Masukวันต่อมา
“พี่ขุนหยุดทำไมคะ มีอะไรรึเปล่า” ชะเอมเอ่ยถามคนตัวโตด้านหน้าที่พาเธอมาขับเจ็ตสกีเล่นชดเชยจากเมื่อวานที่เธอไม่ได้เล่นและปล่อยให้เธอนั่งดูอยู่คนเดียว แต่ทว่าจู่ๆเขาก็ผ่อนคันเร่งลง หยุดขับต่อแบบไม่มีปีมีขลุ่ย เธอจึงต้องถามออกไปเช่นนั้น ก่อนที่เขาจะหันมาหาแล้วพูดกับเธอ
“พี่อยากจูบเรา พี่ขอจูบเราอีกได้มั้ย”
เมื่อได้ยินอีกคนขอมาเช่นนั้นชะเอมก็ถึงกับนิ่งงั้นไปชั่วขณะ แต่วินาทีต่อมาก็ทำเป็นตีหน้ามึนพร้อมกับพูดขึ้นลอยๆแต่ความจริงก็จงใจพูดกับเขา
“สถานะก็ไม่มีจะมาขอจูบกันง่ายๆแบบนี้ได้ยังไง เมื่อคืนก็ทีนึงแล้ว”
“อยากได้สถานะเหรอ”
“เอมไม่ได้พูดซะหน่อยว่าอยากได้”
“แต่พี่อยากให้ มาเป็นเมียพี่เลยมั้ย”
“ฮะ! เมียเลยเหรอ เร็วไปมั้ยคะ แค่แฟนก็พอมั้ง”
“ได้ พี่ตามใจเรา งั้นเรามาเป็นแฟนพี่นะ”
“พี่ขอกันง่ายๆแบบนี้เลยเหรอคะ”
“แล้วเราจะให้พี่ทำยังไง บอกพี่มาสิ”
สิ้นประโยคดังกล่าวของร่างสูง คนตัวเล็กก็เงียบไปครู่หนึ่งอย่างคนกำลังชั่งใจคิด ก่อนจะตัดสินใจพูดต่อ
“ช่างเถอะค่ะ ในเมื่อพี่ขอกันง่ายๆงั้นเอมก็ตกลงง่ายๆเหมือนกัน”
ร่างสูงได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มกว้างออกมาทันที ก่อนจะเอ่ยถามย้ำเพื่อความชัดเจนทั้งที่ดีใจไปก่อนแล้ว
“หมายความว่าเรายอมเป็นแฟนพี่แล้วใช่มั้ย“
“ใช่ค่ะ”
สิ้นคำตอบยืนยันของคนตัวเล็ก มือใหญ่ข้างหนึ่งก็เลื่อนขึ้นมาจับกุมแก้มนุ่มนิ่มเอาไว้อย่างทะนุถนอม แล้วจึงเอ่ยถามต่อ
“งั้นเป็นแฟนกันแล้วก็จูบได้แล้วใช่มั้ย”
คนตัวเล็กไม่ตอบ แต่เลือกที่จะพยักหน้างึกๆให้แทนคำตอบขณะที่ปากบางก็อมยิ้มน้อยๆตลอดเวลาด้วยความเขิน จากนั้นร่างสูงก็ไม่รอช้าประกบจูบปากบางทันทีอย่างนุ่มนวลปนเร่าร้อนและละเมียดละไมในทุกๆจังหวะที่บดจูบ ขณะที่คนตัวเล็กก็จูบตอบอย่างไม่ยอมแพ้แม้จะจูบไม่เก่งและมีเงอะงะไปบ้างก็ตาม แต่กระนั้นทุกการตอบสนองของเธอทำให้ร่างสูงชอบมาก เขาจึงรุกจูบเธอหนักขึ้นแต่บางช่วงจังหวะก็มีคลายจูบออกเล็กน้อยเพื่อให้คนตัวเล็กได้พักหายใจแล้วก็จูบต่ออีก
