Share

บทที่ 100

last update publish date: 2026-09-18 00:06:33

            ในระยะหลัง ๆ อติรุจมักจะหาเวลาว่าง พาทรรศิกาไปเดินเลือกซื้อของที่ห้างสรรพสินค้า ทานอาหารนอกบ้าน และปิดท้ายด้วยการแวะดูหนังก่อนที่จะกลับ ซึ่งเธอก็ดูจะพึงพอใจและไม่ได้เรียกร้องอะไรมากไปกว่านั้น เพราะรู้ดีว่าชีวิตสามีในนามของเธอมักจะอุทิศให้กับคนที่ด้อยโอกาส มากกว่าจะใช้เวลาให้หมดไปกับกิจกรรมที่ไร้ประโยชน์เหล่านี้ แต่เขาก็ยังพยายามที่จะหาเวลาพาเธอออกมาพักผ่อนหย่อนใจในบางครั้ง

            ทรรศิกาค้นพบว่าความสุขของเธอเกิดขึ้นได้ง่าย ๆ เมื่ออยู่ใกล้เขา และรู้สึกอุ่นใจทุกครั้งเมื่อมีเขาอยู่เคียงข้าง อติรุจให้เกียรติเธอและปฏิบัติต่อเธออย่างอบอุ่นอ่อนโยนกว่าที่เคย เขาทำหน้าที่ของสามีได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

            จนบางครั้งทรรศิกาเผลอนึกไปว่าสถานภาพระหว่างเขาและเธอเป็นเรื่องจริง

            ชีวิตของทั้งคู่ดำเนินไปอย่างเรียบง่ายแต่ก็มีความสุขดี จนกระทั่งมีแขกที่มิได้รับเชิญมาเยือนในเย็นวันหนึ่ง เมื่อทรรศิกาเดินไปเปิดประตูให้แขกผู้มาเยือน เธอก็ได้ยินคำถามลอยตามลมมา

            “เธอเป็นใคร มาทำอะไรที่บ้านของพี่รุจ”

            “แล้วคุณล่ะเป็นใครมาทำอะไรที่บ้านของคนอื่น”

            อัญชิสาไม่รีรอที่จะแสดงตัวว่าเป็นว่าที่คู่หมั้นของนายแพทย์อติรุจ เพื่อกีดกันมิให้อีกฝ่ายมักใหญ่ใฝ่สูงคว้าตัวนายแพทย์หนุ่มที่เธอหมายปองไปเป็นสมบัติของตนอง

            “ฉันชื่ออัญชิสาเป็นว่าที่คู่หมั้นของพี่รุจ ตกลงจะบอกได้หรือยังว่าเธอเป็นใคร”

            “ฉันเป็นผู้ช่วยของเขา”

            อัญชิสารู้สึกโล่งใจเมื่อรู้ว่า ผู้หญิงหน้าตาสะสวยที่ยืนอยู่ตรงหน้าเป็นเพียงแค่ลูกจ้างของอติรุจ ชายที่เธอหลงรักและใฝ่ฝันถึงตลอดเวลา

            “รู้ไหมว่าเขาจะกลับเมื่อไร”

            ‘แปลกนะอ้างตัวเป็นว่าที่คู่หมั้นแต่ดันไม่รู้ว่าเขาไปไหน และจะกลับเมื่อไร’ ใจคิดอย่างแต่ปากพูดอีกอย่าง

            “ก็คงอีกสักพัก คุณมีธุระอะไรกับเขา”

            “ฉันจะมีธุระอะไรก็ไม่ใช่เรื่องของเธอ เป็นแค่ลูกจ้างที่พี่รุจจ้างมาช่วยงาน ไม่ต้องมาสะเออะเสนอหน้ายุ่งเรื่องของคนอื่น โดยเฉพาะเรื่องของเจ้านาย”

            “บังเอิญเขาไม่ใช่คนอื่นซะด้วยสิ” ทรรศิกาพูดออกไปด้วยความหมั่นไส้ ที่เห็นหญิงสาววางท่าว่าเป็นเจ้าของอติรุจ ทั้งที่เจ้าของตัวจริงก็ยืนอยู่ตรงนี้ทั้งคน

            “พูดแบบนี้หมายความว่าไง ไหนพูดออกมาให้ชัด ๆ ซิว่าเธอเป็นอะไรกับพี่รุจ ถึงได้กล้ามาวางท่าใหญ่โตในบ้านหลังนี้”

            “ฉันเป็นอะไรกับเขา ไว้รอเขากลับมาถึงเมื่อไร คุณก็ถามเขาเองแล้วกัน”

            อติรุจกลับมาถึงบ้านหลังจากเวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง ในมือมีอาหารที่ทรรศิกาชื่นชอบที่เขาตั้งใจแวะไปซื้อก่อนกลับบ้าน

