Share

บทที่ 18

last update Tanggal publikasi: 2026-09-17 23:35:30

            “ถ้าเทย่าไม่รังเกียจว่าบ้านของดาวแออัดคับแคบ จะไปพักอยู่ที่บ้านของดาวก่อนก็ได้นะ มันอาจจะไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างที่เทย่าต้องการ แต่อย่างน้อยก็พอจะแก้ไขปัญหาเรื่องที่พักของเทย่าไปได้”

            “แบบนั้นก็วิเศษไปเลย ว่าแต่เทย่าจะไปพักกับดาวได้แน่หรือ”

            “ไม่มีปัญหา ดาวจะอธิบายให้แม่กับน้อง ๆ เข้าใจเอง เทย่าจำไม่ได้จริง ๆ หรือว่าครอบครัวของดาวยินดีต้อนรับเทย่าเสมอ”

            “เทย่ารู้สึกเกรงใจ”

            “เกรงใจทำไมในเมื่อเราเป็นเพื่อนกัน เมื่อเพื่อนมีปัญหาก็ต้องช่วยเหลือกันสิ”

            วินาทีนั้นทรรศิกาตัดสินใจย้ายไปพักอยู่กับนับดาวเป็นการชั่วคราวจนกว่าจะหาที่พักใหม่ได้

            “ถ้าอย่างนั้นเทย่าไม่เกรงใจแล้วนะ”

            “ดาวจะช่วยเทย่าเก็บของเอง”

            “ไม่ต้องหรอก เทย่าเก็บเสร็จหมดแล้ว”

            “งั้นเราไปเช็กเอาต์ให้เรียบร้อยจากนั้นก็ไปที่บ้านดาว”

            “ตกลงตามนี้”

            สองสาวยิ้มให้กันและกันอย่างอบอุ่น นับดาวเป็นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่คอยอยู่เคียงข้างทรรศิกาเสมอมา  และเป็นเพื่อนที่ทรรศิกาไว้วางใจ ไม่ว่าในยามทุกข์หรือยามสุข เธออุ่นใจเสมอเมื่อมีนับดาวอยู่เคียงข้าง

            ในขณะที่ทรรศิกาจ่ายค่าที่พักกับทางโรงแรมอยู่นั้น นับดาวได้โทรศัพท์ไปหามารดาเพื่อบอกว่าทรรศิกาจะไปพักอยู่ที่บ้านสักระยะหนึ่ง และได้อธิบายถึงเหตุผลให้มารดาฟัง ซึ่งอีกฝ่ายก็ไม่ได้ว่าอะไรแถมยังบอกอีกว่าไม่ต้องเกรงใจ ทรรศิกาจะพักอาศัยอยู่นานแค่ไหนก็ได้ตราบเท่าที่เธอต้องการ

            เมื่อสองสาวเดินทางกลับไปถึงบ้านของนับดาว  แม่และน้องชายรวมทั้งน้องสาวของนับดาวต่างก็ให้การต้อนรับทรรศิกาด้วยความอบอุ่น มิได้มีทีท่าแสดงความรังเกียจที่เธอมาขอพักอาศัยอยู่ด้วย

            “ขอบคุณมากนะคะแม่ที่ให้เทย่ามาอาศัยอยู่ที่นี่”

            “ด้วยความยินดีจ้ะ แต่ที่นี่อาจจะไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกสบายเท่าที่เทย่าเคยได้รับ ไม่เป็นไรใช่ไหมจ๊ะ” มารดาของนับดาวตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่นและอ่อนโยน

            “ไม่เป็นไรค่ะ”

            “เทย่านอนห้องเดียวกับดาวก็แล้วกันนะ ช่วงนี้พ่อไม่อยู่เดือนก็ย้ายไปนอนที่ห้องแม่ก่อน”

            นับดาวและทรรศิกาช่วยกันขนข้าวของเข้าไปในห้องนอน จากนั้นก็ช่วยกันจัดข้าวของจนกระทั่งได้ยินเสียงของน้องสาวนับดาวตะโกนเรียก

            “พี่ดาวออกมาดูอะไรนี่สิ”

            นับดาวและทรรศิกาพร้อมใจกันเดินออกมาจากห้องนอน

            “มีอะไรหรือเดือนถึงได้ทำเสียงตกอกตกใจแบบนี้”  

            เดือนประดับไม่ได้ตอบคำถามของพี่สาว แต่หันไปถามเพื่อนของพี่สาวแทน

            “พี่เทย่าเห็นข่าวของตัวเองหรือยังคะ”

            “ข่าวอะไรหรือเดือน” คิ้วเรียวสวยขมวดยุ่งเมื่อถาม

            “ก็ข่าวที่พี่เทย่าขึ้นคอนโดกับผู้ชายสองต่อสอง และกลับลงมาพร้อมกับผู้ชายอีกคน”

