Masuk“แค่นี้แน่นะ เทย่าไม่ได้กำลังปิดบังอะไรดาวอยู่ใช่ไหม”
“ดาวไม่เชื่อใจเทย่าหรือ เทย่าไม่เคยมีความลับกับดาว”
“หวังว่าจะไม่มีปัญหาอะไรตามมาทีหลังนะเทย่า”
“ก็น่าจะเป็นอย่างนั้น”
“บอกดาวได้ไหมว่าเขาให้เงินเดือนเทย่าเดือนละเท่าไร เทย่าถึงยอมให้เขาตัดเงินเดือนเทย่าเดือนละหมื่น”
“หมื่นห้า”
“หมื่นห้า! สรุปว่าเทย่าจะเหลือเงินแค่ห้าพันไว้สำหรับใช้จ่ายในแต่ละเดือน แล้วมันจะพอใช้หรือ”
“จริงด้วย เทย่าลืมนึกถึงเรื่องนี้ไปเลย”
“ถ้าอย่างนั้นเราเอาเงินนี้ไปคืนเขาดีไหม”
“ไม่ดี...อย่าลืมสิว่าดาวต้องการเงินจำนวนนี้ไปจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้พ่อ”
สีหน้าของนับดาววิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด และทรรศิกาก็รู้ว่าเพื่อนรักกำลังกังวลเรื่องของเธอ
“ไม่ต้องห่วงเทย่าหรอกดาว อย่างน้อยเทย่าก็ไม่ต้องจ่ายค่าที่พักและค่าอาหารสามมื้อ แค่นี้ก็ประหยัดไปได้มากแล้ว บางทีเทย่าอาจจะไม่ต้องใช้เงินห้าพันนี้ด้วยซ้ำ ดีไม่ดีอาจจะมีเงินเหลือเก็บอีกต่างหาก”
มีรอยยิ้มขบขันแต่งแต้มบนใบหน้าของนับดาวเมื่อเธอได้ยินคำตอบของเพื่อน
“เทย่าเปลี่ยนเป็นคนมองโลกในแง่ดีแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไร”
“ก็เมื่อตกกระป๋องอย่างตอนนี้ไง สถานการณ์มันบังคับให้เทย่าเปลี่ยนไป เฮ้อ! อย่างน้อยเทย่าก็สบายใจได้อย่างหนึ่งที่หาเงินมาคืนดาวได้ทันเวลา สำหรับปัญหาอื่นก็ค่อยแก้ไขไปทีละเรื่อง”
“แต่ดาวก็ยังอดเป็นห่วงเทย่าไม่ได้อยู่ดี บอกตามตรงนะดาวไม่สบายใจเลย ที่ต้องเห็นเทย่ามานอนค้างอ้างแรมกับผู้ชายตามลำพังแบบนี้ มันอันตรายรู้ไหม”
“ไม่ต้องวิตกไปหรอกดาว หมอรุจเขาดูเป็นคนดี เขาคงจะไม่ทำอะไรเทย่าอย่างที่ดาวคิดหรอก ดาวควรจะเป็นห่วงเขามากกว่า”
“นั่นสินะ...ดาวชักจะเริ่มกังวลแล้วว่าหมอรุจจะรับมือเทย่าไหวไหม”
“ทำไมถึงพูดแบบนั้นล่ะ อย่าลืมสิว่าดาวเป็นเพื่อนของเทย่า” ทรรศิกาแสร้งโวยวาย
“ก็เพราะดาวเป็นเพื่อนเทย่าน่ะสิ ดาวถึงรู้ว่าเทย่าเป็นคนฤทธิ์เยอะแถมยังมีพิษสงรอบตัวอีกต่างหาก ก็เลยเกรงว่าผู้ชายที่ดูสุภาพอ่อนโยนอย่างหมอรุจจะรับมือเทย่าไม่ได้”
“อย่าประเมินคู่ต่อสู้ของเทย่าต่ำเกินไป คุณหมอที่แสนดีของดาวก็ฤทธิ์เยอะไม่แพ้เทย่า”
“แล้วเทย่ารู้ได้ยังไงว่าเขาฤทธิ์เยอะ เคยเจอฤทธิ์ของเขามาแล้วหรือ”
“ก็ใช่น่ะสิ...แต่เทย่าไม่กลัวหรอก แม้สถานการณ์จะทำให้เทย่าต้องตกเป็นเบี้ยล่างเขา แต่อย่าหวังว่าเทย่าจะยอมลงให้เขาง่าย ๆ เทย่ามีวิธีรับมือเขาได้แน่”
