เข้าสู่ระบบ“หลบใคร เอมไม่ได้หลบใครซะหน่อย”
“งั้นเหรอ ก็นึกว่าหลบพี่” ไม่พูดปล่าแต่สองขายาวๆก้าวเดินเข้าไปใกล้คนตัวเล็กเรื่อยๆจนมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ
ขณะเดียวกันกายบางเริ่มสั่นด้วยความประหม่าเมื่ออีกคนเดินเข้ามาใกล้ แต่กระนั้นจะอยู่เฉยให้เขาต้อนจนจมมุมไม่ได้ เธอจึงรวบรวมความกล้าแล้วถามออกไปตรงๆถึงเหตุการณ์ก่อนหน้าด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“พี่ขุน เมื่อกี้ตอนไฟดับพี่เป็นคนจูบเอมใช่มั้ย”
“ใช่”
...ไม่คิดว่าเขาจะยอมรับออกมาง่ายๆหน้าตาเฉยแบบนี้
“เป็นพี่จริงๆด้วย แล้วพี่มาจูบเอมทำไม”
“โกรธเหรอ” เพราะเห็นสีหน้าของคนตัวเล็กดูเหมือนจะไม่พอใจ ร่างสูงจึงถามออกไปเช่นนั้นด้วยน้ำที่อ่อนโยน แต่กลับไม่ตอบคำถามของเธอ ทำเอาคนตัวเล็กยิ่งไม่พอใจ
“เอมถามพี่อยู่นะไม่ใช่ให้พี่มาถามเอมกลับ”
“...”
ถึงอย่างนั้นร่างสูงก็ไม่ยอมพูดอะไรออกมาเลย เขาเอาแต่มองหน้าเธอไม่ละสายตา โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ ยิ่งทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิดที่ถามแล้วไม่ได้คำตอบกลับมา เธอจึงถามย้ำด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้น
“ว่าไงพี่จูบเอมทำไม พี่อย่าเอาแต่เงียบสิ”
“ชอบ”
“คะ?” เธอถามย้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอัตโนมัติ เพราะคำตอบว่า ชอบ ของอีกคนไม่อาจทำให้เธอกระจ่างได้ในคำตอบเดียว
“พี่ชอบเรา”
คราวนี้กระจ่างเลย ได้ยินชัดแจ้มแจ้งเต็มสองรู้หู แต่ทว่าก็ไม่อาจเชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน คนตัวเล็กจึงถามต่อแต่น้ำเสียงกลับติดขัดขึ้นมาเสียอย่างนั้น
“ชะ ชอบเหรอ ชอบได้ยังไง ไหนพี่บอกตลอดว่าเอมเป็นน้องไม่ใช่เหรอ”
“พี่แค่หลอกตัวเอง พี่พยายามคิดว่าเราเป็นน้องมาตลอด.. แต่พี่ก็ทำไม่ได้”
“พี่เมารึเปล่าถึงได้พูดอะไรแบบนี้”
สิ้นประโยคดังกล่าว ร่างสูงก็เงียบไปก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้คนตัวเล็กอีกนิดจนกายแทบจะชิดติดกัน ทำเอาคนตัวเล็กที่หลังชนผนังไม่อาจหาทางหนีได้ ริมฝีปากบางจึงเม็มเข้าหากันด้วยความประหม่า เช่นเดียวกับสองมือเล็กกำชายกางเกงขาสั้นสีขาวไว้แน่น แต่ทว่าสายตาของเธอกลับมองร่างสูงไม่ละ ก่อนที่มือใหญ่ของเขาข้างหนึ่งจะเลื่อนขึ้นมาจับแก้มของเธอ แต่แล้วสัมผัสอุ่นๆจากอุ้งมือใหญ่ที่กระทบกับผิวแก้มทำเอาร่างกายรู้สึกร้อนรุ่มขึ้นมาทันที ขณะเดียวกันลมหายใจก็เริ่มติดขัด ไม่นานก็ได้ยินเสียงทุ้มเอ่ยตอบคำถามของเธอเมื่อครู่
