Masukทางด้านของขวัญพอเห็นชะเอมโผล่หน้ามาก็รีบเข้าไปพูดคุยด้วยทันที โดยทำเป็นลืมเรื่องก่อนหน้านี้ไป เพราะในเมื่อลูกชายเคลียร์แล้วเธอก็ไม่อยากรื้อฟื้น
“หนูชะเอมหิวมั้ยลูก น้ากับลุงทัพซื้อของกินมาเต็มเลย หนูอยากกินอะไรก่อนดีลูก แต่ถ้าอยากกินบาร์บีคิวหนูต้องรอก่อนนะเพราะพี่กันต์เขาพึ่งย่างเมื่อกี้ยังไม่สุกเลย”
“ไม่เป็นไรค่ะน้าขวัญเอมยังไม่หิวค่ะ”
ซึ่งในขณะที่สองสาวต่างวัยกำลังคุยกันอยู่ ทางด้านกิ่งกับเจ้าขาที่เล่นน้ำอยู่ในสระว่ายน้ำด้านหน้าบ้านพัก พอทั้งคู่เห็นชะเอมก็รีบชวนมาเล่นน้ำด้วยกันทันที
“ชะเอมมาเล่นน้ำกับพวกพี่เร็ว มานั่งเล่นบนห่วงยางเป็ดก็ได้มาเร็ว”
“มาเร็วเอมมาเล่นด้วยกัน”
“ค่าาา” ชะเอมจึงตอบรับกลับไปน้ำเสียงใสแจ๋วขณะใบหน้าเปื้อนยิ้ม จากนั้นก็หันไปบอกน้าขวัญของเธอ
“งั้นเอมไปเล่นน้ำกับพวกพี่ๆก่อนนะคะ”
“จ้ะ ไปเถอะลูก เล่นระวังๆด้วยนะ”
“ค่ะ”
เพราะรู้ดีว่าเด็กสาวว่ายน้ำไม่เป็น ของขวัญจึงเตือนด้วยความเป็นห่วง แต่ยังดีที่มีห่วงยางจึงวางใจปล่อยให้เด็กสาวไปเล่น อีกทั้งยังอยู่ในสายตาและมีพวกพี่ๆที่ว่ายน้ำเก่งกันทุกคน เธอจึงสบายใจขึ้นมาหน่อย
จากนั้นชะเอมจึงรีบเดินไปเล่นน้ำกับกิ่งและเจ้าขาที่กำลังว่ายน้ำอยู่ในสระ ด้านกิ่งพอเห็นชะเอมเดินมาจึงว่ายน้ำไปเอาห่วงยางเป็ดสีชมพูที่ลอยตุ๊บป่องอยู่กลางสระไปให้ชะเอมที่รออยู่ขอบสระ
ชะเอมจึงค่อยๆเอื้อมมือไปจับห่วงยางเป็ดที่กิ่งเอามาให้ จากนั้นก็สวมห่วงยางเป็ดลงทางศีรษะมาถึงเอวคอด แล้วค่อยๆหย่อนตัวลงในสระอย่างระวังโดยที่สองแขนจับห่วงยางไว้มั่น และเมื่อลงสระมาได้อย่างปลอดภัยขาเรียวเล็กทั้งสองข้างก็เริ่มขยับแกว่งไปแกว่งมาอยู่ใต้น้ำเพื่อพาตัวเองไปหาพี่ๆที่ว่ายน้ำเล่นกันอยู่กลางสระ ซึ่งท่าทางของเธอในตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับเด็กน้อยสามขวบที่กำลังเล่นน้ำอยู่ในห่วงยางเลย
ซึ่งในขณะที่คนตัวเล็กกำลังเพลิดเพลินอยู่กับการเล่นน้ำ ก็มีสายตาของร่างสูงที่ยืนอยู่กับกันต์มองเธออยู่ตลอดเวลา ขณะที่ปากหยักระบายยิ้มบางๆเพราะนึกเอ็นดูในความเหมือนเด็กน้อยของเธอ แต่เมื่อเห็นเธอค่อยๆกระดึ๊บๆปลีกตัวไปเล่นตรงมุมสระคนเดียวก็นึกเป็นห่วงขึ้นมา แต่ในเวลาเดียวกันก็มีความคิดที่อยากจะแกล้งเธอเล่น ไวเท่าความคิดสองขายาวๆรีบก้าวเดินไปยังสระว่ายน้ำก่อนจะถอดเสื้อยืดสีขาวที่สวมใส่อยู่ทิ้งลงพื้นอย่างไม่ใยดี จากนั้นก็หย่อนตัวลงในสระแล้วมุดหายลงไปใต้น้ำโดยที่ไม่มีใครได้ทันสังเกตเห็นเพราะต่างคนก็ต่างเพลินกับสิ่งที่ตัวเองทำอยู่