“ถ้าอย่างนั้นก็คงต้องรอดูกันต่อไปว่าสุดท้ายแล้วใครจะเป็นฝ่ายชนะ”
นับดาวอยู่คุยกับทรรศิกาอีกพักใหญ่ก่อนจะขอตัวกลับบ้าน แต่ยังไม่วายพูดทิ้งท้ายด้วยความห่วงใย
“ดูแลตัวเองดี ๆ นะเทย่า ถ้ามีปัญหาอะไรก็โทร.หาดาวได้ตลอดเวลาเลยนะ”
“รู้แล้วล่ะน่า”
ขากลับนับดาวเดินสวนกับนายแพทย์อติรุจตรงหน้าประตูบ้านจึงหยุดคุยกันอยู่ครู่หนึ่ง
“คุณดาวจะกลับแล้วหรือครับ”
“ใช่ค่ะ ดาวขอฝากเทย่าไว้กับคุณหมอด้วยนะคะ”
นายแพทย์หนุ่มหัวเราะ “เพื่อนคุณดาวเขาโตพอที่จะดูแลตัวเองได้แล้วนะครับ”
นับดาวส่งยิ้มอย่างอ่อนโยนให้หมอหนุ่ม “ที่ผ่านมาเทย่าอาจจะพูดหรือทำอะไรไม่เหมาะสมไปบ้าง คุณหมอก็อย่าถือสาเขาเลยนะคะ”
“เทย่าเล่าเรื่องทุกอย่างให้คุณฟังด้วยหรือครับ”
“ดาวกับเทย่าไม่มีความลับต่อกันหรอกค่ะ เทย่าโดนตามใจมาตั้งแต่เด็กก็เลยเป็นคนเอาแต่ใจตัวเอง และก็ใจร้อน วู่วาม หวังว่าคุณหมอคงจะเข้าใจและให้อภัยเวลาที่เทย่าทำอะไรผิดพลาดไป”
“เขาโชคดีที่มีเพื่อนที่รักและห่วงใยเขาเสมออย่างคุณ”
“ดาวต่างหากค่ะที่โชคดีมีเพื่อนอย่างเทย่า”
“ทั้งที่เขาทำให้คุณเดือดร้อนอย่างนั้นหรือครับ” อติรุจเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ
“คุณหมอคงยังไม่ทราบว่าผู้หญิงที่หยิ่งทระนงในตัวเองอย่างเทย่า จะไม่เอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากใครง่าย ๆ แต่ถ้าเขาเอ่ยปากนั่นหมายความว่าเขาต้องเดือดร้อนจริง ๆ และคนที่เขาเอ่ยปากจะต้องเป็นคนที่เขาไว้ใจ”
อติรุจยิ้มให้นับดาวอย่างอบอุ่น และเขาก็ได้รับรอยยิ้มที่อบอุ่นจากนับดาวเช่นกัน
“ดาวขอตัวกลับก่อนดีกว่าค่ะ ฝากดูแลเทย่าด้วยนะคะคุณหมอ”
“รับรองครับว่าผมจะดูแลเขาเป็นพิเศษไม่ให้คลาดสายตา เพื่อมิให้เขาสร้างปัญหาอะไรให้ผมอีก”
สองหนุ่มสาวหัวเราะออกมาพร้อมกันก่อนจะแยกย้ายกันไป
อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง
เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย
หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ
“เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่
สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั
ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”




![ม่านรักไฟเสน่หา NC30+ [โคแก่กินหญ้าอ่อน]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