กระทั่งบทจูบในครั้งนี้กินเวลาไปเนินนาน เมื่อจูบแลกลิ้นกันจนหนำใจแล้วทั้งคู่จึงผละจูบออกจากกัน แล้วมองหน้ากันและกันด้วยแววตาหวานเยิ้ม ก่อนจะยิ้มให้กันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยที่มือใหญ่ของอีกคนก็คอยจับประคองแก้มนุ่มเอาไว้อย่างทะนุถนอม ขณะที่นิ้วโป้งใหญ่ก็คอยเกลี่ยริมฝีปากบางสีชมพูระเรื่ออย่างหลงใหลเจ้าของมันจนหาทางออกไม่เจอแล้ว
“พี่ขุนเรากลับกันเถอะค่ะ ออกมานานแล้วเดี๋ยวทุกคนจะเป็นห่วงเอา”
เนื่องจากตอนออกมาพวกเขาออกมากันแค่สองคนเงียบๆโดยไม่ได้บอกใครไว้ คนตัวเล็กจึงเกรงว่าป่านนี้ทุกคนที่บ้านพักน่าจะหากันให้วุ่นไม่ก็กำลังเป็นห่วงอยู่ว่าพวกเขาหายไปไหนกัน เธอจึงเห็นว่ามันสมควรแก่เวลาที่จะกลับที่พักได้แล้ว
ส่วนร่างสูงเมื่อได้ยินคนตัวเล็กพูดเช่นนั้นจากที่กำลังตกอยู่ในภวังค์ก็ได้สติขึ้นมาทันที หลังจากนั้นทั้งคู่จึงพากันกลับเข้าฝั่งแล้วกลับที่พักไป...
แต่เมื่อทั้งคู่กลับมาถึงบ้านพัก คนแรกที่ตั้งคำถามขึ้นมาก็ไม่พ้นบุพการีหรือคนเป็นมารดา
“ไปไหนกันมา โทรศัพท์ก็ไม่ยอมเอาไปทั้งคู่เลย แม่เป็นห่วงเราสองคนมากรู้ไหม” เนื่องจากตื่นมาของขวัญก็ไม่เห็นลูกชายกับหลานสาวไม่แท้ขณะที่คนอื่นอยู่กันครบ คราแรกก็คิดว่าทั้งคู่คงพากันไปเดินเล่นแถวๆนี้ไม่ไกล กระทั่งเห็นว่าลูกหลานหายไปนานจึงโทรตามด้วยความเป็นห่วงตามประสาคนเป็นแม่ แต่ก็พบว่าทั้งคู่ไม่ได้พกโทรศัพท์ไปด้วย จนตอนนี้เกือบเที่ยงก็เพิ่งจะโผล่หน้ากลับมา
ทางด้านชะเอมที่กำลังจะอ้าปากเอ่ยตอบ แต่ก็ช้ากว่าอีกคน...
“ผมพาน้องไปเล่นเจ็ตสกีมาครับ ขอโทษด้วยที่ไม่ได้บอกก่อน”
“เอาเถอะๆ คราวหลังเวลาแบบนี้จะออกไปไหนก็บอกแม่ก่อนละกัน อย่าให้แม่ต้องคอยเป็นห่วงอีก”
ขณะเดียวกันทางด้านจอมทัพที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่เช่นเดียวกับคนที่เหลือ จึงเข้ามาโอบเอวภรรยาของตน ก่อนจะพูดกับภรรยาน้ำเสียงอ่อนโยน
“มาเที่ยวทั้งทีอย่าอารมณ์เสียเลยนะเมียพี่ นี่ก็เที่ยงแล้วพี่ว่าพาเด็กๆออกไปหาอะไรอร่อยๆแถวนี้กินกันดีกว่านะครับ”
เมื่อได้ยินสามีพูดเช่นนั้นของขวัญจึงหันมายิ้มให้ทันทีก่อนจะพยักหน้าแทนคำตอบ แล้วหลังจากนั้นทั้งหมดก็พากันไปทานมื้อเที่ยงที่ร้านอาหารซีฟู้ดแถวที่พัก โดยพากันเดินเท้าไปเพราะร้านอาหารอยู่ใกล้อีกทั้งได้เดินรับลมทะเลชิลๆไปด้วย จนกระทั่งถึงร้านอาหารดังกล่าว...
