Share

บทที่ 55

last update Tanggal publikasi: 2026-09-17 23:38:39

            ทรรศิกาถ่ายทอดเรื่องราวของนายแพทย์อติรุจ ธีร์วรารัศมิ์ ที่เธอได้ยินจากปากของอิทธิพลให้นับดาวฟังอย่างไม่ตกหล่น ก่อนจะสรุปปิดท้ายว่า

            “เทย่าก็เลยต้องมาปรึกษาดาวว่าเราควรจะขอความช่วยเหลือจากหมอรุจ หรือว่าจะให้หมออิทเป็นคนดำเนินการเรื่องนี้ให้เรา”

            นับดาวคิดหนักว่าสมควรที่จะขอความช่วยเหลือจากนายแพทย์อติรุจดีหรือไม่ แต่คิดยังไงก็คิดไม่ตกสุดท้ายก็เลยต้องขอความเห็นจากเพื่อน

            “ถ้าเทย่าเป็นดาวเทย่าจะตัดสินใจยังไง”

            “ก็ถ้าเขาเก่งจริงอย่างที่หมออิทพูด เทย่าจะขอความช่วยเหลือจากเขา แล้วดาวล่ะคิดยังไงกับเรื่องนี้”

            “ดาวก็คิดเหมือนเทย่าแต่ก็เกรงใจหมอรุจ”

            “ไม่ต้องคิดมากหรอกดาว ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าสุขภาพของพ่อดาว อย่าลืมสิว่าเรามีงบประมาณที่จำกัด ถ้าเราย้ายพ่อของดาวไปผ่าตัดที่โรงพยาบาลของรัฐได้ ก็จะทำให้เราไม่ต้องวิตกกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายมากนัก”

            “นั่นสิ”

            นับดาวเริ่มเห็นด้วยกับความคิดของเพื่อน เพราะเธอเองก็คิดเช่นนั้น แต่ติดขัดตรงที่เธอเพิ่งจะรู้จักนายแพทย์หนุ่มได้ไม่นาน และไม่ได้สนิทสนมกันมากนัก ก็เลยรู้สึกตะขิดตะขวงใจเมื่อจะต้องเอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากเขา

            “ไม่ต้องลังเลหรอกดาว เรามีแต่ได้กับได้ ที่สำคัญถ้าเรารู้จักแพทย์ที่จะทำการผ่าตัดพ่อของดาวเป็นการส่วนตัวก็ยิ่งดีใหญ่ เราจะได้สอบถามอาการของพ่อจากเขาได้สะดวกขึ้น”

            “ก็จริงนะ”

            “สรุปเลยละกันว่าเราจะคุยเรื่องนี้กับคุณหมอคนดีของดาว เทย่ามั่นใจว่าถ้าเราเอ่ยปาก เขาจะต้องช่วยเรา”

            “ก็คงต้องทำอย่างนั้น เพราะไม่มีวิธีอื่นดีไปกว่าวิธีนี้ ว่าแต่หมอรุจรู้ไหมว่าเทย่านัดเจอกับเพื่อนของเขา”

            “เทย่าไม่ได้บอกเรื่องนี้กับเขาหรอก แต่เขาเห็นเทย่าที่โรงพยาบาล เขาถึงกลัวว่าเทย่าจะไปสร้างปัญหาอะไรให้เขาอีก เทย่าต้องรับปากว่ากลับมาจะตอบทุกคำถามที่เขาอยากรู้ และจะไม่สร้างปัญหาให้เขาเด็ดขาด อีกสักพักเขาคงมาคาดคั้นเอาคำตอบจากเทย่าแน่”

            “ขอบใจนะเทย่าที่ช่วยเป็นธุระจัดการเรื่องนี้ให้ดาว”

            “เรื่องเล็กน้อย อะไรที่เทย่าพอจะทำเพื่อดาวและครอบครัวของดาวได้ เทย่ายินดีเสมอ”

            สองสาวต่างก็พูดคุยหยอกล้อกันอย่างสนิทสนม และหนึ่งในหัวข้อของการสนทนาคงหนีไม่พ้นเรื่องของนายแพทย์อติรุจ

            “ดูจากบ้านหลังนี้ก็ทำให้เทย่าพอจะเดาได้ว่าหมอรุจน่าจะมาจากครอบครัวที่มีฐานะดี แต่ไม่เคยคาดคิดว่าครอบครัวของเขาจะร่ำรวยถึงขนาดเป็นเจ้าของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง สิ่งที่แปลกก็คือเขากลับเลือกที่จะทำตัวติดดินมากกว่าที่จะใช้ชีวิตความเป็นอยู่หรูหราอย่างที่ควรจะเป็น”

            “แล้วมันแปลกตรงไหน”

