Share

บทที่ 19

last update Tanggal publikasi: 2026-09-17 23:35:44

           “ขึ้นชื่อว่าผู้ชายก็ไว้ใจไม่ได้ทั้งนั้น”

            “จริงของดาว...ผู้ชายไว้ใจไม่ได้สักคน”

            “ว่าแต่เทย่าโดนเขามอมเหล้าจริงหรือ ไม่เห็นเทย่าเล่าให้ฟังเลย”

            “จริง! แต่ช่างมันเถอะ เรื่องมันผ่านไปแล้ว”

            นับดาวไม่ได้ซักถามต่อในเรื่องนี้เพราะรู้นิสัยของเพื่อนรักดีว่า ถ้าเธออยากเล่าจะเป็นฝ่ายเล่าให้ฟังเอง แต่ถ้าไม่พูดให้ง้าง ปากอย่างไรก็ไม่เป็นผลสำเร็จ

            “แล้วผู้ชายคนนี้ล่ะเป็นใคร!?” นับดาวเอ่ยถามด้วยความสงสัย พร้อมกับชี้นิ้วไปที่ภาพถ่ายของผู้ชายที่ประคองร่างของทรรศิกาเดินมาที่รถ

            “จะตอบยังไงดี เอาเป็นว่าเขาเป็นผู้ชายที่ช่วยให้เทย่ารอดพ้นเงื้อมมือของกรมาได้ และขอยืนยันอีกครั้งว่าเทย่าไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับผู้ชายสองคนนี้ เราไม่ได้มีอะไรกันอย่างที่เป็นข่าว”

            “ดาวเชื่อคำพูดของเทย่า แต่คนอื่นล่ะ ป่านนี้คนเขาคงคิดไปไกลแล้วว่า เทย่ากับนายกรอะไรนั่นจูงมือกันขึ้นสวรรค์ชั้นฟ้าไปถึงไหนต่อไหนแล้ว”

            “เทย่าไม่สนใจความคิดของคนอื่นหรอกนะดาว พวกเขาไม่เคยมีอิทธิพลกับชีวิตของเทย่า อีกอย่างข่าวเมาท์มอยพวกนี้อีกไม่นานคนก็ลืม”

            “แล้วความรู้สึกของคุณย่าเมื่อท่านได้อ่านข่าวนี้ล่ะ” คำพูดของนับดาวทำให้ทรรศิกาถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ

            “ดาวคิดว่าคุณย่าจะเห็นข่าวนี้เหมือนกันหรือ”

            “แม้จะเป็นคอลัมน์เล็ก ๆ แต่ก็ถือเป็นข่าวเด็ดข่าวดัง เพราะคนที่ตกเป็นข่าวเป็นหลานสาวเพียงคนเดียวของคุณหญิงทิพย์มณี เจ้าของบริษัทอัญมณีชื่อดังก้องฟ้าเมืองไทย ข่าวเด็ดแบบนี้คิดหรือว่าคุณย่าจะไม่รู้ ถึงแม้ท่านอาจจะไม่ได้เห็นข่าวนี้ด้วยตัวเอง แต่เชื่อเถอะว่าจะต้องมีคนโทร.ไปเล่าเรื่องนี้ให้ท่านฟังแน่นอน”

            “มันก็จริงนะ ดาวว่าเทย่าควรทำยังไงดี แก้ข่าวดีไหม”

            “ถึงเทย่าจะพูดอะไรไปพวกเขาก็จะคิดว่ามันเป็นคำแก้ตัว เพราะภาพพจน์ของเทย่าที่ผ่านมาโดยส่วนใหญ่มันเป็นในแง่ลบแทบทั้งนั้น”

            “โน่นก็ไม่ดี นี่ก็ไม่ได้ มันเป็นปัญหาโลกแตกชัด ๆ ดาวคิดว่าเทย่าควรจะทำยังไงกับปัญหานี้”

            “ก็ใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหวสิ”

            “ดาวจะไม่ให้เทย่าตอบโต้ข่าวซุบซิบพวกนี้”

            “ใช่ ก็เทย่าพูดเองว่าเทย่าไม่สนใจความคิดเห็นของคนอื่น และอีกไม่นานคนก็จะลืมไปเอง ไม่มีวิธีไหนดีไปกว่าวิธีนี้อีกแล้ว ยิ่งโต้ตอบก็จะยิ่งเข้าตัว นักข่าวจะต้องพยายามขุดคุ้ยเพื่อประโคมข่าว เกี่ยวกับความสัมพันธ์ลับของเทย่ากับเขาอีกแน่ หรือไม่ก็อาจจะมุ่งประเด็นไปที่ผู้ชายอีกคน โดยเขียนข่าวว่าเทย่ามั่วผู้ชายสองคนในเวลาเดียวกัน เพราะฉะนั้นอยู่เฉย ๆ เป็นดีที่สุด”

            ทรรศิกาเริ่มคล้อยตามความคิดของเพื่อน และเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเซ็งสุด ๆ “ก็คงต้องเป็นแบบนั้น”