กระทั่งร่างสูงโผล่ขึ้นจากน้ำที่ไม่ใช่ตำแหน่งเดิมที่มุดหายไปเมื่อครู่ แต่กลับมาโผล่ตรงหน้าคนตัวเล็กที่กำลังลอยตุ๊บป่องอยู่กับห่วงยางอย่างเพลิดเพลิน
พรึ่บ!
ทำเอาเจ้าตัวตกใจไม่น้อยเมื่อจู่ๆเขาก็โผล่มาไม่ให้ซุ่มให้เสียง สองแขนเรียวเล็กจึงกระชับกอดห่วงยางไว้แน่นตามสัญชาตญาณเมื่อรู้สึกกลัวหรือตกใจ
“พี่ขุน! เอมตกใจหมดเลย”
เมื่อเห็นท่าทีตกใจของคนตัวเล็ก ร่างสูงก็ยกยิ้มมุมปากอย่างนึกชอบใจโดยไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่หลังจากนั้นไม่ว่าคนตัวเล็กจะกระดึ๊บไปไหนเขาก็คอยว่ายน้ำวนเวียนอยู่ข้างเธอไม่ห่าง โดยที่เจ้าตัวก็ไม่ได้ว่าอะไรเขาและยังกวักน้ำสาดใส่เขาเล่นอีก ท่ามกลางสายตาของทุกคนที่มองอยู่ ในตอนแรกอาจไม่มีใครสังเกตพฤติกรรมของพวกเขา แต่ตอนนี้พวกเขาเป็นที่สะดุดตามาก จะทำเป็นไม่เห็นคงไม่ได้ เพราะทั้งคู่เอาแต่เล่นกันอยู่สองคนเหมือนคู่รักพากันมาเที่ยวอย่างไรอย่างนั้น แต่กระนั้นก็ไม่มีใครกล้าแซวอะไรออกไป นอกจากทำได้แค่มองทั้งคู่ที่ไม่ต่างจากคู่รักกำลังเล่นน้ำกันอยู่
กระทั่งตะวันตกดินก็ต่างพากันขึ้นจากสระแล้วไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดใหม่ หลังจากนั้นก็มารวมตัวนั่งปาร์ตี้บาร์บีคิวกันริมสระ ทว่าเป็นชะเอมที่ออกมาช้าสุดก็ต้องไปนั่งที่ว่างข้างๆร่างสูงเพราะมันเหลืออยู่แค่ที่เดียว อีกทั้งเมื่อมองไปยังทุกคนก็ไม่เห็นใครจะลุกหรือคิดจะสลับที่ให้เธอนั่งเลยสักคน เหมือนตั้งใจเหลือที่ว่างข้างอีกคนไว้ให้เธอนั่งโดยเฉพาะ
และเมื่อหย่อนก้นลงนั่ง คนตัวโตข้างๆก็เลื่อนจานบาร์บีคิวที่เพิ่งย่างเสร็จร้อนๆมาตรงหน้าเธอ ก่อนจะตามมาด้วยกุ้งเผาที่แกะเปือกเรียบร้อยแล้ว ปากบางจึงระบายยิ้มให้กับอาหารตรงหน้า แต่เมื่อฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้จึงหันไปถามคนตัวโตข้างๆอย่างนึกระแวง
“พี่ดีกับเอมแบบนี้ไม่ได้คิดจะแกล้งอะไรเอมหรอกใช่มั้ย”
“อยากให้แกล้งเหรอ” เจ้าขุนไม่ตอบแต่เลือกถามกลับไปแทน ขณะดวงตาคู่คมที่มองคนตัวเล็กเต็มไปด้วยแววตาเอ็นดู จนคนเป็นพ่อเป็นแม่ที่ลอบมองอยู่สังเกตเห็นได้ก็พากันชอบใจกับสายตาคลั่งรักของลูกชายที่ปิดไม่มิดเอาเสียเลย
“เปล่า เอมแค่ถามเฉยๆก็เห็นพี่ดีกับเอมแปลกๆหนิ”
“แค่กลัวเราจะหายไป”
“คะ?”
