Masuk“โอ๊ย! แกอย่ามาแต่งเรื่องหน่อยเลย พ่อแกก็ไม่อยู่ อยากไปเที่ยวทำตัวเหลวแหลกที่ไหนก็เรื่องของแก แต่อย่าคิดจะมาขอเงินฉัน! บาทเดียวฉันก็ไม่ให้!”
“เข้าใจผิดแล้วค่ะ...มัน..เอ่อ... แม่วาณี...”
ปลายสายวางโทรศัพท์ไปแล้ว ดุลยาได้แต่กำโทรศัพท์อย่างทำอะไรไม่ถูก ที่บ้านก็พึ่งพาไม่ได้แล้ว เธอจะโทรศัพท์ไปยืมเงินใครสองแสนล่ะ มันไม่ใช่เงินยี่สิบสามสิบบาทนะ เธอลองเสี่ยงกดโทรศัพท์โทรเข้าเบอร์มือถือของพ่อ แต่ก็ไร้สัญญาณการตอบรับ ปกติพ่อแทบไม่สนใจเธออยู่แล้ว แล้วนี่ก็ติดต่อไม่ได้อีก จะทำอย่างไรดี
“อาหารมาส่งค่ะ”
เสียงด้านนอกประตูทำให้ดุลยาสะดุ้ง เธอวางโทรศัพท์แล้วหันไปมองเขาที่ยังนั่งนิ่งอยู่ที่เดิมไม่มีท่าทีจะขยับตัว เธอจึงเดินไปประตูให้พนักงานเอาอาหารมาวางไว้ให้ กลิ่นอาหารหอมกรุ่น จากที่คิดว่าตนเองเครียดจนกินอะไรไม่ลง กลายเป็นเสียงท้องร้องโครมครามไม่เกรงใจใครเลย เสียงนั้นไม่เบาเอาเสียด้วย ทำเอาอลันถึงกับกลั้นหัวเราะไม่อยู่
“คุณนี่! ทำเป็นไม่ได้ยินบ้างก็ได้” ดุลยาเผลอขึ้นเสียงใส่เขา “ฉันไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เมื่อวาน”
ดุลยาตำหนิเขาแต่ใบหน้าตัวเองแดงก่ำ พอเห็นท่าทางหัวเราะขบขันเอาจริงเอาจังของเขาแล้ว บรรยากาศในห้องที่ตึงเครียดกลับผ่อนคลายลง ร่างสูงหมุนตัวเดินกลับเข้ามาในห้องครัวขนาดเล็ก เขานั่งที่เก้าอี้และปล่อยให้เธอจัดจานและช้อนสำหรับรับประทานอาหาร
“ฉันต้องเตรียมเผื่อคุณไหม?”
“ผมขอจานเปล่ากับช้อนก็พอ” เขาหยุดหัวเราะแล้ว แต่ยังเหลือรอยยิ้มทิ้งไว้
“คุณจะกินข้าวก็ได้นะ ฉันกินคนเดียวไม่หมดหรอกนะ”
เธอทำหน้ามุ่ยแต่ก็หยิบจานกับช้อนวางให้เขาอย่างเรียบร้อย ด้วยความคุ้นเคยที่ทำให้คนที่บ้านบ่อยๆ เมื่อคิดถึงตอนนี้สีหน้าเธอก็หมองลงไปอย่างที่ชายหนุ่มสังเกตได้
“เอาน่า กินข้าวเสียก่อน เดี๋ยวน้ำย่อยกัดกระเพาะทะลุ”
อลันเองออกจะแปลกใจที่เขาเอาใจใส่คนแปลกหน้าคนนี้นัก เห็นเพียงแวบเดียวที่ชายหาดถึงกับยอมลงทุนเสียเงินสองแสนซื้อตัวเธอมาเลยหรือเนี้ย เงินแค่นั้นไม่เท่าไหร่ แต่มันจะคุ้มอะไร คนอย่างอลัน หยาง ไม่เคยต้องเสียเงินซื้อผู้หญิงอยู่แล้ว แค่ปรายตา ผู้หญิงแถบถลาเข้ามานั่งตัก นับประสาอะไรกับผู้หญิงผอมๆบางๆ คนนี้
อาจเพราะเขาเป็นฝ่ายผ่อนทีท่าทางเคร่งเครียดแล้ว เธอจึงเริ่มผ่อนคลายบ้าง ความหิวทำให้เธอกินข้าวได้มากกว่าที่ตัวเองคิด กับข้าวสามอย่างตรงหน้าเหมือนว่าเธอจะกินเพียงคนเดียว ส่วนเขาก็แค่เขี่ยๆ จิ้มเนื้อ จิ้มผักกินไปไม่กี่คำ
เมื่อเธออิ่ม สมองก็ปลอดโปร่งขึ้น หลังจากเก็บถ้วยชามจานช้อนแล้ว เธอตั้งใจคุยกับเขาอย่างตรงไปตรงมา
“เอ่อ...คุณ”
“อลัน”
“คะ?”