“พี่ขุนไปนั่งตรงอื่นสิเดี๋ยวทุกคนสงสัย” เมื่อเห็นว่าอีกคนจะเข้ามานั่งข้างๆ ชะเอมจึงกระซิบกระซาบบอกเขาไปอย่างระแวงกลัวว่าคนที่เหลือจะสงสัยเรื่องระหว่างเธอกับเขา
“ก็ช่างสิ รู้ก็ไม่เห็นเป็นไร ก่อนหน้านี้พี่ยังนั่งข้างเราได้เลย”
“ไม่เอาเอมอาย”
สิ้นคำพูดดังกล่าวของคนตัวเล็กอีกทั้งสีหน้าของเธอที่บ่งบอกว่าไม่โอเค แววตาคู่คมของร่างสูงก็เศร้าลงทันที จากนั้นเขาจึงเลือกเดินไปนั่งข้างน้องสาวตัวเองที่นั่งฝั่งเดียวกับพ่อแม่ตามความต้องการของคนตัวเล็กที่ไม่ต้องการให้เขานั่งใกล้เธอเพราะอายคนอื่น เมื่อเข้าใจแบบนั้นความน้อยใจก็ก่อเกิดขึ้นในใจแกร่งทันที
จนกระทั่งอาหารที่สั่งไปหลายอย่างถูกนำมาเสิร์ฟ ทั้งหมดจึงพากันกินอาหารบนโต๊ะตรงหน้า ทางด้านเจ้าขุนแม้จะคิดน้อยใจคนตัวเล็กอยู่ แต่เขาก็คอยตักอาหารให้เธอไม่หยุด อีกทั้งยังคอยแกะปูแกะกุ้งให้เธอจนตัวเองแทบจะไม่ได้ตักอาหารเข้าปากเลยด้วยซ้ำ แต่กระนั้นถึงแม้ว่ามือไม้จะคอยตักอาหารใส่จานให้คนตัวเล็กอยู่ตลอด แต่ตากลับไม่ได้มองใบหน้าจิ้มลิ้มที่กำลังมองเขาเลยสักนิด จนทำให้อีกคนเริ่มเอะใจกับความผิดปกติของเขา แต่เธอก็ไม่ได้ถามอะไรออกมา เนื่องจากเห็นว่ามีคนอื่นอยู่ด้วยจึงไม่กล้าที่จะทำอะไร เพราะแค่ที่เขาคอยปรนนิบัติเธอในตอนนี้ก็ระแวงกลัวว่าทุกคนจะจับพิรุธได้จะแย่อยู่แล้ว...
วันต่อมา“พี่ขุนเดี๋ยวแวะร้านพี่ทรายให้เอมหน่อยนะ เอมอยากกินโออิชิ”“ได้ครับ”เมื่อร่างสูงขับรถเข้ามาในหมู่บ้านหลังจากพาคนตัวเล็กไปซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ คนตัวเล็กก็หันมาพูดกับเขาที่กำลังขับรถอยู่ เมื่อเขาหันมาตอบรับเธอก็หันกลับไปเล่นโทรศัพท์เครื่องใหม่ต่อ เธอดูสนใจมันเป็นพิเศษซึ่งไม่ต่างอะไรกับเด็กน้อยที่กำลังเห่อของเล่นชิ้นใหม่เลยและเมื่อมาถึงร้านขายของชำหรือร้านของทราย ร่างสูงก็ทำการจอดรถโดยไม่ได้ดับเครื่องยนต์ก่อนจะหันไปพูดกับคนตัวเล็กที่กำลังตั้งท่าจะเปิดประตูลงจากรถ“เดี๋ยวพี่ลงไปซื้อให้เองครับ เรารอพี่อยู่ในรถนี่แหละไม่ต้องลงไป” ไม่ลืมที่จะกำชับเธออย่างเป็นคำสั่ง“โอเคค่ะ เอารสน้ำผึ้งมะนาวนะคะ ขวดสีเหลืองๆ”“ได้ครับ”จากนั้นร่างสูงก็หยิบกระเป๋าสตางค์ใบสีดำลงจากรถเดินเข้าร้านค้าไปทันที