“ก็คุยกันแล้วว่าถ้าไม่ดื้อจะตามใจ”
“ไม่ เมื่อกี้พี่ไม่ได้พูดแบบนี้”
“จะกินมั้ยกุ้ง อุตส่าห์แกะให้”
“พี่แกะเองเหรอ”
“ใช่”
“ขอบคุณนะคะ งั้นเอมกินละนะ”
เมื่อกุ้งเผามันล่อตาล่อใจ อีกทั้งเขายังเป็นคนแกะให้เธอด้วยตัวเอง พอเห็นเขาพยักหน้าเธอจึงจัดการกินมันโดยลืมสนใจเรื่องเมื่อครู่ไปเลย
หลังจากนั้นขณะที่ต่างคนต่างนั่งกินอาหารกันไปท่ามกลางเสียงครื้นและลมพัดผ่าน บวกกับเสียงเพลงที่เปิดคลอเบาๆ ด้านเจ้าขุนที่กำลังรอโอกาสเพื่อจะทำบางอย่างอยู่ พอเห็นกันต์ที่นั่งฝั่งตรงข้ามหันมาทางตนก็รีบส่งซิกให้กันต์ทางสายตาทันที
เมื่อกันต์เห็นเช่นนั้นก็รู้ได้ว่าถึงเวลาที่จะต้องทำตามแผนที่เจ้าขุนได้แอบบอกกับตนเอาไว้ก่อนหน้า กันต์จึงทำทีเป็นว่าไปเข้าห้องน้ำ
“พี่ไปเข้าห้องน้ำแป๊บนะ” บอกกล่าวกับน้องสาวที่นั่งข้างตนจบ กันต์ก็ดันตัวลุกขึ้นแล้วเดินเข้าบ้านพักไป
แต่แล้วไม่ถึงหนึ่งนาทีจู่ๆไฟฟ้าก็ดับพรึบพร้อมกับเสียงฮือฮาของทุกคนที่ดังขึ้น แต่ทว่าจู่ๆด้านชะเอมก็สัมผัสได้ถึงอะไรนุ่มๆแตะลงบนริมฝีปากของเธอพร้อมกับลมอุ่นๆที่เข้ามาปะทะใบหน้า ดวงตาคู่สวยจึงปรือโตขึ้นด้วยความตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นท่ามกลางความมืด เธอรับรู้ได้ทันทีว่านี้มันคือจูบ แม้จะมองไม่เห็นอะไรแต่แล้วใครกันที่จะทำแบบนี้กับเธอได้ถ้าไม่ใช่ เขา
และเมื่อเขาผละตัวออกไป มือเล็กจึงยกขึ้นมาปิดปากของตัวเองทันที พร้อมกับที่ไฟฟ้าก็ติดขึ้นมาเหมือนเป็นใจ จากนั้นเมื่อไฟติดทุกคนก็กลับมาสนใจสิ่งตรงหน้าเช่นเดิม
ทางด้านของขวัญที่สังเกตเห็นว่าหลานสาวไม่แท้ของเธอดูผิดปกติไปจึงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง
“หนูชะเอมเป็นอะไร เจ็บปากเหรอลูก”
“ปะ เปล่าค่ะ” ชะเอมถึงกับเลิ่กลั่ก รีบเอามือที่ปิดปากลงอย่างไว ก่อนจะเอ่ยอ้างออกไป
“เอมขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ”
“จ้ะ ไปเถอะลูก”
จากนั้นชะเอมก็ดันตัวลุกขึ้นแล้วเดินเข้าบ้านพักไปทันทีโดยไม่กล้าหันไปมองอีกคนเลยแม้แต่น้อย
