LOGINอติรุจเคาะประตูห้องทำงานของผู้อำนวยการโรงพยาบาล เมื่อได้ยินเสียงอนุญาตสองหนุ่มจึงเปิดประตูและเดินเข้าไปนั่งลงตรงข้ามผู้อำนวยการและภริยา
“พ่อกับแม่มีเรื่องอะไรจะคุยกับเราหรือครับ”
“คุณจะพูดเองหรือจะให้ฉันพูดคะ”
“ผมพูดเอง” อติเทพตอบภรรยาก่อนจะหันไปพูดกับบุตรชาย
“พ่ออยากให้รุจกลับมาช่วยงานพ่อที่นี่ เราด้วยนายอิท โรงพยาบาลของเราต้องการหมอรุ่นใหม่ไฟแรงที่มีความรู้ความสามารถอีกมาก พ่อก็เลยอยากให้รุจและอิทมาช่วยงานพ่อที่โรงพยาบาลนี้”
คำพูดที่ตรงไปตรงมาของบิดาทำให้อติรุจนิ่งไปพักใหญ่ ใบหน้าของเขาฉายแววครุ่นคิด
อติเทพย้อนนึกถึงคำพูดของทรรศิกา ที่เคยพูดกับเขามาก่อนหน้านี้ว่าอติรุจไม่ชอบให้ใครมาบีบบังคับ ยิ่งถ้าเราไปบังคับเขาก็จะยิ่งต่อต้าน
นั่นเท่ากับว่าเราผลักไสเขาทางอ้อม ทางที่ดีควรพบกันครึ่งทาง ทำให้เขาเอ่ยกับบุตรชาย
“พ่อจะไม่บีบบังคับให้รุจต้องทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ อย่างเช่นการกลับมาเป็นหัวหน้าสุดยอดทีมแพทย์ของเรา แต่พ่ออยากให้รุจกลับมาช่วยบริหารงานที่โรงพยาบาลนี้”
“รุจกลับมาช่วยงานพ่อกับแม่ที่นี่ได้ไหมลูก” รจนาเอ่ยกับบุตรชาย แววตาของเธออ่อนโยน
สายตาของมารดาและคำพูดขอร้องแบบตรงไปตรงมาของบิดาทำให้อติรุจคิดหนัก ทรรศิกาเองก็เคยพูดหว่านล้อมเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทำให้เขาเก็บคำพูดของเธอมาคิด
สุดท้ายจึงตัดสินใจที่จะกลับมาช่วยบิดามารดาบริหารงานที่โรงพยาบาลแห่งนี้ ซึ่งเปรียบเสมือนอาณาจักรของครอบครัวเขา
“ถ้าพ่อให้อิสระในการทำงานกับผม ผมก็ยินดีที่จะกลับมาช่วยงานพ่อกับแม่ที่นี่ครับ แต่คงต้องให้เวลาผมไปจัดการเคลียร์งานกับโรงพยาบาลเดิมให้เรียบร้อยก่อน”
“ขอบใจนะลูกที่ยอมกลับมาช่วยงานเรา” อติเทพเอ่ยก่อนจะหันไปถามเพื่อนของบุตรชาย
“ว่าไงนายอิท เราจะมาช่วยงานพ่อกับแม่ที่นี่ได้ไหม”
อิทธิพลหันไปสบตาอติรุจก่อนจะหันมายิ้มให้บิดามารดาของเพื่อน “ด้วยความยินดีครับพ่อ”
อติเทพพยักหน้าอย่างพึงพอใจกับคำตอบ
ในเวลาเดียวกันนั้นเองทรรศิกาได้พูดคุยกับนับดาวถึงเรื่องที่คุณย่ามาเยี่ยมตนเองที่นี่ พร้อมกับประหลาดใจว่าเหตุใดคุณย่าถึงทราบเรื่องที่เธอโดนทำร้าย และถูกส่งตัวมารักษาที่โรงพยาบาลนี้
“น่าแปลกนะดาวทำไมคุณย่าถึงรู้เรื่องที่เทย่าโดนทำร้าย” ทรรศิกาตั้งข้อสงสัย
คำพูดนั้นมีผลทำให้มือที่กำลังปอกผลไม้ของนับดาวหยุดชะงักลง วินาทีนั้นเธอตัดสินใจที่จะพูดความจริง
“ดาวเป็นคนโทร.บอกคุณย่าเองแหละ ตอนนั้นดาวตกใจมากและทำอะไรไม่ถูกเลย รู้แต่ว่าควรบอกเรื่องนี้ให้คุณย่ารับรู้ก็เลยโทร.เข้ามือถือของท่าน”
ดวงตาของทรรศิกาเบิกโพลง
“คุณย่ารับสายของดาว”
“ใช่ พอท่านรู้เรื่องที่เทย่าถูกทำร้ายอาการสาหัสท่านก็ตกใจมาก และบอกว่าจะรีบเดินทางมาดูอาการของเทย่าที่นี่ คุณย่ามาเยี่ยมเทย่าหลายครั้งด้วยความเป็นห่วง แต่มักจะมาตอนที่เทย่าหลับ”
“รุจเขาก็บอกเทย่าแบบนี้เหมือนกัน ขอบใจนะดาว เป็นเพราะดาวเทย่าถึงได้รู้ว่าคุณย่ายังรักและเป็นห่วงเทย่าเสมอ ตอนแรกเทย่าก็รู้สึกน้อยใจกับบทลงโทษของคุณย่า แต่เมื่อเวลาผ่านไปทำให้เทย่ารู้ว่าทุกอย่างที่คุณย่าทำล้วนทำเพื่อเทย่า บทลงโทษของคุณย่าทำให้เทย่าได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ มากมาย ที่ผ่านมาเทย่าใช้ชีวิตให้หมดไปวัน ๆ อย่างคนไร้ค่า และไม่เคยนึกถึงอนาคตของตนเอง จนกระทั่งเจอบทลงโทษของคุณย่าเข้าไป เทย่าถึงได้เรียนรู้ว่าคนเราควรดำเนินชีวิตให้มีคุณค่าอย่างไร”
นับดาวกุมมือเพื่อน “ถ้าดาวทำผิดต่อเทย่า เทย่าจะอภัยให้ดาวได้ไหม”
“ทำไมดาวถึงพูดแปลก ๆ แบบนี้ สารภาพมาซะดี ๆ ว่าดาวทำความผิดอะไร”
“ดาวแค่พูดเผื่อไว้เท่านั้น”
“ไม่ต้องห่วงนะดาว ไม่ว่าดาวจะทำผิดต่อเทย่าร้ายแรงแค่ไหน เทย่าก็จะให้อภัยดาวเสมอ เพราะดาวเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเทย่า”
คำพูดหนักแน่นของทรรศิกาทำให้สิ่งที่หนักอึ้งอยู่ในหัวใจของนับดาวเบาบางลงได้อย่างไม่น่าเชื่อ และนั่นทำให้นับดาวยิ้มออกมาได้อย่างสบายใจ สองสาวยิ้มให้กันและกันอย่างอบอุ่น
อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง
เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย
หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ
“เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่
สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั
ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”







