Share

บทที่ 117

last update publish date: 2026-09-18 00:07:51

            ค่ำคืนนั้นอติรุจก็อยู่เฝ้าทรรศิกาเหมือนเช่นเคย  ทั้งที่หญิงสาวบอกกับเขาว่าไม่จำเป็นต้องเป็นห่วง เธออยู่คนเดียวได้และให้เขากลับไปนอนพักผ่อนที่บ้านสบาย ๆ เพราะเหนื่อยกับการทำงานหนักมาทั้งวันแล้ว แต่อีกฝ่ายปฏิเสธเขายังคงนอนเฝ้าเธอที่โรงพยาบาล

            “บอกให้กลับไปนอนพักผ่อนที่บ้านก็ไม่ยอมไป ทำไมถึงดื้อแบบนี้นะ”

            “ผมก็ติดนิสัยนี้มาจากคุณไง แปลกจริงทำไมคุณถึงชอบไล่ผมกลับบ้านอยู่เรื่อย ไม่รู้หรือไงว่าผมอยากอยู่ใกล้คุณตลอดเวลา”

            “ขอให้จริงเถอะ”

            สิ่งหนึ่งที่ทรรศิกายังไม่รู้คืออัญชิสามักจะตามมายุ่งวุ่นวาย และก่อความรำคาญให้กับเขาทั้งที่บ้านและที่ทำงาน ทำให้เขารู้สึกเบื่อหน่ายแต่ก็ไม่สามารถพูดจาหรือทำอะไรที่รุนแรงกับเธอได้ ด้วยเกรงว่าจะไปมีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ฉันเพื่อนระหว่างบิดาเขาและบิดาของเธอ

            เพราะเหตุนี้ทำให้เขาต้องอดทนและทำได้เพียงหลบเลี่ยงที่จะพบปะ หรืออยู่ใกล้ชิดอัญชิสาตามลำพัง และที่เขาไม่บอกให้ทรรศิการับรู้เรื่องนี้ เพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายเป็นกังวลกับเรื่องไร้สาระ

            หารู้ไม่ว่าพายุลูกใหญ่กำลังจะพัดผ่านมาทำให้ชีวิตรักระหว่างเขาและเธอเกิดรอยร้าว

            “นอนได้แล้ว ดึกมากแล้วนะ คุณต้องนอนพักผ่อนมาก ๆ รู้ไหม” อติรุจเอ่ยเมื่อเห็นทรรศิกากดรีโมตทีวีเปลี่ยนช่องไปมา

            “ก็เทย่ายังไม่ง่วงนี่คะ คุณสั่งให้เทย่านอนทั้งวันจนเทย่าเบื่อจะแย่อยู่แล้ว”

            “บ่นเป็นคนแก่ไปได้”

            “ถ้าคุณไม่เพลียมากจนเกินไปอยู่เป็นเพื่อนคุยกับเทย่าก่อนได้ไหมคะ”

            “ได้สิ ทำไมจะไม่ได้”

            “ขอถามอะไรคุณสักอย่างนะ”

            “อยากถามอะไรก็ถามมาสิ”

            “เขาว่ากันว่าเวลาที่ผู้ชายจะมีอะไรกับผู้หญิง พวกเขามักจะชอบให้ผู้หญิงเม้กอัป เป็นความจริงหรือเปล่าคะ”

            อติรุจเผลอหัวเราะออกมาเมื่อได้ยินคำถามของภรรยา เขาใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้เอื้อมไปจับปลายจมูกรั้นนั้นบีบเบา ๆ อย่างเอ็นดู

            “ไปเอาความคิดเพี้ยน ๆ นี้มาจากไหน”

            “แล้วมันจริงอย่างที่เขาว่ากันหรือเปล่าล่ะ”

            “ไม่จริงหรอกเทย่า คนอื่นเป็นยังไงผมไม่รู้ แต่สำหรับผมแล้วไม่ว่าคุณจะเม้กอัปหรือไม่มันก็ไม่สำคัญสักนิด เพราะผมรักคุณที่ตัวคุณ ไม่ว่าคุณจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรผมก็ยังรักคุณ และทำเรื่องอย่างว่ากับคุณได้อยู่ดี”

            “จริงนะ”

            “จริงสิ นี่ถ้าไม่ติดว่าคุณยังไม่หายดีล่ะก็ผมจะพิสูจน์ให้คุณเห็น”

            ทรรศิกายิ้มออกมาอย่างพึงพอใจในคำตอบของเขา

            “ที่นี่โรงพยาบาลนะคะ ห้ามคุณทำอะไรรุ่มร่ามตามแต่ใจเด็ดขาด”

            “ผมถึงได้พยายามอดทนอยู่นี่ไง ถ้าหายสงสัยแล้วก็นอนซะ เพราะถ้าคุณยังไม่นอนและผมเกิดทนไม่ไหวขึ้นมาคุณนั่นแหละจะเดือดร้อน”

            อติรุจดูแลห่มผ้าให้ทรรศิกาก่อนจะโน้มตัวไปจูบที่หน้าผากเธอ เมื่อแน่ใจว่าหญิงสาวหลับแล้วจริง ๆ เขาจึงเดินกลับไปที่เตียงนอนซึ่งถูกจัดเตรียมไว้สำหรับญาติผู้ป่วยที่มานอนเฝ้าไข้