“ขุนตามไปดูน้องหน่อย แม่ว่าน้องดูแปลกๆ เผื่อน้องไม่สบายแล้วไม่กล้าบอก” คล้อยหลังเด็กสาวของขวัญก็หันไปพูดกับลูกชาย ก่อนที่ลูกชายจะตอบกลับมาเร็วทันใจเธอจริงๆ
“ได้ครับ” พูดจบเจ้าขุนก็ลุกขึ้นตามคนตัวเล็กที่เดินหายเข้าไปในบ้าน จึงสวนเข้ากับกันต์ที่เดินออกมาพอดี ต่างฝ่ายจึงยิ้มให้กันอย่างรู้ๆกันอยู่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แล้วเดินผ่านกันไปทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
โดยหารู้ไม่ว่าคนที่อาบน้ำร้อนมาก่อนดันรู้เห็นทุกอย่าง เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่แม้จะอยู่ท่ามกลางความมืดแต่ใช่จะมองไม่เห็นเงาคน อีกทั้งสองหนุ่มก็ดูมีพิรุธตั้งแต่เริ่มแรก ใครไม่สังเกตเห็นแต่สองสามีภรรยาเห็นหมด
วันต่อมา“พี่ขุนเดี๋ยวแวะร้านพี่ทรายให้เอมหน่อยนะ เอมอยากกินโออิชิ”“ได้ครับ”เมื่อร่างสูงขับรถเข้ามาในหมู่บ้านหลังจากพาคนตัวเล็กไปซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ คนตัวเล็กก็หันมาพูดกับเขาที่กำลังขับรถอยู่ เมื่อเขาหันมาตอบรับเธอก็หันกลับไปเล่นโทรศัพท์เครื่องใหม่ต่อ เธอดูสนใจมันเป็นพิเศษซึ่งไม่ต่างอะไรกับเด็กน้อยที่กำลังเห่อของเล่นชิ้นใหม่เลยและเมื่อมาถึงร้านขายของชำหรือร้านของทราย ร่างสูงก็ทำการจอดรถโดยไม่ได้ดับเครื่องยนต์ก่อนจะหันไปพูดกับคนตัวเล็กที่กำลังตั้งท่าจะเปิดประตูลงจากรถ“เดี๋ยวพี่ลงไปซื้อให้เองครับ เรารอพี่อยู่ในรถนี่แหละไม่ต้องลงไป” ไม่ลืมที่จะกำชับเธออย่างเป็นคำสั่ง“โอเคค่ะ เอารสน้ำผึ้งมะนาวนะคะ ขวดสีเหลืองๆ”“ได้ครับ”จากนั้นร่างสูงก็หยิบกระเป๋าสตางค์ใบสีดำลงจากรถเดินเข้าร้านค้าไปทันที โดยมีสายตาของคนตัวเล็กมองตามไม่ละ แต่ทว่าเมื่อสายตาของเธอดันไปสะดุดกับร่างของทรายเจ้าของร้านที่กำลังยืนโอบเอวอยู่กับหญิงสาวคนหนึ่งที่หน้าตาน่ารักพอตัว อีกทั้งท่าทีของทั้งคู่ดูกระหนุงกระหนิงราวกับคู่รัก ก็พอจะเดาได้ทันทีว่าทรายมีรสนิยมเช่นไร มิน่าเวลาที่เธอมาซื้อของร้านทรายเธอถึงรู้สึกว่าทรายเข้า