โดยมีสายตาของคนตัวเล็กมองตามไม่ละ แต่ทว่าเมื่อสายตาของเธอดันไปสะดุดกับร่างของทรายเจ้าของร้านที่กำลังยืนโอบเอวอยู่กับหญิงสาวคนหนึ่งที่หน้าตาน่ารักพอตัว อีกทั้งท่าทีของทั้งคู่ดูกระหนุงกระหนิงราวกับคู่รัก ก็พอจะเดาได้ทันทีว่าทรายมีรสนิยมเช่นไร มิน่าเวลาที่เธอมาซื้อของร้านทรายเธอถึงรู้สึกว่าทรายเข้า
วันต่อมาเช้ามาไปส่งเมียเรียน ถึงเวลาเลิกเรียนไปรับเมียกลับ กลายเป็นกิจวัตรประจำวันของเจ้าขุนไปเสียแล้วซึ่งหลังจากจอดรถรอรับเมียที่จุดเดิมเป็นเวลาเกือบครึ่งชั่วโมงเพราะเขาจะมารับเธอก่อนเวลาเลิกเรียนเสมอ ก็เห็นร่างอรชรของเมียเดินมากับเพื่อนสนิทในกลุ่มก่อนจะแยกกันไปเมื่อเธอเข้ามานั่งในรถสิ่งแรกที่เธอมักจะทำเป็นประจำคือยกมือไหว้เขาทั้งตอนมาส่งและตอนมารับ เขาจึงยิ้มรับและมองเธอด้วยสายตารักใคร่เอ็นดูก่อนจะเอ่ยถามเธอน้ำเสียงอ่อนโยน“วันนี้เรียนเหนื่อยมั้ย”“ไม่เหนื่อยค่ะ”“หิวมั้ย กินขนมพวกนี้รองท้องไปก่อนนะ” มือใหญ่หยิบถุงขนมที่ซื้อเตรียมไว้ยื่นให้คนตัวเล็ก เธอจึงรับเอาไปกินตามปกติ ถึงแม้ตอนนี้ระหว่างเรายังตึงใส่กันอยู่ แต่ก็ไม่ถึงขั้นไม่พูดจากัน หลังจากนั้นเจ้าขุนก็ขับรถพาเมียกลับบ้าน...แต่เมื่อกลับมาถึงบ้านพอเปิดประตูเข้าไปในห้องชะเอมก็ต้องสะดุ้งตกใจกับสิ่งที่เห็นในแว็บแรก แต่เมื่อมองชัดว่าเป็นอะไรที่วางอยู่บนเตียงก็ถึงกับตาลุกวาวแล้วรีบพุ่งเข้าใส่มันทันทีด้วยความตื่นเต้น“น้องหมี~ น่ารักจังเลย” เธออุ้มตุ๊กตาหมีสีขาวตัวใหญ่ที่ใหญ่กว่าตัวเธออีกมากอดไว้แน่นขณะใบหน้าเปื้อนยิ้มไม่หุบ ก่อ
หนึ่งเดือนต่อมาหลังจากมหาลัยเปิดเจ้าขุนก็เป็นคนไปรับไปส่งชะเอมเรียนตลอด ชีวิตในแต่ละวันของทั้งคู่ยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆโดยไม่มีปัญหาใดๆเข้ามาแทรก จนกระทั่งวันนี้...เมื่อกลับจากมหาลัยชะเอมก็ไปช่วยน้าขวัญของเธอทำกับข้าวมื้อเย็นตามปกติกระทั่งเสร็จ ของขวัญจึงบอกให้เธอไปตามทุกคนในบ้านมากินข้าว แต่เมื่อเดินออกมาตามคนรักที่อยู่หน้าบ้าน สิ่งที่เห็นก็ทำให้เธอปวดใจ“พี่ขุน”“เอม!”พรึ่บ!