            เมื่ออาการของทรรศิกาดีขึ้นจนเกือบหายเป็นปกติ เธอจึงได้รับอนุญาตให้กลับไปพักฟื้นต่อที่บ้านได้ในวันรุ่งขึ้น คืนนั้นเธอได้ขอร้องให้อติรุจกลับไปนอนพักผ่อนที่บ้านและค่อยกลับมารับเธอในตอนเช้า ตอนแรกเขาก็อิดออดแต่สุดท้ายก็ยอมทำตามคำขอร้องของเธอแต่โดยดี

            เช้าวันต่อมาในขณะที่อติรุจกำลังจะออกไปรับทรรศิกาที่โรงพยาบาล อัญชิสาก็เดินทางมาที่บ้านพอดี เธอถือวิสาสะเดินเข้ามาในบ้านราวกับที่นี่เป็นบ้านของตนเอง

            “พี่รุจกำลังจะออกไปไหนหรือคะ” อัญชิสาเอ่ยถามด้วยความสงสัย

            “เทย่าจะออกจากโรงพยาบาลวันนี้พี่ก็เลยจะไปรับ”

            ใบหน้าของอัญชิสาบึ้งตึงไปชั่วขณะเมื่อได้ยินคำตอบนั้น

            ‘นังเทย่า มารหัวใจชัด ๆ ทำไมหล่อนไม่ลงนรกไปซะทีนะ’

            “ให้อัญไปด้วยนะคะ แต่ขออัญดื่มกาแฟสักแก้วก่อนไปได้ไหมคะ”

            “แต่ว่าพี่ต้องรีบไป”

            “ดื่มกาแฟแค่แก้วเดียวเองค่ะ คงเสียเวลาไม่นานนักหรอกค่ะ นะคะพี่รุจ”

            อติรุจอยากที่จะปฏิเสธ แต่เมื่อเห็นว่ายังพอมีเวลาเหลือ ก็เลยจำต้องฝืนใจยอมทำตามที่อีกฝ่ายร้องขอ

            อัญชิสาถือโอกาสนี้เดินเข้าไปจัดเตรียมกาแฟให้ตัวเอง โดยไม่ลืมที่จะทำเผื่อเขาด้วย

            “กาแฟค่ะพี่รุจ”

            “อัญดื่มเถอะ พี่ทานอาหารเช้าเรียบร้อยแล้ว”

            “แต่อัญทำมาเผื่อพี่รุจแล้วนี่คะ พี่รุจดื่มอีกสักแก้วนะคะ”

            อติรุจรับกาแฟแก้วนั้นมาดื่มให้สิ้นเรื่องสิ้นราว จะได้รีบออกเดินทางไปรับทรรศิกาที่โรงพยาบาล ระหว่างที่นั่งรออัญชิสาดื่มกาแฟอยู่นั้นจู่ ๆ เขาก็เกิดอาการมึนงงโดยไม่ทราบสาเหตุ อติรุจพยายามสลัดความมึนงงที่เกิดขึ้นโดยฉับพลัน อัญชิสายิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อเห็นอาการของเขา เธอเดินเข้าไปนั่งลงข้างตัวหมอหนุ่มที่เธอรักพร้อมกับแสร้งถามด้วยความห่วงใย

            “พี่รุจเป็นอะไรหรือเปล่าคะ”

            “เปล่า...เรารีบไปกันเถอะ เดี๋ยวเทย่าจะรอนาน”

            “แต่สีหน้าของพี่รุจดูไม่ดีเลย อัญว่านั่งพักอีกสักครู่ดีกว่านะคะ”

            อัญชิสาเบียดตัวเข้าไปชิดจนแทบจะเกยขึ้นไปบนตักของอติรุจ เธอพยายามพูดจาหว่านล้อมเขา เพราะขืนปล่อยให้เขาขับรถออกไปตอนนี้ก็เสียแผนเธอหมดน่ะสิ ดีไม่ดีอาจจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นกลางทางด้วยซ้ำ

            ไม่ว่ายังไงเธอก็ต้องรั้งให้เขาอยู่กับเธอจนกว่ายาจะออกฤทธิ์ แล้วโอกาสของเธอก็มาถึงเมื่ออติรุจหลับไปในที่สุด อัญชิสาประคองร่างของเขาขึ้นไปที่ห้องนอนด้านบนด้วยความทุลักทุเลแต่สุดท้ายเธอก็ทำสำเร็จ

            เมื่อพาเขามานอนที่เตียงหญิงสาวก็จัดการถอดเสื้อเขาออก จากนั้นก็ใช้มือถือของอติรุจส่งข้อความไปให้ทรรศิกา แล้วก็ลงมือถอดเสื้อผ้าของตนเองและก้าวขึ้นไปนอนเคียงข้างเขา พร้อมกับกอดก่ายเขาเอาไว้ แววตาของอัญชิสาฉายแววเจ้าเล่ห์

            “รับรองได้เลยว่าเมื่อนังเทย่าได้มาเห็นภาพบาดตาบาดใจแบบนี้ล่ะก็ แกต้องเผ่นกระเจิงแน่ ๆ ไม่ว่ายังไงพี่รุจก็จะต้องเป็นของฉัน แกไม่มีวันแย่งเขาไปจากฉันได้หรอก” หญิงสาวยิ้มออกมาด้วยความสะใจ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 129

    อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 128

    เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 127

    หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 126

    “เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 125

    สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 124

    ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status