วันต่อมาเช้ามาไปส่งเมียเรียน ถึงเวลาเลิกเรียนไปรับเมียกลับ กลายเป็นกิจวัตรประจำวันของเจ้าขุนไปเสียแล้วซึ่งหลังจากจอดรถรอรับเมียที่จุดเดิมเป็นเวลาเกือบครึ่งชั่วโมงเพราะเขาจะมารับเธอก่อนเวลาเลิกเรียนเสมอ ก็เห็นร่างอรชรของเมียเดินมากับเพื่อนสนิทในกลุ่มก่อนจะแยกกันไปเมื่อเธอเข้ามานั่งในรถสิ่งแรกที่เธอมักจะทำเป็นประจำคือยกมือไหว้เขาทั้งตอนมาส่งและตอนมารับ เขาจึงยิ้มรับและมองเธอด้วยสายตารักใคร่เอ็นดูก่อนจะเอ่ยถามเธอน้ำเสียงอ่อนโยน“วันนี้เรียนเหนื่อยมั้ย”“ไม่เหนื่อยค่ะ”“หิวมั้ย กินขนมพวกนี้รองท้องไปก่อนนะ” มือใหญ่หยิบถุงขนมที่ซื้อเตรียมไว้ยื่นให้คนตัวเล็ก เธอจึงรับเอาไปกินตามปกติ ถึงแม้ตอนนี้ระหว่างเรายังตึงใส่กันอยู่ แต่ก็ไม่ถึงขั้นไม่พูดจากัน หลังจากนั้นเจ้าขุนก็ขับรถพาเมียกลับบ้าน...แต่เมื่อกลับมาถึงบ้านพอเปิดประตูเข้าไปในห้องชะเอมก็ต้องสะดุ้งตกใจกับสิ่งที่เห็นในแว็บแรก แต่เมื่อมองชัดว่าเป็นอะไรที่วางอยู่บนเตียงก็ถึงกับตาลุกวาวแล้วรีบพุ่งเข้าใส่มันทันทีด้วยความตื่นเต้น“น้องหมี~ น่ารักจังเลย” เธออุ้มตุ๊กตาหมีสีขาวตัวใหญ่ที่ใหญ่กว่าตัวเธออีกมากอดไว้แน่นขณะใบหน้าเปื้อนยิ้มไม่หุบ ก่อ
หนึ่งเดือนต่อมาหลังจากมหาลัยเปิดเจ้าขุนก็เป็นคนไปรับไปส่งชะเอมเรียนตลอด ชีวิตในแต่ละวันของทั้งคู่ยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆโดยไม่มีปัญหาใดๆเข้ามาแทรก จนกระทั่งวันนี้...เมื่อกลับจากมหาลัยชะเอมก็ไปช่วยน้าขวัญของเธอทำกับข้าวมื้อเย็นตามปกติกระทั่งเสร็จ ของขวัญจึงบอกให้เธอไปตามทุกคนในบ้านมากินข้าว แต่เมื่อเดินออกมาตามคนรักที่อยู่หน้าบ้าน สิ่งที่เห็นก็ทำให้เธอปวดใจ“พี่ขุน”“เอม!”พรึ่บ!ภาพตรงหน้าที่เห็นหญิงสาวคนหนึ่งกำลังยืนกอดคนรักของตัวเองอยู่มันราวกับถูกมีดกรีดลงกลางอก แต่เมื่อเขาได้ยินที่เธอเรียกก็รีบผลักอีกฝ่ายออกทันที ทำเอาหญิงสาวเซไปด้านหลังจนเกือบล้ม เธอจึงรีบเดินดุ่มๆเข้าไปหาเขา แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรบุ่มบ่าม พยายามที่จะใจเย็นให้ได้มากที่สุดแม้ตอนนี้ดวงตาจะร้อนผ่าวไปหมดแล้ว