LOGIN“ทำไมวันนี้หมอรุจถึงได้อยากทานไข่ลวก มีอะไรพิเศษหรือเปล่าคะ” แก้วเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ เพราะปกติไม่เคยเห็นเขาทานเมนูนี้บ่อยนัก
อติรุจหันไปสบตาทรรศิกาด้วยแววตาล้อเลียน เธอขึงตาใส่เขาด้วยประสงค์จะห้ามมิให้เขาพูดหรือแสดงพิรุธอะไรออกมา นายแพทย์หนุ่มยักไหล่
“ไม่มีอะไรเป็นพิเศษหรอกแก้ว แค่นึกอยากกินเท่านั้น”
“แก้วจะรีบไปจัดการมาให้เดี๋ยวนี้เลยค่ะ”
ทรรศิกาจัดการกับอาหารมื้อเช้าตรงหน้าโดยไม่พยายามสบตาเขา อติรุจก็มิได้ล้อเลียนหญิงสาวมากไปกว่านี้ เพราะรู้ดีว่าภรรยายังมีอาการเขินอายกับเหตุการณ์เมื่อคืน
“ผมไปทำงานก่อนนะ” อติรุจเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม
จมูกโด่งคมสันของเขาสัมผัสไปที่แก้มนวลใสของทรรศิกาด้วยความว่องไว จากนั้นก็เดินผิวปากออกไปอย่างคนอารมณ์ดี
“บ้าจริง!” ทรรศิกาอุทานพร้อมกับเหลียวมองไปรอบห้อง เมื่อไม่พบแก้วอยู่ภายในห้องนั้นก็รู้สึกโล่งอก เธอนึกต่อว่าเขาในใจที่ทำอะไรรุ่มร่ามดีที่ไม่มีคนเห็น
ในวันเดียวกันนั้นเองอัญชิสาได้โทร.ไปฟ้องรจนามารดาของอติรุจ เกี่ยวกับพฤติกรรมของชายหนุ่มที่ซุกซ่อนหญิงสาวไว้ในบ้าน เพื่อหวังให้เธอไปจัดการกับผู้หญิงคนนั้นออกไปให้พ้นทาง โดยที่เธอไม่ต้องลงมือเอง
“คุณป้าต้องรีบจัดการเรื่องนี้นะคะ”
“หนูอัญจะให้ป้าจัดการยังไง”
“ก็จัดการไล่แม่นั่นออกไปจากบ้านของพี่รุจน่ะสิคะคุณป้า”
“ป้าไม่เคยเข้าไปยุ่งเรื่องส่วนตัวของเขาหรอกนะหนูอัญ อีกอย่างรุจเขาก็โตพอที่จะมีครอบครัวได้แล้ว หนูจะให้ป้าไปเจ้ากี้เจ้าการกับเรื่องส่วนตัวของเขาป้าว่ามันคงจะไม่เหมาะ”
“ทำไมจะไม่เหมาะคะในเมื่อคุณป้าเป็นแม่ของพี่รุจ หรือว่าคุณป้ารู้เห็นเป็นใจกับเรื่องนี้คะ”
“ป้าก็เพิ่งจะรู้จากหนูนี่แหละ เอาเป็นว่าเดี๋ยวป้าจะคุยเรื่องนี้กับลูกชายของป้าเอง ขอบใจนะที่โทร.มาบอกเรื่องนี้กับป้า”
“แล้วคุณป้าจะดำเนินการเรื่องนี้ยังไงคะ” อัญชิสาถามด้วยความสงสัย เธออยากรู้ว่ามารดาของชายหนุ่มที่เธอรักมีแผนที่จะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร
“ก็คงต้องเรียกตัวรุจมาถามไถ่ให้รู้เรื่องก่อน”
“แค่เรียกตัวมาถามเท่านั้นเองหรือคะคุณป้า” หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงผิดหวัง ก่อนจะเสนอแนะวิธีจัดการกับเรื่องนี้
“อัญว่าคุณป้าน่าจะหาวิธีจัดการกับนังเทย่าก่อนที่พี่รุจจะหลงมันจนถอนตัวไม่ขึ้น เอาเงินฟาดหัวให้มันออกไปจากชีวิตของพี่รุจได้ยิ่งดีค่ะ”
รจนายิ้มอย่างขบขันกับความคิดของอัญชิสา
จะให้เอาเงินฟาดหัวหลานสาวหัวแก้วหัวแหวนของคุณหญิงทิพย์มณี ซึ่งเป็นถึงทายาทเพียงคนเดียวของสตาร์ไดมอนด์ ต้องใช้เงินเท่าไรถึงจะเพียงพอ
“ป้าจะจัดการเรื่องนี้เองนะจ๊ะ ป้าจะเรียกพ่อตัวดีมาถามให้รู้เรื่องภายในวันนี้เลย แค่นี้ก่อนนะหนูอัญป้ามีสายซ้อน”
“ค่ะคุณป้า”