            “ว่าไงนะ!” ทรรศิกาอุทานเสียงดังลั่นบ่งบอกอารมณ์ของคนพูด

            หลานสาวคุณหญิงทิพย์มณีรีบเดินมาหยิบหนังสือพิมพ์ในมือของเดือนขึ้นมาเปิดดูด้วยความรีบร้อน เมื่อเห็นภาพและข่าวดังกล่าว หญิงสาวเจ้าของใบหน้ารูปไข่ก็นั่งจ้องมองภาพข่าวนั้นนิ่งนาน มันเป็นภาพที่ปกรณ์กำลังโอบกอดเธอเดินเข้าไปภายในคอนโดหรูของเขา ส่วนอีกภาพก็เป็นภาพของชายอีกคนกำลังประคองร่างบางของเธอ ที่เมาไม่ได้สติตรงไปที่รถของเขา พร้อมกับเขียนเนื้อข่าวหยิกแกมหยอก

            ‘จับได้คาหนังคาเขา ไฮโซตัวแม่ควงแฟนหนุ่มคนล่าสุด ขึ้นไปสวีตวี๊ดวิ้วบานฉ่ำกันบนคอนโดหรูของฝ่ายชาย กว่าจะกลับลงมาอีกครั้งก็ปาเข้าไปเกือบค่อนรุ่งพร้อมกับผู้ชายที่มองยังไงก็ไม่ใช่แฟนหนุ่มคนเดิม’

            เห็นภาพข่าวแล้วหัวใจของทรรศิกาลุกเป็นไฟ ดวงตาคู่งามวาวโรจน์จนแทบจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้ไปในพริบตา

            “มันเป็นข่าวได้ยังไง เป็นฝีมือของใคร!?” ทรรศิกาพูดด้วยความขุ่นเคืองใจ

            “ใครกันที่มันกล้านำเสนอข่าวแบบนี้” เธอพูดด้วยความฉุนเฉียว พร้อมหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโทร.ไปที่บริษัทของหนังสือฉบับนั้นทันที

            “โทร.หาใครหรือเทย่า”

            “ก็โทร.ไปจัดการกับคนที่มันลงข่าวนี้น่ะสิ”

            นับดาวรีบคว้าโทรศัพท์ของเพื่อนรักมาถือไว้ในมือพร้อมกับตัดสายทิ้ง

            “ใจเย็น ๆ ก่อนนะเทย่า ทำไมชอบทำอะไรวู่วามอยู่เรื่อย”

            “ดาวจะให้เทย่าใจเย็นได้ยังไง ในเมื่อนักข่าวพวกนั้นมันนั่งเทียนเขียนข่าวมั่วแบบนี้ เทย่าจะต้องจัดการให้เข็ด”

            “ตั้งสติหน่อยเทย่า อย่าเอาแต่ใช้อารมณ์”

            “ฮึ! เจ็บใจนัก อย่าให้รู้นะว่าเป็นฝีมือใคร แม่จะตามไปอาละวาดให้แหลกกันไปข้างหนึ่งเลย” ทรรศิกาพูดตามประสาคนใจร้อน

            “แล้วมันเป็นจริงอย่างที่เขาลงข่าวหรือเปล่าเทย่า”

            ทรรศิกาพยายามนับหนึ่งถึงร้อยเพื่อลดโทสะของตนเองลง จากนั้นก็อธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้นับดาวฟัง

            “เทย่าไปที่คอนโดของกรจริง แต่เราไม่ได้มีอะไรกันอย่างที่เขาเขียนข่าวนะดาว นักข่าวพวกนี้มันนั่งเทียนเขียนข่าวกันไปเอง”

            “แล้วเทย่าไปที่นั่นทำไม”

            “เราก็แค่ไปทานข้าวและหาสถานที่เงียบ ๆ คุยกันเท่านั้น”

            “สถานที่อื่นมีให้เลือกเยอะแยะ ทำไมจะต้องไปคุยกันบนคอนโดผู้ชาย”

            “ก็เทย่าบริสุทธิ์ใจและไม่ได้คิดอะไร แล้วที่ผ่านมากรเขาก็ดูเป็นคนดี เขาให้เกียรติเทย่ามาโดยตลอด ไม่เคยเอาเปรียบเทย่าเหมือนผู้ชายคนอื่น ๆ ใครจะคิดล่ะว่ากรตั้งใจจะมอมเหล้าเพื่อลวนลามเทย่า ดีนะที่เทย่าไหวตัวทันและหนีรอดมาได้อย่างหวุดหวิด”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 129

    อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 128

    เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 127

    หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 126

    “เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 125

    สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 124

    ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status