“พี่ไม่ได้ดื่ม... จะเมาได้ไง” ขณะร่างสูงเอ่ยตอบ นิ้วโป้งใหญ่ก็คอยเกลี่ยริมฝีปากอ่อนนุ่มสีชมพูของคนตัวเล็กอย่างหลงใหล แต่แล้วเมื่อได้สัมผัสด้วยนิ้วก็อยากจะลองสัมผัสด้วยปากดูบ้าง อยากจะรู้ว่าปากน้อยๆสีชมพูระเรื่อนี้มันจะหอมหวานและนุ่มแค่ไหนกัน ไวเท่าความคิดก็โน้มใบหน้าหล่อเหลาเข้าไปใกล้ดวงหน้าเล็กเพื่อหวังจะจูบเธอ แต่ทว่าริมฝีปากแตะกันได้เพียงเฉียดฉิวเท่านั้นเพราะคนตัวเล็กดันหันหน้าหนีพร้อมกับเอ่ยห้าม
“อย่าค่ะ” อีกทั้งสองมือเล็กๆของเธอยังพยายามดันอกแกร่งของเขาออกห่าง แต่ทว่ามาถึงขั้นสารภาพรักแล้วมีเหรอเขาจะยอมปล่อยเธอไปเฉยๆ
“เป็นเด็กดีหน่อย อย่าดื้อกับพี่ได้มั้ย” คำพูดที่เหมือนจะเป็นคำสั่ง แต่น้ำเสียงกลับอ่อนโยนแฝงไปด้วยความวิงวอน จนทำใจดวงน้อยโอนเอนและหวั่นไหวไปหมด จนยากที่จะต้านทานไหว คนตัวเล็กจึงหันกลับมามองร่างสูงที่ตอนนี้ใบหน้าของเขาอยู่ใกล้กับใบหน้าของเธอจนปลายจมูกชนกันพอดี จากนั้นเธอจึงตัดสินใจพยักหน้างึกๆให้เขาแทนคำตอบทุกอย่าง
ไวทันใจร่างสูงที่ไม่รอช้าแม้แต่เสี้ยววิก็ตะบมจูบปากบางทันทีราวกับคนหิวโหยหรืออดอยากปากแห้งมาจากไหน ขณะเดียวกันมือใหญ่ข้างหนึ่งก็คอยจับประคองท้ายทอยเล็กดันเข้ามารับบทจูบของตัวเอง มืออีกข้างก็โอบกอดกระชับเอวคอดไว้แน่น จนกายเขาและเธอแนบชิดติดกันจนไม่เหลือช่องว่างให้อากาศรอดผ่าน โดยที่ปากหยักก็ตะบมจูบแลกลิ้นกับคนตัวเล็กไม่ลดละ ขณะเดียวกันต่างคนก็ต่างเปร่งเสียงครางออกมาด้วยความกระสัน
“อื้อ”
“อืม”
ยิ่งร่างสูงเห็นคนตัวเล็กเริ่มมีอารมณ์ร่วมโดยการที่เธอจูบตอบเขากลับ เขาก็ยิ่งชอบใจและยิ่งรุกจูบเธอหนักเข้าไปอีก แต่ทว่าก็ทำเอาคนตัวเล็กตั้งรับไม่ทันกับบทจูบอันเร่าร้อนและดูดดื่มของเขา เธอจึงเบี่ยงใบหน้าหลบก่อนจะพูดไปหอบหายใจไป
“พี่ขุน พอแล้ว เอมหายใจไม่ทันค่ะ”
คนตัวเล็กพักหายใจอยู่หลายวินาที จนเมื่อเห็นว่าอีกคนตั้งท่าจะจูบกันอีกครั้ง สองมือเล็กจึงพยายามดันอกเขาไว้พร้อมกับพูดห้าม
“พอแล้วค่ะ พี่ดูดปากเอมจนเอมแสบปากไปหมดแล้วยังไม่พออีกเหรอคะ”
“แต่เราก็ชอบไม่ใช่เหรอ ไม่งั้นคงไม่ดูดปากพี่กลับ”
คนนิ่งเงียบ บัดนี้กลายเป็นคนพูดจาทะลึ่งไปเสียแล้ว...
