Share

บทที่ 46

last update Tanggal publikasi: 2026-09-17 23:37:59

            เมื่ออติรุจและสองสาวเดินเข้ามาในครัวตรงจุดที่ถูกไฟไหม้จนพังเสียหายไปบางส่วน

            “นี่ฝีมือใคร” หมอหนุ่มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

            “ฉันแค่เตรียมทำอาหารเย็นตามคำสั่งของคุณ ใครจะคิดล่ะว่าผลมันจะออกมาเป็นแบบนี้”

            “คุณจะทำอาหารหรือเผาบ้านผมกันแน่”

            “ก็บอกแล้วไงว่าฉันไม่ได้ตั้งใจ มันเป็นอุบัติเหตุ...อุบัติเหตุน่ะเข้าใจไหม”

            “ถึงจะเป็นอุบัติเหตุแต่คุณก็หนีความรับผิดชอบไปไม่พ้น ผมจะคิดค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดจากคุณ”

            “จอมงก! ลงบัญชีไว้แล้วกัน ฉันจะทำงานใช้หนี้คุณเอง รับรองว่าจะคืนให้คุณจนครบทุกบาททุกสตางค์”

            “จำคำพูดของตัวเองไว้ให้ดีด้วยล่ะ”

            จากนั้นก็เดินกลับไปที่โซฟา โดยมีทรรศิกาและนับดาวเดินตามไปติดๆ

            “ฉันยังไม่ได้แนะนำให้คุณรู้จักเลย นี่นับดาวเพื่อนสนิทของฉัน ดาวนี่หมอรุจนายจ้างสุดโหดของเทย่าเอง” ประโยคสุดท้ายเธอหันไปพูดกับนับดาว

            “ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณนับดาว” อติรุจหันไปพูดกับนับดาวด้วยความสุภาพอ่อนโยน

            “เช่นกันค่ะคุณหมอ เรียกดาวก็ได้ค่ะง่ายดี”

            “ทีกับคนอื่นล่ะพูดจาดี สีหน้ายิ้มแย้ม พูดกับเราทีไรตีหน้ายักษ์ใส่ทุกที” ทรรศิกาแอบบ่นพึมพำเบาๆ

            “นินทาอะไร! ผมได้ยินนะ”

            “ใครว่าฉันนินทาคุณ ฉันชื่นชมคุณต่างหาก ว่าแต่คุณนำเงินสองแสนมาให้ฉันด้วยหรือเปล่า” ประโยคสุดท้ายทรรศิกาเปลี่ยนหัวข้อในการสนทนา ด้วยการเอ่ยถามตรง ๆ ตามประสาคนใจร้อน

            “รอสักครู่”

            อติรุจเดินกลับไปที่รถเพื่อไปหยิบซองเงินที่เขาเตรียมไว้มายื่นส่งให้ทรรศิกา

            “นี่เงินสองแสนที่คุณต้องการ นับดูสิ”

            “ไม่จำเป็น ถือซะว่าฉันเชื่อใจคุณ หมออย่างคุณคงไม่คิดที่จะโกงผู้หญิงหรอกใช่ไหม”

            ทรรศิกายื่นมือออกไปรับซองเงินดังกล่าวก่อนจะส่งต่อให้เพื่อน นับดาวรับมาถือไว้แบบงง ๆ จังหวะนั้นเองที่อติรุจสังเกตเห็นบาดแผลที่ข้อมือของแม่จอมยุ่ง

            “ข้อมือคุณไปโดนอะไรมา”

            “ไม่มีอะไร”

            “ส่งมือมานี่”

            แทนที่จะทำตามคำสั่งของเขาแต่เธอกลับซ่อนมือข้างที่ได้รับบาดเจ็บไว้ข้างหลัง

            “ฉันบอกว่าไม่เป็นไรไง อย่าเรื่องมากได้ไหม”

            “อย่าทำเป็นล้อเล่นไป ถ้าแผลติดเชื้อขึ้นมาคุณจะลำบาก”

            ถ้านั่นเป็นคำขู่ของเขาก็ถือว่ามันได้ผล เพราะมันทำให้ทรรศิกาจำใจต้องยื่นมือข้างที่ได้รับบาดเจ็บไปตรงหน้า หมอหนุ่มดึงข้อมือเธอมาพิจารณาบาดแผล

            “นับว่าโชคดีที่ไม่เป็นอะไรมากไปกว่านี้ เดี๋ยวผมจะทำแผลให้คุณเอง”

            อติรุจเดินไปหยิบอุปกรณ์ทำแผลมาทำแผลให้แม่ตัวยุ่ง

            “เทย่าได้รับบาดเจ็บด้วยหรือ แล้วทำไมถึงบอกดาวว่าไม่เป็นอะไร”