ภาพตรงหน้าที่เห็นหญิงสาวคนหนึ่งกำลังยืนกอดคนรักของตัวเองอยู่มันราวกับถูกมีดกรีดลงกลางอก แต่เมื่อเขาได้ยินที่เธอเรียกก็รีบผลักอีกฝ่ายออกทันที ทำเอาหญิงสาวเซไปด้านหลังจนเกือบล้ม เธอจึงรีบเดินดุ่มๆเข้าไปหาเขา แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรบุ่มบ่าม พยายามที่จะใจเย็นให้ได้มากที่สุดแม้ตอนนี้ดวงตาจะร้อนผ่าวไปหมดแล้ว อีกทั้งน้ำใสๆที่เอ่อคลอเบ้าตาก็พร้อมจะไหลออกมาทุกเมื่อ“ใครเหรอขุน”สิ้นคำถามของอีกฝ่ายที่ยืนมองพวกเขาอยู่ มือใหญ่ก็คว้ามือเธอไปกุมไว้แน่นก่อนที่เขาจะหันไปตอบหญิงสาว“เมียฉันเอง”“เมียเหรอ แต่งงานกันแล้วเหรอถึงกล้าเรียกว่าเมีย แล้วดูน้องเค้าสิยังใส่ชุดนักศึกษาอยู่เลยจะเป็นเมียนายได้ไง““แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเธอ” ขณะป
ในเวลาเกือบเที่ยงคืน ร่างสูงที่ไม่ยอมหลับเอาแต่นอนมองหน้าคนตัวเล็กในอ้อมกอด มองสำรวจใบหน้าเธออยู่อย่างนั้น ความรู้สึกของเขาในตอนนี้ทั้งรักทั้งหลงเด็กคนนี้จนอธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ถูก หากวันนึงเธอหายไปหรือทิ้งเขาไปเขาก็ไม่รู้จะอยู่ต่อไปยังไง แค่คิดใจมันก็แทบขาด หากวันใดเขาถูกเธอทิ้งขึ้นมาจริงๆเขาคงตายอย่างอนาถแน่นอน“ล่ามโซ่ไว้ดีมั้ยเนี่ย จะได้ไม่ทิ้งพี่ไปไหน”“อื้อ” เสียงอู้อี้ดังออกมาจากในลำคอของคนตัวเล็กราวกับเมื่อครู่เจ้าตัวได้ยินที่เขาพูด ปากหยักจึงระบายยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูคนหลับในอ้อมกอด ขนาดหลับเธอก็ยังไม่หยุดน่ารัก แล้วแบบนี้เขาจะไปไหนรอดทว่าจู่ๆเสียงข้อความไลน์จากโทรศัพท์ของคนตัวเล็กที่วางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียงก็ดังขึ้น เขาจึงถือวิสาสะหยิบขึ้นมากดเปิดอ่าน(เอมมะรืนมหาลัยจะเปิดแล้ว งั้นพรุ่งนี้พวกเรามาเจอกันหน่อยมั้ย พอดีพี่ชายฉันเพิ่งกลับมาจากกรุงเทพ เห็นแกเคยบอกว่าอยากเจอ)เมื่อเห็นข้อความดังกล่าวจากเพื่อนของเธอที่ส่งมา แม้จะไม่รู้จักเพื่อนของเธอเลย แต่แค่รับรู้ว่าเธออยากไปเจอพี่ชายของเพื่อนคนนี้ใจมันก็ร้อนเป็นไฟขณะมือใหญ่กำโทรศัพท์ของเธอไว้แน่น ถึงจะไม่พอใจแต่ก็ต้องข่มคว
