Masukทรรศิกาอ่านหนังสือจนเบื่อก็เลยเดินไปเปิดตู้เย็น ในตู้เย็นมีพร้อมทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นเนื้อหมู ปลา ไก่ ผักและผลไม้สด นม มีแม้กระทั่งน้ำผลไม้คั้นสด ๆ แถมยังถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบแยกตามหมวดหมู่อีกต่างหาก
วัตถุดิบที่จะนำมาทำอาหารมีเพียบ แต่ไม่รู้จะทำเมนูอะไรดี เพราะตั้งแต่เกิดมาก็ยังไม่เคยต้องทำงานบ้าน หรือแม้แต่ทำอาหารทานเองเลยสักครั้ง นี่นับเป็นครั้งแรกที่เธอจะได้แสดงฝีมือ ยังไม่รู้ว่าทำออกมาแล้วหน้าตาจะเป็นแบบไหน และจะกินเข้าไปได้ไหม เย็นนี้จะได้รู้กัน
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว มารู้ตัวอีกทีตอนที่แก้วทำงานประจำวันเสร็จเรียบร้อยและขอตัวกลับ นั่นหมายความว่าได้เวลาที่ทรรศิกาจะต้องลงมือทำอาหารมื้อเย็นเพียงลำพัง และเธอต้องทำให้เสร็จก่อนที่เขาจะเดินทางกลับมาถึงบ้านหญิงสาวเดินไปเปิดตู้เย็นดูอีกครั้ง เธอยืนท้าวสะเอวที่หน้าตู้เย็นอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ตัดสินใจทำอาหารง่าย ๆ คือผัดผัก ไข่เจียวหมูสับ และปลาทอด ก่อนอื่นต้องหาข้อมูลจากมือถือ จากนั้นก็จัดเตรียมของทุกอย่างตามข้อมูลที่ได้มา และก็ถึงเวลาที่จะเริ่มลงมือทำอาหาร
การเข้าครัวทำอาหารครั้งแรกของทรรศิกา ได้สร้างความแตกตื่นตกใจจนเป็นที่โจษจันกันไปทั่วซอย เพราะเธอเกือบทำไฟไหม้จนเพื่อนบ้านตื่นตะลึง ด้วยเกรงว่าไฟจะไหม้ลุกลามมายังบ้านของพวกเขา เมื่อไฟเริ่มลุกไหม้ทรรศิกาพยายามที่จะดับมันด้วยตัวเองแต่ไม่เป็นผลสำเร็จ เธอจึงตัดสินใจโทร.แจ้งดับเพลิงและโทร.หาอติรุจ ตามนามบัตรที่นับดาวเคยให้ไว้
“ช่วยฉันด้วยหมอรุจ...คุณต้องช่วยฉันนะคะ...เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยน้ำเสียงร้อนรนทันทีที่เขารับสาย
ฟังจากน้ำเสียงของหญิงสาวแล้วทำให้อติรุจรู้สึกสังหรณ์ใจว่าจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับทรรศิกา
“เกิดอะไรขึ้นหรือเทย่า ใจเย็น ๆ และก็ตั้งสติให้ดีก่อน บอกผมมาว่าคุณมีปัญหาอะไร”
“ฉันกำลังทำมื้อเย็นอยู่ค่ะ แต่แล้วจู่ ๆ ไฟมันก็เกิดลุกไหม้ ฉันพยายามที่จะดับมันแต่ก็ไม่สำเร็จ”
ลางสังหรณ์ของเขาทำไมมันแม่นอย่างนี้นะ
“เรียกดับเพลิงหรือยัง” เขาเอ่ยถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“แจ้งแล้วแต่เขายังมาไม่ถึง”
“ฟังผมให้ดีนะเทย่า คุณไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้นและรีบออกมาจากตรงนั้นให้เร็วที่สุด รอให้ดับเพลิงเขามาจัดการ”
“ฉันกลัว” เสียงของเธอสั่นเมื่อพูดประโยคนี้
“ไม่ต้องกลัวทำตามที่ผมบอก ผมจะรีบกลับไปหาคุณเดี๋ยวนี้”
“เกิดอะไรขึ้นหรือรุจ คุณเทย่าเป็นอะไร ทำไมนายถึงมีท่าทีลุกลี้ลุกลนแบบนี้” อิทธิพลเอ่ยถามด้วยความสงสัยทันทีที่อติรุจวางสาย
“ไฟไหม้”
“ที่ไหน! แล้วคุณเทย่าเป็นอะไรมากหรือเปล่า”
“ไม่รู้เหมือนกันถึงต้องรีบกลับไปดู เทย่ากำลังกลัว”
“รีบไป ไม่ต้องห่วงนะฉันจะดูแลทางนี้เอง”
“ฝากด้วยนะอิท”
อติรุจรีบขับรถกลับบ้านมาด้วยความเร็วสูง เมื่อมาถึงก็พบกับความวุ่นวาย ทั้งพวกไทยมุงที่มายืนรุมล้อมเพื่อรอดูเหตุการณ์ ทั้งรถดับเพลิง และเจ้าหน้าที่กำลังเข้าทำการดับไฟ เขาสอดส่ายสายตามองหาแม่ตัวยุ่ง สุดท้ายก็พบทรรศิกายืนหน้าซีดตัวสั่นอยู่ไม่ห่างจากรถดับเพลิงมากนัก เขาจึงรีบเดินตรงเข้าไปหาเธอ
“ไฟไหม้บ้านผมได้ยังไงเทย่า”
“ฉันก็ไม่รู้สาเหตุเหมือนกันว่ามันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ยังไง กำลังทำอาหารอยู่ดี ๆ จู่ ๆ ไฟก็ลุกไหม้ พยายามดับเท่าไรก็ไม่สำเร็จ สุดท้ายก็เลยต้องโทร.หาคุณ”
ใจจริงอยากที่จะเอ่ยตำหนิหญิงสาวที่ทำอะไรประมาทเลินเล่อ แต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายมีสีหน้าซีดเซียว ราวกับยังไม่หายจากอาการตกใจกลัวก็เลยเปลี่ยนใจ และคิดว่านี่ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมที่จะมากล่าวตำหนิเธอ คงต้องจัดการเรื่องทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อน
“คุณรอผมอยู่ตรงนี้ก่อนนะ ผมจะเข้าไปดูด้านใน”
ทรรศิกาพยักหน้าพร้อมกับยืนรออยู่ที่เดิมด้วยใบหน้าที่ยังคงซีดเผือด แต่ก็อุ่นใจขึ้นเพราะมีอติรุจมาคอยจัดการปัญหาทุกอย่างแทน หลังจากนั้นไม่นานนับดาวก็เดินทางมาถึงบ้านของอติรุจ และก็สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมผู้คนถึงพากันมาจับกลุ่มมุงดูอะไรบางอย่าง
“พวกเขากำลังมุงดูอะไรหรือเทย่า”
“ไฟไหม้บ้านหมอรุจน่ะดาว”
อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง
เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย
หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ
“เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่
สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั
ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”




![คุณเลขากับสามีทิพย์ [ Comedy 18++]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