“มันไม่เหมือนกันนะ เอมจูบพี่เบาๆแต่พี่กลับจูบเอมเหมือนคนอดอยากมาจากไหน”
“ก็เอมเป็นจูบแรกของพี่”
“หา! พี่พูดจริงดิ” คนตัวเล็กถึงกับตารุกวาวพร้อมกับอุทานออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่ตัวเองได้ยิน
“จริงครับ”
แต่แล้วเมื่อสิ้นเสียงทุ้มที่เอ่ยตอบ เธอก็แทบจะกลั้นยิ้มด้วยความเขินเอาไว้ไม่อยู่ อยากจะสิ้นใจให้ตายๆไปเสียเลย เพราะอีกคนดันมาพูดจามีห่างเสียงใส่กันแบบนี้จะไม่ให้เธอเสียอาการได้ยังไง แต่ทว่าไม่กี่วินาทีต่อมาเธอก็ทำทีเป็นตีหน้านิ่งแล้วเอ่ยถามต่อด้วยความอยากรู้ตามประสาเธอ
“ถ้าเอมเป็นจูบแรกของพี่ งั้นก็แสดงว่าพี่ยังซิงเหรอคะ”
แต่หารู้ไม่ว่าร่างสูงที่เห็นความน่ารักของเธอในตอนนี้แทบอยากจะจับเธอมาจูบอีกรอบ แต่ก็ต้องหักห้ามใจเอาไว้ ก่อนที่เขาจะเอ่ยตอบออกไป
“ไม่”
“ก็ไม่แปลก โตมาขนาดนี้ถ้ายังซิงอยู่สิแปลก แต่เอมไม่เข้าใจว่าเอมเป็นจูบแรกของพี่ได้ยังไงในเมื่อพี่ก็ผ่านผู้หญิงมาแล้ว”
ร่างสูงยืนมองคนตัวเล็กที่ยืนกอดอกพูดกับเขาขณะที่เธอก็ทำหน้าครุ่นคิดไปด้วย ท่าทางของเธอในตอนนี้ช่างน่ารักน่าเอ็นดูเหลือเกินในสายตาเขา จากนั้นเขาจึงเอ่ยตอบเธอไป
“เวลาเอากันถ้าไม่จูบก็ใช่ว่าจะเอากันไม่ได้หนิ”
เมื่อเขาพูดจบ ก็เห็นคนตัวเล็กรีบหลบสายตากันทันทีพร้อมกับกัดปากตัวเอง จนเขาต้องใช้นิ้วมือเลื่อนไปลูบปากน้อยๆของเธอให้มันคลายออกอย่างอ่อนโยน ซึ่งเห็นแค่นี้เขาก็รู้ได้ทันทีว่าคนตัวเล็กกำลังคิดอะไรอยู่ แต่ทว่าก็อดที่จะแกล้งเธอไม่ได้
“ทำไม พี่พูดคงไม่เห็นภาพใช่มั้ย งั้นให้พี่สาธิตให้ดูมั้ยล่ะ”
“พี่ขุนอย่ามาทะลึ่ง เห็นนิ่งๆดุๆแต่ไม่คิดเลยว่าเนื้อแท้พี่เป็นคนทะลึ่งแบบนี้นี่เอง”
“แต่พี่เป็นแบบนี้แค่กับเราคนเดียวนะ”
สิ้นคำพูดดังกล่าวของร่างสูง คนตัวเล็กก็เกือบจะเสียอาการอีกครั้ง กลั้นยิ้มด้วยความเขินจนแก้มแทบแตกอยู่แล้ว ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเวลาเขาหยอดมุกหวานๆใส่ทำเธอรู้สึกดีเป็นบ้า แต่ทว่าก็ยังมีความคาใจเรื่องเมื่อกี้อยู่ จึงถามต่อด้วยความอยากรู้
“แต่เอมยังสงสัยอยู่ดีว่าทำไมพี่มีอะไรกับคนอื่นแต่ไม่จูบกัน แบบว่าตอนมีอะไรกันอยู่ไม่คิดอยากจะจูบกันบ้างเหรอคะ”
“ไม่ แค่เอาให้หายอยากแต่รังเกียจที่จะจูบ พี่ไม่เคยใช้ปากเล้าโลมให้ใครด้วย ใช้หัวล่างอย่างเดียวเสร็จแล้วก็แยกย้าย แต่นั่นก็แค่อดีต ตอนนี้พี่ไม่ได้ยุ่งกับใครแล้ว นอกจากเราที่พี่อยากจะยุ่งด้วย แล้วก็ไม่รังเกียจที่จะจูบเรา มากกว่าจูบพี่ก็ทำให้เราได้“ ที่พูดออกมาคือความจริงทุกคำทุกประโยค แต่ทำเอาร่างบ้างทำตัวแทบไม่ถูกกับสิ่งที่เขาพูดมา
“พี่นี่ร้ายเหมือนกันนะเนี่ย เอมไม่อยากคุยกับคนประเภทเสือเงียบแบบพี่แล้ว เอมออกไปหาคนอื่นก่อนนะ” เมื่อไม่อาจอยู่เผชิญหน้ากับเขาต่อได้เพราะกลัวจะเขินจนทำตัวไม่ถูกไปมากกว่านี้ พอพูดจบก็เตรียมจะเดินออกไป ทว่า...
หมับ!
ก็โดนมือใหญ่ของอีกคนคว้าแขนเอาไว้จนเธอต้องหยุดอยู่ที่เดิมแล้วหันกลับมาหาเขา ก่อนที่เขาจะพูดกับเธอ
“พี่จริงจังกับเรานะชะเอม”
“เอมรู้ค่ะ เพราะถ้าพี่คิดจะหลอกเอมน้าขวัญคงไม่ปล่อยพี่ไปแน่ต่อให้พี่เป็นลูกในไส้ก็เถอะ แต่ตอนนี้พี่ปล่อยเอมไปก่อนนะ พี่รุกเอมจนเอมทำตัวไม่ถูกแล้วเนี่ย พรุ่งนี้ค่อยว่ากันนะคะ”
“เขินเหรอ” ทั้งที่ดูออกแต่ก็ยังจะถามจี้จุดเพราะอยากเห็นคนตัวเล็กเขินตนเยอะๆ เพราะเวลาเธอเขินเธอน่ารักมาก
“ใครจะไม่เขินเล่าก็พี่เล่นหล่อขนาดเนี่ยแล้วมาหยอดมุกหวานๆใส่อีก เอมขอล่ะวันนี้พี่ปล่อยเอมไปก่อนนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยว่ากัน”
สิ้นเสียงหวาน ร่างสูงจึงยอมปล่อยคนตัวเล็กแต่โดยดีโดยไม่ได้พูดอะไรอีก แต่แล้วเมื่อเขาปล่อยเธอก็ยังไม่ยอมไป ยังคงยืนมองเขาเหมือนมีอะไรจะพูดด้วย เขาจึงถามออกไป
“มีอะไรเหรอ”
“เอมแค่อยากจะบอกพี่ขุนว่า...”
“ว่าอะไร”
“พี่ก็เป็นจูบแรกของเอมเหมือนกันค่ะ แล้วเอมก็...”
“ก็อะไร” ร่างสูงเอ่ยถามอีกครั้งขณะปากหยักเปื้อนยิ้มเมื่อรู้ว่าตนเป็นจูบแรกของเธอ ขณะเดียวกันก็ยืนรอลุ้นคำพูดต่อมาของคนตัวเล็กอย่างตั้งใจฟัง ยิ่งยามที่เห็นเธอเอาแต่ยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ก็ยิ่งอยากรู้เข้าไปใหญ่ กระทั่งเธอตอบออกมา
“เอมยังซิงนะ”
ฟึบ!
พูดจบคนตัวเล็กก็วิ่งหนีเขาไปอย่างไว จนความคิดที่อยากจะคว้าตัวเธอเอาไว้ก็คงทำได้แค่คิดเท่านั้น เพราะคนตัวเล็กดันวิ่งไวราวกับลูกลิงจะคว้าทันได้ยังไง จากนั้นเขาจึงเดินตามเธอไปขณะที่ปากหยักก็เอาแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไม่หยุดราวกับคนบ้าที่เดินยิ้มคนเดียว เสียความเป็นตัวเองไปโดยสิ้นเชิงเพียงเพราะเด็กดื้อตัวเล็กๆคนเดียวทำให้เขาเป็นบ้าเป็นบอได้ขนาดนี้ เธอช่างมีผลต่อความรู้สึกเขามากเหลือเกิน...