เวลาต่อมา 20:25 น.หลังจากหลับไปนานเป็นเวลาหลายชั่วโมงเพราะเหนื่อยล้าจากบทรักอันเร่าร้อน ชะเอมก็ตื่นขึ้นมาในเวลาสองทุ่มกว่า แต่ข้างกายตอนนี้กลับไร้ร่างของอีกคนที่เคยนอนอยู่ข้างกัน เธอจึงดันตัวลุกขึ้นจากที่นอนเตรียมจะไปอาบน้ำ ทว่าร่างสูงของอีกคนก็เปิดประตูเดินเข้ามาพอดีพร้อมกับเอ่ยถามเธอน้ำเสียงอ่อนโยน“ตื่นแล้วเหรอครับ”เธอไม่ได้ตอบอะไรกลับไป แค่เพียงพยักหน้าเบาๆพร้อมกับยิ้มบางๆ แต่กลับไม่กล้าสบตาเขาเพราะเมื่อนึกย้อนถึงเหตุการณ์เร่าร้อนก่อนหน้าก็ทำเอาเขินอายไม่น้อยที่ตอนนี้ตัวเองได้เสียครั้งแรกให้คนตรงหน้าไปแล้ว ไม่นานก็รู้สึกถึงมือใหญ่ของเขาวางลงบนศีรษะของเธอแล้วลูบหัวเธอเบาๆ ทำให้รู้สึกอบอุ่นกับสัมผัสนี้เป็นอย่างมาก“ตื่นแล้วก็ไปอาบน้ำจะได้ลงไปกินข้าว เดี๋ยวพี่ลงไปอุ่นแกงให้”สิ้นเสียงทุ้มคนตัวเล็กจึงพยักหน้าหงึกๆก่อนจะเอ่ยถามกลับ“แล้วคนอื่นล่ะคะ”“เข้านอนกันหมดแล้ว”“งั้นพี่ขุนออกไปก่อนเอมจะได้อาบน้ำ”“ก็ไปอาบสิเดี๋ยวพี่ออกไปเอง”“แต่เอมโป๊อยู่” ขณะพูดสองมือเล็กที่กำลังจับผ้าห่มคลุมกายไว้แน่นก็เริ่มสั่นจนอีกคนที่มองอยู่สังเกตเห็นได้ อีกทั้งดวงตากลมโตคู่สวยในยามนี้เอาแต่หลบตาเขาตลอ
จนกระทั่งร่างสูงที่ไม่อาจทนต่อความต้องการของตัวเองได้จึงยอมผละใบหน้าออกจากกุหลาบงามดอกโตแล้วหยัดกายแกร่งขึ้นพร้อมกับกระชากผ้าขนหนูออกจากเอวสอบจนเผยให้เห็นท่อนเอ็นลำใหญ่ ที่ทั้งใหญ่และยาวจนคนตัวเล็กที่นอนมองอยู่ถึงกับตาค้างกับความใหญ่โตของมันที่เธอเคยสัมผัสมากับมือแต่ก็เพิ่งจะเคยเห็นกับตาของจริงก็วันนี้ แต่ถึงแม้มันจะดูหน้ากลัวแต่กลับทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้นไปด้วยอย่างน่าประหลาดใจโดยที่ร่างสูงก็นั่งมองด้วยความเอ็นดูขณะที่มือใหญ่ก็คอยชักสาวท่อนเอ็นของตัวเองไปด้วยเบาๆ จากนั้นก็เขยิบกายเข้าไปประชิดหว่างขาเรียวเล็กแล้วจับท่อนเอ็นถูไถกับปากทางรูรักเบาๆ ทำเอาคนตัวเล็กสะดุ้งพร้อมกับเอ่ยห้าม“อื้อ! พะ พี่ขุนเดี๋ยวก่อน พี่ไม่ใส่ถุงเหรอ” เพราะเห็นๆอยู่ว่าเขาไม่ได้ป้องกันอะไรเลยจึงทวงถามไป แต่แทนที่เขาจะหยุดก็เปล่าเลย ยังพยายามถูไถท่อนเอ็นของเขากับน้องสาวของเธอไม่หยุด“พี่จะเอาสดกับเรา พี่มีวิธีของพี่ไม่ท้องหรอกไม่ต้องกลัวนะ” เพราะรู้ดีว่าคนตัวเล็กกำลังกลัวอะไรอยู่จึงบอกกล่าวเพื่อให้เธอคลายความกังวล“วิธีอะไรคะ”“ปล่อยนอกไง”“แต่เอมเรียนมา ครูบอกว่าวิธีหลั่งนอกมันมีความเสี่ยงสูงนะ”“หึ เด็กน้อยชะม