“เรียกแต่คุณๆ นั้นแหละ เรียกชื่อผมก็ได้”
เขาพูดน้ำเสียงเหมือนไม่พอใจนิดๆ คล้ายเด็กเอาแต่ใจ ทำให้ดุลยาเอียงคอมองอย่างสับสน แต่เอาเถอะ ถ้าเขาอยากให้เรียกชื่อก็ได้
“คุณอลัน” เธอเริ่มต้น และเห็นเขาพยักหน้าเป็นเชิงพอใจ ทำให้เธอกล้าพูดต่อ “อย่างที่ฉันบอก ฉันไม่ได้เต็มใจที่จะถูกซื้อขาย และไม่รู้ว่าใครเป็นคนทำ แต่ว่า...ตอนนี้ฉันไม่มีเงินมาคืนคุณ แต่ฉันจะทำงานผ่อนคืนให้คุณ คุณร่างสัญญากู้ยืมเงินก็ได้ ฉันจะพยายามหาเงินมาคืนคุณให้เร็วที่สุด”
ดุลยาพูดจบก็แทบกลั้นใจรอฟังคำตอบ แต่เขาเพียงแค่พยักหน้ารับรู้
“ปกติคุณทำงานอะไร” เขาไม่รู้หรอกว่าทำไมเธอใส่ชุดไทยมาเดินที่ริมทะเลแบบนั้น
“เอ่อ...ฉันเพิ่งเรียนจบค่ะ ยังไม่มีงานทำ แต่ทำงานพิเศษเป็นนางรำ งานแสดงค่ะ รำโชว์ในร้านอาหารหรืองานเลี้ยงหรืองานแก้บน เดือนๆ หนึ่งฉันรับหลายงานพอจะจะผ่อนคืนให้คุณได้บ้างสักเดือนละ...”