วันต่อมา“พี่ขุนเดี๋ยวแวะร้านพี่ทรายให้เอมหน่อยนะ เอมอยากกินโออิชิ”“ได้ครับ”เมื่อร่างสูงขับรถเข้ามาในหมู่บ้านหลังจากพาคนตัวเล็กไปซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ คนตัวเล็กก็หันมาพูดกับเขาที่กำลังขับรถอยู่ เมื่อเขาหันมาตอบรับเธอก็หันกลับไปเล่นโทรศัพท์เครื่องใหม่ต่อ เธอดูสนใจมันเป็นพิเศษซึ่งไม่ต่างอะไรกับเด็กน้อยที่กำลังเห่อของเล่นชิ้นใหม่เลยและเมื่อมาถึงร้านขายของชำหรือร้านของทราย ร่างสูงก็ทำการจอดรถโดยไม่ได้ดับเครื่องยนต์ก่อนจะหันไปพูดกับคนตัวเล็กที่กำลังตั้งท่าจะเปิดประตูลงจากรถ“เดี๋ยวพี่ลงไปซื้อให้เองครับ เรารอพี่อยู่ในรถนี่แหละไม่ต้องลงไป” ไม่ลืมที่จะกำชับเธออย่างเป็นคำสั่ง“โอเคค่ะ เอารสน้ำผึ้งมะนาวนะคะ ขวดสีเหลืองๆ”“ได้ครับ”จากนั้นร่างสูงก็หยิบกระเป๋าสตางค์ใบสีดำลงจากรถเดินเข้าร้านค้าไปทันที โดยมีสายตาของคนตัวเล็กมองตามไม่ละ แต่ทว่าเมื่อสายตาของเธอดันไปสะดุดกับร่างของทรายเจ้าของร้านที่กำลังยืนโอบเอวอยู่กับหญิงสาวคนหนึ่งที่หน้าตาน่ารักพอตัว อีกทั้งท่าทีของทั้งคู่ดูกระหนุงกระหนิงราวกับคู่รัก ก็พอจะเดาได้ทันทีว่าทรายมีรสนิยมเช่นไร มิน่าเวลาที่เธอมาซื้อของร้านทรายเธอถึงรู้สึกว่าทรายเข้า
วันต่อมาเช้ามาไปส่งเมียเรียน ถึงเวลาเลิกเรียนไปรับเมียกลับ กลายเป็นกิจวัตรประจำวันของเจ้าขุนไปเสียแล้วซึ่งหลังจากจอดรถรอรับเมียที่จุดเดิมเป็นเวลาเกือบครึ่งชั่วโมงเพราะเขาจะมารับเธอก่อนเวลาเลิกเรียนเสมอ ก็เห็นร่างอรชรของเมียเดินมากับเพื่อนสนิทในกลุ่มก่อนจะแยกกันไปเมื่อเธอเข้ามานั่งในรถสิ่งแรกที่เธอมักจะทำเป็นประจำคือยกมือไหว้เขาทั้งตอนมาส่งและตอนมารับ เขาจึงยิ้มรับและมองเธอด้วยสายตารักใคร่เอ็นดูก่อนจะเอ่ยถามเธอน้ำเสียงอ่อนโยน“วันนี้เรียนเหนื่อยมั้ย”“ไม่เหนื่อยค่ะ”“หิวมั้ย กินขนมพวกนี้รองท้องไปก่อนนะ” มือใหญ่หยิบถุงขนมที่ซื้อเตรียมไว้ยื่นให้คนตัวเล็ก เธอจึงรับเอาไปกินตามปกติ ถึงแม้ตอนนี้ระหว่างเรายังตึงใส่กันอยู่ แต่ก็ไม่ถึงขั้นไม่พูดจากัน หลังจากนั้นเจ้าขุนก็ขับรถพาเมียกลับบ้าน...แต่เมื่อกลับมาถึงบ้านพอเปิดประตูเข้าไปในห้องชะเอมก็ต้องสะดุ้งตกใจกับสิ่งที่เห็นในแว็บแรก แต่เมื่อมองชัดว่าเป็นอะไรที่วางอยู่บนเตียงก็ถึงกับตาลุกวาวแล้วรีบพุ่งเข้าใส่มันทันทีด้วยความตื่นเต้น“น้องหมี~ น่ารักจังเลย” เธออุ้มตุ๊กตาหมีสีขาวตัวใหญ่ที่ใหญ่กว่าตัวเธออีกมากอดไว้แน่นขณะใบหน้าเปื้อนยิ้มไม่หุบ ก่อ
