Masuk“ขึ้นชื่อว่าผู้ชายก็ไว้ใจไม่ได้ทั้งนั้น”
“จริงของดาว...ผู้ชายไว้ใจไม่ได้สักคน”
“ว่าแต่เทย่าโดนเขามอมเหล้าจริงหรือ ไม่เห็นเทย่าเล่าให้ฟังเลย”
“จริง! แต่ช่างมันเถอะ เรื่องมันผ่านไปแล้ว”
นับดาวไม่ได้ซักถามต่อในเรื่องนี้เพราะรู้นิสัยของเพื่อนรักดีว่า ถ้าเธออยากเล่าจะเป็นฝ่ายเล่าให้ฟังเอง แต่ถ้าไม่พูดให้ง้าง ปากอย่างไรก็ไม่เป็นผลสำเร็จ
“แล้วผู้ชายคนนี้ล่ะเป็นใคร!?” นับดาวเอ่ยถามด้วยความสงสัย พร้อมกับชี้นิ้วไปที่ภาพถ่ายของผู้ชายที่ประคองร่างของทรรศิกาเดินมาที่รถ
“จะตอบยังไงดี เอาเป็นว่าเขาเป็นผู้ชายที่ช่วยให้เทย่ารอดพ้นเงื้อมมือของกรมาได้ และขอยืนยันอีกครั้งว่าเทย่าไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับผู้ชายสองคนนี้ เราไม่ได้มีอะไรกันอย่างที่เป็นข่าว”
“ดาวเชื่อคำพูดของเทย่า แต่คนอื่นล่ะ ป่านนี้คนเขาคงคิดไปไกลแล้วว่า เทย่ากับนายกรอะไรนั่นจูงมือกันขึ้นสวรรค์ชั้นฟ้าไปถึงไหนต่อไหนแล้ว”
“เทย่าไม่สนใจความคิดของคนอื่นหรอกนะดาว พวกเขาไม่เคยมีอิทธิพลกับชีวิตของเทย่า อีกอย่างข่าวเมาท์มอยพวกนี้อีกไม่นานคนก็ลืม”
“แล้วความรู้สึกของคุณย่าเมื่อท่านได้อ่านข่าวนี้ล่ะ” คำพูดของนับดาวทำให้ทรรศิกาถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ
“ดาวคิดว่าคุณย่าจะเห็นข่าวนี้เหมือนกันหรือ”
“แม้จะเป็นคอลัมน์เล็ก ๆ แต่ก็ถือเป็นข่าวเด็ดข่าวดัง เพราะคนที่ตกเป็นข่าวเป็นหลานสาวเพียงคนเดียวของคุณหญิงทิพย์มณี เจ้าของบริษัทอัญมณีชื่อดังก้องฟ้าเมืองไทย ข่าวเด็ดแบบนี้คิดหรือว่าคุณย่าจะไม่รู้ ถึงแม้ท่านอาจจะไม่ได้เห็นข่าวนี้ด้วยตัวเอง แต่เชื่อเถอะว่าจะต้องมีคนโทร.ไปเล่าเรื่องนี้ให้ท่านฟังแน่นอน”
“มันก็จริงนะ ดาวว่าเทย่าควรทำยังไงดี แก้ข่าวดีไหม”
“ถึงเทย่าจะพูดอะไรไปพวกเขาก็จะคิดว่ามันเป็นคำแก้ตัว เพราะภาพพจน์ของเทย่าที่ผ่านมาโดยส่วนใหญ่มันเป็นในแง่ลบแทบทั้งนั้น”
“โน่นก็ไม่ดี นี่ก็ไม่ได้ มันเป็นปัญหาโลกแตกชัด ๆ ดาวคิดว่าเทย่าควรจะทำยังไงกับปัญหานี้”
“ก็ใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหวสิ”
“ดาวจะไม่ให้เทย่าตอบโต้ข่าวซุบซิบพวกนี้”
“ใช่ ก็เทย่าพูดเองว่าเทย่าไม่สนใจความคิดเห็นของคนอื่น และอีกไม่นานคนก็จะลืมไปเอง ไม่มีวิธีไหนดีไปกว่าวิธีนี้อีกแล้ว ยิ่งโต้ตอบก็จะยิ่งเข้าตัว นักข่าวจะต้องพยายามขุดคุ้ยเพื่อประโคมข่าว เกี่ยวกับความสัมพันธ์ลับของเทย่ากับเขาอีกแน่ หรือไม่ก็อาจจะมุ่งประเด็นไปที่ผู้ชายอีกคน โดยเขียนข่าวว่าเทย่ามั่วผู้ชายสองคนในเวลาเดียวกัน เพราะฉะนั้นอยู่เฉย ๆ เป็นดีที่สุด”
ทรรศิกาเริ่มคล้อยตามความคิดของเพื่อน และเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเซ็งสุด ๆ “ก็คงต้องเป็นแบบนั้น”
“ช่วงนี้ดาวขอแนะนำให้เทย่าหยุดทำตัวเป็นข่าวสักพัก โดยเฉพาะข่าวฉาวในทำนองนี้ และพยายามเร่งทำคะแนนให้คุณย่าเห็นว่าเทย่าปรับปรุงตัวเองได้แล้ว ท่านจะได้ยกเลิกมาตรการดัดนิสัยของเทย่า”