ดุลยาคำนวณรายได้ตัวเองในใจแล้วก็เกิดกระด้างปากที่จะพูดว่า เธอหาเงินมาคืนเขาเดือนละพันหรือเต็มที่ไม่เกินสองพันบาท
“พูดง่ายๆว่าตอนนี้ว่างงานอยู่”
“เรียกอย่างนั้นก็ได้ค่ะ” เธอสูดลมหายใจลึกอย่างไม่ค่อยพอใจที่ต้องยอมรับความจริงข้อนี้
“แล้วคุณหายมาแบบนี้ที่บ้านไม่ห่วงอะไรเลยหรือไง”
ดุลยาเดาน้ำเสียงเขาไม่ถูก ไม่ใช่ดูแคลนแต่ก็ไม่มีความห่วงใย ก็แน่ล่ะ เขาจะมาเป็นห่วงเธอทำไม
“พ่อไม่อยู่ติดต่อไม่ได้ ส่วนแม่เลี้ยงก็...” ก็คงดีใจที่เธอไม่อยู่บ้านได้นะสิ แล้วก็คงเอาเธอไปฟ้องพ่อว่าใจแตกหนีเที่ยวไม่กลับบ้าน
“เอาเป็นว่า คุณว่าง และไม่ต้องติดต่อใครก็ได้ใช่ไหม”
“จะว่าอย่างนั้นก็ได้ค่ะ” เธอหายไปเป็นวันๆ ไม่มีใครตามหา ก็...คงจะเป็นอย่างที่เขาพูดมานั้นแหละ
“คุณเป็นหนี้ผมสองแสน ถ้างั้นก็เอาตัวคุณมาทำงานใช้หนี้ก็แล้วกัน”
“อะไรนะคะ!” ดุลยาแทบจะหวีดร้อง ยกมือขึ้นทาบอกที่ไร้ชุดชั้นใน เขาคิดจะทำอะไรกันแน่
“นี่ๆ คนอย่างผมไม่ต้องซื้อผู้หญิงกินหรอกนะ” เขาโบกมือไปมาไล่ความคิดด้านลบของเธอไปซะ
“ผมจำเป็นต้องอยู่เมืองไทยสักระยะ กำหนดวันเวลาแน่นอนไม่ได้อาจจะแค่สองสัปดาห์หรืออย่างมากก็สักเดือนนึง ผมอยากได้ผู้หญิงอยู่เป็นเพื่อนสักคน แบบที่จะทำให้ผมกลมกลืนกับคนไทยได้”
“ผู้หญิงอยู่เป็นเพื่อน?” เธอขมวดคิ้ว เท่าที่ได้ยินเขาพูดไทยได้ชัดไม่จำเป็นต้องมีล่ามนี่นะ แต่ความหมายของเขาเกรงว่าจะหมายถึง ‘เมียเช่า’ มากกว่า
“ผมไม่มีรสนิยมขืนใจผู้หญิงนะ” เขากระตุกยิ้มที่มุมปาก “แต่ถ้าคุณจะบริการเสริมละก็...ผมก็หักลบกลบหนี้ให้ได้ ปกติคิดค่าตัวยังไงล่ะ”
“บ้าซิ! ฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัวนะ!” เธอเผลอตวาดเขาลั่น แต่ผู้ชายตรงหน้ากับคลี่ยิ้มอย่างพอใจ
“ว่าไงล่ะ อยากรับงานพิเศษเล่นเป็นผู้หญิงของผม หรือจะอยากเป็นผู้หญิงอย่างว่าจริงๆ”
“ฉันอยากได้กำหนดเวลาที่แน่นอน ไม่อย่างนั้นก็ทำงานใช้หนี้ไม่หมดเสียทีซิ”
“ได้” เขาลุกขึ้นเดินไปหยิบสมาร์ทโฟนของตัวเองแล้วเลื่อนดูตารางที่ตนบันทึกไว้
“ผมชอบคิดตัวเลขกลมๆ ผมให้คุณวันละหมื่น ยี่สิบวันก็สองแสนพอดี อยู่กับผมยี่สิบวันแลกหนี้สองแสนบาท”
จำนวนเงินกับข้อเสนอของเขาทำให้เธอถึงกับพูดไม่ออก ทำงานยี่สิบวันแลกเงินสองแสนที่...จะว่าไป เธอไม่ใช่คนก่อหนี้ก้อนนี้เสียหน่อย แต่ถ้าเขาไม่ประมูลเธออกมา ก็ไม่รู้ชะตากรรมตัวเองจะเป็นอย่างไร
