Share

บทที่ 48

last update Tanggal publikasi: 2026-09-17 23:38:07

            หลังจากเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ไปเมื่อสองวันก่อน ทรรศิกาก็ทำงานทุกอย่างตามปกติแม้จะยังทำหน้าที่ได้ไม่ดีเท่าที่ควร แต่ก็ไม่ได้สร้างปัญหาอะไรมากวนใจให้นายแพทย์หนุ่มต้องปวดเศียรเวียนเกล้าเหมือนเช่นทุกครั้ง ถึงกระนั้นก็ยังไม่อาจทำให้อติรุจวางใจ เขาจึงคอยจับตาดูเธอทุกฝีก้าว หรืออาจถึงขั้นจับผิดเธอตลอดเวลา ความสัมพันธ์ของสองหนุ่มสาวไม่ต่างอะไรกับการอยู่ในสมรภูมิรบ และมักจะลงเอยด้วยการมีปากเสียงกันอยู่เสมอ เขามักจะดุเธออย่างไม่ไว้หน้าเมื่อเธอทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

            อย่างวันนี้ก็เช่นกัน เมื่อมีคนไข้ใหม่เข้ามารับการตรวจรักษา

            “มาครั้งแรกใช่ไหม” ทรรศิกาเอ่ยถาม

            “ใช่จ้ะ”

            ทรรศิกาหันไปหยิบเอกสารและปากกายื่นส่งให้คนไข้คนดังกล่าว “กรอกรายละเอียดในเอกสารฉบับนี้ก่อนนะ จะได้นำไปทำทะเบียนประวัติคนไข้ใหม่”

            “ป้าอ่านและเขียนหนังสือไม่เป็นหรอกจ้าแม่หนู”

            ทรรศิกาแอบทำสีหน้าเบื่อหน่ายก่อนจะหันไปถาม “แม้แต่ชื่อนามสกุลของตัวเองก็เขียนไม่เป็นหรือป้า”

            หญิงคนดังกล่าวพยักหน้าแทนคำตอบ

             “เฮ้อ! ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวจะกรอกให้ บอกชื่อและนามสกุลของป้ามา”

            หญิงสาวสอบถามรายละเอียดของอีกฝ่าย เพื่อนำมากรอกลงในทะเบียนประวัติของคนไข้ใหม่

            “เรียบร้อยแล้ว ไปนั่งรอตรงโน้นก่อน ถึงคิวของป้าเมื่อไรจะเรียกอีกที”

            “ขอบใจนะแม่หนู” หญิงสูงวัยซึ่งแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าเก่า ๆ พูดกับหญิงสาวด้วยรอยยิ้มก่อนจะเดินไปนั่งรอที่โซฟา

            การกระทำทุกอย่างล้วนอยู่ในสายตาของอติรุจ เขาเดินมาจัดยาให้คนไข้และพูดตำหนิเธอทันที

            “ใส่ใจในหน้าที่ของคุณหน่อยนะเทย่า อย่าสักแต่ว่าทำทุกอย่างแบบขอไปที”

            “ฉันก็กำลังทำอยู่นี่ไง แล้วคุณมีปัญหาอะไร” ทรรศิกายอกย้อนกลับไปอย่างไม่ยอมลดราวาศอกให้

            “ปัญหามันอยู่ที่คุณไม่ใช่ผม ถ้าคิดที่จะทำงานร่วมกันอีกละก็คุณจะต้องใส่ใจคนไข้ให้มากกว่านี้ และต้องเลิกแสดงสีหน้าเบื่อหน่ายหรือพูดจาไม่ดีกับคนไข้แบบที่คุณทำเมื่อครู่นี้ เข้าใจไหม”

            “เข้าใจแล้วค่ะเจ้านาย” เธอพูดด้วยน้ำเสียงประชดประชันเขา

            เมื่อเขาจัดยาเสร็จก็ส่งซองยาเหล่านั้นให้ทรรศิกา หญิงสาวหันไปอธิบายให้คนไข้ฟัง

            “ซองนี้ทานครั้งละเม็ดสามเวลาหลังอาหาร ส่วนซองนี้...”