อีกทั้งน้ำใสๆที่เอ่อคลอเบ้าตาก็พร้อมจะไหลออกมาทุกเมื่อ“ใครเหรอขุน”สิ้นคำถามของอีกฝ่ายที่ยืนมองพวกเขาอยู่ มือใหญ่ก็คว้ามือเธอไปกุมไว้แน่นก่อนที่เขาจะหันไปตอบหญิงสาว“เมียฉันเอง”“เมียเหรอ แต่งงานกันแล้วเหรอถึงกล้าเรียกว่าเมีย แล้วดูน้องเค้าสิยังใส่ชุดนักศึกษาอยู่เลยจะเป็นเมียนายได้ไง““แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเธอ” ขณะป
ในเวลาเกือบเที่ยงคืน ร่างสูงที่ไม่ยอมหลับเอาแต่นอนมองหน้าคนตัวเล็กในอ้อมกอด มองสำรวจใบหน้าเธออยู่อย่างนั้น ความรู้สึกของเขาในตอนนี้ทั้งรักทั้งหลงเด็กคนนี้จนอธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ถูก หากวันนึงเธอหายไปหรือทิ้งเขาไปเขาก็ไม่รู้จะอยู่ต่อไปยังไง แค่คิดใจมันก็แทบขาด หากวันใดเขาถูกเธอทิ้งขึ้นมาจริงๆเขาคงตายอย่างอนาถแน่นอน“ล่ามโซ่ไว้ดีมั้ยเนี่ย จะได้ไม่ทิ้งพี่ไปไหน”“อื้อ” เสียงอู้อี้ดังออกมาจากในลำคอของคนตัวเล็กราวกับเมื่อครู่เจ้าตัวได้ยินที่เขาพูด ปากหยักจึงระบายยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูคนหลับในอ้อมกอด ขนาดหลับเธอก็ยังไม่หยุดน่ารัก แล้วแบบนี้เขาจะไปไหนรอดทว่าจู่ๆเสียงข้อความไลน์จากโทรศัพท์ของคนตัวเล็กที่วางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียงก็ดังขึ้น เขาจึงถือวิสาสะหยิบขึ้นมากดเปิดอ่าน(เอมมะรืนมหาลัยจะเปิดแล้ว งั้นพรุ่งนี้พวกเรามาเจอกันหน่อยมั้ย พอดีพี่ชายฉันเพิ่งกลับมาจากกรุงเทพ เห็นแกเคยบอกว่าอยากเจอ)เมื่อเห็นข้อความดังกล่าวจากเพื่อนของเธอที่ส่งมา แม้จะไม่รู้จักเพื่อนของเธอเลย แต่แค่รับรู้ว่าเธออยากไปเจอพี่ชายของเพื่อนคนนี้ใจมันก็ร้อนเป็นไฟขณะมือใหญ่กำโทรศัพท์ของเธอไว้แน่น ถึงจะไม่พอใจแต่ก็ต้องข่มคว
เวลาต่อมา 20:25 น.หลังจากหลับไปนานเป็นเวลาหลายชั่วโมงเพราะเหนื่อยล้าจากบทรักอันเร่าร้อน ชะเอมก็ตื่นขึ้นมาในเวลาสองทุ่มกว่า แต่ข้างกายตอนนี้กลับไร้ร่างของอีกคนที่เคยนอนอยู่ข้างกัน เธอจึงดันตัวลุกขึ้นจากที่นอนเตรียมจะไปอาบน้ำ ทว่าร่างสูงของอีกคนก็เปิดประตูเดินเข้ามาพอดีพร้อมกับเอ่ยถามเธอน้ำเสียงอ่อนโยน“ตื่นแล้วเหรอครับ”เธอไม่ได้ตอบอะไรกลับไป