“แล้ว...ยี่สิบวันนี่ฉันต้องทำอะไรบ้าง”
อลันยักไหล่ ไม่แปลกใจที่เธอสนใจข้อเสนอของเขา
“ไม่มีอะไร อยู่ใกล้ๆ ผม ทำตามที่ผมสั่งก็พอ”
“แล้วถ้าคำสั่งของคุณมันลามกจกเปรตล่ะ”
พรวดดดดด
คราวนี้อลันสำลักน้ำที่เพิ่งยกขึ้นดื่ม เขาสำลักแรงจนดุลยาต้องรีบลุกขึ้นไปลูบแผ่นหลังให้เขา
“จริงๆ ก็ติดตามน้องสาวหนีเที่ยวของผมด้วย” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหนื่อยๆ“น้องสาว? ฉันไม่ยักรู้ว่าคุณมีน้องสาว” สาริศาถามกลับด้วยความงุนงง“เรื่องนั้นอย่าไปสนใจเลย” ชีควาคิมกอดร่างบางแน่นขึ้น “สนใจเรื่องของเราเถอะ ผมคิดถึงคุณทรมานเหลือเกินที่ห่างคุณแบบนี้”ชีควาคิมสารภาพชิดริมฝีปากที่บวมเจ่อเพราะรสจูบขอเขา “ผมทนไม่ได้อีกแล้ว ยิ่งเห็นตาหมอคนนั้นตามติดคุณผมยิ่งอยากกระชากคุณมาให้ไกลจากมือเขา”“วาคิม...”ชีควาคิมประคองใบหน้าหวานด้วยสองมือ “อย่าทำน้ำเสียงไม่พอใจอย่างนั้น ผมเป็นห่วงคุณ ผมละสายตาจากคุณไม่ได้แต่ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะรั้งคุณไว้”สาริศารู้สึกถึงน้ำตาที่เอ่อล้น เธอพยายามก้มหน้าซ่อนความรู้สึกของตัวเองแต่ก็ทำไม่ได้ “คุณไม่ควรทำแบบนี้เลย”ชายหนุ่มจูบเธออีกเขาครอบครองริมฝีปากเธอแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ทั้งรุนแรงและเร่าร้อนจน ร่างเล็กสั่นสะท้านด้วยแรงปรารถนา เขาเอนกายหญิงสาวให้พิงพนักโซฟามือใหญ่เลื่อนมาลูบไล้เรือนกายแผ่วเบาอย่างปลอบโยน แต่สาริศาต้องตัดใจจากรสเสน่หาที่แสนคิดถึง เธอผลักอกเขาออกอย่างแรงแล้วรีบลุกขึ้นยืนทันที “ริต้า” ชีควาคิมเริ่มหัวเสีย “คุณกับผมเรารู้เท่าๆ กันว่าเร
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันผิดเองที่วิ่งตัดหน้ารถคุณ” หญิงสาวอายุน้อยยิ้มแหะๆ “ให้ฉันช่วยอะไรไหมคะ” สาริศาถามยิ้มๆ ดูท่าทางหญิงสาวจะอายุไม่ถึงยี่สิบด้วยซ้ำ “ฉันโบกเที่ยวมาเรื่อยๆ ค่ะ” หญิงสาวแปลกหน้าสารภาพ “ตอนนี้อยากได้ที่พักถูกๆ คุณพอจะพาไปโรงแรมใกล้ๆ หน่อยได้ไหมคะ” “ได้ค่ะ ฉันกำลังเข้าเมืองพอดี” สาริศาพยักหน้ารับแล้วหญิงสาวแปลกหน้าก็เดินมาขึ้นที่รถของเธอ “คุณจะพักกี่วันคะ ฉันจะได้แนะนำที่พักให้ได้” “อยากจะพักสักอาทิตย์ค่ะ สัปดาห์หน้าก็จะกลับบ้านเกิดแล้ว อยากอยู่สงบๆ ส่งท้ายหน่อยค่ะ” “ที่นี่สงบจริงๆ ค่ะ แถมยังนั่งเรือข้ามฟากไปลาวได้ด้วย” สาริศาแนะนำแล้วใช้เวลาขับรถมาส่งนักท่องเที่ยวสาวที่โรงแรมริมแม่น้ำโขง “ที่นี่สะอาดปลอดภัยและราคาถูก คุณจะได้เซฟเงินไว้ทำอย่างอื่นได้ค่ะ” “ติดแม่น้ำด้วย ขอบคุณมากๆเลยค่ะ” “ยินดีค่ะ” หญิงสาวแปลกหน้ากล่าวขอบคุณอีกครั้งและโบกมือลา แต่เธอนึกได้วิ่งตามสาริศาแล้วเอ่ยปากถาม “คุณใจดีจังชื่ออะไรคะ เผื่อเราได้เจอกันอีก” “สาริศาค่ะ” สาริศาแนะนำตัว “เร
พิชชาเบ้ปากน้อยๆ เขาหายไปจริงๆ นั้นแหละ หลังจากกลับจากเทซาเนียก็ไม่ติดต่อกลับมาพอนานวันเข้าเธอก็เริ่มชินชา ถ้าเขาจะเล่นตัวคิดว่าเธอจะคิดถึงเขาจนทุรนทุรายละก็...คิดผิดเสียแล้วล่ะ แต่การเงียบไปแบบนี้ก็ทำให้พิชชาทบทวนตัวเอง เธอไม่เคยคิดจะมีใครไม่ว่าจะในฐานะไหนก็ตาม ผู้ชายคืออุปสรรคในชีวิตเธอ หญิงสาวตั้งใจจะอยู่เป็นโสดไปจนตาย!แฮรี่และพิชชาลาสาริศาเพื่อขึ้นห้องพัก ธันวาอาสาขับรถมาส่งสาริศาที่บ้านพักซึ่งใช้เวลาขับรถเพียงยี่สิบนาทีก็ถึงบ้านพักเจ้าหน้าที่หลังเล็กๆ ที่สดใสหลังจากที่ถูกทิ้งร้างให้ทรุดโทรมมาหลายปี เมื่อรถจอดสนิทแล้วธันวาก็รีบลงจากรถแล้วเดินอ้อมรถมาเปิดประตูให้สาริศา“ขอบคุณนะคะ ทำให้หมอต้องเสียเวลาพักผ่อนมาฟังสาวๆ คุยกันเลย” สาริศายิ้มน้อยๆ แล้วปล่อยเข็มขัดนิรภัยก้าวลงจากรถ แต่จู่ๆ เธอก็หน้ามืดทรงตัวไม่อยู่ โชคดีที่หมอหนุ่มไหวตัวทันเข้าไปประคองได้ทันเวลา“ริต้า คุณเป็นยังไงบ้าง”“ไม่เป็นไรคะ ฉันแค่หน้ามืดนิดหน่อย” สาริศาขืนตัวออกจากวงแขนของหมอหนุ่มซึ่งเขาก็ยอมปล่อยเธอแต่โดยดี“จริงๆ ผมก็สังเกตเห็นคุณหน้าซีดมาหลายวันแล้ว ให้ผมตรวจเสียหน่อยดีไหม”“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ไม่ต้องลำบา
สาริศาหัวเราะอารมณ์ดี ก็เมื่อสองอาทิตย์ที่แล้วพิชชาเพิ่งจะมาเยี่ยมเธอถึงเชียงราย แต่สำหรับแฮรี่นั้นตั้งแต่วันที่เธอไปเทซาเนียก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย เขาคงต้องเหนื่อยและยุ่งยากใจที่เธอหายตัวไปผิดนัดงานหลายแห่ง แม้ว่าชีควาคิมจะยินดีจ่ายค่าเสียหายทั้งหมดก็ตาม แต่ข่าวคาวๆ ใส่สีตีไข่เรื่องที่เธอเงียบหายไปก็ดังกระฉ่อนอยู่เกือบเดือนจนมีข่าวดาราอื่นๆ มาแทนที่ เธอหายไปจากแวดวงบันเทิงเวลาสั้นๆ ใครๆ ต่างก็พาลืมเธอได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งสาริศาเองก็รู้และเข้าใจเรื่องในวงการนี้เป็นอย่างดี แต่การที่เธอมาใช้ชีวิตที่นี่ก็เป็นความต้องการของเธอด้วย“บังเอิญเจอพิชชาที่คอนโดของริต้าจ๊ะ” แฮรี่ตอบ“ฉันไปเอาของตามที่เธอสั่งนั้นแหละ” พิชชาขยับแว่นสายตากรอบหนาชิดใบหน้า “พอดีเจอกับแฮรี่มาด่อมๆ มองๆ พอดีก็เลยได้คุยกัน”“บ้าซิ! ฉันก็แค่ลองแวะไปเผื่อได้เจอริต้าเท่านั้น” แฮรี่ส่ายหน้าไปมา “พอรู้ว่ามาเป็นครูอาสาอยู่ที่นี่ก็เลยขอให้พิชชามาเป็นเพื่อนกันนะ”“มีคนออกค่าตั๋วเครื่องบินให้ฉันก็เลยมา” พิชชายักไหล่แล้วหยิบผลไม้ในจานเข้าปาก “ฉันไม่ขอโทษที่ไม่ได้บอกก่อนล่วงหน้านะ”สาริศาส่ายหน้าไปมาเธอเชื่อใจเพื่อนรัก พิชชาคงคิ
สามเดือนต่อมา ประเทศไทย หญิงสาวในชุดสบายๆ เสื้อผ้าฝ้ายสีม่วงอ่อนกับกระโปรงยาวคลุมเข่าสีเดียวกัน เธอนั่งท่ามกลางเด็กๆ มอมแมมอายุประมาณ 5-8 ขวบพร้อมกับหนังสือนิทานในมือ เด็กๆ ทั้งชายและหญิงรวมกันราวยี่สิบคนต่างนั่งจ้องมองเธอเล่านิทานด้วยความตื่นเต้นและสนุกสนาน “เอาล่ะ วันนี้พอแค่นี้ก่อนอย่าลืมกลับไปทำการบ้านแล้วก็ก่อนนอนห้ามลืมแปรงฟันก่อนนอนด้วยไม่อย่างนั้นจะฝันร้ายแบบในนิทานนะคะ” “ครับ/ค่ะ” “คนไหนที่คนพ่อกับคุณแม่ยังไม่มารับรออยู่กับพี่ริต้าก่อนนะคะ” เพียงเวลาไม่นานศูนย์ดูแลเด็กเล็กก็เหลือเด็กชายหน้าตามอมแมมอยู่คนเดียว ริต้ายื่นมือไปจูงมือเล็กๆ ให้เดินมาที่แปลงดอกไม้ด้านหน้าห้องแล้วช่วยกันรดน้ำต้นไม้ “ให้พี่ริต้าไปส่งน้องมะขามที่บ้านคุณยายดีไหมเอ่ย” ริต้าถามเมื่อเห็นเด็กชายดูเหงาๆ พ่อกับแม่ของเขาทำงานที่กรุงเทพ ตอนนี้อยู่กับตาและยายซึ่งขายข้าวแกงในตลาดไม่ไกลนัก “ก็ได้ครับ” เด็กชายอายุหกขวบเอ่ยตอบอย่างเหงาๆ แอบอิจฉาที่คนอื่นๆ มีพ่อหรือแม่มารับที่ศูนย์ดูแลเด็กเล็กประจำหมู่บ้าน
ชีควาคิมเดินมาส่งสาริศาที่ห้องนอนของเธอ วันเวลาเหมือนไม่กี่วันแต่มันยาวนานในความรู้สึกที่เขาไม่ได้เฉียดใกล้เธอเลยทั้งที่เขาถวิลหารสหวานรัญจวนใจจากหญิงสาวปรารถนาจะกอดเธอไว้จนรุ่งสางเช่นที่เคยอยู่ด้วยกันในทะเลทราย “ท่าทางคุณเดวิทจะปราบพิชชาเสียอยู่หมัดเชียว” สาริศาชวนคุยเหมือนจะชั่งใจตัวเองมากกว่า