            “ดาวว่ามันไม่แปลกเหรอ เขาร่ำรวยออกขนาดนั้นจะใช้ชีวิตหรูหรายังไงก็ได้ แต่เลือกที่จะใช้ชีวิตเรียบง่าย ทำตัวติดดินกินข้าวแกงข้างทาง”

            “เขาแตกต่างจากเพื่อนไฮโซของเทย่าใช่ไหม เทย่าถึงคิดว่าหมอรุจดูแปลกแยก”

            “นั่นก็ส่วนหนึ่ง ที่แปลกไปกว่านั้นคือเขาจะเป็นผู้สืบทอดหนึ่งเดียว ในการบริหารโรงพยาบาลเอกชนที่ดีที่สุดของเมืองไทย แต่กลับไม่ยอมสืบทอดกิจการของครอบครัว และเลือกจะทำในสิ่งที่ตนเองต้องการ”

            “เทย่าเองก็เป็นแบบนั้นเหมือนกันนะ เพราะเทย่าก็ไม่เคยสนใจที่จะสานต่อกิจการของคุณย่า แต่เลือกที่จะทำตามความคิดของตนเอง”

            ทรรศิกาอึ้งไปชั่วขณะเมื่อได้ยินคำพูดนั้นจากปากของเพื่อน สิ่งที่นับดาวพูดมานั้นถูกต้อง ในขณะที่ตนเองกำลังวิจารณ์คนอื่นแต่ลืมที่จะหันกลับมามองตัวเอง

            “ทำไมเงียบไปล่ะเทย่าหรือว่าโกรธที่ดาวพูดแบบนี้”

            “เทย่าจะโกรธดาวทำไมในเมื่อสิ่งที่ดาวพูดมามันเป็นความจริง”

            “ดาวนึกว่าเทย่าโกรธดาวซะอีกเห็นเงียบไป”

            “เขาเรียกว่าอึ้งไปต่างหาก เพราะในขณะที่เทย่ากำลังวิจารณ์คนอื่น แต่ไม่เคยมองย้อนกลับมาดูว่าตนเองก็ไม่ได้แตกต่างไปจากเขา จนกระทั่งดาวพูดขึ้นมา เรากลับเข้าไปข้างในกันเถอะ เทย่าจะได้กลับเข้าไปทำงานต่อ แล้วเราจะได้หาโอกาสพูดกับหมอรุจเรื่องพ่อของดาว”

            เมื่อสองสาวเดินกลับเข้ามาในบ้านแต่ไม่พบใครสักคน ทรรศิกาเดินเข้าไปดูในห้องตรวจ แต่ก็ไม่พบอติรุจอยู่ภายในห้องนั้นเหมือนเช่นเคย

            “เจอไหมเทย่า”

            ทรรศิกาส่ายหน้าแทนคำตอบ “เขาไม่ได้อยู่ในห้อง หายไปไหนก็ไม่รู้ แปลกนะปกติเวลาที่ไม่มีคนไข้เขาก็จะรออยู่ในห้องตรวจเสมอ”

            ทันใดนั้นเองกลิ่นหอมของอาหารก็โชยเข้าจมูกของทรรศิกาและเพื่อน

            “ดาวตามเทย่ามานี่ เทย่ารู้แล้วว่าเขาอยู่ที่ไหน”

            ทรรศิกาเดินนำหน้านับดาวตรงไปยังห้องครัว

            “นึกแล้วว่าคุณต้องอยู่ที่นี่ วันนี้ทำอะไรทานคะ กลิ่นหอมออกไปถึงข้างนอกเลย”

            “สปาเกตตีผัดขี้เมาทะเล และก็ผักสลัดที่คุณชอบ” อติรุจเงยหน้าตอบแม่ตัวยุ่งก่อนจะหันไปทักทายนับดาว

            “สวัสดีครับคุณดาว” เขาส่งยิ้มให้เธออย่างอบอุ่นอ่อนโยน

            “สวัสดีค่ะคุณหมอ”

            นับดาวแปลกใจที่เห็นอติรุจอยู่ในชุดผ้ากันเปื้อนสีหวาน  กำลังยืนทำอาหารด้วยความชำนาญ เธอไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นภาพลักษณ์แบบนี้ของคุณหมอหนุ่มผู้มีรอยยิ้มที่อ่อนโยน

            “อยู่ทานอาหารเย็นด้วยกันนะครับ ผมทำเผื่อคุณด้วย”

            “ขอบคุณค่ะ ถ้าอย่างนั้นดาวไม่เกรงใจนะคะ”

            “ก็ดีเหมือนกัน ดาวจะได้ช่วยงานเทย่าด้วย”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 129

    อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 128

    เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 127

    หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 126

    “เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 125

    สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 124

    ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status