อัญชิสาวางสายไปพร้อมกับความรู้สึกขุ่นเคือง ที่มารดาของอติรุจทำไม่ได้ดั่งใจเธอ เพราะเธอไม่ได้ต้องการแค่ให้เรียกตัวอติรุจมาถามเรื่องนี้ แต่ต้องการให้มารดาของเขาจัดการไล่แม่นั่นออกไปให้พ้นทาง ถ้าขจัดเสี้ยนหนามตำใจออกไปได้เมื่อไรเธอจะได้สานต่อความสัมพันธ์กับชายที่เธอรักโดยไร้ซึ่งอุปสรรค ด้วยทะนงว่าบิดาของตนนั้นสนิทสนมกับบิดาของเขา ถ้าผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันได้มีหรือที่อติรุจจะกล้าบ่ายเบี่ยง เขาต้องยอมทำทุกอย่างตามความต้องการของบุพการีแน่นอน อัญชิสานึกกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจ ภารกิจที่สำคัญในตอนนี้คือต้องจัดการกำจัดมารหัวใจออกไปให้พ้นทาง แล้วทุกอย่างก็จะง่ายขึ้น
“ใครโทร.มาหรือคุณ” อติเทพเอ่ยถามภรรยา
“จะใครซะอีกละคะถ้าไม่ใช่หนูอัญลูกสาวเพื่อนสนิทของคุณ”
“อัญโทร.มาทำไม มีปัญหาอะไรหรือเปล่า”
“เขาโทร.มาฟ้องเรื่องลูกชายตัวดีของเราแอบซุกซ่อนผู้หญิงไว้ในบ้านค่ะ”
“ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนี่”
“คุณว่าไม่แปลกหรือคะ ปกติฉันไม่เคยเห็นลูกสนใจผู้หญิงคนไหนมาก่อน วัน ๆ ก็ทำแต่งานไม่ต่างจากคุณ แล้วจู่ ๆ ก็มีข่าวว่าซุกผู้หญิงไว้ในบ้านโดยที่เราไม่รู้”
“คุณจะกังวลอะไร เรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องธรรมดาของผู้ชาย ไม่เสียหายอะไรไม่ใช่หรือ เพราะนายรุจเองก็ยังไม่ได้แต่งงานมีครอบครัว”
“ฉันก็แค่อยากรู้เท่านั้นเองค่ะว่าลูกชายของเรากำลังคบหาดูใจอยู่กับใคร และความสัมพันธ์เลยเถิดกันไปถึงขั้นไหนแล้ว”
“อัญบอกคุณหรือเปล่าว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร”
“ก็ไม่ได้บอกรายละเอียดอะไรหรอกค่ะ แต่ฉันได้ยินหนูอัญเรียกเธอว่าเทย่า”
“เทย่า!!” อติเทพทวนซ้ำ สีหน้าของเขามีแววครุ่นคิด
“ใช่ค่ะ มีอะไรหรือคะ”
“คุณจำเรื่องที่ผมเคยเล่าให้คุณฟังได้ไหม”
“เรื่องอะไรคะ”
“ก็เรื่องที่ผมบังเอิญพบนายรุจอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่งที่โรงพยาบาลของเรา ดูท่าทางจะสนิทสนมกันไม่น้อย วันนั้นผมได้ยินนายรุจเรียกผู้หญิงคนนั้นว่าเทย่า”
“หรือว่าจะเป็นคนเดียวกัน”
“คุณมาถามผมได้ยังไง ต้องไปถามลูกชายตัวดีของคุณโน่น”
“นั่นสิคะ ฉันคงต้องเรียกตัวนายรุจมาคุยกันให้รู้เรื่อง และจะสั่งให้รุจพาสาวปริศนามาพบเราด้วย”
มือไวเท่าความคิด รจนารีบโทร.ไปสั่งการให้พ่อลูกชายตัวดีมาพบที่บ้านโดยด่วน พร้อมทั้งให้พาหญิงสาวปริศนาคนดังกล่าวมาด้วย อติรุจรู้สึกหนักใจไม่น้อย คิดอยู่เหมือนกันว่าเรื่องนี้จะต้องรู้ถึงหูพ่อแม่ของเขาเข้าสักวัน แต่ไม่คิดว่าพวกท่านจะรู้เรื่องไวขนาดนี้ เขาโทร.ไปเล่าเรื่องนี้ให้ทรรศิกาฟังและบอกให้เธอเตรียมตัวไว้ ตอนเย็นเขาจะขับรถไปรับและพาเธอไปแนะนำให้รู้จักกับบิดามารดาของเขา
อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง
เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย
หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ
“เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่
สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั
ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”