แม้บางสิ่งจะตัดสินใจแล้วแต่ความลังเลก็ยังสั่นคลอนหัวใจอยู่ “เพื่อนของคุณเป็นคนดี” ชีควาคิมเอ่ยด้วยความจริงใจ แม้จะรู้จักกันไม่นานก็พอจะดูออกว่าพิชชาเป็นคนตรงไปตรงมา แม้การพูดจาจะเหมือนเด็กที่ชอบโต้เถียงตลอดเวลาก็ตาม “ขอบคุณค่ะ” สาริศาลังเลอยู่หน้าบานประตู “ขอบคุณเรื่องอะไร?” “สำหรับทุกสิ่งที่ผ่านมา” เธอแหงนหน้ามองใบหน้าคมเข้ม สีหน้าเย็นชาแต่แววตาแน่วแน่ที่จ้องมองราวกับเธอกระต่ายป่าที่พญาเหยี่ยวหมายจะเป็นอาหาร “ถ้ารวมถึงเครื่องบินเดินทางกลับด้วยละก็...ผมตอบตรงนี้เลยว่า ‘ไม่เป็นไร’” ชีควาคิมหมุนตัวกลับ เขาไม่ต้องการอยู่เผชิญหน้าเธอนานกว่านี้ เขาอยากคว้าเอวบางมาชิดใกล้แล้วกระหน่ำจูบให้หายแค้นหรือไม่ก็บ
“เยี่ยมจริงๆ แน่นเหลือเกิน” อลันครางเปี่ยมสุข ได้ยินเสียงหญิงสาวครางก็ยิ่งเพิ่มแรงจ้วงกระโจนไม่หยุดยั้ง“อลันคะ ...ดาวไม่ไหวแล้ว” เธอจะเสร็จอีกแล้ว เริ่มหูอื้อตาลายหอบหายใจไม่เป็นจังหวะ “อลันค่ะ” “ยัง” เสียงเขาแหบพร่า “ผมยังไม่อิ่ม” “อลัน...” เสียงของดุลยาขาดห้วง เอี้ยวต
เพราะความหิวเรียกร้องทำให้ดุลยาก้าวลงบันได กวาดตามองเห็นเคาน์เตอร์บาร์อยู่มุมหนึ่งของบ้าน ร่างเพรียวเดินตรงไปที่ตู้เย็นทันสมัยแทบกลมกลืนกับผนังห้อง เธอเปิดตู้เย็นก้มตัวลงดูว่ามีอะไรบ้าง ยังดีที่น้ำผลไม้ เธอหยิบกล่องน้ำผลไม้ออกมาแล้วปิดตู้เย็น พอหมุนตัวกลับก็ต้องตกใจเมื่อเห็นชายหนุ่มสวม
“ไปกับผม” เขาแกล้งแหย่ลิ้นเข้าไปในใบหู หญิงสาวหดคออย่างรวดเร็วเหมือนเต่าตัวน้อยจนเขาอยากหัวเราะ ดุลยายังมึนงง จู่ๆ เขามาปรากฏตรงหน้าเธอได้ยังไง เธอมางานเลี้ยงงานแต่งงานของเพื่อนสนิท แต่ทำไมเขามาอยู่ตรงนี้ได้ อลันเลื่อนมือมาใช้นิ้วโป้งปัดผ่านริมฝีปากของเธอเบาๆ “เราต้องคุยก
หกเดือนมานี่เกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่อีกครั้งในชีวิตของดุลยา วันที่เธอคิดจะไปจากบ้าน ไปจากพ่อและแม่เลี้ยงใจร้ายเหมือนในนิทาน พ่อกลับมาพบความจริงและเกิดเครียดจนเส้นเลือดในสมองแตก แม้พ้นขีดอันตรายแต่กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงทำให้ได้เห็นธาตุแท้ของแม่เลี้ยงคนดีร่วมมือกับคนอื่นฮุบบริษัทรับเหมาก่อสร้างของพ่อ


![นรสิงห์ [มาเฟียร้ายรัก]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




