LOGINเมื่ออติรุจไปถึงบ้านเขาขอขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว จากนั้นก็ขับรถพาทรรศิกาตรงไปที่บ้านของเขา ระหว่างทางทรรศิกาเห็นสีหน้าของเขาดูเคร่งเครียด ทำให้เธอต้องเอ่ยถาม
“คุณกังวลเรื่องที่จะต้องพาเทย่าไปพบพ่อกับแม่ของคุณใช่ไหมคะ”
“ใช่ หรือคุณไม่กังวล”
ทรรศิกาหันไปจ้องหน้าเขา “ตอบคำถามเทย่ามาก่อน คุณเต็มใจที่จะรับเทย่าเป็นภรรยาของคุณหรือเปล่า”
อติรุจหันมาสบตาเธอพร้อมตอบด้วยความหนักแน่น “ที่สุด เรื่องนั้นไม่ต้องถามเลย”
“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีอะไรต้องกังวล”
“ที่คุณพูดแบบนี้เพราะคุณยังไม่รู้จักพ่อกับแม่ของผมดีพอ”
“เทย่าก็กำลังจะไปทำความรู้จักกับพวกท่านอยู่นี่ไงคะ เลิกกังวลเถอะค่ะ เทย่าเชื่อว่าอย่างน้อยพวกท่านก็จะให้โอกาสเราได้อธิบาย อยู่ที่ว่าคุณจะพูดให้พวกท่านยอมรับในตัวเทย่าได้มากน้อยแค่ไหน”
“ดูคุณจะไม่วิตกกังวลอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้เลยนะเทย่า”
“ตราบใดที่มีคุณอยู่เคียงข้างก็ไม่มีอะไรที่ต้องกังวล เพราะเทย่ารู้ว่าคุณจะสามารถอธิบายให้พวกท่านเข้าใจเรื่องของเราได้แน่ และเทย่าก็มั่นใจในเสน่ห์ของตัวเอง เทย่าทำให้พวกท่านรักและเอ็นดูเทย่าได้อยู่แล้วล่ะค่ะ”
คำพูดของทรรศิกาทำให้อติรุจยิ้มออกมาได้ “ในเมื่อคุณมั่นใจในตัวผมมากขนาดนี้ ผมคงต้องทำให้ดีที่สุด”
“ค่อยพูดค่อยจานะคะ อย่าให้ถึงกับต้องตัดขาดความเป็นพ่อลูกกัน หากพวกท่านยังไม่ยอมรับความสัมพันธ์ของเราในวันนี้ก็ไม่เป็นไร โอกาสหน้ายังมี ไว้เราค่อยมากราบท่านใหม่พร้อมกับทายาทตัวน้อยของเรา รับรองได้เลยว่าพวกท่านต้องใจอ่อนแน่นอน” แววตาของทรรศิกาฉายชัดถึงความเจ้าเล่ห์เพทุบาย
“เราคงต้องรีบมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ แล้วล่ะเทย่า ผมอยากมีลูกกับคุณ”
“อันนี้มันก็ขึ้นอยู่ที่ความสามารถของคุณเองด้วยนะคะ”
“คุณไม่ต้องกังวลเลย รับรองว่าผมเสกเด็กเข้าท้องคุณได้แน่”
“คนอื่น ๆ จะรู้ไหมนะว่านายแพทย์อติรุจของพวกเขาก็หื่นไม่เบาเหมือนกัน”
อติรุจยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยนก่อนจะเลี้ยวรถเข้าไปจอดหน้าคฤหาสน์ของบิดา ดูจากความใหญ่โตโอ่อ่าที่พักอาศัยของเขาแล้ว ทำให้ทรรศิการู้ว่าครอบครัวของเขาจัดได้ว่าเป็นมหาเศรษฐีในอันดับต้น ๆ ของเมืองไทย เขาเดินมาเปิดประตูรถให้เธอ
“คุณพร้อมที่จะเผชิญปัญหากับผมหรือยังเทย่า”
“พร้อมเสมอ”
นายแพทย์หนุ่มโอบไหล่บอบบางของทรรศิกาเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ เมื่อก้าวเท้าเข้าไปในตัวบ้านเด็กรับใช้ก็รีบทำความเคารพเขาและเดินนำเขาไปยังห้องรับรอง ซึ่งบิดาและมารดาของเขากำลังนั่งรออยู่ อติรุจจูงมือหญิงสาวเข้าไปในห้องนั้นโดยไม่ลังเล ชายหนุ่มทำความเคารพบุพการี ก่อนจะหันไปแนะนำให้ทรรศิการู้จักกับบุคคลในครอบครัวของเขา
“นี่คุณพ่อกับคุณแม่ของผม”
ทรรศิกายกมือไหว้ผู้สูงวัยทั้งสองด้วยความนอบน้อม พวกท่านรับไหว้และบอกให้ทั้งคู่นั่งลง
“พ่อครับ แม่ครับ นี่เทย่า”
“แม่ได้ยินข่าวแว่วมาว่ารุจแอบซุกซ่อนผู้หญิงไว้ในบ้าน ดูเหมือนว่ามันจะเป็นเรื่องจริง” รจนาเปิดประเด็นการสนทนาไปพร้อมกับการพิจารณาหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงหน้า น้ำเสียงของเธอเรียบเรื่อยมิได้บ่งบอกอารมณ์ความรู้สึกใด ๆ
‘ยัยอัญชิสานี่ก็ร้ายไม่ใช่เล่นเหมือนกันนะ อยากได้ผู้ชายจนตัวสั่นถึงขนาดคาบข่าวมาฟ้องแม่ของเขา’
ทรรศิกานึกนินทาอีกฝ่ายอยู่ในใจ และมิได้พูดอะไรได้แต่นิ่งฟังการสนทนาที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างตั้งใจ เพราะอยากรู้เหมือนกันว่าอติรุจจะชี้แจงถึงความสัมพันธ์ระหว่างเขาและเธอให้บิดามารดาฟังว่าอย่างไร
“ใครเป็นคนนำเรื่องนี้มาเล่าให้คุณแม่ฟังครับ” อติรุจพอจะเดาคำตอบได้ไม่ยากแต่อยากได้ยินให้ชัด ๆ จากปากของมารดา
“รุจอย่าสนใจเลยว่าใครมาเล่าเรื่องนี้ให้แม่ฟัง ประเด็นสำคัญมันอยู่ที่ว่าสิ่งที่เขานำมาเล่าเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า”
“เขาไม่ได้บอกแม่หรือครับว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร”
“บอก แต่แม่อยากฟังจากปากของรุจเองมากกว่า คำพูดของใครก็ไม่สำคัญมากไปกว่าคำพูดของลูก แม่ถึงได้โทร.ให้รุจมาพบพ่อกับแม่ที่นี่”
“เทย่าเป็นภรรยาของผมครับแม่ เธอก็เป็นผู้หญิงที่ผมรัก และผมไม่ได้ซุกซ่อนเธอไว้อย่างที่แม่เข้าใจ ผมกับเทย่าได้ไปจดทะเบียนสมรสกันมาก่อนหน้านี้แล้วครับ ไม่ผิดใช่ไหมครับที่สามีภรรยาจะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน” อติรุจพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังหนักแน่น
คำตอบของบุตรชายทำให้ผู้อาวุโสทั้งสองหันมาสบตากัน
อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง
เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย
หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ
“เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่
สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั
ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”






![คุณเลขากับสามีทิพย์ [ Comedy 18++]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