“นั่นสิ! เฮ้อ! เซ็งที่สุด ไม่ได้ดั่งใจสักอย่าง เอาโทรศัพท์มาให้เทย่า” เธอแบมือขอโทรศัพท์คืน
“คงจะไม่โทร.ไปวีนนักข่าวหรอกนะ”
“เทย่าจะส่งอีเมลถึงคุณย่าต่างหาก”
“ส่งอีเมล!” นับดาวทวนคำของเพื่อนด้วยความประหลาดใจ
“ใช่ เทย่าเคยบอกดาวแล้วไงว่าติดต่อคุณย่าไม่ได้เลย โทร.ไปท่านก็ปิดเครื่อง เทย่าก็เลยเลือกที่จะส่งอีเมลไปหาท่านทุกวัน เพราะมันเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้เทย่าติดต่อกับคุณย่าได้ และก็มั่นใจว่าคุณย่าจะต้องเปิดอ่านเมลที่เทย่าส่งไปให้แน่นอน แม้ว่าจะไม่เคยตอบกลับมาก็ตาม”
“แล้วจะเขียนไปว่าอะไร”
“ก็เล่าความจริงทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้ท่านฟัง หวังว่าคุณย่าจะเชื่อสิ่งที่เทย่าเล่า มากกว่าที่จะเชื่อข่าวบ้า ๆ ในหน้าหนังสือพิมพ์นั่น”
ทรรศิกาส่งข้อความชี้แจงเรื่องราวทั้งหมดที่เป็นข่าวผ่านอีเมลให้คุณย่า และได้แต่หวังว่าคุณย่าจะเชื่อคำพูดของเธอ
“เรียบร้อยแล้ว หวังว่าคุณย่าจะเข้าใจเทย่าหลังจากที่ได้อ่านเมลนี้”
ในเวลานั้นเองคุณหญิงทิพย์มณีกำลังนั่งอ่านข่าวหนังสือพิมพ์อย่างเพลิน ๆ ฉับพลันสายตาก็เหลือบไปเห็นข่าวซุบซิบไฮโซเกี่ยวกับแม่หลานสาวตัวดี ตอนแรกก็นึกว่าตนเองตาฝาดจนต้องขยับแว่นและตั้งใจอ่านข่าวนั้นอีกครั้ง แต่ไม่ว่าจะอ่านทวนอีกสักกี่ครั้ง แต่ภาพและข่าวที่โชว์หราอยู่ในหนังสือพิมพ์ก็ยังคงเป็นหลานสาวของตนเองอยู่ดี
ภาพข่าวของทรรศิกาที่ดูจะหนักข้อขึ้นทุกวัน คราวนี้เป็นข่าวในทำนองชู้สาวกับผู้ชายสองคนในเวลาเดียวกัน ทำให้คุณหญิงเกิดอาการช็อกอันเนื่องมาจากความเครียด เธอรู้สึกตาพร่า วิงเวียนศีรษะ และหายใจไม่ออก แม้จะสูดลมหายใจลึก ๆ แล้วก็ตามแต่อาการก็ยังไม่ดีขึ้น แถมยังมีอาการแน่นหน้าอกขึ้นมาอย่างเฉียบพลัน จึงพยายามจะเดินไปหยิบยาที่วางอยู่บนโต๊ะ แต่ก้าวไปได้เพียงสองก้าวก็ล้มลงกับพื้นและหมดสติไปในเวลาต่อมา
หลังจากนั้นไม่นานสร้อยก็เดินถือถาดของว่างเข้ามาภายในห้องดังกล่าว ทันทีที่เห็นร่างของคุณหญิงนอนหมดสติอยู่บนพื้นสร้อยถึงกับเผลอปล่อยถาดในมือ พร้อมกับวิ่งตรงเข้าไปประคองร่างของเจ้านาย และพยายามเรียกสติของคุณหญิงทิพย์มณีแต่ก็ไร้ผล ใบหน้าของคุณหญิงซีดเผือดจนน่าตกใจ
“คุณหญิงคะ...คุณหญิงเป็นอะไรไปคะ...คุณหญิง”
เมื่อไม่มีเสียงตอบรับทำให้สร้อยร้อนใจจนต้องสั่งให้คนรถนำรถออก เพื่อพาตัวคุณหญิงไปส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน โชคดีที่ถึงมือหมอภายในเวลารวดเร็ว ทำให้หมอสามารถรักษาอาการของคุณหญิงได้ทันท่วงที
อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง
เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย
หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ
“เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่
สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั
ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”