แค่เพียงพยักหน้าเบาๆพร้อมกับยิ้มบางๆ แต่กลับไม่กล้าสบตาเขาเพราะเมื่อนึกย้อนถึงเหตุการณ์เร่าร้อนก่อนหน้าก็ทำเอาเขินอายไม่น้อยที่ตอนนี้ตัวเองได้เสียครั้งแรกให้คนตรงหน้าไปแล้ว ไม่นานก็รู้สึกถึงมือใหญ่ของเขาวางลงบนศีรษะของเธอแล้วลูบหัวเธอเบาๆ ทำให้รู้สึกอบอุ่นกับสัมผัสนี้เป็นอย่างมาก“ตื่นแล้วก็ไปอาบน้ำจะได้ลงไปกินข้าว เดี๋ยวพี่ลงไปอุ่นแกงให้”สิ้นเสียงทุ้มคนตัวเล็กจึงพยักหน้าหงึกๆก่อนจะเอ่ยถามกลับ“แล้วคนอื่นล่ะคะ”“เข้านอนกันหมดแล้ว”“งั้นพี่ขุนออกไปก่อนเอมจะได้อาบน้ำ”“ก็ไปอาบสิเดี๋ยวพี่ออกไปเอง”“แต่เอมโป๊อยู่” ขณะพูดสองมือเล็กที่กำลังจับผ้าห่มคลุมกายไว้แน่นก็เริ่มสั่นจนอีกคนที่มองอยู่สังเกตเห็นได้ อีกทั้งดวงตากลมโตคู่สวยในยามนี้เอาแต่หลบตาเขาตลอ
จนกระทั่งร่างสูงที่ไม่อาจทนต่อความต้องการของตัวเองได้จึงยอมผละใบหน้าออกจากกุหลาบงามดอกโตแล้วหยัดกายแกร่งขึ้นพร้อมกับกระชากผ้าขนหนูออกจากเอวสอบจนเผยให้เห็นท่อนเอ็นลำใหญ่ ที่ทั้งใหญ่และยาวจนคนตัวเล็กที่นอนมองอยู่ถึงกับตาค้างกับความใหญ่โตของมันที่เธอเคยสัมผัสมากับมือแต่ก็เพิ่งจะเคยเห็นกับตาของจริงก็วันนี้ แต่ถึงแม้มันจะดูหน้ากลัวแต่กลับทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้นไปด้วยอย่างน่าประหลาดใจโดยที่ร่างสูงก็นั่งมองด้วยความเอ็นดูขณะที่มือใหญ่ก็คอยชักสาวท่อนเอ็นของตัวเองไปด้วยเบาๆ จากนั้นก็เขยิบกายเข้าไปประชิดหว่างขาเรียวเล็กแล้วจับท่อนเอ็นถูไถกับปากทางรูรักเบาๆ ทำเอาคนตัวเล็กสะดุ้งพร้อมกับเอ่ยห้าม“อื้อ! พะ พี่ขุนเดี๋ยวก่อน พี่ไม่ใส่ถุงเหรอ” เพราะเห็นๆอยู่ว่าเขาไม่ได้ป้องกันอะไรเลยจึงทวงถามไป แต่แทนที่เขาจะหยุดก็เปล่าเลย ยังพยายามถูไถท่อนเอ็นของเขากับน้องสาวของเธอไม่หยุด“พี่จะเอาสดกับเรา พี่มีวิธีของพี่ไม่ท้องหรอกไม่ต้องกลัวนะ” เพราะรู้ดีว่าคนตัวเล็กกำลังกลัวอะไรอยู่จึงบอกกล่าวเพื่อให้เธอคลายความกังวล“วิธีอะไรคะ”“ปล่อยนอกไง”“แต่เอมเรียนมา ครูบอกว่าวิธีหลั่งนอกมันมีความเสี่ยงสูงนะ”“หึ เด็กน้อยชะม