            “ก็เทย่าไม่อยากให้ดาวเป็นห่วง อีกอย่างแผลแค่นี้ไกลหัวใจ”

            “แต่ถ้าขืนปล่อยทิ้งไว้ก็อาจตายได้ เพราะติดเชื้อในกระแสเลือด”

            “โอ๊ย! ทำเบา ๆ หน่อยสิ มันเจ็บนะ”

            “แค่นี้ทำเป็นใจเสาะไปได้”

            “ก็มันเจ็บจริง ๆ นี่” ทรรศิกาโวยวายเสียงดัง

            อติรุจล้างแผล ใส่ยา และพันข้อมือขวาของหญิงสาวเจ้าปัญหาไว้ด้วยผ้าพันแผล ก่อนจะสำรวจความเรียบร้อยอีกครั้ง

            “เสร็จแล้ว แค่นี้ก็ต้องร้องโวยวาย ไม่มีความอดทนเอาซะเลย”

            “หมออะไรมือหนักชะมัด” เธอไม่วายบ่น

            “ผมทำแผลให้นอกจากคุณจะไม่ขอบคุณแล้วยังจะมาว่าผมอีก”

            “ขอบคุณ” ทรรศิกาขอบคุณเขาด้วยน้ำเสียงห้วนสั้นอย่างเสียมิได้ จากนั้นเธอก็เปลี่ยนหัวข้อในการสนทนา

            “ตกลงวันนี้คุณยังจะเปิดคลินิกอยู่อีกหรือเปล่า”

            “ถ้ามีคนไข้เข้ามาผมก็ต้องรักษา สำหรับเรื่องการทำอาหาร ต่อไปนี้คุณไม่ต้องทำแล้ว เดี๋ยวผมจัดการเอง”

            “คุณพูดเองนะ จะมาหาว่าฉันขัดคำสั่งหรือบกพร่องในหน้าที่ทีหลังไม่ได้นะ แต่อันที่จริงฉันทำได้”

            “ขืนผมปล่อยให้คุณทำมีหวังบ้านผมได้วอดทั้งหลังแน่”

            “คุณก็พูดเกินไป แล้วเย็นนี้เราจะทานอะไร ของที่ฉันเตรียมไว้มันเสียหายหมดแล้ว”

            “เดี๋ยวผมจะออกไปซื้อเอง จะได้เลยไปตรวจดูอาการยายของแก้วด้วย ส่วนคุณก็รอผมอยู่ที่นี่ ถ้ามีคนไข้เข้ามาบอกให้พวกเขานั่งรอผมก่อน แล้วผมจะรีบกลับมา”

            “ไม่มีปัญหา...ฉันจะจัดการทุกอย่างตามที่คุณสั่ง”

            เมื่ออยู่ด้วยกันตามลำพังนับดาวก็เปิดฉากการสนทนาด้วยคำถามที่ค้างคาใจ

            “เทย่าช่วยอธิบายให้ดาวฟังหน่อยได้ไหมว่าเรื่องราวมันเป็นมายังไง ทำไมหมอรุจถึงต้องนำเงินจำนวนสองแสนมาให้เทย่า เขามีเหตุผลอะไร ทำไมถึงต้องทำแบบนั้น”

            “มันเป็นข้อตกลงระหว่างเขากับเทย่า”

            “เทย่าไปตกลงอะไรกับเขาไว้ตั้งแต่เมื่อไร แล้วเงื่อนไขที่ว่าคืออะไร”

            “ไม่มีอะไรมากหรอกดาว เทย่าแค่ขอเบิกเงินล่วงหน้าจากเขา โดยยอมให้เขาหักเงินเดือนของเทย่าเดือนละหมื่น เรื่องมันก็มีอยู่แค่นี้ ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนซ่อนเงื่อนอย่างที่ดาวคิด”

            “ไม่น่าเป็นไปได้ ใครจะบ้ายอมให้คนอื่นเบิกเงินล่วงหน้าตั้งสองแสน ทั้งที่เทย่าก็ยังไม่ได้เริ่มลงมือทำงาน”

            “ใครบอกว่าเขายอมให้ง่าย ๆ เทย่าต้องอธิบายเหตุผลให้เขาฟังอยู่ตั้งนาน และอย่าคิดนะว่าเขาจะเชื่อคำพูดของเทย่า เพราะเขาขอเวลาคิดดูก่อน แต่ที่จริงแล้วเขาต้องการจะพิสูจน์ว่าสิ่งที่เทย่าเล่าให้เขาฟังทั้งหมดนั้นเป็นความจริงไหมต่างหาก เมื่อรู้ว่าเทย่าพูดความจริงเขาก็เลยยอมทำตามคำขอของเทย่า และเราก็ได้ทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ด้วย” 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 129

    อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 128

    เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 127

    หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 126

    “เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 125

    สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 124

    ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status