            “ช่วงนี้ดาวขอแนะนำให้เทย่าหยุดทำตัวเป็นข่าวสักพัก โดยเฉพาะข่าวฉาวในทำนองนี้ และพยายามเร่งทำคะแนนให้คุณย่าเห็นว่าเทย่าปรับปรุงตัวเองได้แล้ว ท่านจะได้ยกเลิกมาตรการดัดนิสัยของเทย่า”

            “นั่นสิ! เฮ้อ! เซ็งที่สุด ไม่ได้ดั่งใจสักอย่าง เอาโทรศัพท์มาให้เทย่า” เธอแบมือขอโทรศัพท์คืน

            “คงจะไม่โทร.ไปวีนนักข่าวหรอกนะ”

            “เทย่าจะส่งอีเมลถึงคุณย่าต่างหาก”

            “ส่งอีเมล!” นับดาวทวนคำของเพื่อนด้วยความประหลาดใจ

            “ใช่ เทย่าเคยบอกดาวแล้วไงว่าติดต่อคุณย่าไม่ได้เลย โทร.ไปท่านก็ปิดเครื่อง เทย่าก็เลยเลือกที่จะส่งอีเมลไปหาท่านทุกวัน เพราะมันเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้เทย่าติดต่อกับคุณย่าได้ และก็มั่นใจว่าคุณย่าจะต้องเปิดอ่านเมลที่เทย่าส่งไปให้แน่นอน แม้ว่าจะไม่เคยตอบกลับมาก็ตาม”

            “แล้วจะเขียนไปว่าอะไร”

            “ก็เล่าความจริงทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้ท่านฟัง หวังว่าคุณย่าจะเชื่อสิ่งที่เทย่าเล่า มากกว่าที่จะเชื่อข่าวบ้า ๆ ในหน้าหนังสือพิมพ์นั่น”

            ทรรศิกาส่งข้อความชี้แจงเรื่องราวทั้งหมดที่เป็นข่าวผ่านอีเมลให้คุณย่า และได้แต่หวังว่าคุณย่าจะเชื่อคำพูดของเธอ

            “เรียบร้อยแล้ว หวังว่าคุณย่าจะเข้าใจเทย่าหลังจากที่ได้อ่านเมลนี้”

            ในเวลานั้นเองคุณหญิงทิพย์มณีกำลังนั่งอ่านข่าวหนังสือพิมพ์อย่างเพลิน ๆ ฉับพลันสายตาก็เหลือบไปเห็นข่าวซุบซิบไฮโซเกี่ยวกับแม่หลานสาวตัวดี ตอนแรกก็นึกว่าตนเองตาฝาดจนต้องขยับแว่นและตั้งใจอ่านข่าวนั้นอีกครั้ง แต่ไม่ว่าจะอ่านทวนอีกสักกี่ครั้ง แต่ภาพและข่าวที่โชว์หราอยู่ในหนังสือพิมพ์ก็ยังคงเป็นหลานสาวของตนเองอยู่ดี

            ภาพข่าวของทรรศิกาที่ดูจะหนักข้อขึ้นทุกวัน คราวนี้เป็นข่าวในทำนองชู้สาวกับผู้ชายสองคนในเวลาเดียวกัน ทำให้คุณหญิงเกิดอาการช็อกอันเนื่องมาจากความเครียด เธอรู้สึกตาพร่า วิงเวียนศีรษะ และหายใจไม่ออก แม้จะสูดลมหายใจลึก ๆ แล้วก็ตามแต่อาการก็ยังไม่ดีขึ้น แถมยังมีอาการแน่นหน้าอกขึ้นมาอย่างเฉียบพลัน จึงพยายามจะเดินไปหยิบยาที่วางอยู่บนโต๊ะ แต่ก้าวไปได้เพียงสองก้าวก็ล้มลงกับพื้นและหมดสติไปในเวลาต่อมา

            หลังจากนั้นไม่นานสร้อยก็เดินถือถาดของว่างเข้ามาภายในห้องดังกล่าว ทันทีที่เห็นร่างของคุณหญิงนอนหมดสติอยู่บนพื้นสร้อยถึงกับเผลอปล่อยถาดในมือ พร้อมกับวิ่งตรงเข้าไปประคองร่างของเจ้านาย และพยายามเรียกสติของคุณหญิงทิพย์มณีแต่ก็ไร้ผล ใบหน้าของคุณหญิงซีดเผือดจนน่าตกใจ

            “คุณหญิงคะ...คุณหญิงเป็นอะไรไปคะ...คุณหญิง”

            เมื่อไม่มีเสียงตอบรับทำให้สร้อยร้อนใจจนต้องสั่งให้คนรถนำรถออก เพื่อพาตัวคุณหญิงไปส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน โชคดีที่ถึงมือหมอภายในเวลารวดเร็ว ทำให้หมอสามารถรักษาอาการของคุณหญิงได้ทันท่วงที

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 129

    อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 128

    เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 127

    หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 126

    “เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 125

    สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 124

    ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status