หนึ่งเดือนต่อมาหลังจากมหาลัยเปิดเจ้าขุนก็เป็นคนไปรับไปส่งชะเอมเรียนตลอด ชีวิตในแต่ละวันของทั้งคู่ยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆโดยไม่มีปัญหาใดๆเข้ามาแทรก จนกระทั่งวันนี้...เมื่อกลับจากมหาลัยชะเอมก็ไปช่วยน้าขวัญของเธอทำกับข้าวมื้อเย็นตามปกติกระทั่งเสร็จ ของขวัญจึงบอกให้เธอไปตามทุกคนในบ้านมากินข้าว แต่เมื่อเดินออกมาตามคนรักที่อยู่หน้าบ้าน สิ่งที่เห็นก็ทำให้เธอปวดใจ“พี่ขุน”“เอม!”พรึ่บ!ภาพตรงหน้าที่เห็นหญิงสาวคนหนึ่งกำลังยืนกอดคนรักของตัวเองอยู่มันราวกับถูกมีดกรีดลงกลางอก แต่เมื่อเขาได้ยินที่เธอเรียกก็รีบผลักอีกฝ่ายออกทันที ทำเอาหญิงสาวเซไปด้านหลังจนเกือบล้ม เธอจึงรีบเดินดุ่มๆเข้าไปหาเขา แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรบุ่มบ่าม พยายามที่จะใจเย็นให้ได้มากที่สุดแม้ตอนนี้ดวงตาจะร้อนผ่าวไปหมดแล้ว อีกทั้งน้ำใสๆที่เอ่อคลอเบ้าตาก็พร้อมจะไหลออกมาทุกเมื่อ“ใครเหรอขุน”สิ้นคำถามของอีกฝ่ายที่ยืนมองพวกเขาอยู่ มือใหญ่ก็คว้ามือเธอไปกุมไว้แน่นก่อนที่เขาจะหันไปตอบหญิงสาว“เมียฉันเอง”“เมียเหรอ แต่งงานกันแล้วเหรอถึงกล้าเรียกว่าเมีย แล้วดูน้องเค้าสิยังใส่ชุดนักศึกษาอยู่เลยจะเป็นเมียนายได้ไง““แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเธอ” ขณะป
ในเวลาเกือบเที่ยงคืน ร่างสูงที่ไม่ยอมหลับเอาแต่นอนมองหน้าคนตัวเล็กในอ้อมกอด มองสำรวจใบหน้าเธออยู่อย่างนั้น ความรู้สึกของเขาในตอนนี้ทั้งรักทั้งหลงเด็กคนนี้จนอธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ถูก หากวันนึงเธอหายไปหรือทิ้งเขาไปเขาก็ไม่รู้จะอยู่ต่อไปยังไง แค่คิดใจมันก็แทบขาด หากวันใดเขาถูกเธอทิ้งขึ้นมาจริงๆเขาคงตายอย่างอนาถแน่นอน“ล่ามโซ่ไว้ดีมั้ยเนี่ย จะได้ไม่ทิ้งพี่ไปไหน”“อื้อ” เสียงอู้อี้ดังออกมาจากในลำคอของคนตัวเล็กราวกับเมื่อครู่เจ้าตัวได้ยินที่เขาพูด ปากหยักจึงระบายยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูคนหลับในอ้อมกอด ขนาดหลับเธอก็ยังไม่หยุดน่ารัก แล้วแบบนี้เขาจะไปไหนรอดทว่าจู่ๆเสียงข้อความไลน์จากโทรศัพท์ของคนตัวเล็กที่วางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียงก็ดังขึ้น เขาจึงถือวิสาสะหยิบขึ้นมากดเปิดอ่าน(เอมมะรืนมหาลัยจะเปิดแล้ว งั้นพรุ่งนี้พวกเรามาเจอกันหน่อยมั้ย พอดีพี่ชายฉันเพิ่งกลับมาจากกรุงเทพ เห็นแกเคยบอกว่าอยากเจอ)เมื่อเห็นข้อความดังกล่าวจากเพื่อนของเธอที่ส่งมา แม้จะไม่รู้จักเพื่อนของเธอเลย แต่แค่รับรู้ว่าเธออยากไปเจอพี่ชายของเพื่อนคนนี้ใจมันก็ร้อนเป็นไฟขณะมือใหญ่กำโทรศัพท์ของเธอไว้แน่น ถึงจะไม่พอใจแต่ก็ต้องข่มคว