            “ผมแวะซื้อเป็ดย่างเจ้าอร่อยมาฝากคุณด้วย” เขาบอกด้วยรอยยิ้มเมื่อเห็นหน้าเธอ ผิดกับใบหน้างามของทรรศิกาที่หารอยยิ้มไม่เจอ ใบหน้าของเธอบูดบึ้งจนเห็นได้ชัด

            “ขอบคุณนะคะ”

            “เป็นอะไรไป ทำหน้าบึ้งแบบนี้ระวังจะแก่เร็วนะ”

            “มีคนมารอพบคุณค่ะ เธอนั่งรอคุณอยู่ด้านใน”

            “ใครหรือครับ”

            “ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ เข้าไปแล้วคุณก็จะรู้เอง” เธอตอบพร้อมกับสะบัดหน้าเดินนำเข้าไปในบ้าน

            อติรุจรู้สึกแปลกใจกับท่าทีมึนตึงเฉยชาของทรรศิการาวกับว่าเขาทำอะไรผิด แต่สุดท้ายก็ได้รับคำตอบด้วยตัวเองเมื่อก้าวเท้าเข้าไปในตัวบ้านว่าเหตุใดภรรยาถึงได้เกิดอาการงอนอย่างที่เห็น

            “กลับมาแล้วหรือคะพี่รุจ อัญคิดถึงพี่รุจที่สุดเลยค่ะ”

            อัญชิสาสาวน้อยวัยยี่สิบสามปีพูดด้วยความดีใจ พร้อมกับโผเข้าไปกอดเขาไว้ด้วยความสนิทสนม และเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของจนทรรศิกาเกิดอาการหมั่นไส้

            อติรุจผลักร่างเล็กบางของอัญชิสาออกด้วยความนุ่มนวล ทันทีที่เห็นสายตาเอาเรื่องของภรรยา

            “อัญมากรุงเทพฯ ตั้งแต่เมื่อไร”

            “เมื่อคืนนี้ค่ะ พ่อของอัญมาพบลูกค้าที่กรุงเทพฯ อัญเลยขอตามมาด้วย”

            “แล้วมีธุระอะไรถึงได้มาหาพี่ที่นี่”

            “แค่คิดถึงค่ะ อัญตั้งใจจะมาชวนพี่รุจไปทานอาหารมื้อค่ำด้วยกันที่โรงแรม พ่อของอัญอยากพบพี่รุจ อัญเลยอาสามาพาตัวพี่รุจไปพบพ่อ ไปด้วยกันนะคะ”

            “แต่พี่ต้องเปิดคลินิก”

            “ก็หยุดสักวันสิคะ นะคะไปด้วยกันนะ พ่อของอัญมีเรื่องอยากจะคุยกับพี่รุจด้วยค่ะ” อัญชิสารีบพูดจาออดอ้อนเพื่อมิให้เขาปฏิเสธ

            แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายเอาบิดามาอ้าง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากด้วยเกรงว่าจะกระทบต่อความสัมพันธ์ เพราะบิดาของอัญชิสาเป็นเพื่อนสนิทกับบิดาของตนเอง สีหน้าของเขาจึงแสดงถึงความอึดอัดกับการแสดงออกของหญิงสาวรุ่นน้อง นายแพทย์หนุ่มเหลือบสายตาไปมองทรรศิกา แววตาของเธอวาวโรจน์และคุกรุ่นไปด้วยความโกรธ

            “ก็ได้ครับ แต่พี่คงอยู่ได้ไม่นานนะครับ”

            “เราไปกันเลยนะคะ”

            “อัญออกไปรอพี่ที่รถก่อนนะ เดี๋ยวพี่ตามออกไป”

            “เร็ว ๆ นะคะพี่รุจ”

            อติรุจเดินไปยืนกุมมือทรรศิกา “คุณทานมื้อค่ำได้เลยนะเทย่า ไม่ต้องรอผม แล้วผมจะรีบกลับมา”

            “คุณจะไปไหนก็ไปไม่ต้องมาสนใจฉัน รีบไปสิคะเดี๋ยวว่าที่คู่หมั้นของคุณเขาจะรอนาน ดีไม่ดีจะกลับเข้ามาอาละวาดใส่ฉันอีก”

            หญิงสาวสะบัดมือออกจากการเกาะกุม พร้อมกับสะบัดหน้าเดินถือถุงอาหารเข้าไปในครัว อติรุจรู้ดีว่าอีกฝ่ายกำ

ลังโกรธเคืองเขา ใจจริงอยากจะเดินตามไปอธิบายให้เธอเข้าใจ แต่ติดอยู่ที่อัญชิสากำลังรอเขาอยู่ ทำให้เขาต้องจำใจเดินออกไปขึ้นรถและขับตรงไปที่ยังโรงแรมที่อัญชิสาและบิดาพัก อัญชิสาเป็นฝ่ายชวนเขาคุยตลอดทาง เขาได้แต่ฟังเธอโดยมิได้แสดงความคิดเห็นใด ๆ จนกระทั่งมาถึงโรงแรม

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 129

    อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 128

    เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 127

    หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 126

    “เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 125

    สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 124

    ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status