            “พูดดัง ๆ หน่อย หูของลุงไม่ค่อยดี ไม่ค่อยได้ยิน”

            ทรรศิกาอธิบายย้ำอีกครั้งด้วยเสียงที่ดังกว่าเดิม

            “ยาซองนี้ต้องทานสามเวลาหลังอาหารครั้งละหนึ่งเม็ด นี่ยาแก้อักเสบลุงต้องทานจนกว่ายาจะหมด ขวดนี้เป็นยาแก้ไอ จิบยาเมื่อมีอาการไอ โอเคนะคะ”

            “ทำไมต้องตะโกนเสียงดังขนาดนั้น” อติรุจพูดคล้ายจะตำหนิเธอ

            “คุณก็เห็นว่าลุงแกไม่ได้ยิน”

            “เถียงคำไม่ตกฟาก”

            ทรรศิกาพยายามนับหนึ่งถึงร้อยในใจ เธอถึงกับกำหมัดแน่น

            “ไม่ว่าทรรศิกาจะทำอะไรก็ดูจะไม่ดีและผิดไปหมดในสายตาของคุณหมอ” เธอกัดฟันพูดกับเขา

            จากนั้นก็หันไปยิ้มกับคนไข้ที่ยืนอยู่ตรงหน้า พร้อมกับกล่าวเน้นย้ำและยื่นซองยาให้เขา

            “เรียบร้อยแล้วค่ะ ลุงต้องทานยาให้ครบตามเวลานะคะ จะได้หายไว ๆ”

            อีกฝ่ายพยักหน้ารับถุงยาจากมือของเธอ โดยยื่นถุงมะนาวให้เธอเป็นการตอบแทน

            “แม้จะเป็นของเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ลุงอยากให้รับไว้”

            “ขอบคุณค่ะลุง ได้ข่าวว่ามะนาวหน้าแล้งราคาจะแพงกว่าปกติใช่ไหมคะ”

            “ใช่ แต่นี่ลุงปลูกเองกับมือเลยนะไม่ได้ซื้อ และตั้งใจแบ่งมาให้คุณหมอ” คนไข้เอ่ยด้วยความภาคภูมิใจ

            “ขอบคุณครับ” อติรุจเอ่ยยิ้ม ๆ

            “โชคดีจังที่ลุงเอามาให้ เราก็เลยทุ่นไปไม่ต้องเสียเงินซื้อ”

            “เป็นสินน้ำใจเล็กน้อย แม้จะเทียบไม่ได้กับการที่พวกคุณไม่เก็บเงินค่ารักษาจากลุง แต่ลุงก็อยากจะเอามาให้ถือซะว่าเป็นค่าตอบแทนความมีน้ำใจของพวกคุณ”

            บนใบหน้าของทรรศิกาปรากฏรอยยิ้มที่สดใส

            “วันนี้เราได้ผักและผลไม้สดมาตั้งหลายอย่าง แถมยังมีพริกขี้หนูและมะนาวอีกด้วย ฉันขอเอาของพวกนี้ไปเก็บในตู้เย็นก่อนนะคะ” พูดจบก็ถือของเหล่านั้นเข้าไปเก็บด้านใน

            จังหวะนั้นเองคนไข้ที่มารอรับการตรวจก็พูดถึงเธอกับนายแพทย์หนุ่มอย่างเป็นกันเอง

            “อย่าไปดุเธอนักเลยนะหมอ เธอออกจะน่ารัก แถมยังยิ้มเก่งอีกด้วย” คนไข้ที่นั่งรอเพื่อเข้ารับการรักษาเอ่ยขึ้น

            “ใช่แต่งตัวก็สวยมองแล้วเจริญหูเจริญตา หมอเลือกเก่งนะถึงได้แฟนสวยขนาดนี้ เธอเหมาะสมกับหมอที่สุด”

            “ใช่ หมอรุจโชคดีที่มีแฟนสวย แถมยังขยันขันแข็งมาช่วยงานหมออีก แฟนดี ๆ แบบนี้ห้ามปล่อยให้หลุดมือไปเด็ดขาดเลยนะหมอ มิฉะนั้นอาจจะต้องมานั่งเสียใจทีหลัง”

            “เธอเป็นผู้ช่วยผมครับไม่ใช่แฟน”

            “ไม่ต้องปิดหรอกหมอ เขาพูดกันให้แซดว่าหมอพาแฟนสาวมาอยู่ด้วย”

            “เข้าใจผิดไปใหญ่แล้วครับ ผมว่าเชิญคนต่อไปที่ห้องตรวจดีกว่าครับ”

            อติรุจเรียกคนไข้คนต่อไปเข้าห้องตรวจ ถือเป็นการปิดฉากการสนทนาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเขาและทรรศิกาไว้แต่เพียงเท่านั้น เขาไม่ต้องการที่จะต่อความยาวสาวความยืดให้มากความ เพราะยิ่งพูดก็ยิ่งเข้าตัวและพวกเขาคงคิดว่ามันเป็นคำแก้ตัวมากกว่า ทางที่ดีคือไม่พูดถึงเรื่องนี้และปล่อยให้เขาเข้าใจกันไปเอง อยากจะเข้าใจยังไงก็ตามใจ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 129

    อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 128

    เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 127

    หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 126

    “เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 125

    สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 124

    ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status