เวลาต่อมา 20:25 น.หลังจากหลับไปนานเป็นเวลาหลายชั่วโมงเพราะเหนื่อยล้าจากบทรักอันเร่าร้อน ชะเอมก็ตื่นขึ้นมาในเวลาสองทุ่มกว่า แต่ข้างกายตอนนี้กลับไร้ร่างของอีกคนที่เคยนอนอยู่ข้างกัน เธอจึงดันตัวลุกขึ้นจากที่นอนเตรียมจะไปอาบน้ำ ทว่าร่างสูงของอีกคนก็เปิดประตูเดินเข้ามาพอดีพร้อมกับเอ่ยถามเธอน้ำเสียงอ่อนโยน“ตื่นแล้วเหรอครับ”เธอไม่ได้ตอบอะไรกลับไป แค่เพียงพยักหน้าเบาๆพร้อมกับยิ้มบางๆ แต่กลับไม่กล้าสบตาเขาเพราะเมื่อนึกย้อนถึงเหตุการณ์เร่าร้อนก่อนหน้าก็ทำเอาเขินอายไม่น้อยที่ตอนนี้ตัวเองได้เสียครั้งแรกให้คนตรงหน้าไปแล้ว ไม่นานก็รู้สึกถึงมือใหญ่ของเขาวางลงบนศีรษะของเธอแล้วลูบหัวเธอเบาๆ ทำให้รู้สึกอบอุ่นกับสัมผัสนี้เป็นอย่างมาก“ตื่นแล้วก็ไปอาบน้ำจะได้ลงไปกินข้าว เดี๋ยวพี่ลงไปอุ่นแกงให้”สิ้นเสียงทุ้มคนตัวเล็กจึงพยักหน้าหงึกๆก่อนจะเอ่ยถามกลับ“แล้วคนอื่นล่ะคะ”“เข้านอนกันหมดแล้ว”“งั้นพี่ขุนออกไปก่อนเอมจะได้อาบน้ำ”“ก็ไปอาบสิเดี๋ยวพี่ออกไปเอง”“แต่เอมโป๊อยู่” ขณะพูดสองมือเล็กที่กำลังจับผ้าห่มคลุมกายไว้แน่นก็เริ่มสั่นจนอีกคนที่มองอยู่สังเกตเห็นได้ อีกทั้งดวงตากลมโตคู่สวยในยามนี้เอาแต่หลบตาเขาตลอ
จนกระทั่งร่างสูงที่ไม่อาจทนต่อความต้องการของตัวเองได้จึงยอมผละใบหน้าออกจากกุหลาบงามดอกโตแล้วหยัดกายแกร่งขึ้นพร้อมกับกระชากผ้าขนหนูออกจากเอวสอบจนเผยให้เห็นท่อนเอ็นลำใหญ่ ที่ทั้งใหญ่และยาวจนคนตัวเล็กที่นอนมองอยู่ถึงกับตาค้างกับความใหญ่โตของมันที่เธอเคยสัมผัสมากับมือแต่ก็เพิ่งจะเคยเห็นกับตาของจริงก็วันนี้ แต่ถึงแม้มันจะดูหน้ากลัวแต่กลับทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้นไปด้วยอย่างน่าประหลาดใจโดยที่ร่างสูงก็นั่งมองด้วยความเอ็นดูขณะที่มือใหญ่ก็คอยชักสาวท่อนเอ็นของตัวเองไปด้วยเบาๆ จากนั้นก็เขยิบกายเข้าไปประชิดหว่างขาเรียวเล็กแล้วจับท่อนเอ็นถูไถกับปากทางรูรักเบาๆ ทำเอาคนตัวเล็กสะดุ้งพร้อมกับเอ่ยห้าม“อื้อ! พะ พี่ขุนเดี๋ยวก่อน พี่ไม่ใส่ถุงเหรอ” เพราะเห็นๆอยู่ว่าเขาไม่ได้ป้องกันอะไรเลยจึงทวงถามไป แต่แทนที่เขาจะหยุดก็เปล่าเลย ยังพยายามถูไถท่อนเอ็นของเขากับน้องสาวของเธอไม่หยุด“พี่จะเอาสดกับเรา พี่มีวิธีของพี่ไม่ท้องหรอกไม่ต้องกลัวนะ” เพราะรู้ดีว่าคนตัวเล็กกำลังกลัวอะไรอยู่จึงบอกกล่าวเพื่อให้เธอคลายความกังวล“วิธีอะไรคะ”“ปล่อยนอกไง”“แต่เอมเรียนมา ครูบอกว่าวิธีหลั่งนอกมันมีความเสี่ยงสูงนะ”“หึ เด็กน้อยชะม







