิดไม่ยอมห่าง ความอ่อนโยนและทะนุถนอมที่เขาแสดงออกอย่างเสมอต้นเสมอปลาย ทำให้กำแพงความเย็นชาที่นลินเพียรสร้างขึ้นมาเริ่มมีรอยร้าว ทว่าความสับสนในหัวใจก็ยังคงตีรวนอยู่ลึกๆจนกระทั่งเช้าวันจันทร์... วันที่นลินยืนยันเสียงแข็งว่าร่างกายของเธอหายเป็นปกติและพร้อมกลับไปทำงานแล้วหญิงสาวก้าวเข้ามาภายในโถงล็อบบี้ของตึกอิมพีเรียล คอร์ปอเรชันด้วยชุดสูทกางเกงสีครีมเรียบหรู ใบหน้าหวานที่เคยซีดเซียวกลับมามีสีเลือดฝาดอีกครั้ง นลินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกความมั่นใจ ก่อนจะเดินไปสมทบกับกลุ่มพนักงานที่กำลังยืนรอลิฟต์โดยสารในช่วงเวลาเร่งด่วนทันทีที่เธอแทรกตัวเข้าไปยืนรวมกลุ่ม บรรยากาศรอบข้างที่เคยมีเสียงพูดคุยจอแจตามประสาเช้าวันจันทร์กลับเงียบกริบลงอย่างกะทันหัน ความเงียบนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความบังเอิญ แต
บรรยากาศบนชั้น 35 ของอิมพีเรียล คอร์ปอเรชัน ตลอดหลายวันที่ผ่านมาดำเนินไปอย่างเงียบเชียบและตึงเครียดจนแทบจะจับต้องได้ หลังจากค่ำคืนพายุฝนที่เต็มไปด้วยการสาดอารมณ์และน้ำตา นลินก็สร้างกำแพงน้ำแข็งที่หนาและเย็นเยียบยิ่งกว่าเดิมขึ้นมาปิดกั้นตัวเอง หญิงสาวเปลี่ยนโหมดการทำงานเป็น ‘หุ่นยนต์’ อย่างเต็มรูปแบบ เธอสื่อสารกับเตชินเฉพาะเรื่องงานที่จำเป็นเท่านั้น ถามคำตอบคำ ไร้ซึ่งรอยยิ้ม ไร้ซึ่งอารมณ์ และหลีกเลี่ยงการสบตาเขาทุกครั้งที่มีโอกาส“บอสคะ นี่รายงานสรุปยอดขายของสาขาภูเก็ตค่ะ ดิฉันตรวจสอบความถูกต้องเรียบร้อยแล้ว หากไม่มีอะไรแก้ไข ดิฉันขอตัวไปเคลียร์ดาต้าของไตรมาสหน้าต่อนะคะ”น้ำเสียงราบเรียบและท่าทีที่ห่างเหินของนลิน ทำเอาเตชินที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานได้แต่ลอบถอนหายใจยาว ชายหนุ่มรับแฟ้มเอกสารมาเปิดดูเพียงผ่านๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวที่ยืนก้มหน้ามองพื้นราวกับว่าลายพรมบนห้องนั้นน่าสนใจนักหนา“นลิน วันนี้คุณดูซีดๆ นะ พักผ่อนบ้างหรือเปล่า” เตชินเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อสังเกตเห็นใต้ตาที่หมองคล้ำและริมฝีปากที่แห้งผากของเธอ
ปัง!บานประตูห้องชุดขนาดกะทัดรัดถูกปิดลงพร้อมกับระบบล็อกอัตโนมัติที่ทำงานทันที นลินทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดพิงแผ่นหลังเข้ากับบานประตูไม้เนื้อแข็ง ร่างบอบบางสั่นสะท้านอย่างรุนแรงตามจังหวะการหอบหายใจ หญิงสาวยืนนิ่งอยู่ในความมืดมิดของห้องที่คุ้นเคย ทว่าวันนี้มันกลับดูอ้างว้างและเหน็บหนาวกว่าทุกวัน เสียงพายุฝนที่โหมกระหน่ำอยู่ภายนอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ดังกึกก้องสอดประสานกับเสียงหัวใจที่แตกสลายของเธอหยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นเอาไว้อย่างสุดความสามารถตลอดทางเดินตั้งแต่ล็อบบี้จนถึงหน้าห้อง บัดนี้พังทลายลงมาอย่างไม่อาจอดกลั้นได้อีกต่อไป นลินทรุดตัวลงนั่งกอดเข่าตัวเองอยู่บนพื้นพรมหน้าประตู ปล่อยโฮออกมาอย่างน่าเวทนา เสียงสะอื้นไห้ดังก้องไปทั่วห้องที่เงียบสนิท“ทำไม... ทำไมพี่ต้องกลับมาทำร้ายลินอีก...” หญิงสาวพร่ำถามตัวเองผ่านม่านน้ำตาสัมผัสอุ่นร้อนจากฝ่ามือของเขา แววตาที่เต็มไปด้วยความรวดร้าว และน้ำเสียงที่พยายามอธิบายเรื่องราวบ้าๆ พวกนั้น มันกำลังตีรวนอยู่ในสมองของเธอจนแทบจะระเบิด นลินยกมือขึ้นกุมขมับ ส่ายหน้าไปมาราวกับคนเสียสติ เธอไม่อยากรับรู้ ไ
