Share

บทที่ 45

last update Tanggal publikasi: 2026-09-17 23:37:54

            “ไฟไหม้! แล้วมันเกิดขึ้นได้ยังไง”

            “ฝีมือของเทย่าเอง แต่เทย่าไม่ได้ตั้งใจนะมันเป็นอุบัติเหตุ จริง ๆ นะดาว”

            “แล้วเทย่าไปทำอีท่าไหนไฟถึงได้ไหม้บ้านเขา”

            “เทย่าก็แค่เข้าครัวทำอาหารตามที่เขาสั่ง แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าไฟมันลุกไหม้ได้ยังไง”

            “เข้าครัวทำอาหาร!” นับดาวอุทานเสียงสูง “เทย่าไม่เคยทำงานแบบนี้มาก่อนเลยนะ”

            “มันก็จริง...แต่จะให้เทย่าทำยังไงในเมื่อมันเป็นคำสั่งของเขา”

            “หมอรุจรู้เรื่องนี้หรือยัง”

            “รู้แล้วเทย่าเป็นคนโทร.ไปบอกเขาเอง”

            “แล้วเทย่าบาดเจ็บตรงไหนบ้างหรือเปล่า” นับดาวถามด้วยความห่วงใย

            ทรรศิการีบเอามือข้างที่ได้รับบาดเจ็บไปซ่อนไว้ด้านหลัง แถมยังพูดโกหกเพราะไม่ต้องการให้เพื่อนเป็นห่วง

            “เทย่าไม่เป็นอะไรมากหรอกแค่ตกใจนิดหน่อยเท่านั้น”

            “เราตามเข้าไปดูเหตุการณ์ข้างในกันเถอะ ไม่รู้ว่าหมอรุจจัดการไปถึงไหนแล้ว”

            นับดาวเอ่ยชวนทรรศิกาเดินไปสมทบกับนายแพทย์หนุ่มซึ่งเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ พวกเธอไปทันที่จะได้ยินบทสนทนาของเพื่อนบ้านที่กำลังพูดคุยกับชายหนุ่ม

            “แฟนของหมอทำเอาพวกเราตกอกตกใจกันไปหมด”

            “นั่นสิคะ...จู่ ๆ ก็เกิดไฟไหม้บ้านแตกตื่นกันไปทั่วทั้งซอย”

            “เธอเป็นน้องครับ”

            “อ้าว! เป็นน้องหรอกหรือ พวกเราก็นึกว่าเธอเป็นแฟนของหมอซะอีก”

            “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ทำให้ตกอกตกใจกับอุบัติเหตุในครั้งนี้”

            “ไม่เป็นไร นี่ดีนะที่ควบคุมเพลิงได้ไว ไม่ทันได้ลุกลามไปบ้านอื่น มิฉะนั้นคงได้เดือดร้อนกันมากกว่านี้แน่”

            “ไม่มีเรื่องอะไรแล้วพวกเราก็แยกย้ายกันดีกว่า บ้านใครบ้านมัน”

            หลังจากอติรุจเคลียร์เรื่องทุกอย่างแล้ว พวกไทยมุงทั้งหลายต่างก็สลายตัวไปด้วยความรวดเร็ว

            “หน้าฉันไปเหมือนหน้าน้องของคุณตั้งแต่เมื่อไร” ทรรศิกาเอ่ยถามด้วยความสงสัย

            “ผมเป็นลูกคนเดียว...ไม่มีพี่น้องที่ไหนที่หน้าเหมือนคุณ”

            “แล้วคุณไปโกหกพวกเขาทำไมว่าฉันเป็นน้อง”

            “หรือคุณจะให้ผมบอกพวกเขาว่าคุณเป็นเมียผม” อติรุจพูดสวนกลับไปทันที

            “คุณนี่มันบ้าชัด ๆ”

            “ไอ้ที่มายืนโวยวายกับผมแบบนี้ เพราะผมไม่ได้ประกาศให้พวกเขารู้ใช่ไหมว่าคุณเป็นเมียผม ถ้าคุณต้องการแบบนั้นจริงผมจะจัดให้”

            คำพูดของเขาทำเอาเธออึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพ่นคำด่าตามมาเป็นชุด

            “ไอ้หมอบ้า หมอปากเสีย ไอ้โรคจิต ชอบทำร้ายจิตใจคนอื่น”

            “เทย่า” นับดาวเรียกชื่อเพื่อนเพื่อเตือนสติ “ทำไมพูดกับคุณหมอเขาแบบนั้น”

            “ก็เขาพูดไม่ดีกับเทย่าก่อนหรือว่าดาวไม่ได้ยิน”

            นับดาวปรามเพื่อนด้วยสายตา จากนั้นก็หันไปขอโทษคุณหมอหนุ่ม

            “ดาวขอโทษแทนเทย่าด้วยนะคะ หวังว่าคุณหมอคงจะไม่ถือสาหาความ”

            แม้จะสงสัยว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร แต่ก็พอเดาได้ว่าน่าจะเป็นเพื่อนที่แม่ตัวยุ่งเคยเอ่ยถึง ทำให้เขาตอบกลับไปพร้อมรอยยิ้ม

            “ผมไม่ถือสาคนที่มีปัญหาทางจิตหรอกครับ”

            “ว่าใครไม่ทราบ...นายต่างหากที่เป็นพวกโรคจิต” ทรรศิกาโวยวายสวนกลับไปทันที เธอไม่ยอมให้เขาพูดโจมตีเธออยู่ฝ่ายเดียว

            นายแพทย์หนุ่มแสดงสีหน้าอิดหนาระอาใจกับการแสดงออกของทรรศิกา ก่อนจะออกคำสั่งให้เธอเดินตามเขาเข้าไปในบ้าน

            “เข้าไปข้างในเรามีเรื่องที่จะต้องสะสางกัน”

            อติรุจเดินนำสองสาวเข้าไปในบ้าน เพื่อไปสำรวจจุดที่ได้รับความเสียหายจากเพลิงไหม้พร้อมกัน

            โดยไม่รู้เลยว่ามีใครบางคนกำลังแอบดูพวกเขาอยู่

            “ไปได้ละนายสน” คุณหญิงทิพย์มณีออกคำสั่งกับคนขับรถ พร้อมกดกระจกหน้าต่างรถขึ้น

            “ขืนปล่อยให้เป็นแบบนี้แล้วจะไหวหรือคะคุณหญิง ทำงานวันแรกคุณเทย่าก็เกือบจะทำไฟไหม้บ้านเขาซะละ เล่นเอาแตกตื่นกันไปทั่วซอย” สร้อยเอ่ยกับเจ้านายด้วยน้ำเสียงอ่อนใจ

            “ก็ต้องรอดูกันต่อไป แต่อย่างน้อยคุณหนูเทย่าของสร้อยก็ยังคิดได้ว่าจะต้องทำงานหาเลี้ยงตัวเอง”

            “น่าสงสารคุณเทย่านะคะ”

            “ท่องเอาไว้ให้ขึ้นใจนะสร้อย ถ้าเรายอมใจอ่อนซะตั้งแต่ตอนนี้เทย่าจะต้องเสียคนในไม่ช้า”

            “ค่ะคุณหญิง”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 129

    อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 128

    เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 127

    หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 126

    “เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 125

    สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 124

    ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status