ความเงียบภายในห้องโดยสารของรถยุโรปคันหรูหนักอึ้งราวกับมีก้อนตะกั่วถ่วงอยู่ มีเพียงเสียงที่ปัดน้ำฝนทำงานเป็นจังหวะสม่ำเสมอ แข่งกับเสียงพายุฝนที่โหมกระหน่ำอยู่ภายนอก นลินนั่งหันหน้าออกไปทางหน้าต่าง ปล่อยให้น้ำตาเม็ดเล็กๆ ไหลรินลงมาอาบสองแก้มอย่างเงียบเชียบโดยไม่คิดจะเช็ดมันออก ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกหนาวสั่นเท่ากับความเหน็บหนาวที่เกาะกินอยู่ก้นบึ้งของหัวใจการสะบัดมือของเขาออกเมื่อครู่นี้ ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกเป็นผู้ชนะเลยแม้แต่น้อย แต่มันกลับไปสะกิดแผลเป็นที่ซ่อนอยู่ให้เปิดอ้าออกอีกครั้ง ความอ่อนโยนที่เขามอบให้ สัมผัสที่คุ้นเคย มันกำลังทำร้ายเธออย่างเลือดเย็นที่สุด เพราะมันตอกย้ำให้เธอรู้ว่า เธอไม่เคยลืมเขาได้เลย และเธอกำลังจะพ่ายแพ้ให้กับผู้ชายใจร้ายคนนี้อีกครั้งเตชินขับรถต่อไปด้วยความเร็วที่ช้าลงกว่าเดิมมาก มือหนากำพวงมาลัยแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด นัยน์ตาคมกริบที่เคยมั่นใจและทรงอำนาจ บัดนี้เต็มไปด้วยความรวดร้าวและสับสน เขาลอบมองเสี้ยวหน้าของหญิงสาวที่สะท้อนผ่านกระจกหน้าต่างเป็นระยะ เห็นหยาดน้ำตาที่ไหลลงมาอาบแก้มใสแล้วหัวใจของเขาก็เหมือนถูกบีบขยี้ เข
ข่าวลือมักจะเดินทางเร็วกว่าความจริงเสมอ... และในออฟฟิศขนาดใหญ่ที่มีพนักงานนับพันชีวิต ข่าวคราวการปะทะกันกลางห้องประชุมบอร์ดบริหารเมื่อช่วงเช้าก็ถูกกระพือไปไกลจนกู่ไม่กลับหลังจากที่นลินหอบหลักฐานชิ้นสำคัญตอกหน้า ‘เอมอร’ จนอีกฝ่ายต้องถูกพักงานและถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวน สายตาของเพื่อนร่วมงานที่เคยมองเธอด้วยความเฉยเมยก็เปลี่ยนไป บางคนมองด้วยความชื่นชมและเกรงใจ แต่ส่วนใหญ่มักจะมองด้วยสายตาจับผิดและซุบซิบนินทาว่าเธอคือ ‘เด็กเส้น’ ที่มีรองประธานบริษัทคอยหนุนหลังและออกตัวปกป้องอย่างออกหน้าออกตาเพื่อหลีกเลี่ยงสายตาและคำถามเหล่านั้น นลินจึงเลือกที่จะขลุกตัวอยู่แต่หน้าโต๊ะทำงานของตัวเองบนชั้น 35 หญิงสาวก้มหน้าก้มตาเคลียร์ข้อมูลสถิติของโปรเจกต์อื่นๆ อย่างบ้าคลั่ง เธอปฏิเสธคำชวนไปทานมื้อเที่ยงของพรีม โดยอ้างว่างานล้นมือ และเลือกที่จะนั่งกินแซนด์วิชเย็นๆ อยู่ที่โต๊ะแทนเวลาล่วงเลยไปจนถึงสองทุ่มเศษ กรณ์เลิกงานและขอตัวกลับไปตั้งแต่หกโมงเย็น ทิ้งให้พื้นที่หน้าห้องผู้บริหารเหลือเพียงความเงียบสงัด นลินปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ ยืดแขนบิดขี้เกียจเพื่อคลายความเมื






![คุณเลขากับสามีทิพย์ [ Comedy 18++]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
